เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 - ทะลวงชีพจรซ่อนเร้น

บทที่ 8 - ทะลวงชีพจรซ่อนเร้น

บทที่ 8 - ทะลวงชีพจรซ่อนเร้น


บทที่ 8 - ทะลวงชีพจรซ่อนเร้น

ร่างกายมนุษย์มีเส้นชีพจรหลักเก้าเส้น แผ่ขยายออกมาจากกระดูกสันหลังด้านหลัง และเชื่อมต่อกันทั่วทั้งร่างกาย นี่คือรากฐานของผู้ฝึกยุทธ์

การจะดึงพละกำลังออกมาใช้ ล้วนต้องผ่านเส้นชีพจรเหล่านี้ทั้งสิ้น

เจียงรั่วเฉินจดจ่อสมาธิทั้งหมดไปที่การสำรวจเส้นชีพจรหลักที่เพิ่งทะลวงไป เขาขยายสัมผัสรับรู้จนถึงขีดสุด ทว่าถึงกระนั้น เขาก็ยังต้องใช้เวลาถึงสามชั่วยามเต็มๆ จึงจะค้นพบเส้นชีพจรซ่อนเร้นเส้นแรก

ต้องรู้ก่อนว่า ตอนที่เจียงรั่วเฉินทะลวงเส้นชีพจรหลัก เขาใช้เวลาเพียงสองเค่อเท่านั้น แต่แค่การค้นหาชีพจรซ่อนเร้นเส้นนี้ เขากลับต้องใช้เวลาถึงสามชั่วยาม จึงพอจะจินตนาการได้ว่า การจะทะลวงชีพจรซ่อนเร้นเหล่านี้ จะต้องยากลำบากเพียงใด

"ควบแน่นปราณวิญญาณ ทะลวงชีพจรซ่อนเร้น!" ยังมิรอให้เจียงรั่วเฉินได้พักหายใจ เสียงของมังกรเฒ่าก็ดังก้องขึ้น

"ขอรับ!" เจียงรั่วเฉินมิรอช้า เมื่อพบชีพจรซ่อนเร้นเส้นแรก เขาก็รีบเดินพลัง 【เคล็ดวิชาเทพเก้ามังกร】 ทันที เพื่อดูดซับปราณวิญญาณโดยรอบ ส่งผ่านไปยังเส้นชีพจรหลักที่เพิ่งทะลวง และชักนำปราณวิญญาณอันมหาศาลนั้น ไปทะลวงชีพจรซ่อนเร้นที่ค้นพบ

ชีพจรซ่อนเร้นนั้นมีขนาดเล็กซ่อนตัวอยู่ตามซอกหลืบของเส้นชีพจรหลัก หากต้องการจะทะลวงให้ทะลุ มิเพียงต้องอาศัยแรงปะทะจากปราณวิญญาณมหาศาลเท่านั้น แต่ยังต้องทนรับความเจ็บปวดอันใหญ่หลวงด้วย

ชีพจรซ่อนเร้นนั้นปิดสนิทแนบแน่น การจะทะลวงมันได้ ความยากลำบากนั้นมากกว่าเส้นชีพจรหลักอยู่หลายเท่านัก

แม้จะเป็นเช่นนั้น เจียงรั่วเฉินก็ยังคงกัดฟันทนปะทะต่อไป เวลาผ่านไปอีกสองชั่วยามเศษ ในที่สุดเขาก็สามารถทะลวงชีพจรซ่อนเร้นได้ตลอดสาย มากพอที่จะทำให้ปราณวิญญาณถูกส่งผ่านไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ตูม

ในชั่วพริบตาที่ชีพจรซ่อนเร้นถูกทะลวง กระดูกทั่วทั้งร่างของเจียงรั่วเฉินก็ส่งเสียงดังกรอบแกรบ พละกำลังอันแข็งแกร่งขุมหนึ่งกำลังควบแน่นอยู่ภายในร่างกายของเขา

เขาสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า พละกำลังทางร่างกายในยามนี้ พุ่งทะยานขึ้นมิใช่น้อย

"นี่คือผลลัพธ์จากชีพจรซ่อนเร้นกระนั้นหรือ?" เจียงรั่วเฉินลุกขึ้นยืนด้วยความเบิกบานใจ กำหมัดแน่นแล้วชกออกไปด้านหน้า เสียงลมหมัดดังวูบวาบ พละกำลังนี้มีระดับพลังสองกระทิงเป็นอย่างน้อย!

ต้องรู้ก่อนว่า ขั้นทะลวงชีพจรระดับหนึ่งตามปกตินั้น จะมีเพียงพลังหนึ่งกระทิงเท่านั้น หากเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์แข็งแกร่ง ก็จะทำได้เต็มที่เพียงพลังหนึ่งจุดห้ากระทิง

ทว่าเขาเพียงแค่ทะลวงชีพจรซ่อนเร้นได้เส้นเดียว พละกำลังกลับเพิ่มขึ้นเป็นพลังสองกระทิง เกือบจะเทียบเท่ากับพลังสามกระทิงของระดับสองแล้ว

หากเขาสามารถทะลวงชีพจรซ่อนเร้นสิบเส้นของระดับหนึ่งได้ทั้งหมด พละกำลังของเขาในขั้นทะลวงชีพจรระดับหนึ่งจะเพิ่มพูนขึ้นถึงระดับใดกัน?

"ความรู้สึกที่ได้ทะลวงชีพจรซ่อนเร้นเป็นเช่นไรบ้าง?" มังกรเฒ่าปรากฏกายขึ้น น้ำเสียงแฝงความพึงพอใจอยู่เล็กน้อย เช่นเดียวกับครั้งก่อน การที่เจียงรั่วเฉินสามารถทะลวงชีพจรซ่อนเร้นเส้นแรกได้ภายในเวลาห้าชั่วยาม นับว่าเกินความคาดหมายของมันไปมากทีเดียว

"ขอบพระคุณผู้อาวุโสที่ชี้แนะขอรับ! ชีพจรซ่อนเร้นทรงพลังยิ่งนัก เพียงแค่ทะลวงได้เส้นเดียว ข้าก็มีพละกำลังเพิ่มขึ้นอีกครึ่งกระทิงแล้ว!" เจียงรั่วเฉินกล่าวอย่างปีติยินดี

"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็จงดำเนินการต่อไปเถิด เจ้าจะต้องทะลวงชีพจรซ่อนเร้นให้ได้สี่เส้นก่อนรุ่งสาง!" มังกรเฒ่ากลับมาทำเสียงเคร่งขรึมอีกครั้ง

"ผู้อาวุโส ผู้น้อยเองก็อยากจะทำรวดเดียวให้สำเร็จ ทว่า..." เจียงรั่วเฉินแม้จะทุ่มเททั้งกายและใจ ทว่าเขาก็ยังคงสังเกตเห็นถึงกาลเวลาที่ล่วงเลยไป เขาจึงคิดจะออกไปจากที่นี่เสียก่อน เพราะเมื่อฟ้าสาง เขาจะต้องถูกอัปเปหิออกจากราชวังเพื่อมุ่งหน้าไปยังเยี่ยนซาน หากมีคนมาหาแล้วมิพบตัว ย่อมต้องเกิดความเคลือบแคลงสงสัยเป็นแน่

ทว่ามังกรเฒ่ากลับอ่านความคิดของเขาออก "เจ้ามิต้องกังวลไป กาลเวลาภายในหอคอยฝังเทพไหลเวียนเชื่องช้ายิ่งนัก ภายในนี้ผ่านไปหกชั่วยาม ภายนอกเพิ่งจะผ่านไปเพียงสองชั่วยามเศษเท่านั้น!"

เมื่อเจียงรั่วเฉินได้ยินเช่นนั้นก็ทั้งประหลาดใจและดีใจสุดขีด!

มิคาดคิดเลยว่าหอคอยฝังเทพจะมหัศจรรย์ถึงเพียงนี้ เช่นนี้ก็เท่ากับว่าในวันข้างหน้า เขาจะมีเวลาฝึกยุทธ์มากกว่าคนภายนอกถึงสามสี่เท่าเชียวหรือ!

"ขอรับ ผู้อาวุโส" เมื่อทราบถึงความแตกต่างของเวลาทั้งภายในและภายนอก เจียงรั่วเฉินก็วางใจได้ เขาละทิ้งความกังวลทั้งปวง นั่งขัดสมาธิลงและเริ่มค้นหาชีพจรซ่อนเร้นเพื่อปะทะต่อไป

จุดเริ่มต้นมักยากลำบากเสมอ เมื่อมีประสบการณ์ในครั้งแรก ความเร็วในการค้นหาชีพจรซ่อนเร้นในครั้งต่อไปของเจียงรั่วเฉินก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กระบวนการทะลวงก็ดูราบรื่นและเยือกเย็นยิ่งขึ้น

เพียงแต่ความเจ็บปวดเหล่านั้นมิได้ลดน้อยลงเลย ซ้ำร้ายเมื่อจำนวนครั้งในการปะทะเพิ่มขึ้น ความเจ็บปวดก็ยิ่งทวีคูณ

ทว่าเจียงรั่วเฉินก็สามารถอดทนผ่านมาได้ทั้งหมด ภายในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน เขาสามารถทะลวงชีพจรซ่อนเร้นได้ถึงห้าเส้น

ชีพจรซ่อนเร้นขนาดเล็กที่ทอดยาวออกมาจากเส้นชีพจรหลัก แต่ละเส้นล้วนมอบพละกำลังครึ่งกระทิงให้แก่เขา

เมื่อพิจารณาจากกลิ่นอาย ในเวลานี้เจียงรั่วเฉินยังคงอยู่ในขั้นทะลวงชีพจรระดับหนึ่ง ทว่าพละกำลังของเขากลับเทียบเท่าพลังสี่กระทิง

พละกำลังระดับนี้มากพอที่จะบดขยี้ผู้ฝึกตนในระดับสองส่วนใหญ่ได้อย่างง่ายดาย ต่อให้เป็นยอดผู้มีพรสวรรค์ระดับสองบางคน เขาก็ยังมีพละกำลังมากพอที่จะต่อกรด้วยได้

(พละกำลังในแต่ละระดับจะถูกคำนวณแบบทบต้น ระดับหนึ่งมีพลังหนึ่งกระทิง ระดับสองมีพลังสามกระทิง ระดับสามมีพลังหกกระทิง... และระดับเก้าจะมีพลังถึงสี่สิบห้ากระทิง)

เมื่อเห็นเจียงรั่วเฉินก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว แววตาของมังกรเฒ่าก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความพึงพอใจ เป้าหมายที่มันกำหนดไว้คือสี่เส้น มิคาดคิดว่าเจียงรั่วเฉินจะทะลวงได้รวดเดียวถึงห้าเส้น

ความรวดเร็วในระดับนี้ ถือว่าเหนือความคาดหมายของมันอีกครั้ง

"เวลาล่วงเลยมามากแล้ว เจ้าควรจะกลับไปได้แล้ว" มังกรเฒ่าเตือน

"ขอรับ ผู้อาวุโส" เจียงรั่วเฉินยังอยากจะปะทะต่อไป ทว่าเขาก็รู้ดีว่าเวลาเริ่มรัดตัวแล้ว เขาจึงลุกขึ้นค้อมกายให้แก่มังกรเฒ่า แล้วออกจากหอคอยฝังเทพไป

เมื่อออกมายังโลกภายนอก เขาก็พบว่าท้องฟ้าเพิ่งจะเริ่มสาง เขาใช้เวลาอยู่ในหอคอยฝังเทพไปกว่าสิบกว่าชั่วยาม ทว่าเวลาภายนอกกลับเพิ่งผ่านไปเพียงสองสามชั่วยามเท่านั้น หอคอยฝังเทพช่างน่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก

"ข้าอายุสิบหกปีจึงเพิ่งปลุกวิญญาณยุทธ์ได้ ตามหลักแล้วข้าย่อมตามหลังคนรุ่นราวคราวเดียวกันอยู่มาก ทว่าเมื่อมีความต่างของเวลาในหอคอยฝังเทพ ข้าจะต้องค่อยๆ ไล่ตามพวกเขาได้ทันเป็นแน่!" เจียงรั่วเฉินสัมผัสพละกำลังในร่างกาย ความมั่นใจเต็มเปี่ยม จากนั้นเขาก็เดินออกจากห้องไปอาบน้ำเย็น

การทะลวงระดับช่วยขับถ่ายสิ่งสกปรกออกจากร่างกายได้มากมาย หลังจากชำระล้างร่างกายเสร็จสิ้น เขาก็ผลัดเนื้อเปลี่ยนกระดูกอีกครั้ง นัยน์ตาทอประกายเจิดจ้า รูปร่างกำยำล่ำสัน แตกต่างจากเจ้าขยะคนเดิมราวฟ้ากับเหว

เมื่อเขาอาบน้ำและเปลี่ยนมาสวมเสื้อผ้าที่สะอาดสะอ้าน ท้องฟ้าก็สว่างไสวอย่างสมบูรณ์ ราชเสาวนีย์ของพระมเหสีก็มาถึงตามนัดหมาย

"พระราชเสาวนีย์ของพระมเหสีมาถึงแล้ว!"

ขันทีหลายคนเดินเรียงรายเข้ามา ชูพระราชเสาวนีย์ขึ้นสูงด้วยท่าทีเย่อหยิ่งจองหอง

เจียงรั่วเฉินและพระสนมหว่านเดินออกจากห้องมารับพระราชเสาวนีย์พร้อมกัน

ขันทีปรายตามองเจียงรั่วเฉินและพระสนมหว่านแวบหนึ่ง จากนั้นก็คลี่ม้วนราชเสาวนีย์ออกและอ่านเสียงดัง "องค์ชายสิบสี่ เจียงรั่วเฉิน แม้จะปลุกวิญญาณยุทธ์ขยะได้ ทว่าพระมเหสีคำนึงถึงสายเลือดแห่งราชวงศ์ จึงทรงเมตตาเป็นกรณีพิเศษ งดเว้นการเนรเทศไปเยี่ยนซานชั่วคราว ให้อยู่ในราชวังเพื่อรอการประลองปลายปี แล้วจึงค่อยตัดสินความผิดอีกครั้ง จบราชเสาวนีย์!"

"งดเว้นชั่วคราว?"

เมื่อได้ยินดังนั้น ทั้งเจียงรั่วเฉินและพระสนมหว่านต่างก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ทั้งสองหันมามองหน้ากันด้วยความประหลาดใจยิ่งนัก เพราะผลลัพธ์นี้ผิดไปจากที่พวกเขาคาดการณ์ไว้อย่างมาก

นิสัยใจคอของพระมเหสีนั้น เป็นที่ประจักษ์แจ้งกันไปทั่วทั้งราชวัง

พวกเขาเตรียมพร้อมที่จะมุ่งหน้าไปยังเยี่ยนซานแล้ว ทว่าพระมเหสีกลับตัดสินใจงดเว้นการเนรเทศชั่วคราวเสียนี่? ช่างผิดวิสัยยิ่งนัก!

ในขณะที่กำลังตื่นตะลึง ภายในใจของเจียงรั่วเฉินและพระสนมหว่านก็บังเกิดลางสังหรณ์อันเลวร้ายขึ้นมาอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง

"ยินดีด้วยพ่ะย่ะค่ะองค์ชายสิบสี่ ท่านมิต้องถูกเนรเทศไปเยี่ยนซานแล้ว นี่คือทรัพยากรสำหรับการฝึกยุทธ์ของท่าน ทรงรับไว้และเตรียมตัวสำหรับการประลองปลายปีให้ดีเถิดพ่ะย่ะค่ะ" ขันทีมิสนใจสีหน้าของเจียงรั่วเฉิน เขาทิ้งหินปราณวิญญาณจำนวนหนึ่งกับโอสถชำระไขกระดูกระดับต่ำสุดไม่กี่เม็ดไว้ให้ แล้วก็เดินจากไปทันที

"วิเศษไปเลยเฉินเอ๋อร์ เจ้านิต้องไปเยี่ยนซานแล้ว" พระสนมหว่านดีใจยิ่งนัก แม้นางจะรู้สึกทะแม่งๆ อยู่บ้าง ทว่าในสายตาของนาง ราชวังก็ยังปลอดภัยกว่าเยี่ยนซานอยู่ดี อีกทั้งเจียงรั่วเฉินยังรักษาฐานันดรศักดิ์องค์ชายเอาไว้ได้

ทว่าเจียงรั่วเฉินกลับมิคิดเช่นนั้น ด้วยนิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้นอย่างพระมเหสี มีหรือจะยอมให้เขาใช้ชีวิตอย่างสงบสุข

การเลือกที่จะรั้งตัวเขาไว้ คงมีแผนการที่ชั่วร้ายยิ่งกว่าซ่อนอยู่กระมัง

"เจียงรั่วเฉิน!"

และแล้ว คล้อยหลังขันทีเพียงก้าวเดียว ร่างอันอรชรอ้อนแอ้นก็เดินเข้ามาในฉับพลัน

"ฉินฉี?" เจียงรั่วเฉินเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือนให้ชัดเจน นางคืออดีตคู่หมั้นหมายของเจ้าของร่างเดิม ฉินฉี...

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 8 - ทะลวงชีพจรซ่อนเร้น

คัดลอกลิงก์แล้ว