- หน้าแรก
- ข้าเปิดร้านอินเทอร์เน็ตในโลกเซียน
- บทที่ 16 ลูกค้ารายใหม่
บทที่ 16 ลูกค้ารายใหม่
บทที่ 16 ลูกค้ารายใหม่
"อุดอู้เก็บตัวฝึกฝนอยู่แต่ในห้องทั้งวัน น่าเบื่อจะตายชัก อยู่ข้างนอกสิดีคนเยอะแยะ แถมยังมีเรื่องสนุกๆ ตั้งมากมาย..."
เด็กสาวดรุณีวัยสิบหกสิบเจ็ดปีในชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนกำลังเดินทอดน่องไปตามย่านการค้า นางดูอ่อนเยาว์ งดงาม และร่าเริงสดใสเต็มไปด้วยชีวิตชีวา
เด็กสาวมีนามว่า เลิ่งหนิงเยว่ นางคือศิษย์สายในของวิทยาลัยยุทธ์หลวงแห่งแคว้นเมฆาเหิน
เนื่องจากการประลองยุทธ์ประจำปีของวิทยาลัยใกล้เข้ามาทุกที อาจารย์ของนางจึงบังคับให้นางเก็บตัวฝึกฝนอย่างหนักหน่วงทุกวัน เพื่อหวังให้นางคว้าอันดับที่ดีมาครอง
ทว่าเลิ่งหนิงเยว่เป็นคนที่มีนิสัยร่าเริงและอยู่นิ่งไม่เป็นแต่ไหนแต่ไร หากให้อดทนสักสามสี่วันก็พอทนไหว แต่พอเวลาผ่านไปนานเข้า นางก็ทนอุดอู้ต่อไปไม่ไหวอีก
ด้วยเหตุนี้ วันนี้นางจึงฉวยโอกาสแอบหนีออกมาเที่ยวเล่นให้หนำใจ
นางเดินเตร็ดเตร่ไปทั่วเมืองอยู่พักใหญ่ แรกๆ ก็รู้สึกดีอยู่หรอก เพราะไม่ได้ออกมาเปิดหูเปิดตาเสียนาน มองอะไรก็ดูแปลกใหม่น่าตื่นตาตื่นใจไปเสียหมด
ทว่าหลังจากเดินไปเดินมาอย่างไร้จุดหมายได้สักพัก นางก็เริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายขึ้นมา
จะไปที่ไหนต่อดีล่ะ?
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา แคว้นเมฆาเหินต้องเผชิญกับภาวะข้าวยากหมากแพงและขาดแคลนเสบียงอาหารอย่างหนัก โรงเตี๊ยมและร้านอาหารส่วนใหญ่ในเมืองจึงพากันปิดกิจการลง
ส่วนพวกร้านขายเสื้อผ้าเครื่องประดับ นางก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมายนัก
ก่อนหน้านี้นางแวะไปตามร้านหนังสือและโรงมหรสพมาบ้างแล้ว นางค่อนข้างชื่นชอบนิยายทุกประเภท เพียงแต่น่าเสียดายที่ช่วงนี้ไม่มีผลงานเรื่องไหนโดดเด่นสะดุดตาเลย
ดูเหมือนว่าในเมืองจะไม่มีอะไรสนุกๆ หลงเหลืออยู่อีกแล้ว
"อิอิ จริงสิ ข้าได้ยินพวกศิษย์ชายในวิทยาลัยคุยกันว่า หอวสันต์โชยที่เพิ่งเปิดใหม่นั้นไม่เลวเลยทีเดียว โดยเฉพาะแม่นางที่ชื่อซือหว่าน นางเชี่ยวชาญทั้งการดีดพิณ หมากล้อม ลายพู่กัน และวาดภาพ... ถ้าข้าลองปลอมตัวเป็นบุรุษแล้วแอบเข้าไปดูหน่อยจะเป็นไรไหมนะ?"
เลิ่งหนิงเยว่ฉลาดเฉลียวและซุกซนมาตั้งแต่เด็ก ภายในหัวเต็มไปด้วยความคิดพิเรนทร์ เมื่อคิดได้ดังนั้น นางก็ตั้งใจจะไปที่นั่นจริงๆ
แต่ในตอนนั้นเอง จู่ๆ ก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินผ่านหน้านางไป
"นี่ เมื่อวานพวกเจ้าล่าสัตว์อสูรตัวไหนไปแล้วบ้าง? ความคืบหน้าคงไม่ได้ทิ้งห่างข้าไปไกลหรอกใช่ไหม?"
"ไม่หรอก ข้าเพิ่งจะไปเจอมังกรเขาดำกับราทาลอสมา ไอ้สัตว์อสูรสองตัวนี้ดูดุร้ายเอาการ น่าจะอยู่ในระดับสัตว์อสูรราชันย์เงินเป็นอย่างน้อย การจะล่าพวกมันคงยากน่าดู!"
"เยี่ยมไปเลย! วันนี้พวกเรามาเล่นโหมดออนไลน์ช่วยกันโค่นสัตว์อสูรสองตัวนี้ให้เร็วที่สุด จะได้ไปไขความลับของมังกรโบราณกัน!"
คนกลุ่มนั้นเดินพลางพูดคุยกันอย่างออกรสออกชาติ และเลิ่งหนิงเยว่ก็ได้ยินบทสนทนาเหล่านั้นอย่างชัดเจนเพราะพวกเขาคุยกันเสียงดังมาก
แม้เนื้อหาคำพูดส่วนใหญ่นางจะไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่นางจับใจความได้ประโยคหนึ่ง
"ล่าสัตว์อสูรราชันย์ระดับเงินงั้นรึ?"
"พวกเขานี่นะ?"
ขนาดตัวนางเองที่เป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับเงินห้าดาวซึ่งกำลังมุ่งหน้าสู่ระดับทอง ยังไม่กล้าพูดเต็มปากเลยว่าจะสามารถสังหารสัตว์อสูรราชันย์เงินที่อยู่ในระดับเดียวกันได้
คนพวกนั้นดูจากปราณยุทธ์แล้ว อย่างมากก็แค่อยู่ในระดับทองแดงสองดาวหรือสามดาว การไปต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับเงินก็ไม่ต่างอะไรกับการรนหาที่ตาย
ทว่าเมื่อพิจารณาจากน้ำเสียงและสีหน้าแล้ว พวกเขากลับดูจริงจังมาก ไม่เหมือนกำลังพูดโกหกโอ้อวดเลยสักนิด
เลิ่งหนิงเยว่คลี่ยิ้มออกมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"น่าสนใจดีนี่!"
นางอดไม่ได้ที่จะแอบสะกดรอยตามไปเงียบๆ จนกระทั่งเห็นคนกลุ่มนั้นเดินลัดเลาะผ่านตรอกเล็กๆ แล้วเลี้ยวเข้าไปในร้านค้าเล็กๆ แห่งหนึ่ง
"อินเทอร์เน็ตคาเฟ่เก้าสวรรค์?"
เลิ่งหนิงเยว่เหลือบมองป้ายร้าน ก่อนจะผลักประตูเดินเข้าไป
เมื่อเห็นว่ามีลูกค้าคนใหม่มาเยือน ซูหรานจึงหยุดเล่นเกมและเดินเข้าไปทักทาย
"สวัสดีขอรับคุณลูกค้า ข้าคือเถ้าแก่ของร้านนี้ ร้านของเราให้บริการเล่นเกมบนเครื่องจักรที่เรียกว่าคอมพิวเตอร์ แน่นอนว่ามันต้องเสียเงิน การปลดล็อกสิทธิ์เข้าเล่นเกมมีค่าใช้จ่ายสิบเหรียญทอง จากนั้นจะคิดค่าบริการชั่วโมงละหนึ่งเหรียญทองขอรับ!"
หลังจากต้อนรับลูกค้ามาหลายราย ซูหรานก็พอจะเดาออกว่าลูกค้ามักจะถามอะไรทันทีที่ก้าวเข้ามาในร้าน
เขาจึงแนะนำร้านอย่างรวบรัด
ผู้คนที่สัญจรไปมาหลายคนที่ตั้งใจแวะมาดูความครึกครื้น ล้วนเผ่นหนีทันทีเมื่อได้ยินราคา
"เล่นเกมงั้นรึ? ไม่ใช่เด็กๆ กันแล้วนะ จะมาเล่นเกมอะไรกันอีก?"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เลิ่งหนิงเยว่ก็รู้สึกขบขันเล็กน้อย นางชี้ไปทางโอวหยางชิงและพวกพ้องที่ลงมือเล่นเกมทันทีที่เข้ามาในร้าน
"เมื่อครู่ข้าได้ยินพวกเขาบอกว่าสามารถล่าสัตว์อสูรที่นี่ได้ มันหมายความว่าอย่างไรกัน?"
"พวกเขาก็แค่กำลังเล่นเกมอยู่ ท่านลองเดินไปดูเอาเองเถิด"
เมื่อได้ยินดังนั้น เลิ่งหนิงเยว่ก็เดินเข้าไปดู และเห็นคนหลายคนกำลังต่อสู้กับสัตว์ประหลาดบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ภาพที่ปรากฏนั้นดูสมจริง การต่อสู้ก็ตื่นเต้นเร้าใจ ทำให้นางรู้สึกสนใจเป็นอย่างมาก
ดวงตาของเลิ่งหนิงเยว่เป็นประกาย "หรือว่าที่นี่จะเป็นสถานที่สำหรับรับชมภาพฉายวิชาเงาพวกนี้โดยเฉพาะ? ดูน่าสนใจดีนี่ สมจริงยิ่งกว่าการอ่านนิยายเสียอีก!"
ซูหรานส่ายหน้า "ไม่ใช่แค่รับชมขอรับ แต่มันคือการลงมือเล่น คนที่เห็นบนหน้าจอเกมนั้น ถูกควบคุมโดยตัวผู้เล่นเองจริงๆ!"
"ควบคุมด้วยตัวเองงั้นรึ? จะเป็นไปได้อย่างไร? ในเมื่อพวกเขาก็นั่งอยู่ตรงนี้นี่นา!"
"อันที่จริง อธิบายไปก็คงยากจะเข้าใจ ท่านต้องลองสัมผัสด้วยตัวเองดูสักครั้งขอรับ"
"ตกลง เช่นนั้นข้าจะลองเล่นสนุกดูสักหน่อย"
เดิมทีเลิ่งหนิงเยว่ก็กำลังเบื่อหน่ายอยู่แล้ว เมื่อได้เห็นของเล่นแปลกใหม่เช่นนี้ นางย่อมเกิดความสนใจและอดไม่ได้ที่จะล้วงถุงเงินออกมา
ซูหรานรับเงินมาและกำลังเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เลิ่งหนิงเยว่ ทว่าจู่ๆ เขาก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ จึงหันมามองนางด้วยสีหน้าจริงจังและเอ่ยเตือน
"ข้าขอพูดให้ชัดเจนก่อนนะขอรับ เกมนี้สมจริงมากแถมยังท้าทายสุดๆ ท่านสามารถตายในเกมได้ แม้ว่าจะไม่ได้ตายจริงๆ แต่ท่านก็จะยังรู้สึกเจ็บปวดอยู่ดี ดังนั้นหากท่านเป็นคนทนความเจ็บปวดไม่ค่อยได้ ข้าก็ขอแนะนำให้ท่านอย่าเล่นเกมนี้ เพราะเมื่อเริ่มเล่นไปแล้ว ข้าจะไม่คืนเงินให้ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น!"
ผ่านไปหนึ่งวันแล้วนับตั้งแต่มีการเพิ่มจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ในร้าน
ซูหรานไม่ได้มีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นมากนัก แต่ก็พอมีเข้ามาบ้าง ลูกค้าที่เขาจำได้แม่นยำที่สุดคือคู่หนุ่มสาวคู่หนึ่ง
เดิมทีพวกเขามาเพียงเพราะความแปลกใหม่และอยากเล่นสนุก แต่กลับถูกทำให้หวาดกลัวจนสติแตก ฝ่ายชายยังพอทำเนา อย่างน้อยก็ยังประคองสติไว้ได้ แต่ฝ่ายหญิงถึงกับเป็นลมล้มพับไปตรงนั้นเลย
นั่นเป็นเหตุผลที่ซูหรานต้องเอ่ยเตือนล่วงหน้า
เลิ่งหนิงเยว่เร่งเร้าอย่างรำคาญใจ "เถ้าแก่ ท่านเลิกจู้จี้จุกจิกสักทีจะได้ไหม? คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน? เห็นข้าเป็นสตรีเลยคิดจะดูถูกข้าอย่างนั้นหรือ?"
ซูหรานเงียบไป ไม่พูดอะไรให้มากความอีก และแนะนำให้เลิ่งหนิงเยว่เข้าสู่ตัวเกม
เมื่อเกมเริ่มต้นขึ้น
"กองเรือวิจัย? สัตว์อสูร? มังกรโบราณ? ทวีปใหม่?"
"ที่แท้การเล่นเกมก็หมายถึงแบบนี้นี่เอง! การต่อสู้และผจญภัยในอีกโลกหนึ่ง ช่างสนุกอะไรเช่นนี้! น่าสนใจกว่าการเก็บตัวฝึกฝนเป็นไหนๆ!"
ในที่สุดเลิ่งหนิงเยว่ก็เข้าใจแล้วว่าเกมคืออะไร ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความตื่นเต้น นางถูกดึงดูดเข้าสู่โลกอันแปลกประหลาดและแสนวิเศษใบนี้ในทันที
เดิมทีซูหรานตั้งใจจะยืนดูเลิ่งหนิงเยว่เล่นอยู่ด้านหลังสักพัก โดยกะว่าจะคอยให้คำแนะนำเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกค้ารายใหม่ต้องเจ็บตัว
ทว่าหลังจากลงจอดบนเกาะ นางกลับเลือกอาวุธค้อนยักษ์อย่างไม่ลังเล
จากนั้น เด็กสาวที่ดูบอบบางก็กวัดแกว่งค้อนยักษ์และพุ่งเข้าไปทุบมังกรโจรจนตายอย่างรวดเร็ว แต่นั่นยังไม่หนำใจ นางรีบพุ่งเข้าไปปะทะกับมังกรโจรตัวอื่นอย่างดุดัน
ช่างเป็นเด็กสาวที่ป่าเถื่อนเสียจริง
เมื่อเห็นภาพนั้น ซูหรานก็ถึงกับพูดไม่ออก เอาเถอะ ถือเสียว่าเมื่อครู่เขาไม่ได้พูดอะไรออกไปก็แล้วกัน