เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 - ไม่มีใครเข้าใจเพลงได้ดีไปกว่าผม

บทที่ 17 - ไม่มีใครเข้าใจเพลงได้ดีไปกว่าผม

บทที่ 17 - ไม่มีใครเข้าใจเพลงได้ดีไปกว่าผม


"คุณ ... ฝันไปเถอะ!" หานเจียงเสวี่ยหลบสายตา ท่าทางลุกลี้ลุกลน

เมื่อได้ยินคำพูดของซูเฉิน เธอก็รีบหนีกลับเข้าห้องแล้วปิดประตูทันที

ปัง!

ซูเฉินมองดูประตูห้องนอนที่ปิดสนิทพลางลูบจมูกแก้เกี้ยว

เขาเองก็รู้สึกว่าตัวเองทำตัวงี่เง่าเหมือนกัน อายุรวมกันสองชาติภพก็ผ่านโลกมาไม่น้อย

แต่ตอนนี้กลับมาตกม้าตาย พูดผิดพูดถูกลุกลี้ลุกลนเพียงเพราะผู้หญิงคนเดียว ...

ดูเหมือนว่าตบะจะยังไม่แก่กล้าพอสินะ!

" ... เดี๋ยวถ้าหิวก็ออกมาหาอะไรกินเองนะ! อย่าปล่อยไว้นานล่ะ เดี๋ยวเส้นอืดแล้วจะไม่อร่อย!" ซูเฉินตะโกนบอกผ่านบานประตู

"ผมจะออกไปเอาเพลงที่ห้องอัดก่อนนะ ถ้าคุณอยากกินอย่างอื่นก็ส่งข้อความมาบอกได้เลย เดี๋ยวผมซื้อเข้ามาให้"

พูดจบ ซูเฉินก็ไม่รอช้า รีบเปิดประตูเดินออกไปจากห้องทันที

หลังจากเสียงปิดประตูดังขึ้นไม่ถึงสิบวินาที ประตูห้องนอนของหานเจียงเสวี่ยก็ค่อยๆ แง้มออก

หานเจียงเสวี่ยชะโงกหน้าออกมาจากช่องประตู มองซ้ายมองขวา เมื่อแน่ใจว่าซูเฉินออกไปแล้วจริงๆ เธอถึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วเดินออกมาจากห้อง

"หานเจียงเสวี่ยเอ๊ย หานเจียงเสวี่ย เธอกำลังทำบ้าอะไรอยู่เนี่ย!"

"เขาอุตส่าห์ดูแลเธอมาทั้งคืน คำขอบคุณสักคำก็ไม่มี แถมยังไปว่าเขาอีก ... "

"แถมตอนนี้มันศตวรรษที่ 22 แล้วนะ แค่โดนผู้ชายเห็นเท้า มันจะไปเป็นอะไรนักหนา!"

ยิ่งคิด หานเจียงเสวี่ยก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองทำเกินไปหน่อย เธอจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมจะส่งข้อความไปขอโทษซูเฉิน

แต่ตอนนั้นเอง ท้องของเธอกลับส่งเสียงร้องประท้วงขึ้นมาอย่างไม่รู้จักเวล่ำเวลา

ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ หานเจียงเสวี่ยไม่ได้กินอะไรตกถึงท้องมาเกินสิบสองชั่วโมงแล้ว

"เอ๊ะ ... กลิ่นอะไรหอมจัง ... " หานเจียงเสวี่ยจมูกฟุดฟิด ได้กลิ่นหอมคุ้นๆ ลอยมา

เธอหรี่ตาเดินตามกลิ่นนั้นไปจนถึงห้องอาหาร ก็พบกับบะหมี่ที่ซูเฉินห่อมาให้

คราวนี้ ความรู้สึกผิดในใจของหานเจียงเสวี่ยยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปอีก ...

" ... ช่างเถอะ! กินก่อนค่อยว่ากัน!"

"เดี๋ยวรอเขากลับมา ค่อยขอโทษต่อหน้าเลยก็แล้วกัน!"

ความหิวกลบความคิดทุกอย่าง หานเจียงเสวี่ยเลิกคิดฟุ้งซ่าน แกะห่อบะหมี่แล้วลงมือจัดการอย่างเอร็ดอร่อย

อีกด้านหนึ่ง ซูเฉินกำลังนั่งรถแท็กซี่แบบเหมาจ่ายมุ่งหน้าไปยังห้องอัดเสียง 442

ซูเฉินรู้ดีว่าถ้าขืนเขายังอยู่ต่อ สถานการณ์เมื่อกี้คงยิ่งน่าอึดอัดเข้าไปใหญ่

เขาจึงหาข้ออ้างปลีกตัวออกมา

ยิ่งไปกว่านั้น การที่ซูเฉินบอกว่าจะออกมาเอาเพลงก็ไม่ใช่แค่ข้ออ้างส่งๆ เพราะเมื่อเช้าเขาได้รับข้อความจากเจ้าของห้องอัดว่าเพลงสองเพลงครึ่งนั้นทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ใช้เวลาเดินทางเกือบครึ่งชั่วโมง ซูเฉินก็บอกให้คนขับรถแท็กซี่จอดตรงสี่แยกที่ใกล้ห้องอัดเสียง 442 ที่สุด เพื่อที่คนขับจะได้ไม่ต้องไปกลับรถ เดินต่ออีกนิดเดียวก็ถึงแล้ว ถือว่าสะดวกทั้งสองฝ่าย

ซูเฉินผลักประตูเข้าไป เจ้าของร้านที่นั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งพนักงานต้อนรับและคนดูแลร้านก็รีบลุกขึ้นยืนต้อนรับด้วยรอยยิ้ม

"พี่เฉินมาเร็วจังเลยนะครับเนี่ย ตอนแรกกะว่าถ้าพี่ไม่รีบ เดี๋ยวปิดร้านแล้วผมจะเอาไปส่งให้ที่บ้านเลย!" เจ้าของร้านพูดกลั้วหัวเราะ

ซูเฉินสัมผัสได้ถึงท่าทีที่เปลี่ยนไปของเจ้าของร้านเมื่อเทียบกับครั้งก่อน

แต่เขารู้ดีว่านิสัยของเจ้าของร้าน ไม่ได้เปลี่ยนไปเพราะรู้ว่าซูเฉินโด่งดัง แต่เป็นเพราะเพลงสองเพลงครึ่งนั่นต่างหาก

คนทำดนตรีตัวจริง มักจะไม่สนใจชื่อเสียงเรียงนามของอีกฝ่ายจนต้องเปลี่ยนท่าทีหรอก

สิ่งเดียวที่จะทำให้พวกเขายอมรับนับถือได้ ก็คือผลงานเท่านั้น

ซูเฉินยิ้มแล้วตอบ "เดินมาแค่นี้เอง จะรบกวนคุณได้ยังไงล่ะครับ"

ทั้งสองคนไม่ได้ทักทายอะไรกันมากนัก คุยกันแค่สองสามประโยค เจ้าของร้านก็หยิบแฟลชไดรฟ์ที่บันทึกเพลงทั้งสองเพลงครึ่งนั้นส่งให้ซูเฉิน

"เอ่อ คือผมมีเรื่องอยากจะถามหน่อยน่ะครับ ... เพลงพวกนี้พี่แต่งเองหมดเลยเหรอครับ" เจ้าของร้านถาม

"ก็ประมาณนั้นครับ" ซูเฉินพยักหน้า

"สองเพลงนี้แต่งมาได้สุดยอดมากเลยครับ! เอาไปแข่งบนชาร์ตเพลงใหม่เดือนหน้าได้สบายๆ เลย!" เจ้าของร้านพูดอย่างตื่นเต้น

"เชื่อผมเถอะ! ด้วยเพลงสองเพลงนี้ พี่ดังระเบิดแน่นอน!"

"ฮ่าๆ งั้นก็ขอให้สมพรปากนะครับเถ้าแก่!"

ซูเฉินเดินออกจากห้องอัดเสียง 442 แล้วไม่ได้ตรงกลับบ้านทันที แต่แวะเข้าไปในอินเทอร์เน็ตคาเฟ่แทน

เนื่องจากการอัปโหลดเพลงลงเว็บไซต์ต้องใช้คอมพิวเตอร์ เขาไม่อยากจะไปรบกวนคนอื่นบ่อยๆ

ซูเฉินเอาบัตรประชาชนไปเปิดเครื่องที่เคาน์เตอร์ เติมเงินไป 50 หยวน แล้วหาที่นั่งตรงโซนรวม

แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือ ค่าคอมพิวเตอร์โซนรวมที่นี่ปาเข้าไปเกือบสิบหยวนต่อชั่วโมง!

"คิดถึงสมัยก่อนตอนเลิกเรียนแล้วแอบไปเล่นเกมที่ร้านเน็ตเถื่อนชะมัด ชั่วโมงละแค่สองสามหยวนเอง"

"เดี๋ยวนี้พอเปลี่ยนชื่อเป็นอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ แค่เปลี่ยนคำเดียว ราคาพุ่งขึ้นไปตั้งสามเท่ากว่า" ซูเฉินบ่นพึมพำ

อาจจะเพราะราคาแพงด้วย ซูเฉินก็เลยทำอะไรอย่างรวดเร็ว

เขาเข้าไปสมัครบัญชีผู้ใช้ในระบบหลังบ้านของคิวคิวมิวสิก เสียบแฟลชไดรฟ์เข้ากับคอมพิวเตอร์ แล้วดึงไฟล์เพลงทั้งสองเพลงครึ่งลงเครื่อง

จากนั้นเขาก็เข้าไปในโปรแกรมคิวคิวมิวสิก ค้นหาเพลงสองเพลงที่เซฟไว้ในเครื่อง แล้วกดอัปโหลด ตั้งชื่อเพลงว่า 'เทียนโฮ่ว' และ 'นักแสดง' ตามลำดับ

เท่านี้ขั้นตอนการปล่อยเพลงก็เสร็จสมบูรณ์ ที่เหลือก็แค่รอให้ทางคิวคิวตรวจสอบและอนุมัติ พอเขาคลิกเผยแพร่ ชาวเน็ตก็จะสามารถค้นหาเพลงทั้งสองเพลงนี้เจอได้แล้ว

หลังจากอัปโหลดเพลงเสร็จ ซูเฉินก็ยังไม่ได้ออกจากระบบ เขาเปิดวีแชตบนคอมพิวเตอร์ แล้วส่งไฟล์เพลงเดโมไปให้จางฝูอวี่ พร้อมกับพิมพ์ข้อความไปว่า

ซูเฉิน: พี่ฝูอวี่ ผมแต่งเพลงเสร็จแล้วนะ พี่ลองฟังดู ถ้าไม่ชอบผมยังมีเพลงอื่นอีก

ผ่านไปไม่ถึงนาที จางฝูอวี่ก็ส่งสติกเกอร์หน้าตกใจกลับมา

อวี่ลั่วฝูฉวี: แต่งเสร็จแล้วจริงๆ เหรอ รอเดี๋ยวนะ ตอนนี้ฉันว่างพอดี เดี๋ยวลองฟังดูเลย!

ซูเฉิน: โอเคครับ

ซูเฉินดูเวลา ตอนนี้เพิ่งจะผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง คอมพิวเตอร์ที่ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ถ้าเล่นไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก็คิดราคาเต็มหนึ่งชั่วโมง ถ้าออกตอนนี้ก็ขาดทุนย่อยยับ

ซูเฉินก็เลยไม่รีบร้อน เปิดเบราว์เซอร์ไถเวยป๋อฆ่าเวลา

วันนี้เป็นวันที่สามแล้วนับตั้งแต่คอนเสิร์ตของจางฝูอวี่ ตามหลักแล้วแฮชแท็กของซูเฉินน่าจะหลุดจากสิบอันดับแรกไปแล้ว

แต่พอซูเฉินกดเข้าไปดู ก็พบว่าแฮชแท็กของเขายังคงเกาะชาร์ตอยู่อย่างเหนียวแน่น แถมยังมีแฮชแท็กใหม่เพิ่มเข้ามาอีกสองอัน แค่เปลี่ยนคำโปรยเฉยๆ

"นักวิจารณ์ดนตรีมือทองโจวเฉียงวิจารณ์เพลงเทียนโฮ่ว ... เพลงใหม่ของหวังฉีขยี้เพลงเทียนโฮ่ว ... " ซูเฉินอ่านชื่อแฮชแท็กสองอันนั้นเบาๆ

ซูเฉินเลิกคิ้วขึ้น พึมพำกับตัวเอง "โจวเฉียงกับหวังฉีก็อยู่บริษัทฝานซิงเอนเตอร์เทนเมนต์ไม่ใช่เหรอ จุ๊ๆ ... ดูท่าสวีฟางหยวนกับหลินเยียนหรานจะนั่งไม่ติดแล้วสินะ"

ด้วยความอยากรู้ ซูเฉินจึงกดเข้าไปดูแฮชแท็กที่ชื่อ "นักวิจารณ์ดนตรีมือทองโจวเฉียงวิจารณ์เพลงเทียนโฮ่ว"

[นักวิจารณ์ดนตรีมือทองโจวเฉียง: ช่วงนี้เห็นทุกคนกำลังตามหาเพลงที่ชื่อว่า 'เทียนโฮ่ว' ผมก็เลยเกิดความอยากรู้ ลองไปฟังคลิปสั้นๆ ที่แชร์กันว่อนเน็ตดูบ้าง แต่พอฟังจบกลับรู้สึกผิดหวังอย่างแรง! เนื้อเพลงก็ตรงทื่อไร้ศิลปะ ทำนองก็ซ้ำซากจำเจ ภาพรวมของเพลงถือว่าอยู่ระดับค่อนไปทางแย่! ตัวเพลงอาจจะไม่ได้แย่ขนาดนั้น แต่คนที่ชื่อซูเฉินคนนี้นำเสนอออกมาได้แย่มาก! พูดสั้นๆ ก็คือ ห่วยแตก! ทั้งการออกเสียง อารมณ์เพลง ท่าทาง ผมรับไม่ได้จริงๆ! เป็นการแสดงสดที่ชวนอ้วกที่สุดในรอบหลายปีมานี้เลยก็ว่าได้! เขาร้องซะสุดเสียง แต่ผมฟังแล้วไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด!]

คอมเมนต์ของโจวเฉียงสร้างแรงกระเพื่อมอย่างรุนแรงบนโลกออนไลน์ มีคอมเมนต์ตอบกลับมากมายที่บอกว่า "ฉันฟังแล้วก็เพราะดีนี่นา", "ฉันว่าเพราะดีออก", "ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นมั้ง"

แต่สำหรับคอมเมนต์พวกนี้ โจวเฉียงตอบกลับแค่ประโยคเดียว

[นักวิจารณ์ดนตรีมือทองโจวเฉียง: ผมคือนักวิจารณ์ดนตรีระดับมือทอง ไม่มีใครเข้าใจเพลงได้ดีไปกว่าผม! ถ้าอยากฟังเพลงเพราะๆ ก็ไปฟังเพลงใหม่ที่ผมแต่งสิ เพลง 'Midnight Whiskey' ที่หวังฉีเป็นคนร้อง!]

ด้านล่างยังมีพวกหน้าม้ามาคอมเมนต์ผสมโรงว่า "อาจารย์โจวพูดถูกใจฉันมาก", "วิจารณ์แรงแต่ตรงประเด็น", "เพลงเทียนโฮ่วสู้เพลง Midnight Whiskey ไม่ได้จริงๆ" ...

แน่นอนว่านอกจากพวกหน้าม้าแล้ว ก็ยังมีแฟนคลับของหวังฉี กลุ่มแฟนคลับที่เรียกตัวเองว่า "ผู้หญิงของราชา"

"ผู้หญิงของราชาไม่มีวันยอมแพ้!", "เพลงขยะอย่างเทียนโฮ่วคู่ควรจะเอามาเทียบกับเพลงใหม่ของพี่ฉีฉีงั้นเหรอ", "เทียนโฮ่วเหรอ? แหวะ!" ...

ด้วยการปั่นกระแสอย่างจงใจของพวกเขา กระแสตอบรับของเพลงเทียนโฮ่วบนเวยป๋อก็เริ่มดิ่งลงเหวอย่างรวดเร็ว

ยิ่งไปกว่านั้น กระแสความนิยมที่เคยเป็นของเพลงเทียนโฮ่ว ก็เริ่มถูกโอนถ่ายไปให้เพลง Midnight Whiskey อย่างช้าๆ!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 17 - ไม่มีใครเข้าใจเพลงได้ดีไปกว่าผม

คัดลอกลิงก์แล้ว