- หน้าแรก
- ปั้นเธอจนเป็นดาวแต่ดันโดนเท พรุ่งนี้เตรียมดูผมเป็นคนดังได้เลย
- บทที่ 18 - คอนเนกชันต่างหากที่แพงที่สุด
บทที่ 18 - คอนเนกชันต่างหากที่แพงที่สุด
บทที่ 18 - คอนเนกชันต่างหากที่แพงที่สุด
"ลูกไม้ของสวีฟางหยวนยังคงแพรวพราวเหมือนเดิมเลยแฮะ!" ซูเฉินพูดพลางยิ้มหยัน
แค่มองปราดเดียว เขาก็รู้ทันทีว่าแผนการนี้ต้องเป็นฝีมือของสวีฟางหยวนแน่ๆ
วิธีการเหยียบหัวคนอื่นขึ้นไปแบบนี้ เขาเพิ่งจะเจอมาเมื่อสองวันก่อนนี่เอง ก็แถลงการณ์ของบริษัทฝานซิงเอนเตอร์เทนเมนต์นั่นไง
ครั้งนั้นเขาไม่มีแรงจะไปตอบโต้ สุดท้ายเรื่องก็เลยเงียบหายไปเอง
แต่สวีฟางหยวนกลับได้คืบจะเอาศอก มาเหยียบย่ำเขาครั้งแล้วครั้งเล่า คิดว่าซูเฉินคนนี้เป็นหัวหลักหัวตอหรือไง!
หลังจากอ่านแฮชแท็กแรกจบ ซูเฉินก็กดเข้าไปดูแฮชแท็กที่สองที่ชื่อ "เพลงใหม่ของหวังฉีขยี้เพลงเทียนโฮ่ว"
[หวังฉี: ถึงเหล่าผู้หญิงของราชาทุกคน ราชาของพวกคุณกลับมาแล้ว! ผมจะพกเพลงใหม่ของผม 'Midnight Whiskey' บุกคิวคิวมิวสิกอย่างเป็นทางการในวันที่หนึ่งมิถุนายนนี้ ถึงตอนนั้น มาร่วมดื่มด่ำกับงานเลี้ยงแห่งเสียงดนตรีไปด้วยกันนะครับ!]
ด้านล่างโพสต์บนเวยป๋อคือเสียงโห่ร้องยินดีของ "ผู้หญิงของราชา" นับหมื่นคน!
ใต้แฮชแท็กยังมีคลิปวิดีโอสัมภาษณ์หวังฉีโดยสื่อบันเทิงสำนักหนึ่ง
คำถามส่วนใหญ่ก็เป็นคำถามทั่วไปไม่มีอะไรน่าสนใจ อย่างเช่น คิดยังไงกับเพลงใหม่ มีความมั่นใจแค่ไหนที่จะติดชาร์ตเพลงใหม่เดือนหน้า อะไรทำนองนั้น
แต่หลังจากคำถามเหล่านั้น พิธีกรก็ยิงคำถามที่ค่อนข้างแทงใจดำ
"เราทราบมาว่าเพลงใหม่ของน้องฉีฉีจะลงคิวคิวมิวสิกในเดือนหน้า เท่าที่ทราบมา ช่วงนี้มีเพลงที่กำลังเป็นกระแสอยู่เพลงนึง ก็จะปล่อยลงคิวคิวมิวสิกในช่วงนี้เหมือนกันนะคะ!"
หวังฉียิ้มแล้วตอบอย่างเป็นธรรมชาติ "เพลงเทียนโฮ่วใช่ไหมครับ"
"โอ๊ะ? น้องฉีฉีก็ติดตามเพลงนี้อยู่เหมือนกันเหรอคะ" พิธีกรทำหน้าประหลาดใจ
"ถ้างั้นน้องฉีฉีมีความมั่นใจว่าจะเอาชนะเพลงนี้ได้ไหมคะ"
"หึ! สำหรับคนทั่วไป เพลงเทียนโฮ่วอาจจะถือว่าพอฟังได้ แต่สำหรับคนดนตรีมืออาชีพอย่างพวกเรา ฟังแล้วมีแต่จุดบกพร่องเต็มไปหมด!"
"แน่นอนครับ สำหรับมือใหม่ ผลงานชิ้นแรกถือว่าควรค่าแก่การชื่นชม แต่ในฐานะรุ่นพี่ ผมขอแนะนำให้เขาเรียนรู้ด้วยความถ่อมตัวจะดีกว่าครับ"
"ถ้าคุณจะถามว่าผมเอาชนะเพลงเทียนโฮ่วได้ไหม ผมบอกได้แค่ว่า สองเพลงนี้มันอยู่คนละระดับกันเลย ถ้าจะให้เอามาเปรียบเทียบกัน ในฐานะรุ่นพี่ผมคงโดนหาว่ารังแกเด็กเปล่าๆ ครับ"
น้ำเสียงของหวังฉีฟังดูจริงใจมาก แต่ทุกคำพูดกลับแฝงไปด้วยความเย่อหยิ่ง
แต่แฟนคลับของเขากลับไม่คิดแบบนั้น พากันแห่มาคอมเมนต์ใต้คลิปอย่างบ้าคลั่ง
"พี่ฉีฉีใจดีจังเลย!", "คนธรรมดาจะเอาอะไรมาสู้พี่ฉีฉีได้ล่ะ!", "มีรุ่นพี่แบบนี้ รุ่นน้องถึงจะพัฒนาได้ไง!" ...
จริงๆ แล้วระหว่างนั้นก็มีเสียงคัดค้านอยู่บ้าง แต่ภายใต้คลื่นมนุษย์แฟนคลับ เสียงเหล่านั้นก็ถูกกลืนหายไปจนหมดสิ้น
หลังจากซูเฉินที่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ดูแฮชแท็กจบ เขาก็ไม่ได้โกรธ แถมยังรู้สึกขำด้วยซ้ำ
สำหรับซูเฉินที่คุ้นเคยกับการชิงดีชิงเด่นในวงการบันเทิงเมื่อชาติก่อนแล้ว สิ่งที่สองคนนี้ทำลงไปก็ไม่ได้ถือว่าผิดปกติอะไร
แต่พวกเขาพลาดไปจุดหนึ่ง นั่นก็คือคุณภาพของผลงาน
ถ้าผลงานสองชิ้นมีคุณภาพสูสีกัน บารมีของนักร้องก็มีผลต่อความสำเร็จของเพลงจริงๆ
แต่ถ้าคุณภาพของเพลงโปรโมตต่างกันราวฟ้ากับเหว ต่อให้จะทุ่มทุนโปรโมตสร้างกระแสแค่ไหน มันก็เหมือนการเอาเงินไปละลายแม่น้ำ ไม่มีทางดันให้ดังขึ้นมาได้หรอก!
เมื่อต้องเผชิญกับไพ่ตายอย่าง "เทียนโฮ่ว" และ "นักแสดง" จากชาติก่อนแล้ว ถ้าไอ้เพลง Midnight Whiskey อะไรนั่นมันจะดังขึ้นมาได้ ซูเฉินก็ยอมยกธงขาวให้เลย!
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ซูเฉินก็ล็อกอินเข้าบัญชีเวยป๋อของตัวเอง แล้วพิมพ์ข้อความว่า
"เพลงเทียนโฮ่วและนักแสดงได้อัปโหลดลงคิวคิวมิวสิกเรียบร้อยแล้ว และจะปล่อยออกมาพร้อมกับเพลง Midnight Whiskey ของพี่ฉีฉีในวันพรุ่งนี้ ถึงตอนนั้นหวังว่าจะได้รับคำแนะนำจากรุ่นพี่ทั้งสองท่านด้วยนะครับ ขอบพระคุณมากครับ!"
ก่อนกดโพสต์ ซูเฉินก็ไม่ลืมที่จะแท็กหวังฉีกับโจวเฉียงด้วย
ตอนนี้กระแสของเพลงเทียนโฮ่ว ไม่ได้หยุดอยู่แค่ตัวเพลงเท่านั้น แต่ด้วยการช่วยเหลือของหวังฉีและโจวเฉียง มันได้กลายเป็นมหกรรมความบันเทิงของชาวเน็ตขี้เผือกไปแล้ว!
ในเมื่อหวังฉีเกาะกระแสซูเฉินได้ แล้วทำไมซูเฉินจะเกาะกระแสกลับบ้างไม่ได้ล่ะ
หลังจากโพสต์เสร็จ ซูเฉินก็ปิดแวยป๋อ ประจวบเหมาะกับที่โทรศัพท์มือถือของเขาสั่นเตือนพอดี
เขาคิดว่าเป็นข้อความจากจางฝูอวี่ แต่ไม่คิดเลยว่าเธอจะโทรมาหาโดยตรง!
ซูเฉินกดรับสาย "ฮัลโหล พี่ฝูอวี่ เพลงเป็นยังไงบ้าง ชอบไหมครับ"
จางฝูอวี่เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากถาม "ซูเฉิน คุณบอกฉันมาตามตรงนะ เพลงนี้คุณเพิ่งเขียนเสร็จภายในสองวันนี้จริงๆ เหรอ"
"เอ่อ ... ไม่ใช่ครับ" ซูเฉินตอบ
"ฟู่ ... กะแล้วเชียว เพลงคุณภาพขนาดนี้ คุณจะไปเขียนเสร็จภายในสอง ... " จางฝูอวี่พูดยังไม่ทันจบ เสียงของซูเฉินก็ดังแทรกขึ้นมา
"พูดให้ถูกคือ ผมใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมงครับ"
ซูเฉินถ่อมตัวไปงั้นแหละ ความจริงคือเพลงนี้มันอยู่ในหัวเขาอยู่แล้ว!
แต่ก็ต้องใช้เวลาในการเขียนเนื้อร้องและทำนองอยู่ดี บอกไปว่าครึ่งชั่วโมงก็คงไม่น่าเกลียดเกินไปมั้ง
จางฝูอวี่: " ... "
ปลายสายเงียบไปนานมาก จางฝูอวี่ไม่เชื่อสิ่งที่ซูเฉินพูดเลยสักนิด แต่เธอชอบเพลงนี้มากจริงๆ!
"เอ่อ ... เสี่ยวเฉิน ฉันไม่อ้อมค้อมเลยนะ ฉันชอบเพลงนี้มากจริงๆ หวังว่าจะขอซื้อเพลงนี้ได้นะ" จางฝูอวี่พูดอย่างจริงใจ "ฉันขอแค่สิทธิ์ในการร้องเพลงนี้ก็พอ ชื่อคนแต่งเนื้อร้องและทำนองยังเป็นชื่อคุณเหมือนเดิม"
"ส่วนเรื่องราคา ฉันให้ห้าแสนหยวน ส่วนแบ่งรายได้หลังจากนี้ ฉันให้คุณห้าเปอร์เซ็นต์"
เมื่อได้ยินดังนั้น ซูเฉินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
เงินห้าแสนไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลย ยิ่งมีส่วนแบ่งรายได้ให้ด้วย ยิ่งถือว่าเยอะมาก
โดยปกติแล้ว เพลงออริจินัลทั่วไปจะขายกันที่ราคาประมาณหนึ่งหมื่นหยวน ถ้าเป็นเพลงคุณภาพดีหน่อยก็อาจจะขายได้ถึงสามหมื่นถึงห้าหมื่นหยวน
ส่วนนักแต่งเพลงที่มีชื่อเสียง เพลงคุณภาพสูงของพวกเขาก็อาจจะเรียกราคาได้ตั้งแต่สองแสนถึงห้าแสนหยวน
สำหรับหน้าใหม่อย่างซูเฉิน การที่จางฝูอวี่เสนอเงินให้ถึงห้าแสนตั้งแต่แรก ด้านหนึ่งเป็นเพราะเธอชอบเพลงนี้จริงๆ ส่วนอีกด้านหนึ่งก็เป็นเพราะเธออยากจะดูแลเขาเป็นพิเศษ
แต่ถึงจะดูแลยังไง ถ้าขายเพลงนี้ไปในราคาแค่ห้าแสนหยวน คนจากชาติก่อนรู้เข้าคงด่าเขาว่าไอ้โง่แหงๆ!
แต่ซูเฉินก็ถือว่าได้เดบิวต์ในคอนเสิร์ตของเธอ แถมหลังจากที่ได้ติดต่อพูดคุยกัน เขาก็รู้สึกว่าเธอเป็นคนดีคนหนึ่งเลยทีเดียว
ซูเฉินก็เลยคิดซะว่าเป็นการผูกมิตรก็แล้วกัน
ในวงการบันเทิงเนี่ย คอนเนกชันต่างหากที่แพงที่สุด!
เมื่อเห็นซูเฉินเงียบไป จางฝูอวี่ก็เริ่มรู้สึกกังวล
"เสี่ยวเฉิน ฉันรู้ว่าเพลงนี้คุณภาพดีมาก ... เอาแบบนี้ ถ้าคุณคิดว่าน้อยไป ฉันยอมยกส่วนแบ่งของฉันให้คุณเพิ่มเป็นสิบเปอร์เซ็นต์เลย"
นี่ถือเป็นขีดจำกัดของจางฝูอวี่แล้ว เพราะตอนนี้เธอยังติดสัญญากับบริษัท รายได้จากการปล่อยเพลงส่วนใหญ่จะต้องเข้าบริษัท ส่วนแบ่งที่เธอได้จริงๆ น่าจะอยู่ที่ประมาณสามสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น
การควักเงินห้าแสนเพื่อซื้อเพลงจากคนที่ไม่มีชื่อเสียง เงินจำนวนนี้เธอต้องเป็นคนจ่ายเองแน่นอน ไม่มีบริษัทไหนยอมเป็นไอ้หน้าโง่หรอก
ที่จางฝูอวี่รีบร้อนขนาดนี้ ก็เป็นเพราะช่วงนี้เธอรู้สึกว่าหน้าที่การงานของตัวเองเริ่มถึงทางตัน ถ้าไม่มีเพลงฮิตปังๆ ออกมากระแสของเธอก็จะเริ่มตก
และเพลงนี้ จางฝูอวี่ก็มองเห็นความหวังที่จะกลับมาโด่งดังเป็นพลุแตกอีกครั้ง!
" ... ตกลงครับ งั้นเดี๋ยวผมส่งเนื้อร้องและทำนองฉบับเต็มไปให้พี่ฝูอวี่นะครับ" ซูเฉินตอบตกลง
ทันทีที่ซูเฉินพูดจบ จางฝูอวี่ก็ทำหน้าดีใจสุดๆ
"ขอบคุณมากนะ! ฉันจะไม่ทำให้เพลงนี้ต้องเสียของแน่นอน!" จางฝูอวี่พูดจบ ถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังไม่รู้ชื่อเพลงนี้เลย
"ว่าแต่ เพลงนี้ชื่ออะไรเหรอ"
"ความกล้าครับ"
[จบแล้ว]