- หน้าแรก
- ปั้นเธอจนเป็นดาวแต่ดันโดนเท พรุ่งนี้เตรียมดูผมเป็นคนดังได้เลย
- บทที่ 15 - ไม่ได้ล้อผมเล่นใช่ไหม
บทที่ 15 - ไม่ได้ล้อผมเล่นใช่ไหม
บทที่ 15 - ไม่ได้ล้อผมเล่นใช่ไหม
หลังจากล้างหน้าล้างตาเสร็จ ซูเฉินก็ออกจากบ้าน
เขาเป็นคนชอบกินอาหารเช้า ถ้าตื่นสายก็แล้วไป แต่ในเมื่อตื่นมาแล้ว เขาก็อยากจะหาอะไรอุ่นๆ ลงท้องเสียหน่อย
อีกอย่างเมื่อคืนก็นอนไม่ค่อยหลับทั้งคืน การได้กินอาหารเช้าคงช่วยฟื้นฟูเรี่ยวแรงได้บ้าง
ร้านบะหมี่ของป้าซุนอยู่ค่อนข้างไกล ขับรถไปก็ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมง แต่ตอนออกมาซูเฉินไม่ได้หยิบกุญแจรถมาด้วย
เหตุผลแรกคือวันนี้เขารู้สึกอ่อนเพลีย และเหตุผลที่สองคือเขารู้สึกหวั่นๆ ทุกครั้งที่ต้องขับรถคันนั้น ...
พอร์ช 918 คันละเป็นสิบยี่สิบล้าน แถมมีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้! ถ้าเกิดขับไปเฉี่ยวชนอะไรเข้า ซูเฉินคิดว่าชาตินี้เขายอมขายตัวให้เถ้าแก่หานไปเลยน่าจะดีกว่า
ดังนั้น ซูเฉินจึงเดินออกจากหมู่บ้าน เช่าจักรยานสาธารณะริมถนน แล้วปั่นออกไป
กว่าซูเฉินจะถึงร้านบะหมี่ก็ปาเข้าไปเก้าโมงกว่าแล้ว เขาปาดเหงื่อที่ซึมออกมาชื้นๆ บนหน้าผาก แล้วเดินเข้าไปในร้าน
"ป้าซุน อรุณสวัสดิ์ครับ"
"อ้าว เสี่ยวเฉินมาแล้วเหรอ" เมื่อเห็นรอยยิ้มของป้าซุน ซูเฉินก็รู้สึกอบอุ่นใจ
"วันนี้เอาบะหมี่เพี่ยนเอ้อชวน ไม่ใส่เนื้อเหมือนเดิมใช่ไหม"
"ใส่ครับ ขอพอร์กชอปเพิ่มด้วยชิ้นนึงนะป้า"
บะหมี่เพี่ยนเอ้อชวนชามละสิบสองหยวน ถ้าไม่ใส่เนื้อก็แปดหยวน ถือว่าเป็นเมนูที่ถูกที่สุดในร้านบะหมี่เล็กๆ แห่งนี้เลยก็ว่าได้ แต่ก็ให้เยอะและอิ่มท้องดี
เมื่อก่อนซูเฉินพยายามประหยัดเงินเพื่อสานฝันการเป็นดาราให้หลินเยียนหราน ขนาดบะหมี่เพี่ยนเอ้อชวนเขายังแทบไม่กล้ากินเลย เงินที่ประหยัดได้ทั้งหมดก็เอาไปให้เธอหมด
แต่ตอนนี้เลิกกันแล้ว ซูเฉินก็เพิ่งจะตระหนักได้ว่า ก่อนจะรักใครต้องรู้จักรักตัวเองก่อน การเอาแต่ให้ฝ่ายเดียวมันก็แค่การหลอกตัวเองเท่านั้น
ดังนั้น วันนี้ซูเฉินเลยตัดสินใจตามใจตัวเองสักครั้ง นอกจากจะสั่งบะหมี่เพี่ยนเอ้อชวนแบบครบเครื่องแล้ว ยังสั่งพอร์กชอปราคาหกหยวนเพิ่มอีกชิ้นด้วย!
ป้าซุนทำหน้าประหลาดใจ แล้วพูดกลั้วหัวเราะ "เสี่ยวเฉินนี่ท่าทางจะรวยแล้วนะเนี่ย"
"เธอน่ะปกติประหยัดจะตาย ป้ายังไม่เคยเห็นวัยรุ่นคนไหนรู้จักใช้เงินแบบเธอเลย"
"อย่ากดดันตัวเองนักเลยลูก พออายุเท่าป้าแล้วเดี๋ยวก็เข้าใจ ชีวิตคนเรามันก็แค่ไม่กี่สิบปี ใช้ชีวิตให้เหนื่อยเกินไปมันไม่มีความหมายหรอกนะ"
ซูเฉินรู้ดีว่าป้าซุนหวังดี จึงพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม
ช่วงเก้าโมงกว่าของวันทำงาน ร้านบะหมี่ไม่ค่อยมีลูกค้า ป้าซุนก็เลยมีเวลาว่างมายืนคุยสัพเพเหระกับซูเฉิน
ตอนที่บะหมี่เพี่ยนเอ้อชวนชามโตสุดหรูมาเสิร์ฟ ซูเฉินก็บอกป้าซุนว่า "อ้อ ป้าซุนครับ เดี๋ยวป้าช่วยห่อแบบนี้ให้อีกชามนึงนะ"
"ได้เลยจ้า!" ป้าซุนถามต่อ "นี่จะเอาไปฝากแฟนเหรอจ๊ะ"
"เปล่าครับ เอาไปฝากเพื่อนน่ะ"
ป้าซุนพยักหน้า แล้วถามด้วยความสงสัย "ป้าไม่ได้เห็นเธอพาแฟนมาตั้งนานแล้ว ช่วงนี้เป็นยังไงกันบ้างล่ะ"
"พวกเราเลิกกันแล้วครับ" ซูเฉินซดน้ำซุปบะหมี่ ท่าทางราวกับคนที่เลิกกันไม่ใช่ตัวเอง
" ... เลิกกันแล้วเหรอ" ป้าซุนถึงกับหน้าเสีย รีบหันมาถาม "ทำไมถึงเลิกกันล่ะ คบกันมาตั้งหลายปีแล้วไม่ใช่เหรอ"
"เกิดอะไรขึ้นจ๊ะ ให้ป้าไปช่วยพูดให้ไหม"
เมื่อเห็นแววตาที่เป็นห่วงเป็นใยของป้าซุน ซูเฉินก็รู้สึกอบอุ่นในหัวใจ
"ไม่เป็นไรหรอกครับป้าซุน ความรักมันก็คือการเรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้าหากัน บางทีเราสองคนอาจจะแค่เข้ากันไม่ได้ก็ได้ครับ"
"การแยกทางกัน มันก็เป็นการปลดปล่อยสำหรับเราทั้งคู่นะครับ"
"คบกันมาตั้งนาน ทำไมถึงเพิ่งมารู้ว่าเข้ากันไม่ได้ล่ะ" ป้าซุนไม่ค่อยเข้าใจ
ซูเฉินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า "บางทีผมอาจจะทำให้เธอลำบากเกินไปมั้งครับ"
" ... เฮ้อ" ป้าซุนอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ถอนหายใจ "เดี๋ยวแม่หนูคนนั้นก็ต้องเสียใจทีหลัง เธอทั้งหล่อ ทั้งสูง นิสัยก็ดี อนาคตต้องเจริญก้าวหน้าแน่นอน"
"เทียบกับสมัยก่อน สภาพแวดล้อมตอนนี้ดีขึ้นเยอะ แต่คนกลับใจร้อนขึ้น มองเห็นแต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้า"
ป้าซุนนึกย้อนไปในอดีต "ตอนที่ป้าคบกับลุงหวังของเธอนะ บ้านเขานี่จนกรอบจนแทบจะไม่มีข้าวกินเลย แต่ป้าก็ยังแต่งงานกับเขา"
"พอมองย้อนกลับไป ชีวิตมันก็ผ่านพ้นมาได้นี่นา" ป้าซุนพูดพลางยิ้มอย่างมีความสุข ราวกับนึกถึงเรื่องราวดีๆ
จู่ๆ ป้าซุนก็เปลี่ยนเรื่องแล้วถามซูเฉิน "งั้นให้ป้าแนะนำผู้หญิงดีๆ ให้สักคนไหม หลานสาวป้าสองสามคนอายุไล่เลี่ยกับเธอเลยนะ หน้าตาก็สะสวย นิสัยก็ดี ... "
ซูเฉินถึงกับยิ้มขื่น
"ป้าซุนครับ ผมยังเด็กอยู่เลย เรื่องนี้ไม่รีบหรอกครับ ตอนนี้อยากโฟกัสเรื่องงานมากกว่า"
"โธ่เอ๊ย คนเฒ่าคนแก่เขาก็บอกไว้ว่าให้สร้างครอบครัวก่อนค่อยสร้างตัว ยุคสมัยนี้มันเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ สินะ ... " ป้าซุนส่ายหน้า แล้วหันไปลวกบะหมี่ต่อ
พอซูเฉินกินใกล้จะอิ่ม บะหมี่เพี่ยนเอ้อชวนแบบห่อกลับบ้านก็เสร็จพอดี
"ป้าแยกน้ำแยกเส้นให้แล้วนะ จะได้ไม่อืด รีบเอาไปให้เพื่อนเถอะจ้ะ"
"ขอบคุณครับ"
บะหมี่เพี่ยนเอ้อชวนสิบสองหยวน พอร์กชอปอีกแปดหยวน สั่งเหมือนกันเป๊ะสองที่ บวกค่ากล่องใส่อีกกล่องละหนึ่งหยวน รวมเป็นสี่สิบสองหยวน
ตอนที่ซูเฉินจะจ่ายเงิน ป้าซุนบอกว่าคิดแค่สี่สิบหยวนก็พอ ซูเฉินรับคำ แล้วจ่ายเงินก่อนจะเดินออกจากร้านไป
พอซูเฉินเดินออกไปแล้ว เสียงแจ้งเตือนรับเงินจากวีแชตก็ดังขึ้นในร้าน
"ได้รับเงินผ่านวีแชต สี่สิบสองหยวน"
ป้าซุนที่กำลังเก็บโต๊ะอยู่ได้ยินเสียงแจ้งเตือน ก็เงยหน้าขึ้นมองออกไปข้างนอก ถอนหายใจแล้วส่ายหน้า "น่าเสียดายจริงๆ เด็กดีขนาดนี้ ... "
ขากลับ ซูเฉินไม่ได้ปั่นจักรยานแล้ว แต่เรียกแท็กซี่ผ่านแอปพลิเคชันแทน
นี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้ว แดดข้างนอกร้อนเปรี้ยง ขืนปล่อยให้บะหมี่รอนานเดี๋ยวจะไม่อร่อยเอา
ซูเฉินขึ้นไปนั่งบนรถ กะจะงีบหลับสักงีบ แต่ตอนนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของเขาก็มีสายเข้า
ซูเฉินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เป็นเบอร์แปลก เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็ตัดสินใจกดรับสาย
" ... สวัสดีครับ"
"สวัสดีครับ คุณซูเฉินใช่ไหมครับ" เสียงปลายสายเป็นผู้ชาย ฟังดูน่าจะอายุมากกว่าเขาไม่เท่าไหร่
ซูเฉินตอบกลับ "ใช่ครับ ไม่ทราบว่าคุณคือ ... "
"สวัสดีครับคุณซูเฉิน ผมลู่ฮว๋าผู้จัดการแผนกดูแลศิลปินของบริษัทฟิงซ่างมีเดียครับ เรียกผมว่าเสี่ยวลู่ก็ได้ครับ"
เมื่อได้ยินดังนั้น ซูเฉินก็ชะงักไปเล็กน้อย
เขารู้สึกว่าผู้ชายที่ชื่อลู่ฮว๋าคนนี้ พูดจาสุภาพกับเขาเกินไปหน่อย
จะบอกว่าสุภาพจนถึงขั้นเคารพนบนอบเลยก็ว่าได้
" ... คืออย่างงี้นะครับ เมื่อวานผมได้ฟังเพลงของคุณแล้ว รู้สึกว่าคุณมีพรสวรรค์ด้านการร้องเพลงมาก เลยอยากจะถามว่าคุณสนใจจะเซ็นสัญญาเป็นศิลปินในสังกัดของเราไหมครับ"
"คุณยังไม่ต้องรีบปฏิเสธก็ได้นะครับ เงื่อนไขทางเราค่อนข้างดีทีเดียว ทางเราตั้งใจจะเซ็นสัญญากับคุณเป็นเวลาสามปี ให้ค่าตัวปีละห้าล้านหยวน ส่วนรายได้จากงานพรีเซนเตอร์หรืองานโฆษณาอื่นๆ เราแบ่งให้คุณห้าสิบเปอร์เซ็นต์ครับ"
ซูเฉิน: ???
ถ้าเมื่อกี้ซูเฉินแค่รู้สึกว่าอีกฝ่ายพูดจาดีเกินไปหน่อย ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกว่าผู้ชายที่ชื่อลู่ฮว๋าคนนี้ทำตัวเหมือนไอ้หน้าโง่เข้าไปทุกทีแล้ว
ให้สัญญากับคนธรรมดาๆ ปีละห้าล้านหยวน แถมยังแบ่งรายได้ในอนาคตให้อีกครึ่งนึง ...
ถ้าไม่ติดว่าเขารู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนของฟิงซ่างมีเดีย ป่านนี้เขาคงโทรแจ้งตำรวจจับข้อหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไปแล้ว
"เอ่อ ... คุณลู่ครับ" ซูเฉินถามอย่างไม่แน่ใจ "คุณไม่ได้ล้อผมเล่นใช่ไหมครับ"