- หน้าแรก
- ปั้นเธอจนเป็นดาวแต่ดันโดนเท พรุ่งนี้เตรียมดูผมเป็นคนดังได้เลย
- บทที่ 11 - คว้าโอกาสไว้ให้ดี
บทที่ 11 - คว้าโอกาสไว้ให้ดี
บทที่ 11 - คว้าโอกาสไว้ให้ดี
ผู้หญิงเวลาจะออกจากบ้านแต่ละทีนั้นวุ่นวายมาก
พวกเธอต้องคิดว่าจะไปไหน ไปงานอะไร แล้วค่อยเลือกชุด สุดท้ายก็แต่งหน้า ...
ขั้นตอนทั้งหมดนี้กินเวลาตั้งแต่หนึ่งถึงสามชั่วโมงเลยทีเดียว
ดังนั้น หลังจากที่หานเจียงเสวี่ยบอกว่าจะออกไปกินข้าว ซูเฉินก็ลงนั่งบนโซฟาแล้วกดเข้าเกมไปหนึ่งตาทันที
ทว่าผ่านไปเพียงสิบนาที หานเจียงเสวี่ยที่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก็มายืนส่งยิ้มหวานอยู่ตรงหน้าซูเฉินแล้ว
ซูเฉินเงยหน้าขึ้นมองก็ถึงกับตะลึง!
เสื้อยืดตัวโคร่งสีขาวไม่อาจปิดบังทรวดทรงอันเย้ายวนของหานเจียงเสวี่ยได้เลย ชายเสื้อยาวปิดกางเกงขาสั้น เผยให้เห็นเรียวขายาวขาวเนียนสวยดุจหยก
โดยเฉพาะใบหน้าสวยใสที่แฝงความเซ็กซี่นิดๆ ซึ่งแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางๆ อย่างพอเหมาะพอเจาะ ยิ่งทำให้เธอดูสวยจนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะมีอยู่จริง
เมื่อรวมกับการมัดผมหางม้าสูงด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้โลกที่หม่นหมองมาเนิ่นนานของซูเฉินสว่างไสวขึ้นมาทันตาเห็น
หานเจียงเสวี่ยมองดูสีหน้าตะลึงงันของซูเฉิน มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามอย่างเกรงใจ "รอนานไหม"
ซูเฉินได้สติ รีบส่ายหน้าปฏิเสธ "ไม่นานเลย ผมยังเล่นเกมตาแรกไม่จบด้วยซ้ำ"
จากนั้นซูเฉินก็ถามด้วยความสงสัย "ใครๆ ก็บอกว่าผู้หญิงใช้เวลาแต่งตัวนานไม่ใช่เหรอ ทำไมทฤษฎีนี้ใช้กับคุณไม่ได้ล่ะ"
"อาจจะเป็นเพราะฉันค่อนข้างมั่นใจมั้ง แค่แต่งตัวลวกๆ ก็กล้าออกจากบ้านแล้วไง~" หานเจียงเสวี่ยตอบยิ้มๆ
"เถ้าแก่หานพูดถูกเผงเลย!" ซูเฉินพูดติดตลก "คุณสวยขนาดนี้ ต่อให้แต่งหน้าจัดเต็มกว่านี้ ก็คงไม่เหลือที่ยืนให้ผู้หญิงคนอื่นบนถนนแล้วล่ะ!"
"แถมตอนนี้แค่คุณเดินคู่กับผม คนอื่นก็คงคิดว่าผมมีเงินเป็นหมื่นล้านแล้วมั้ง!"
หานเจียงเสวี่ยค้อนขวับ "ดูไม่ออกเลยนะเนี่ย! หน้าตาก็ดูซื่อๆ ไม่คิดเลยว่าจะปากหวานขนาดนี้!"
"เอาล่ะๆ เลิกแซวฉันได้แล้ว รีบไปกันเถอะ ฉันหิวแล้วนะ!"
ซูเฉิน: " ... "
ผู้หญิงนี่มันสายกินตัวจริงเลยแฮะ
แถม ... กินจุขนาดนี้ ทำไมไม่อ้วนขึ้นเลยนะ
ซูเฉินไม่เข้าใจเอาเสียเลย
ท้องฟ้าเริ่มมืดลง
ข้างๆ คอนโดที่หานเจียงเสวี่ยอยู่เป็นย่านการค้าขนาดใหญ่ ทั้งสองคนจึงไม่ได้ขับรถไป
พวกเขาเดินไปพลาง เลือกร้านอาหารไปพลาง
หานเจียงเสวี่ยเดินนำหน้ากระโดดโลดเต้น เอามือไพล่หลังพลางหันมาถาม "คุณกินเผ็ดได้ไหม"
"ได้สิ น่าจะจัดอยู่ในประเภทพวกกินไม่เก่งแต่ชอบกินอะไรทำนองนั้นแหละ" ซูเฉินตอบยิ้มๆ
ดวงตาของหานเจียงเสวี่ยเป็นประกาย "งั้นฉันพาคุณไปร้านเหล้าเล็กๆ ที่ฉันไปประจำดีไหม ที่นั่นมีเหล้าให้กิน มีเพลงให้ฟัง ที่สำคัญคืออาหารเสฉวนร้านนั้นอร่อยมาก!"
ซูเฉินพยักหน้า หานเจียงเสวี่ยก็พาเขาเดินไปที่ร้านอาหารริมถนนแห่งหนึ่งซึ่งหน้าร้านไม่ได้ใหญ่โตนัก
ถึงจะบอกว่าเป็นร้านอาหาร แต่สไตล์การตกแต่งกลับดูเหมือนบาร์มากกว่า ทว่าไม่ได้เสียงดังหนวกหูเหมือนบาร์ และไม่ได้ขายแต่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เหมือนพวกบาร์นั่งชิลล์
พอเดินเข้าไปในร้าน กลิ่นหอมของอาหารก็ลอยมาเตะจมูก ตอนนี้เพิ่งจะหกโมงเย็น แต่โต๊ะในร้านก็มีลูกค้านั่งอยู่เกือบครึ่งแล้ว
แถมตรงกลางร้านยังมีเวทีเล็กๆ ตั้งอยู่ บนเวทีมีชายวัยกลางคนนั่งดีดกีตาร์ร้องเพลงโฟล์กอยู่บนเก้าอี้ทรงสูง
สำหรับคนที่มีความรู้ด้านดนตรี ชายวัยกลางคนคนนี้ร้องเพลงไม่ได้เพราะอะไรมากมายนัก แต่ในน้ำเสียงของเขากลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ชวนให้คนฟังรู้สึกอินตามไปด้วย
หานเจียงเสวี่ยกับซูเฉินเลือกที่นั่งมุมในสุดซึ่งไม่มีคนเดินพลุกพล่าน แถมยังหันหน้าเข้าหาเวทีพอดี
"อยากกินอะไรก็สแกนคิวอาร์โค้ดสั่งเอาเลยนะ! อาหารเสฉวนร้านนี้อร่อยทุกอย่างเลย ปิ้งย่างก็เด็ดนะ~" หานเจียงเสวี่ยสแกนคิวอาร์โค้ดตรงมุมโต๊ะ แล้วหันมาถาม "ดื่มอะไรดี"
" ... เบียร์มั้ง" ซูเฉินตอบแบบไม่ค่อยแน่ใจนัก ทำเอาดูเหมือนไม่ใช่เขาที่เมาหัวราน้ำเมื่อวานนี้เลย
หานเจียงเสวี่ยขมวดคิ้ว "คุณเพลาๆ หน่อยเถอะ วันนี้ยังคิดจะมาสร้างภาระให้ฉันอีกเหรอ ไปดื่มน้ำอัดลมของคุณนู่น!"
ซูเฉินเกาหัว หัวเราะแห้งๆ
ไม่นานอาหารก็ทยอยนำมาเสิร์ฟ ทั้งสองคนกินข้าวไปคุยกันไป ท้องฟ้าก็เริ่มมืดลงอย่างรวดเร็ว ลูกค้าในร้านก็เริ่มเต็มทุกโต๊ะ
"ซูเฉิน พวกเราถือว่าเป็นเพื่อนกันแล้วใช่ไหม" หานเจียงเสวี่ยถามขึ้น
ซูเฉินยิ้ม
"แน่นอนสิ!"
"งั้นคุณก็โชคดีมากเลยนะ รู้ไหมว่าคุณเป็นเพื่อนผู้ชายคนแรกของฉันเลยนะ!"
ซูเฉินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
เขารู้ว่าหานเจียงเสวี่ยน่าจะมีเรื่องอยากจะพูด ดังนั้นเขาแค่ตั้งใจฟังก็พอแล้ว
"พ่อแม่เข้มงวดกับฉันมาก ก่อนเข้ามหา'ลัย ฉันต้องกลับไปนอนบ้านทุกคืนเลย"
"ตอนนั้นฉันอยากอยู่หอพักมากๆ เลยนะ"
พูดมาถึงตรงนี้ หานเจียงเสวี่ยก็ยิ้มขื่น "คุณอย่าคิดว่าบ้านฉันมีเงินแล้วฉันจะมีความสุขนะ จริงๆ แล้วฉันอิจฉาคุณมากกว่า"
"อิจฉาผมเนี่ยนะ" ซูเฉินชะงักไป
"ใช่สิ อิจฉาที่คุณได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ ได้เป็นนักร้อง ได้เป็นดารา" หานเจียงเสวี่ยพูดด้วยแววตาใฝ่ฝัน
"เมื่อก่อนฉันก็เคยอยากเป็นดารานะ มันน่าจะสนุกดีออก"
ซูเฉินมองหน้าหานเจียงเสวี่ยแล้วบอกว่า "ตอนนี้คุณก็เป็นได้นะ ด้วยหน้าตาแบบคุณ เป็นดาราได้สบายๆ เลย"
พอได้ยินแบบนั้น หานเจียงเสวี่ยก็ถอนหายใจยาว "แต่ถ้าฉันไปเป็นดารา พ่อคงด่าฉันตายแน่ๆ!"
"พวกเขามีความหวังในตัวฉันสูงมาก ... สูงมากๆ แต่ฉันแค่อยากเป็นผู้หญิงธรรมดาๆ คนนึงก็แค่นั้นเอง ... "
ซูเฉินเงียบไป
นี่แหละหนามนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ล้วนแต่มีความทุกข์ใจเป็นของตัวเองทั้งนั้น
หลังจากกินข้าวอิ่ม หานเจียงเสวี่ยก็หรี่ตาสวยลงเล็กน้อย ดื่มด่ำไปกับความรู้สึกกรึ่มๆ
ตอนนั้นเอง หานเจียงเสวี่ยเหลือบมองซูเฉินที่ยังคงมีสติดีอยู่ แล้วพูดขึ้นว่า "ดูคุณยังตาสว่างอยู่เลย คอแข็งไม่เบานะเนี่ย!"
ซูเฉินที่ถือกระป๋องเป๊ปซี่อยู่ในมือ หันไปมองแก้วเหล้าเบลีย์ในมือหานเจียงเสวี่ย มุมปากกระตุกเล็กน้อย
" ... นี่มันโค้กนะเจ๊!"
"คิกๆๆ โค้กหรอกเหรอ นึกว่าไวน์แดงซะอีก~"
"นี่คุณเป็นคนสั่งให้ผมเองนะ! อย่าบอกนะว่าคุณเมาแล้วเนี่ย" ซูเฉินพูดอย่างเอือมๆ
"เป็นไปไม่ได้? ระดับฉันเนี่ย เหล้าขาวสองชั่งครึ่ง เบียร์นี่กรอกเข้าปากได้สบายๆ! จะไปเมาได้ยังไง"
ซูเฉินมองดูแก้มแดงระเรื่อของหานเจียงเสวี่ย ก็รู้ทันทีว่าถึงเธอจะยังไม่เมาพับ แต่ก็คงกำลังได้ที่เลยล่ะ
ชายหญิงอยู่กันตามลำพังสองต่อสอง แม่สาวคนนี้ช่างไม่ระวังตัวเอาซะเลย ...
ซูเฉินส่ายหน้าอย่างจนใจ แล้วเลื่อนแก้วเหล้าของเธอออกไปให้ห่าง
"เอ๊ะ คุณจะทำอะไรน่ะ ฉันยังดื่มได้อยู่นะ!" หานเจียงเสวี่ยโวยวาย
"ถ้าขืนคุณยังดื่มต่อ คุณก็จะอดฟังเพลงใหม่ของผมนะ"
" ... งั้นฉันไม่ดื่มแล้วก็ได้" หานเจียงเสวี่ยเงียบลงทันที นั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนเก้าอี้อย่างว่าง่าย
เธอทำตาเป็นประกายถามว่า "แล้วคุณจะไปร้องเมื่อไหร่ล่ะ เราไปซื้อเปียโนกันไหม อืม ... ต้องซื้อเครื่องดนตรีคลาสสิกมาสักชุดด้วย จะได้นั่งฟังคุณร้องเพลงอยู่ที่บ้านได้ไง!"
ซูเฉินอึ้งไป "ทำไมคุณไม่บอกให้ผมสร้างโรงละครแล้วจ้างวงออร์เคสตรามาเล่นให้ฟังเลยล่ะ"
พอได้ยินดังนั้น หานเจียงเสวี่ยก็ตบหน้าผากตัวเองดังแปะ "เอ๊ะ? ทำไมฉันคิดไม่ถึงนะ"
ซูเฉิน: " ... "
"แม่เศรษฐีนีเอ๊ย เงินเขาไม่ได้เอามาผลาญเล่นแบบนี้นะ" ซูเฉินบ่นอุบ
เขาลุกขึ้นยืน เดินตรงไปที่เวที แล้วยืนรอเงียบๆ อยู่ข้างๆ
หลังจากชายวัยกลางคนร้องเพลงจบ ซูเฉินจึงปรบมือแล้วเดินเข้าไปหา
หลังจากพูดคุยกันสั้นๆ ชายคนนั้นก็ยิ้มพลางชำเลืองมองไปทางหานเจียงเสวี่ยที่นั่งอยู่ ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ทรงสูงแล้วยกที่ให้ซูเฉิน
เป็นคู่รักที่โรแมนติกอีกคู่แล้วสินะ ... จุ๊ๆ วัยรุ่นนี่มันดีจริงๆ
ชายคนนั้นขยิบตาให้ซูเฉินพลางพูดว่า "น้องชายตาแหลมไม่เบาเลยนะ"
ซูเฉินอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจความหมายของชายคนนั้น รีบอธิบายทันที
"เธอไม่ใช่แฟนผมหรอกครับ ... "
"พี่เข้าใจ! สู้ๆ นะ! คว้าโอกาสไว้ให้ดีล่ะ!" พูดจบ เขาก็ส่งกีตาร์ให้ซูเฉินโดยไม่เปิดโอกาสให้ซูเฉินได้อธิบายต่อ
ซูเฉินได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ จำใจนั่งลงบนเก้าอี้ทรงสูง
เขาลองดีดกีตาร์เพื่อตั้งสาย แล้วปรับระดับไมโครโฟนให้พอดี
วินาทีต่อมา เสียงอันสดใสก็ดังผ่านลำโพงออกมา
"สวัสดีครับทุกคน คืนนี้ผมขอร้องเพลง 'นักแสดง' ให้ทุกคนฟัง หวังว่าจะชอบกันนะครับ"
ที่โต๊ะ หานเจียงเสวี่ยเอามือเท้าคาง นัยน์ตาสะท้อนภาพของซูเฉิน เธอนั่งมองดูเขาอย่างเงียบๆ และเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง ...
[จบแล้ว]