เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 - ฝึกวิชามารซะแล้ว

บทที่ 10 - ฝึกวิชามารซะแล้ว

บทที่ 10 - ฝึกวิชามารซะแล้ว


" ... ฟิงซ่างมีเดียเหรอ บริษัทที่อยู่ในเครือของสถานีโทรทัศน์มณฑลเซียงนั่นน่ะเหรอ" หานเจียงเสวี่ยทวนคำ สีหน้าดูแปลกไป

ซูเฉินตอบ "ใช่ แต่ผมยังไม่ได้คุยกับพวกเขานะ พวกเขาติดต่อมาทางจางฝูอวี่น่ะ"

"แต่ว่า ผมคิดว่าผมคงไม่เซ็นสัญญากับฟิงซ่างหรอก"

หานเจียงเสวี่ยเลิกคิ้วขึ้นเมื่อได้ยินเช่นนั้น "ฟิงซ่างมีเดียเป็นบริษัทใหญ่เลยนะ แถมยังมีสถานีโทรทัศน์มณฑลเซียงถือหุ้นทั้งหมด เบื้องหลังและอำนาจบารมีก็ไม่ธรรมดา ทำไมคุณถึงไม่อยากเซ็นสัญญาล่ะ"

"อนาคตสำคัญก็จริง แต่อิสรภาพสำคัญกว่านี่นา~" ซูเฉินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ เอามือประสานรองท้ายทอย ท่าทางดูผ่อนคลายและสบายใจสุดๆ

"อีกอย่าง ใครบอกล่ะว่าไม่เซ็นสัญญากับค่ายแล้วจะอยู่ในวงการบันเทิงไม่ได้ ตราบใดที่นายทุนไม่สามารถบดบังความสามารถที่มีอยู่ได้ สักวันมันก็ต้องเปล่งประกายออกมาอยู่ดีนั่นแหละ!"

หานเจียงเสวี่ยจ้องมองซูเฉินที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามตาค้าง ท่าทางที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของชายหนุ่มช่างดูมีเสน่ห์เหลือเกิน

วินาทีนี้ หานเจียงเสวี่ยเชื่อสุดใจเลยว่า ซูเฉินจะต้องกลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงที่เจิดจรัสที่สุดอย่างแน่นอน!

"นี่ คุณเอาแต่พูดเรื่องตัวเอง ทำไมไม่เล่าเรื่องของคุณให้ฟังบ้างล่ะ" ซูเฉินเปลี่ยนเรื่องคุย หันไปมองหานเจียงเสวี่ย

" ... ฉันเหรอ" หานเจียงเสวี่ยสูดเส้นบะหมี่เข้าปาก ยังมีเส้นติดอยู่ที่มุมปากอีกเส้นนึง

"ใช่สิ! วันนี้เป็นวันธรรมดานะ คุณไม่ต้องไปทำงานเหรอ" ซูเฉินถามด้วยความสงสัย

หานเจียงเสวี่ยตวัดลิ้นเลียเส้นบะหมี่ที่มุมปากเข้าไป

"ฉันก็อยากไปทำงานนะ! เพิ่งเรียนจบแท้ๆ ให้อยู่แต่บ้านมันน่าเบื่อจะตาย แต่แม่ฉันไม่ยอมน่ะสิ"

" ... แม่คุณไม่ยอมเหรอ"

"แม่บอกว่าข้างนอกมันอันตราย ให้ฉันฝึกงานที่บริษัทที่บ้านนี่แหละ"

"แม่ฉันมีบริษัทอยู่หลายแห่ง ตอนแรกฉันก็เลือกไปที่นึง แต่พอไปถึง พวกเขาก็ไม่ยอมให้ฉันทำอะไรเลย เอาแต่ประคบประหงมฉันทั้งวัน ฉันก็เลยขี้เกียจไปแล้ว" หานเจียงเสวี่ยยักไหล่ ทำหน้าเซ็งๆ

"หลังจากนั้น ฉันก็มีเรื่องขัดแย้งกับคนที่บ้านนิดหน่อย ก็เลยซื้อห้องนี้แล้วย้ายออกมาอยู่คนเดียวซะเลย"

" ... " ซูเฉินถึงกับพูดไม่ออก

ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม แต่บางคนดันเกิดที่กรุงโรมซะงั้น!

หานเจียงเสวี่ยกินบะหมี่จนหมดชาม จัดการเก็บกวาดโต๊ะให้เรียบร้อย แล้วหันมามองซูเฉินที่กำลังนั่งเหม่อลอยทบทวนชีวิตอยู่

"แล้วถ้าคุณไม่เซ็นสัญญากับค่าย คุณกะจะทำยังไงต่อไปล่ะ"

ซูเฉินวางแผนไว้แล้ว จึงตอบกลับทันที "ก็ร้องเพลง ปล่อยเพลงต่อไป แล้วก็รอให้รายการประกวดร้องเพลงมาเชิญไปร่วมรายการ ผมตั้งใจจะเปิดสตูดิโอส่วนตัว จะขอใช้ความสามารถของตัวเองกรุยทางเดินเอาเอง!"

"มันไม่ง่ายเลยนะ ถ้าช่วงแรกคุณไม่มีนายทุนคอยปูทางให้ กระแสของคุณก็จะซาลงไปอย่างรวดเร็ว เว้นเสียแต่ว่าเพลงที่คุณปล่อยออกมาแต่ละเพลงจะฮิตระเบิดเหมือน 'เทียนโฮ่ว'"

ซูเฉินยิ้ม "มันยากขนาดนั้นเลยเหรอ"

"หลงตัวเอง ... คุณรีบจัดการเรื่องตรงหน้าให้ดีก่อนเถอะ! อาศัยช่วงที่กระแสกำลังมาแรง รีบไปสมัครเวยป๋อกับโต่วอินซะ ไม่งั้นเดี๋ยวชาวเน็ตก็ลืมคุณหมดหรอก!" หานเจียงเสวี่ยกลอกตาใส่เขา

"แล้วคุณก็อัดเพลง 'เทียนโฮ่ว' เสร็จแล้วนี่นา ก่อนจะปล่อยเพลงเต็ม ก็เอามาเรียกน้ำย่อยสร้างกระแสก่อนก็ได้นะ"

ซูเฉินพยักหน้า

กระแสแรงขนาดนี้ก็ต้องคว้าไว้ให้อยู่หมัดสิ ขืนปล่อยไปเฉยๆ ก็เสียดายแย่!

แต่ว่า ... ซูเฉินไม่เคยถ่ายคลิปลงโต่วอินเลยนี่สิ!

เขาตั้งใจจะลองเข้าไปดูว่านักดนตรีคนอื่นๆ เขาทำคลิปกันยังไง

ซูเฉินเปิดแอปโต่วอินขึ้นมา สิ่งแรกที่เด้งขึ้นมาเลยก็คือ ไลฟ์สดของสาวสวยโชว์หวิวที่อยู่แถวๆ นี้

เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาแปลกๆ ที่มองมาจากคนข้างๆ ซูเฉินก็หัวเราะแห้งๆ แล้วรีบเลื่อนผ่านไปทันที

คลิปต่อไปเป็นสาวใช้ตัวเล็กน่ารักกำลังโพสท่าเซ็กซี่เย้ายวนใจ

เลื่อนลงมาอีกคลิป เป็นพี่สาวคนสวยในชุดแม่ชี โชว์เรียวขายาวขาวจั๊วะวับๆ แวมๆ ...

หานเจียงเสวี่ย: ???

"อะแฮ่ม วันนี้ระบบแนะนำมันแปลกๆ นะ ปกติผมไม่ค่อยเห็นอะไรแบบนี้หรอก" ซูเฉินพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง พยายามตีหน้านิ่งสุดชีวิต

บ้าเอ๊ย! ทำไมระบบมันดันมาสอนวิชามารให้ตอนนี้เนี่ย!

ในที่สุด หลังจากที่ซูเฉินเลื่อนผ่านไปเป็นสิบๆ คลิป เขาก็เจอคลิปคนร้องเพลงสักที

นอกจากจะมีคนเอาคลิปเพลงเทียนโฮ่วเมื่อคืนมาร้องคัฟเวอร์แล้ว ยังมีนักดนตรีฝีมือดีบางคนพยายามแต่งท่อนที่เหลือให้จบเพลงด้วย!

ฟังเผินๆ เนื้อเพลงก็มีสไตล์ที่แตกต่างกันไป แต่ทำนองเพลงกลับเทียบต้นฉบับไม่ได้เลยสักนิด

"ไม่คิดเลยว่าเพิ่งแป๊บเดียว จะมีคนเอาไปร้องคัฟเวอร์ในเน็ตเยอะขนาดนี้" ซูเฉินพูดอย่างทึ่งๆ

หานเจียงเสวี่ยเบ้ปาก "ยุคนี้มันเป็นยุคของยอดวิว พอมีกระแสปุ๊บ พวกเขาก็เหมือนฉลามได้กลิ่นเลือดนั่นแหละ แห่กันมาตอมให้พรึ่บ"

"งั้น ... ผมก็แค่ทำคลิปร้องเพลง 'เทียนโฮ่ว' เหมือนคนอื่นๆ แล้วอัปลงไปใช่ไหม"

"จะอัดแค่ท่อนสั้นๆ ก็ได้ แต่อย่าอัดทั้งเพลงนะ" หานเจียงเสวี่ยมองค้อนซูเฉิน ก่อนจะอธิบาย "ตอนนี้ที่ชาวเน็ตอยากรู้กันมากที่สุดก็คืออยากฟังเพลงเต็ม ถ้าคุณปล่อยเพลงเต็มลงไปตอนนี้ พอถึงเวลาที่เพลงถูกปล่อยลงแพลตฟอร์มสตรีมมิงจริงๆ ยอดวิวอาจจะลดลงก็ได้"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซูเฉินก็มองหานเจียงเสวี่ยด้วยสายตาแปลกๆ

"คุณนี่ดูจะเข้าใจเรื่องการสร้างกระแสกับยอดวิวดีจังเลยนะ!"

"ถึงไม่เคยกินเนื้อหมู แต่ก็เคยเห็นหมูวิ่งนี่นา!" หานเจียงเสวี่ยตอบส่งๆ แล้วพูดต่อ "จริงๆ แล้วในฐานะที่คุณเป็นประเด็นร้อนติดเทรนด์อยู่ตอนนี้ แค่คุณอัปคลิปยืนยันตัวตน ยอดวิวก็ไหลมาเทมาเองแหละ"

"ยิ่งคุณหน้าตาดีด้วยแล้ว จุ๊ๆ ... รับรองว่าพวกแฟนคลับสาวๆ คงไม่ผิดหวังแน่ๆ"

ซูเฉินคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจบอกว่า "งั้นคุณช่วยถ่ายคลิปให้ผมหน่อยสิ"

พูดจบ ซูเฉินก็ยื่นโทรศัพท์มือถือให้เธอ

แต่หานเจียงเสวี่ยไม่รับ กลับล้วงโทรศัพท์ไอโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดของตัวเองออกมาแทน

"กล้องโทรศัพท์รุ่นคุณปู่ของคุณ ถ่ายออกมาภาพคงแตกยับเยินแน่ๆ" หานเจียงเสวี่ยเบ้ปาก แล้วขอเป็นคนจัดการเอง "ต่อไปนี้คุณทำตามที่ฉันบอกก็พอ"

ทั้งสองคนปรึกษากันอยู่พักหนึ่ง ไม่นานหานเจียงเสวี่ยก็สวมบทเป็นตากล้อง 'มือโปร' ถ่ายคลิปให้ซูเฉิน

หานเจียงเสวี่ยให้ซูเฉินไปนั่งบนโซฟา แสงแดดที่สาดส่องผ่านหน้าต่างกระทบลงบนใบหน้าของเขาพอดี ดูสดใสและอ่อนโยน ทำให้หานเจียงเสวี่ยที่ชินตากับพวกผู้ชายสำอางในเน็ตถึงกับตะลึงไปชั่วขณะ

การถ่ายทำเริ่มขึ้น ซูเฉินวางตัวสบายๆ พูดคุยอย่างเป็นธรรมชาติ

"สวัสดีครับทุกคน ผมชื่อซูเฉิน เป็นผู้ชมผู้โชคดีที่ร้องเพลง 'เทียนโฮ่ว' ในคอนเสิร์ตของราชินีเพลงจางฝูอวี่เมื่อคืนนี้ครับ"

"ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกคนที่ให้ความสนใจผมมากมายขนาดนี้ ผมไม่คิดเลยว่าเพลงนี้จะมีคนชอบเยอะขนาดนี้"

"แล้วก็ สำหรับเพื่อนๆ ที่พลาดฟังเพลง 'เทียนโฮ่ว' แบบเต็มๆ ในงานคอนเสิร์ต เมื่อเที่ยงวันนี้ผมเพิ่งไปอัดเพลงนี้ที่ห้องอัดเสียงมาครับ คาดว่าน่าจะปล่อยลงในคิวคิวมิวสิกภายในหนึ่งถึงสองวันนี้"

"นอกจาก 'เทียนโฮ่ว' แล้ว ผมยังมีเพลงใหม่ของตัวเองอีกเพลงชื่อ 'นักแสดง' ให้ทุกคนรอติดตามด้วยนะครับ~"

ถ่ายคลิปเสร็จ หานเจียงเสวี่ยก็ยังไม่รีบกดโพสต์ แต่กลับมองซูเฉินด้วยดวงตาที่เป็นประกาย

"คุณมีเพลงใหม่แล้วเหรอ ทำไมไม่บอกฉันก่อนล่ะ!" หานเจียงเสวี่ยพูดอย่างเสียดาย แล้วเร่งเร้า "ร้องให้ฟังหน่อยสิ ให้ฉันฟังหน่อย ฉันขอเป็นผู้ฟังคนแรกของคุณนะ!"

เถ้าแก่หานขอร้องมาขนาดนี้ ซูเฉินก็ยินดีจัดให้

แต่ว่า ...

"ที่บ้านมีเครื่องดนตรีไหม"

"เอิ่ม ... ไม่มีอะ" หานเจียงเสวี่ยถอนหายใจอย่างหงอยๆ แต่ไม่นานเธอก็ร่าเริงขึ้นมาอีก

"ไม่เป็นไร เราออกไปหาร้านที่มีเครื่องดนตรีเล่นกันเถอะ! อีกอย่าง นี่ก็ใกล้จะถึงเวลาอาหารเย็นแล้วด้วย!"

"ฉันเลี้ยงข้าวคุณ คุณร้องเพลงให้ฉันฟัง ตกลงไหม" หานเจียงเสวี่ยพูดด้วยดวงตาที่เป็นประกาย

ซูเฉินทำหน้างง "คุณ ... เพิ่งจะกินบะหมี่ไปไม่ใช่เหรอ"

"โธ่เอ๊ย คุณอย่ามาจับผิดฉันสิ! ฉันยังไม่อิ่มนี่นา!"

ยังไม่อิ่มเหรอ บะหมี่ชามนั้นตั้งครึ่งกิโลเลยนะ!

ผู้หญิงคนนี้ ... น่ากลัวชะมัด!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 10 - ฝึกวิชามารซะแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว