- หน้าแรก
- ปั้นเธอจนเป็นดาวแต่ดันโดนเท พรุ่งนี้เตรียมดูผมเป็นคนดังได้เลย
- บทที่ 12 - ชนแก้ว
บทที่ 12 - ชนแก้ว
บทที่ 12 - ชนแก้ว
"แค่ทำตัวให้ง่ายขึ้นหน่อย พูดอะไรให้มันตรงๆ ไปเลย"
"อารมณ์ที่ต้องบิลด์น่ะ ตัดออกไปเถอะ เธอไม่ใช่นักแสดงนะ"
"ไม่ต้องมาสร้างพล็อตเรื่องหรอก"
"ฉันไม่ว่าอะไร ฉันก็แค่อยากจะดูว่าเธอจะแถไปยังไง"
"ความเสียใจของเธอมันดูปลอมไปนะ เหมือนนักแสดงที่ไร้พรสวรรค์"
"คนดูมองแวบเดียวก็รู้แล้ว"
" ... "
ทันทีที่เสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์ของซูเฉินดังขึ้น ไม่รู้เพราะเหตุใด ลูกค้าในร้านเหล้าเล็กๆ ที่กำลังกินข้าวพูดคุยกันอยู่ ก็พากันหยุดชะงัก
พวกเขาทุกคนต่างหันไปมองชายหนุ่มบนเวทีเป็นตาเดียว
"เอ๊ะ? เปลี่ยนคนร้องแล้วเหรอ ปกติคืนนี้ต้องเป็นพี่เฉินไม่ใช่เหรอ"
"แต่ผู้ชายคนนี้ร้องเพลงเพราะมากเลยนะ ... "
บรรยากาศในร้านเหล้าเงียบกริบลงอย่างรวดเร็ว
แม้แต่ชายวัยกลางคนที่ชื่อเหล่าเฉินซึ่งกำลังพักผ่อนอยู่ด้านล่างเวที ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมองซูเฉิน
เขาเคยเจอพวกลูกค้าที่อยากขึ้นไปร้องเพลงบนเวทีมาก็เยอะ แต่คนที่ร้องเพลงเพราะขนาดนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเคยเจอ
ยิ่งไปกว่านั้น เพลงนี้มันช่างไพเราะเหลือเกิน ...
บนเวที ซูเฉินเหม่อลอยไปไกล นิ้วเรียวยาวพรมลงบนสายกีตาร์อย่างชำนาญ
จังหวะที่นิ้วกรีดกรายลงบนสายกีตาร์ ความรู้สึกหมดหวังและใจสลายก็พรั่งพรูออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ซึมลึกเข้าไปในใจผู้ฟังทุกคน
รวมถึงหานเจียงเสวี่ยด้วย
วินาทีที่เข้าสู่ท่อนฮุก อารมณ์ของเพลงก็ถูกดันขึ้นสู่จุดสูงสุด
"ตัวฉันที่ควรจะเล่นตามน้ำไปกับเธอ กลับแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น"
"กำลังบีบคั้นคนที่รักเธอที่สุดให้ด้นสดไปตามน้ำ"
"ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เราเริ่มทิ้งขีดจำกัดของตัวเองไป"
"เปลี่ยนไปตามยุคสมัย มองดูการแสดงอันห่วยแตกพวกนั้น"
ซูเฉินไม่ได้แผดเสียงร้องอย่างบ้าคลั่ง ทว่าอารมณ์ที่กรีดลึกถึงวิญญาณกลับทำให้ทุกคนในที่นั้นตัวแข็งทื่อ
มันเป็นความรู้สึกสิ้นหวังราวกับถูกจับมัดไว้จนขยับตัวไม่ได้ แม้จะกัดฟันแน่นแต่ก็ไม่รู้จะดิ้นรนอย่างไร
ชั่วขณะหนึ่ง ทุกคนในร้านเหล้าเล็กๆ แห่งนั้นต่างจมดิ่งลงไปในอารมณ์นี้จนน้ำตาเอ่อล้น
เสียงเพลงยังคงดำเนินต่อไป แต่อารมณ์เพลงไม่ได้ไต่ระดับขึ้นไปอีกแล้ว กลับแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกปลงตก
"ในเมื่อเธอเคยรักฉันขนาดนั้น แล้วจะมามัวแสดงละครไปทำไม"
"ฉันต้องเปลี่ยนตัวเองเป็นแบบไหน ถึงจะยืดเวลาที่เธอจะเบื่อฉันออกไปได้"
"ที่แท้เมื่อความรักลดเกราะป้องกันลง เรื่องราวต่างๆ นานาพวกนี้ ... "
"ต่างหากที่เป็นบททดสอบ ... "
ซูเฉินไม่ได้ร้องต่อ เขาหยุดอยู่เพียงแค่นี้
เหมือนกับเนื้อเพลงที่บอกไว้ ตัวเอกชายในเพลงได้ปล่อยวางตัวเองแล้ว ผู้ฟังเองก็รู้สึกผ่อนคลายลงเช่นกัน
ชั่วขณะนั้น การผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ ทำให้พวกเขาถึงกับขนลุกเกรียวไปทั้งตัว
จนกระทั่งน้ำตาหยดแหมะลงบนหลังมือ หลายคนถึงเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองร้องไห้
เสียงเพลงที่ดังก้องกังวานอยู่ในใจ หลังจากความเงียบงันชั่วขณะ เสียงปรบมือก็ค่อยๆ ดังขึ้น จากเบาๆ กลายเป็นเสียงดังกึกก้องไปทั่วทั้งร้าน
ซูเฉินลุกขึ้นจากเก้าอี้ทรงสูง โค้งคำนับเล็กน้อย แล้ววางกีตาร์ลงก่อนจะเดินลงจากเวที
ตอนนั้นเอง เหล่าเฉินราวกับเพิ่งตื่นจากภวังค์ เขารีบเรียกซูเฉินที่เดินผ่านมาทันที
"น้องชาย เมื่อกี้ร้องเพลงอะไรเหรอ"
ซูเฉินตอบว่า "เพลงชื่อ 'นักแสดง' ครับ"
" 'นักแสดง' ... ทำไมพี่ไม่เคยได้ยินเพลงนี้มาก่อนเลยล่ะ เพลงเพราะขนาดนี้ ไม่น่าจะไม่มีใครรู้จักนี่นา!" เหล่าเฉินพึมพำ
ซูเฉินยิ้มตอบ "ขอบคุณครับ พี่ไม่เคยได้ยินก็ไม่แปลกหรอกครับ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ผมร้องเพลงนี้เลย"
เหล่าเฉินอึ้งไป ก่อนจะตัวสั่นสะท้าน!
เพลงนี้เขาแต่งเองงั้นเหรอ!
พอเหล่าเฉินหันกลับไปมอง ซูเฉินก็เดินกลับไปที่โต๊ะแล้ว
หานเจียงเสวี่ยกำลังดูคลิปวิดีโอในโทรศัพท์มือถือ เป็นคลิปที่เธอแอบถ่ายตอนซูเฉินร้องเพลงเมื่อครู่นี้นั่นเอง
เมื่อเห็นซูเฉินเดินเข้ามา หานเจียงเสวี่ยก็พูดขึ้นว่า "เพลง 'นักแสดง' เพราะมากเลยนะ ไม่แพ้ 'เทียนโฮ่ว' เลย แถม ... ตอนคุณร้องเพลงก็ดูมีเสน่ห์ไม่เบาเลยนะ!"
"ประจวบเหมาะเลย คลิปนี้เอาไปลงโต่วอินเพื่อเรียกกระแสให้คุณได้อีก คุณลองดูสิว่าใช้ฟิลเตอร์นี้ดีไหม ... "
หานเจียงเสวี่ยเงยหน้าขึ้น หวังจะถามความเห็นจากซูเฉิน แต่จังหวะนั้นซูเฉินก็กำลังโน้มตัวลงมาดูคลิปพอดี
ดวงตาสองคู่ห่างกันเพียงแค่สิบเซนติเมตรเท่านั้น
วินาทีนั้น ราวกับเวลาหยุดนิ่ง ทั้งสองคนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่
ซูเฉินถึงกับสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ จากปากของหานเจียงเสวี่ย ซึ่งเจือไปด้วยกลิ่นหอมหวานของเหล้าเบลีย์ ช่างหอมหวานละมุนละไม
ทั้งสองคนสบตากันอย่างเก้อเขิน ราวกับมีกระแสความร้อนพุ่งพล่านขึ้นสมอง ทำให้ทำตัวไม่ถูก หัวใจเต้นแรงอย่างไม่มีสาเหตุ
"เอ่อ ... " ซูเฉินยืดตัวขึ้น พูดอย่างเก้อเขินเล็กน้อยว่า "คุณเลือกเลยแล้วกัน ผมเชื่อสายตาคุณ"
หานเจียงเสวี่ยไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง เธอตอบรับสั้นๆ ว่าอืม
ซูเฉินกลับไปนั่งที่ของตัวเอง บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนเงียบกริบ เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดโต่วอินเพื่อดูคลิปของตัวเอง
ดูเหมือนว่าทางแอปโต่วอินจะช่วยดันคลิปของเขาให้ ยอดไลก์ถึงได้พุ่งกระฉูดอย่างบ้าคลั่ง แค่กดรีเฟรชครั้งเดียว ยอดไลก์ก็เพิ่มขึ้นเป็นร้อยเป็นพันไลก์!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคลิปนี้ดังระเบิดแล้ว ยอดผู้ติดตามในโต่วอินของซูเฉินก็พุ่งพรวดพราดเช่นกัน!
หานเจียงเสวี่ยเองก็สังเกตเห็นเรื่องนี้ เธอรีบสลัดความเขินอายเมื่อครู่ทิ้งไป แล้วพูดอย่างตื่นเต้นว่า "ดังแล้วๆ! ซูเฉิน คุณดังเป็นพลุแตกแล้วนะ!"
"ผมรู้แล้ว ... วันนี้คุณพูดคำนี้มากี่รอบแล้วก็ไม่รู้ ... " ซูเฉินพูดอย่างเอือมๆ แต่พอเห็นรอยยิ้มของหานเจียงเสวี่ย มุมปากเขาก็อดที่จะยกขึ้นไม่ได้
"จริงเหรอ" หานเจียงเสวี่ยหัวเราะคิกคัก ยกแก้วเหล้าขึ้นตรงหน้าซูเฉิน "วันนี้ต้องฉลองให้คุณหน่อยแล้วล่ะ เอ้า! ชนแก้ว!"
ซูเฉินก็ยกแก้วเป๊ปซี่ขึ้นมาเช่นกัน "ชนแก้ว!"
ทั้งสองคนดื่มเหล้ากินปิ้งย่าง ลากยาวไปจนถึงเที่ยงคืน ซูเฉินถึงได้พาหานเจียงเสวี่ยกลับมาถึงบ้าน
จริงๆ แล้วเขาไม่ควรมาโผล่ที่บ้านผู้หญิงในเวลาแบบนี้หรอก
ถึงแม้ซูเฉินจะเคยค้างคืนที่บ้านหานเจียงเสวี่ยมาแล้วคืนนึง แต่ตอนนั้นเขาเมาหลับไป แล้วหานเจียงเสวี่ยก็เป็นคนพาเขากลับมา ถือว่ามีเหตุผลจำเป็น
แต่การแบกหน้ามาที่บ้านเธอในคืนนี้ ดูเหมือนซูเฉินจะไร้มารยาทไปสักหน่อย
แต่ ...
"หานเจียงเสวี่ย? หานเจียงเสวี่ย ตื่นสิ! ถึงบ้านแล้วนะ!" ซูเฉินพยุงหานเจียงเสวี่ยที่เมาไม่ได้สติ มือข้างหนึ่งยันขอบประตูไว้ พยายามรักษาระยะห่างแบบสุภาพบุรุษสุดฤทธิ์
เขาไม่คิดเลยว่า หานเจียงเสวี่ยที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีเนื้อมีหนัง จะหนักขนาดนี้!
ซูเฉินแบกเธอเดินข้ามไฟแดงมาแค่สองแยก ก็เหนื่อยจนหอบแฮกแล้ว
แต่ก็โชคดีที่ถึงบ้านแล้ว
ซูเฉินอุ้มหานเจียงเสวี่ยไปวางบนเตียงในห้องนอนใหญ่ ค่อยๆ ถอดเสื้อโค้ตและถุงเท้าของเธอออกอย่างเบามือ
แต่ต่อให้ระวังแค่ไหน ความทุลักทุเลของซูเฉินก็ทำให้ชายเสื้อของเธอเลิกขึ้นมาอยู่ดี
วินาทีนั้น ไหล่เนียนสวยของหานเจียงเสวี่ยที่โผล่พ้นเสื้อผ้าราวกับขุมทรัพย์ล้ำค่า ก็เปิดเปลือยต่อหน้าซูเฉินอย่างโจ่งแจ้ง!
ตอนนี้ถ้าซูเฉินต้องการ หานเจียงเสวี่ยก็เสร็จเขาแน่!
ทว่าซูเฉินกลับไม่รู้สึกหวั่นไหว ในแววตาของเขากลับมีความสงสารเจือปนอยู่เล็กน้อย
เขาไปหยิบคลีนซิ่งในห้องน้ำมาเช็ดเครื่องสำอางบางๆ บนใบหน้าของเธอออก แล้วต้มน้ำร้อนมาป้อนให้เธอดื่ม
เรื่องพวกนี้ ซูเฉินเรียนรู้มาจากตอนที่ดูแลหลินเยียนหรานนั่นแหละ
ซูเฉินปาดเหงื่อ มองดูหานเจียงเสวี่ยที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงด้วยความโล่งใจ
"ดูแลคนเมานี่มันเหนื่อยชะมัด ... ไม่รู้เลยแฮะว่าเมื่อคืนคุณแบกผมกลับมาได้ยังไง" ซูเฉินมองหานเจียงเสวี่ยอย่างลึกซึ้ง ปิดไฟในห้องนอน แล้วค่อยๆ เดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ ...
ในขณะเดียวกัน สวีฟางหยวนที่กำลังคุยงานเพื่อหาพรีเซนเตอร์ให้หลินเยียนหราน ก็ได้รับสายด่วนจากบริษัท
[จบแล้ว]