เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 - ชนแก้ว

บทที่ 12 - ชนแก้ว

บทที่ 12 - ชนแก้ว


"แค่ทำตัวให้ง่ายขึ้นหน่อย พูดอะไรให้มันตรงๆ ไปเลย"

"อารมณ์ที่ต้องบิลด์น่ะ ตัดออกไปเถอะ เธอไม่ใช่นักแสดงนะ"

"ไม่ต้องมาสร้างพล็อตเรื่องหรอก"

"ฉันไม่ว่าอะไร ฉันก็แค่อยากจะดูว่าเธอจะแถไปยังไง"

"ความเสียใจของเธอมันดูปลอมไปนะ เหมือนนักแสดงที่ไร้พรสวรรค์"

"คนดูมองแวบเดียวก็รู้แล้ว"

" ... "

ทันทีที่เสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์ของซูเฉินดังขึ้น ไม่รู้เพราะเหตุใด ลูกค้าในร้านเหล้าเล็กๆ ที่กำลังกินข้าวพูดคุยกันอยู่ ก็พากันหยุดชะงัก

พวกเขาทุกคนต่างหันไปมองชายหนุ่มบนเวทีเป็นตาเดียว

"เอ๊ะ? เปลี่ยนคนร้องแล้วเหรอ ปกติคืนนี้ต้องเป็นพี่เฉินไม่ใช่เหรอ"

"แต่ผู้ชายคนนี้ร้องเพลงเพราะมากเลยนะ ... "

บรรยากาศในร้านเหล้าเงียบกริบลงอย่างรวดเร็ว

แม้แต่ชายวัยกลางคนที่ชื่อเหล่าเฉินซึ่งกำลังพักผ่อนอยู่ด้านล่างเวที ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมองซูเฉิน

เขาเคยเจอพวกลูกค้าที่อยากขึ้นไปร้องเพลงบนเวทีมาก็เยอะ แต่คนที่ร้องเพลงเพราะขนาดนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเคยเจอ

ยิ่งไปกว่านั้น เพลงนี้มันช่างไพเราะเหลือเกิน ...

บนเวที ซูเฉินเหม่อลอยไปไกล นิ้วเรียวยาวพรมลงบนสายกีตาร์อย่างชำนาญ

จังหวะที่นิ้วกรีดกรายลงบนสายกีตาร์ ความรู้สึกหมดหวังและใจสลายก็พรั่งพรูออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ซึมลึกเข้าไปในใจผู้ฟังทุกคน

รวมถึงหานเจียงเสวี่ยด้วย

วินาทีที่เข้าสู่ท่อนฮุก อารมณ์ของเพลงก็ถูกดันขึ้นสู่จุดสูงสุด

"ตัวฉันที่ควรจะเล่นตามน้ำไปกับเธอ กลับแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น"

"กำลังบีบคั้นคนที่รักเธอที่สุดให้ด้นสดไปตามน้ำ"

"ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เราเริ่มทิ้งขีดจำกัดของตัวเองไป"

"เปลี่ยนไปตามยุคสมัย มองดูการแสดงอันห่วยแตกพวกนั้น"

ซูเฉินไม่ได้แผดเสียงร้องอย่างบ้าคลั่ง ทว่าอารมณ์ที่กรีดลึกถึงวิญญาณกลับทำให้ทุกคนในที่นั้นตัวแข็งทื่อ

มันเป็นความรู้สึกสิ้นหวังราวกับถูกจับมัดไว้จนขยับตัวไม่ได้ แม้จะกัดฟันแน่นแต่ก็ไม่รู้จะดิ้นรนอย่างไร

ชั่วขณะหนึ่ง ทุกคนในร้านเหล้าเล็กๆ แห่งนั้นต่างจมดิ่งลงไปในอารมณ์นี้จนน้ำตาเอ่อล้น

เสียงเพลงยังคงดำเนินต่อไป แต่อารมณ์เพลงไม่ได้ไต่ระดับขึ้นไปอีกแล้ว กลับแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกปลงตก

"ในเมื่อเธอเคยรักฉันขนาดนั้น แล้วจะมามัวแสดงละครไปทำไม"

"ฉันต้องเปลี่ยนตัวเองเป็นแบบไหน ถึงจะยืดเวลาที่เธอจะเบื่อฉันออกไปได้"

"ที่แท้เมื่อความรักลดเกราะป้องกันลง เรื่องราวต่างๆ นานาพวกนี้ ... "

"ต่างหากที่เป็นบททดสอบ ... "

ซูเฉินไม่ได้ร้องต่อ เขาหยุดอยู่เพียงแค่นี้

เหมือนกับเนื้อเพลงที่บอกไว้ ตัวเอกชายในเพลงได้ปล่อยวางตัวเองแล้ว ผู้ฟังเองก็รู้สึกผ่อนคลายลงเช่นกัน

ชั่วขณะนั้น การผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ ทำให้พวกเขาถึงกับขนลุกเกรียวไปทั้งตัว

จนกระทั่งน้ำตาหยดแหมะลงบนหลังมือ หลายคนถึงเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองร้องไห้

เสียงเพลงที่ดังก้องกังวานอยู่ในใจ หลังจากความเงียบงันชั่วขณะ เสียงปรบมือก็ค่อยๆ ดังขึ้น จากเบาๆ กลายเป็นเสียงดังกึกก้องไปทั่วทั้งร้าน

ซูเฉินลุกขึ้นจากเก้าอี้ทรงสูง โค้งคำนับเล็กน้อย แล้ววางกีตาร์ลงก่อนจะเดินลงจากเวที

ตอนนั้นเอง เหล่าเฉินราวกับเพิ่งตื่นจากภวังค์ เขารีบเรียกซูเฉินที่เดินผ่านมาทันที

"น้องชาย เมื่อกี้ร้องเพลงอะไรเหรอ"

ซูเฉินตอบว่า "เพลงชื่อ 'นักแสดง' ครับ"

" 'นักแสดง' ... ทำไมพี่ไม่เคยได้ยินเพลงนี้มาก่อนเลยล่ะ เพลงเพราะขนาดนี้ ไม่น่าจะไม่มีใครรู้จักนี่นา!" เหล่าเฉินพึมพำ

ซูเฉินยิ้มตอบ "ขอบคุณครับ พี่ไม่เคยได้ยินก็ไม่แปลกหรอกครับ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ผมร้องเพลงนี้เลย"

เหล่าเฉินอึ้งไป ก่อนจะตัวสั่นสะท้าน!

เพลงนี้เขาแต่งเองงั้นเหรอ!

พอเหล่าเฉินหันกลับไปมอง ซูเฉินก็เดินกลับไปที่โต๊ะแล้ว

หานเจียงเสวี่ยกำลังดูคลิปวิดีโอในโทรศัพท์มือถือ เป็นคลิปที่เธอแอบถ่ายตอนซูเฉินร้องเพลงเมื่อครู่นี้นั่นเอง

เมื่อเห็นซูเฉินเดินเข้ามา หานเจียงเสวี่ยก็พูดขึ้นว่า "เพลง 'นักแสดง' เพราะมากเลยนะ ไม่แพ้ 'เทียนโฮ่ว' เลย แถม ... ตอนคุณร้องเพลงก็ดูมีเสน่ห์ไม่เบาเลยนะ!"

"ประจวบเหมาะเลย คลิปนี้เอาไปลงโต่วอินเพื่อเรียกกระแสให้คุณได้อีก คุณลองดูสิว่าใช้ฟิลเตอร์นี้ดีไหม ... "

หานเจียงเสวี่ยเงยหน้าขึ้น หวังจะถามความเห็นจากซูเฉิน แต่จังหวะนั้นซูเฉินก็กำลังโน้มตัวลงมาดูคลิปพอดี

ดวงตาสองคู่ห่างกันเพียงแค่สิบเซนติเมตรเท่านั้น

วินาทีนั้น ราวกับเวลาหยุดนิ่ง ทั้งสองคนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่

ซูเฉินถึงกับสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ จากปากของหานเจียงเสวี่ย ซึ่งเจือไปด้วยกลิ่นหอมหวานของเหล้าเบลีย์ ช่างหอมหวานละมุนละไม

ทั้งสองคนสบตากันอย่างเก้อเขิน ราวกับมีกระแสความร้อนพุ่งพล่านขึ้นสมอง ทำให้ทำตัวไม่ถูก หัวใจเต้นแรงอย่างไม่มีสาเหตุ

"เอ่อ ... " ซูเฉินยืดตัวขึ้น พูดอย่างเก้อเขินเล็กน้อยว่า "คุณเลือกเลยแล้วกัน ผมเชื่อสายตาคุณ"

หานเจียงเสวี่ยไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง เธอตอบรับสั้นๆ ว่าอืม

ซูเฉินกลับไปนั่งที่ของตัวเอง บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนเงียบกริบ เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดโต่วอินเพื่อดูคลิปของตัวเอง

ดูเหมือนว่าทางแอปโต่วอินจะช่วยดันคลิปของเขาให้ ยอดไลก์ถึงได้พุ่งกระฉูดอย่างบ้าคลั่ง แค่กดรีเฟรชครั้งเดียว ยอดไลก์ก็เพิ่มขึ้นเป็นร้อยเป็นพันไลก์!

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคลิปนี้ดังระเบิดแล้ว ยอดผู้ติดตามในโต่วอินของซูเฉินก็พุ่งพรวดพราดเช่นกัน!

หานเจียงเสวี่ยเองก็สังเกตเห็นเรื่องนี้ เธอรีบสลัดความเขินอายเมื่อครู่ทิ้งไป แล้วพูดอย่างตื่นเต้นว่า "ดังแล้วๆ! ซูเฉิน คุณดังเป็นพลุแตกแล้วนะ!"

"ผมรู้แล้ว ... วันนี้คุณพูดคำนี้มากี่รอบแล้วก็ไม่รู้ ... " ซูเฉินพูดอย่างเอือมๆ แต่พอเห็นรอยยิ้มของหานเจียงเสวี่ย มุมปากเขาก็อดที่จะยกขึ้นไม่ได้

"จริงเหรอ" หานเจียงเสวี่ยหัวเราะคิกคัก ยกแก้วเหล้าขึ้นตรงหน้าซูเฉิน "วันนี้ต้องฉลองให้คุณหน่อยแล้วล่ะ เอ้า! ชนแก้ว!"

ซูเฉินก็ยกแก้วเป๊ปซี่ขึ้นมาเช่นกัน "ชนแก้ว!"

ทั้งสองคนดื่มเหล้ากินปิ้งย่าง ลากยาวไปจนถึงเที่ยงคืน ซูเฉินถึงได้พาหานเจียงเสวี่ยกลับมาถึงบ้าน

จริงๆ แล้วเขาไม่ควรมาโผล่ที่บ้านผู้หญิงในเวลาแบบนี้หรอก

ถึงแม้ซูเฉินจะเคยค้างคืนที่บ้านหานเจียงเสวี่ยมาแล้วคืนนึง แต่ตอนนั้นเขาเมาหลับไป แล้วหานเจียงเสวี่ยก็เป็นคนพาเขากลับมา ถือว่ามีเหตุผลจำเป็น

แต่การแบกหน้ามาที่บ้านเธอในคืนนี้ ดูเหมือนซูเฉินจะไร้มารยาทไปสักหน่อย

แต่ ...

"หานเจียงเสวี่ย? หานเจียงเสวี่ย ตื่นสิ! ถึงบ้านแล้วนะ!" ซูเฉินพยุงหานเจียงเสวี่ยที่เมาไม่ได้สติ มือข้างหนึ่งยันขอบประตูไว้ พยายามรักษาระยะห่างแบบสุภาพบุรุษสุดฤทธิ์

เขาไม่คิดเลยว่า หานเจียงเสวี่ยที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีเนื้อมีหนัง จะหนักขนาดนี้!

ซูเฉินแบกเธอเดินข้ามไฟแดงมาแค่สองแยก ก็เหนื่อยจนหอบแฮกแล้ว

แต่ก็โชคดีที่ถึงบ้านแล้ว

ซูเฉินอุ้มหานเจียงเสวี่ยไปวางบนเตียงในห้องนอนใหญ่ ค่อยๆ ถอดเสื้อโค้ตและถุงเท้าของเธอออกอย่างเบามือ

แต่ต่อให้ระวังแค่ไหน ความทุลักทุเลของซูเฉินก็ทำให้ชายเสื้อของเธอเลิกขึ้นมาอยู่ดี

วินาทีนั้น ไหล่เนียนสวยของหานเจียงเสวี่ยที่โผล่พ้นเสื้อผ้าราวกับขุมทรัพย์ล้ำค่า ก็เปิดเปลือยต่อหน้าซูเฉินอย่างโจ่งแจ้ง!

ตอนนี้ถ้าซูเฉินต้องการ หานเจียงเสวี่ยก็เสร็จเขาแน่!

ทว่าซูเฉินกลับไม่รู้สึกหวั่นไหว ในแววตาของเขากลับมีความสงสารเจือปนอยู่เล็กน้อย

เขาไปหยิบคลีนซิ่งในห้องน้ำมาเช็ดเครื่องสำอางบางๆ บนใบหน้าของเธอออก แล้วต้มน้ำร้อนมาป้อนให้เธอดื่ม

เรื่องพวกนี้ ซูเฉินเรียนรู้มาจากตอนที่ดูแลหลินเยียนหรานนั่นแหละ

ซูเฉินปาดเหงื่อ มองดูหานเจียงเสวี่ยที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงด้วยความโล่งใจ

"ดูแลคนเมานี่มันเหนื่อยชะมัด ... ไม่รู้เลยแฮะว่าเมื่อคืนคุณแบกผมกลับมาได้ยังไง" ซูเฉินมองหานเจียงเสวี่ยอย่างลึกซึ้ง ปิดไฟในห้องนอน แล้วค่อยๆ เดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ ...

ในขณะเดียวกัน สวีฟางหยวนที่กำลังคุยงานเพื่อหาพรีเซนเตอร์ให้หลินเยียนหราน ก็ได้รับสายด่วนจากบริษัท

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 12 - ชนแก้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว