- หน้าแรก
- คอบบร้าไค : นักรบมังกร
- บทที่ 10 : ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น
บทที่ 10 : ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น
บทที่ 10 : ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น
บทที่ 10 : ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น
ปั้ก!
แดชที่โดนต่อยมาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว สะบัดตัวออกจากการเกาะกุมของพวกเด็กสองคนที่เล่นงานเขาจากด้านหลังได้สำเร็จ ส่วนหนึ่งต้องขอบคุณเดวอน เขาจัดการซัดหมัดใส่พวกมันอีกสองสามที ก่อนที่เสียงตะโกนของผู้ใหญ่จะดังขึ้น
"เฮ้! พวกเด็ก ๆ หยุดเดี๋ยวนี้!"
"ให้ตายเถอะ แดช หนีเร็ว!" เดวอนเตะไมคอลเข้าเต็มเป้าอีกครั้ง ทำให้เขาตัวงอเป็นกุ้ง มือกุมจมูก น้ำตาไหลพราก ก่อนที่เธอจะรีบวิ่งไปคว้ากระเป๋าและของของพวกเขา
หน้าแดชยังแสบไปหมดแต่เขากัดฟันแน่นก่อนจะประกาศด้วยความภาคภูมิใจ "พวกนายเพิ่งได้เจอกับ ‘นักรบมังกร’ และ ‘ตั๊กแตนตำข้าว’ ซึ่งเป็นคู่หูของฉัน ถ้าพวกนายกล้ามาหาเรื่องกันอีกสัปดาห์หน้า ฉันจะซัดพวกนายให้ร่วงเหมือนวันนี้อีก!"
ขณะที่แดชประเมินสถานการณ์ เขาเห็นเด็กทั้งสี่คนที่นอนดิ้นด้วยความเจ็บปวดอยู่บนพื้น แล้วก็รู้ว่ามันเริ่มจะเกินไปแล้ว การต่อสู้ครั้งนี้หลุดจากการควบคุมเพราะพวกนั้นมีจำนวนมากกว่า ตอนนี้แม้แต่จมูกของเขาก็มีเลือดไหลนิดหน่อย แต่เขาไม่ได้สนใจมากนักสิ่งที่สำคัญกว่าคือ เขาต้องหนีแล้ว
"เรามาเป็นเพื่อนกันเถอะ!" แดชตะโกนพลางโบกมือ ก่อนจะรีบวิ่งตามเดวอนไปทางตรอกด้านหลัง
นี่เป็นการต่อสู้ครั้งแรกของพวกเขา... ถ้าคิดให้ดี มันก็เหมือนพิธีล้างบาปในแบบของนักสู้
"เรายังต้องวิ่งอีกเหรอ?" แดชที่ตามหลังเดวอนมองเธอวิ่งไปทางถนนที่มีคนพลุกพล่านและคิดว่าคงพอแล้ว
เดวอนหยุดวิ่ง สูดลมหายใจลึก ๆ ก่อนจะพูดอย่างตื่นเต้น "นายเห็นไหมว่าเราจัดการพวกมันได้ขนาดไหน? ไอ้หมอนั่นพยายามจิ้มตานายอยู่เลยนะ ฉันก็เลยจัดการเตะเข้ากล่องดวงใจซะ ฮ่า ๆ ๆ!"
"อืม..." แดชนึกย้อนกลับไปถึงตอนที่เดวอนช่วยเขาโดยซัดพวกนั้นจากข้างหลังพอดี แม้ว่าเขาจะเป็นฝ่ายรับหมัดไปมากกว่า แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป
เขาหันไปมองร้านไอศกรีมที่อยู่ไม่ไกลนักก่อนจะยิ้มออกมา "ไปกันเถอะ วันนี้เราจะกินไอศกรีมยักษ์ด้วยกัน!"
"ไม่กลับบ้านก่อนเหรอ?"
"กินไอศกรีมก่อนเถอะ ฉันว่าฉันต้องการอะไรเย็น ๆ ประคบตาซะหน่อย ไม่งั้นมันคงบวมแน่"
ไม่นานหลังจากนั้น แดชซื้อไอศกรีมที่มีรสชาติกว่า สามสิบรส อยู่ในถ้วยเดียว สำหรับสองคน มันเป็นรางวัลที่สมควรได้รับและเขาคิดว่ามันก็คุ้มค่าอยู่เหมือนกัน
ขณะที่กำลังกินไอศกรีม แดชก็นั่งครุ่นคิดว่า การเข้าไปยุ่งกับเรื่องการต่อสู้อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องนักแต่ลึก ๆ แล้วเขาก็รู้สึกดีใจ
เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมา เขาไม่เคยแม้แต่จะสู้กับยุงตัวเดียวด้วยซ้ำ
ความอ่อนแอที่เขารู้สึกในอดีตมันกัดกินเขามานาน ตอนที่เขาพยายามจะหยุดการต่อสู้ เขากลับพบว่าความโกรธที่ได้รับจากการโดนชกนั้น มันทำให้เขาอยากสู้กลับมากขึ้นกว่าเดิม
ความโกรธทั้งหมดที่อัดแน่นอยู่ในอกของแดชถูกปลดปล่อยออกมาในการต่อสู้ครั้งนี้ แต่สิ่งสำคัญคือ เขารู้วิธีควบคุมตัวเอง และสถานการณ์ก็ไม่ได้บานปลาย
"พระเจ้า แดช! ตาซ้ายของนายเริ่มม่วงแล้วนะ" เดวอนที่กำลังตั้งใจกินไอศกรีมเงยหน้าขึ้นและอุทานด้วยความตกใจ ขณะที่แดชกำลังเพลิดเพลินกับน้ำผลไม้เย็น ๆ
"มันดูแย่มากเหรอ?"
"มันไม่ได้ดูแย่หรอก แต่พ่อแม่ของนายต้องถามแน่ ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วเราจะทำยังไง?"
แดชนิ่งคิดอย่างเงียบ ๆ บาดแผลเหล่านี้ถือเป็น ถ้วยรางวัลแห่งสงคราม แต่แน่นอนว่าเขาจะต้องเจอปัญหาใหญ่ ถ้าพ่อแม่รู้ว่าเขาไปมีเรื่องชกต่อยมา
"บอกพวกเขาไปว่า ฉันไปสู้กับฝูงเป็ดมา... ฉันเคยอ่านในอินเทอร์เน็ตว่าถ้านายไปจับหางพวกมัน พวกมันจะดุร้ายมาก"
"อย่าดีกว่า..." เดวอนกลอกตา ก่อนจะเสนอวิธีที่เป็นไปได้มากกว่า "ฉันมีเครื่องสำอางอยู่ที่บ้าน น่าจะพอช่วยปกปิดแผลพวกนี้ได้สักพัก จนกว่ามันจะหาย"
"งั้นก็ไม่ต้องกังวลแล้ว เธอล่ะ เจ็บตรงไหนบ้างไหม?" แดชมองเดวอนที่ยังดูปกติดี แล้วก็เริ่มรู้สึกแปลก ๆ ในใจ แม้ว่าเขาจะโกรธถ้ามีใครมาแตะต้องเธอ แต่การที่เขาเป็นฝ่ายรับหมัดทั้งหมดมันก็ดูไม่ยุติธรรมเท่าไหร่ในเมื่อเธอก็สู้เหมือนกัน
เดวอนยกเท้าขึ้นก่อนจะพูด "ก็แค่เท้าน่ะ เจ็บหน่อย ๆ เตะมากเกินไปจนรู้สึกเหมือนเส้นประสาทชักจะมีปัญหา"
แดชถอนหายใจทันที "ไม่น่าไปถามเลยแฮะ..." แล้วเขาก็ส่ายหัวก่อนพูดต่อ "ไหน ๆ เธอก็ชอบเตะอยู่แล้ว ก็มาฝึกกับฉันสิ น่าจะสนุกกว่าฝึกคนเดียว"
เดวอนคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า "ก็ดีนะ ครั้งหน้าฉันจะเตะแรงกว่าเดิม"
เมื่อเดวอนตกลง แดชก็เดินกลับไปที่บ้านของเธอ เพื่อให้เธอช่วยแต่งหน้าเพื่อปกปิดรอยฟกช้ำบนใบหน้าของเขา
หลังจากนั้น พวกเขานั่งดูหนังด้วยกัน แดชไม่คิดเลยว่าหมัดที่ได้รับมาตลอดการต่อสู้จะส่งผลอะไร แต่พอผ่านไปห้าชั่วโมงหลังจากการต่อสู้ ความเจ็บเริ่มแล่นไปทั่วร่างกาย ทั้งที่บางจุดก็ไม่ได้โดนต่อยด้วยซ้ำ
เมื่อแม่ของแดชมารับเขากล่าวลาเดวอนก่อนจะขึ้นรถ แต่ขณะที่เขากำลังจะนั่งเบาะหลัง เสียงของเอเลนา เฮล ก็ดังขึ้น
"คิดว่าฉันเป็นแท็กซี่รึไง ถึงได้ไปนั่งข้างหลัง?" เธอหันมามองลูกชายที่นั่งเบาะหลัง แล้วชี้ไปที่ที่นั่งข้างคนขับที่ว่างอยู่
"ผมคิดว่าแม่จะแวะรับพ่อด้วย..." แดชตอบอย่างระมัดระวัง เขาไม่อยากนั่งใกล้แม่มากเกินไปเพราะเธอเป็นคนช่างสังเกตสุด ๆ มีโอกาสสูงมากที่เธอจะจับพิรุธเขาได้
มันไม่ใช่แค่กลัวโดนดุแต่ ถ้าเขาโดนลงโทษหนัก ความหวังอันริบหรี่ของเขาในการไปแข่ง กังฟูทัวร์นาเมนต์ที่จีน อาจพังทลายได้เลย
เอเลนาเหลือบมองลูกชายของเธออย่างพินิจพิเคราะห์ เธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมบางอย่างในอากาศ เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะปิดหน้าต่างรถทั้งหมดและกลิ่นนั้นก็ยิ่งชัดขึ้น
เธอหรี่ตาลงก่อนจะถาม "ลูก... กำลังทำอะไรลับหลังฉันอยู่รึเปล่า?"
"อะไรนะ?! เปล่าครับ! ไม่มีอะไรเลย!" แดชสะดุ้งโหยง รีบปฏิเสธเสียงดัง
เอเลนาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหมายแฝง "ลูกกับเดวอนยังเด็กกันอยู่ อย่าทำอะไรโง่ ๆ นะ"
แดชกระพริบตาปริบ ๆ "หืม?"
"จริง ๆ เรื่องนี้ควรให้พ่อของลูกเป็นคนพูด แต่ฉันขอเตือนไว้ก่อนนะ... ลูกกับเดวอนควรรอจนกว่าร่างกายของพวกเธอจะพัฒนาเต็มที่"
"หา?" แดชชะงักไปทันที นี่มันวกไปเรื่องไหนกันเนี่ย?
"ถ้าเป็นแค่จูบเล่น ๆ ก็พอเข้าใจได้ แต่ห้ามเกินกว่านั้นเด็ดขาด"
แดชถึงกับอึ้ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ "อ๋อ เรื่องนั้นเหรอ... ไม่ต้องห่วงครับ แม่"
ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมแม่ของเขาถึงพูดแบบนี้ กลิ่นเครื่องสำอางที่ใช้ปกปิดรอยช้ำบนหน้าของเขาอาจจะไม่ได้แรงมาก แต่แม่ของเขามีประสาทรับกลิ่นที่ไวเกินไป…
เธอจับได้ทันทีว่าเขาโดนแต่งหน้าและเข้าใจผิดไปไกลเลยทีเดียว!
ถึงตอนนี้ แดชไม่รู้ว่าควรจะโกรธหรือโล่งใจกับความเข้าใจผิดนี้ดี
เขาไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนนัก เพราะอย่างน้อยแม่ก็ไม่ได้จับได้ว่าเขาไปต่อยตีใครมา แต่ก็น่ากังวลอยู่ไม่น้อยที่พ่อของเขาอาจเข้าใจไปว่าเขากำลังเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นที่เต็มไปด้วยอารมณ์ฮอร์โมน
แต่เอาจริง ๆ แล้ว... แดชยังไม่ได้สนใจเรื่องพวกนั้นเลยสักนิด!
สิ่งเดียวที่อยู่ในหัวของเขาคือการเป็น "นักรบมังกร" และเขาจะต้องทำให้ได้แน่นอน!
ปิ๊บ ปิ๊บ!
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น แดชหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ก่อนจะเห็นข้อความจาก เดวอน
เดวอน ลี : "[แม่ของนายจับได้ไหม?]"
แดชถอนหายใจ ก่อนจะตอบกลับไป "ไม่เลย ทุกอย่างหลุดวงโคจรไปหมด เธอไม่รู้เรื่องอะไรหรอก ไม่ต้องห่วง"
ขณะที่เอเลนากำลังมองไปทางอื่น ดวงตาของเธอเหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์ของลูกชายที่มีข้อความเด้งขึ้นมา
เธอส่ายหัวเบา ๆ ภาวนาอย่าให้ตัวเองได้เป็นคุณยายตั้งแต่อายุยังน้อยเลยเถอะ
ดูเหมือนว่าเธอต้องคุยกับ เฟรเดอริก เพื่อให้เขารับหน้าที่ให้ความรู้เรื่องความสัมพันธ์กับลูกชายที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยที่เริ่มสนใจเรื่องแฟน
"ให้ตายสิ... ปวดหัวจริง ๆ"