- หน้าแรก
- เกิดใหม่เพื่อเป็นใหญ่กว่าใคร
- บทที่ 28 ซ่งเทียนเย่าที่เหยียนสยงอ่านไม่ขาด
บทที่ 28 ซ่งเทียนเย่าที่เหยียนสยงอ่านไม่ขาด
บทที่ 28 ซ่งเทียนเย่าที่เหยียนสยงอ่านไม่ขาด
จนกระทั่งฉู่เสี้ยวซิ่นนั่งลงที่ฝั่งตรงข้าม ซ่งเทียนเย่าถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าข้างนอกเป็นเวลาบ่ายแล้ว และตัวเขาเองก็รู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัวเพราะเผลอหลับบนเก้าอี้นานเกินไป
เมื่อเห็นว่าเด็กผู้หญิงหยุดดีดผีผาได้อย่างรู้จังหวะ ซ่งเทียนเย่าจึงหยิบเงินสิบเหรียญออกจากกระเป๋าสตางค์เพื่อให้เด็กผู้หญิงออกไปก่อน จากนั้นก็รินน้ำชาที่เย็นชืดไปแล้วให้ฉู่เสี้ยวซิ่นหนึ่งถ้วย ขยี้ตาแล้วถามฉู่เสี้ยวซิ่นว่า
"คุณชายซิ่น เป็นยังไงบ้างครับ?"
ฉู่เสี้ยวซิ่นบอกกับซ่งเทียนเย่าว่า "ทำตามที่นายบอกเลย จ่ายค่ารักษาพยาบาลไปสองพันเหรียญ แล้วก็ดื่มเหล้าคารวะจางหรงจิ่นไปหนึ่งจอก บอกเขาไปว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด ถ้ารู้ว่าตำรวจคนนั้นเป็นลูกบุญธรรมของเขา ฉันไม่มีทางลงมือแน่ ตอนที่นายให้คนไปส่งข่าวให้ฉัน ฉันยังไม่เชื่อเลยว่าเงินสองพันเหรียญจะจัดการจางหรงจิ่นได้ นึกไม่ถึงว่าจะเป็นเรื่องจริง พ่อฉันก็คงยังไม่รู้เรื่องนี้หรอก แต่เสียดายก็แต่อาสยง หมอนี่วิ่งเต้นเรื่องของฉันเมื่อคืนโดยไม่ได้บอกกล่าวหัวหน้า แถมเมื่อคืนยังให้ลูกน้องช่วยออกหน้าชนกับจางหรงจิ่นที่ไนต์คลับลี่ฉือแทนฉันอีก วันนี้ในงานเลี้ยงตอนเที่ยง เขาเลยเสนอตัวยอมกลับไปใส่เครื่องแบบตำรวจเพื่อเป็นการไถ่โทษ จางหรงจิ่นไม่กล้าโกรธฉัน ก็เลยจัดการส่งอาสยงกับน้องชายที่ชื่ออาเหว่ยนี่ไปเฝ้าอ่างเก็บน้ำที่ซาโถวเจี่ยวเป็นการดัดนิสัยซะตรงนั้นเลย"
มิน่าล่ะสีหน้าของเหยียนสยงถึงได้ดูแย่ขนาดนั้น ซาโถวเจี่ยว การไปเฝ้าอ่างเก็บน้ำที่นั่น ถ้าไม่มีเส้นสาย อาศัยแค่ทำงานเก็บอายุงานไปวันๆ ต่อให้ทำจนเกษียณก็ไม่มีทางได้ย้ายออกมา ที่นั่นเป็นสถานที่ที่ลำบากที่สุดของกรมตำรวจฮ่องกง คนที่ถูกส่งไปที่นั่น ถ้าไม่ใช่พวกที่เรียนจบโรงเรียนตำรวจด้วยคะแนนห่วยแตกที่สุดหรือไปล่วงเกินครูฝึกเข้า ก็เป็นพวกที่ทำงานแล้วไปล่วงเกินเจ้านายอย่างหนัก แต่เจ้านายก็ถอดเครื่องแบบเขาไม่ได้ เลยจับย้ายไปเฝ้าอ่างเก็บน้ำที่ซาโถวเจี่ยวแทน
เหยียนสยงเข้าข่ายกรณีที่สอง แม้เหยาหมู่จะเกษียณไปแล้ว แต่บารมียังคงอยู่ อีกทั้งในเมื่อเหยียนสยงเสนอตัวยอมสละตำแหน่งหัวหน้านักสืบกลับไปใส่เครื่องแบบเอง จางหรงจิ่นก็ไม่อยากทำอะไรรุนแรงจนถึงขั้นไล่เหยียนสยงออกจากกรมตำรวจ ท้ายที่สุดแล้วตำแหน่งหัวหน้านักสืบของเหยียนสยงก็มีค่ามากพอที่จะเอาไปชดเชยให้ลูกบุญธรรมของตัวเองได้แล้ว
"อาสยง ฉันคบเพื่อนไม่ผิดคนจริงๆ นายมันใจนักเลงพอ ครั้งนี้ถ้าไม่ได้นาย ฉันคงโดนพ่อด่าเปิงไปแล้ว คืนนี้ฉันจะเลี้ยงข้าวนายกับน้องอาเหว่ยที่เรือภัตตาคารไท่ป๋อนะ เรื่องเฝ้าอ่างเก็บน้ำน่ะ ไว้มีโอกาสฉันจะแนะนำพวกลุงๆ ที่สนิทกับหลิวฝูให้นายรู้จัก จะได้หาทางย้ายนายกลับมา" ฉู่เสี้ยวซิ่นหันไปพูดกับเหยียนสยง
เหยียนสยงรู้สึกขมขื่นในใจ คำพูดของฉู่เสี้ยวซิ่นช่างไร้เยื่อใยนัก เขาเอาอนาคตของตัวเองมารับเคราะห์แทนในครั้งนี้ แต่กลับแลกมาได้แค่คำว่า "ไว้มีโอกาส" สี่คำเท่านั้น แต่เขาก็รู้ดีว่าคุณชายที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดอย่างฉู่เสี้ยวซิ่น จินตนาการไม่ออกหรอกว่าการใส่เครื่องแบบกับการเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ หรือการอยู่ซาโถวเจี่ยวกับการอยู่โหยวหมาตี้นั้นมันต่างกันแค่ไหน เรื่องพรรค์นี้จะให้เขาพูดตรงๆ กับฉู่เสี้ยวซิ่นก็ไม่ได้ เหยียนสยงจึงทำได้เพียงแสร้งยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ
"คุณชายซิ่น ผมก็เป็นคนแต้จิ๋ว มีคำพูดของคุณชายคำนี้ ต่อให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก ผมก็ยังจะทำเหมือนเดิมครับ"
แต่ในใจกลับคิดว่า จะมีครั้งหน้าอีกงั้นเหรอ? ตัวเองไปไกลถึงซาโถวเจี่ยวในชุดเครื่องแบบ ใครหน้าไหนจะมาไว้หน้าเขาอีกล่ะ เกรงว่าแม้แต่อดีตลูกน้องของตัวเอง พอเจอหน้าเขาตอนนี้ก็คงจะทำตัวหยิ่งผยองใส่แล้วล่ะมั้ง
"คุณชายซิ่น เมื่อเช้าประธานฉู่ให้ลุงเอินมาส่งข่าวว่า คืนนี้หนึ่งทุ่มตรง ให้คุณกลับไปกินน้ำแกงที่บ้านครับ" ซ่งเทียนเย่าพูดกับฉู่เสี้ยวซิ่น "เรื่องที่จะเลี้ยงพี่สยงกับอาเหว่ยคงต้องยกเลิกไปก่อนแล้วล่ะครับ"
"พ่อรู้เรื่องเมื่อคืนแล้วเหรอ?" พอฉู่เสี้ยวซิ่นได้ยินคำพูดของซ่งเทียนเย่า ปฏิกิริยาแรกคือฉู่เย่าจงพ่อของเขาต้องรู้เรื่องที่เขาไปก่อเรื่องกับจางหรงจิ่นเมื่อคืนแล้วแน่ๆ
ซ่งเทียนเย่ายิ้มให้ฉู่เสี้ยวซิ่น ช่วยสาดความเกลียดชังใส่เฉินอาสือในใจของฉู่เสี้ยวซิ่นโดยไม่กะพริบตา "แน่นอนสิครับ พี่สิบหัวหน้าแก๊งเฉาย่งอี้เพิ่งจะได้พบกับลุงเอินเมื่อเช้านี้เอง เรื่องใหญ่ขนาดนี้ เขาจะไม่ได้รายงานประธานฉู่ได้ยังไงล่ะครับ"
"ไอ้เวรเฉินอาสือ! ทีฉันสั่งให้ทำเรื่องอะไรก็เอาแต่อิดออด แต่ทีเรื่องเลียแข้งเลียขาพ่อฉันล่ะไม่เคยยอมน้อยหน้าใครเลย! สักวันฉันจะจัดการมันแน่!" เมื่อได้ยินว่าเป็นเฉินอาสือที่เอาเรื่องไปบอกพ่อ ฉู่เสี้ยวซิ่นก็กัดฟันกรอด
เหยียนสยงที่อยู่ข้างๆ หันมองซ่งเทียนเย่า แทบไม่เชื่อหูว่าคำพูดเมื่อกี้จะหลุดออกมาจากปากของซ่งเทียนเย่า การที่ซ่งเทียนเย่าขุดหลุมฝังเขา อาจจะพูดได้ว่าทำไปเพื่อฉู่เสี้ยวซิ่น แต่ตอนนี้คำพูดที่ล่วงเกินเฉินอาสือนี่ ถ้าแพร่งพรายออกไป นอกจากจะทำให้เฉินอาสือไม่พอใจซ่งเทียนเย่าแล้ว ก็ไม่มีผลดีอะไรเลย
ซ่งเทียนเย่าไม่กลัวหัวหน้าแก๊งนักเลงอย่างเฉินอาสือเอาจริงงั้นเหรอ? หรือพูดอีกอย่างคือ ซ่งเทียนเย่าไม่กลัวว่าวันหนึ่งตัวเองหมดอำนาจ แล้วจะถูกเฉินอาสือหาโอกาสแก้แค้นหรือไง? ในเวลานี้เขานั่งเก้าอี้เลขาของคุณชายฉู่เสี้ยวซิ่นอย่างมั่นคงแล้ว ตามหลักการก็ควรจะผูกมิตรกับคนในยุทธภพที่รับใช้ตระกูลฉู่อย่างเฉินอาสือเอาไว้สิ แบบนั้นเขาถึงจะมีสิทธิ์มีเสียงที่ท่าเรือ ตำแหน่งเลขาของบริษัทการค้าลี่คังก็จะยิ่งมั่นคง สามารถพลิกแพลงขยายเส้นสายของตัวเองไปได้รอบทิศ
"คืนนี้คุณชายซิ่นไม่ว่าง งั้นสู้ให้ผมเป็นตัวแทนคุณชายซิ่น ไปเลี้ยงขอบคุณพี่สยงกับอาเหว่ยที่เรือภัตตาคารไท่ป๋อดีไหมครับ อีกอย่างพี่สยงก็เป็นคนของแก๊งฝูอี้ซิง ครั้งนี้พี่สยงอุตส่าห์ช่วยคุณชายซิ่นตั้งมากมาย เราควรจะเชิญลูกพี่ใหญ่หัวหน้าแก๊งฝูอี้ซิงมาร่วมด้วยดีไหมครับ?" ซ่งเทียนเย่ามองฉู่เสี้ยวซิ่น แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายๆ เหมือนไม่ได้คิดอะไรมาก
ฉู่เสี้ยวซิ่นไม่ได้คิดลึกซึ้งขนาดนั้น เขารู้ดีว่าเหยียนสยงมีตำแหน่งไม้กระบองแดงของแก๊งฝูอี้ซิง แต่เขาไม่ได้มีความรู้เรื่องวงการนักเลงมากนัก พอซ่งเทียนเย่าเสนอขึ้นมา เขาจึงแค่พยักหน้ารับ
"อาเย่าคิดรอบคอบดี ไม่เลวเลย ต้องเชิญลูกพี่ของอาสยงมาด้วยจริงๆ ไม่อย่างนั้นตอนนี้อาสยงต้องกลับไปใส่เครื่องแบบ ฉันก็กลัวว่าจะมีพวกตาต่ำมาดูถูกเอาได้ นายช่วยไปบอกลูกพี่ของอาสยงแทนฉันด้วยนะว่า ถึงตอนนี้อาสยงจะต้องใส่เครื่องแบบชั่วคราว แต่ถ้ามีใครมาหาเรื่องหรือทำให้อาสยงเสียหน้าล่ะก็ ฉันจะออกโรงช่วยแน่นอน"
"คุณชายซิ่น ขอเบิกเงินเดือนล่วงหน้าหน่อยได้ไหมครับ? เมื่อคืนคืนเดียว เงินสามสี่พันในกระเป๋าก็แทบจะเกลี้ยงแล้ว" ซ่งเทียนเย่าหยิบกระเป๋าสตางค์ที่แฟบแบนของตัวเองขึ้นมาแกว่งให้ฉู่เสี้ยวซิ่นดู แล้วยิ้มแหยๆ "จะให้ผมใช้เงินไม่กี่ร้อยที่เหลือในกระเป๋าไปจัดงานเอาหน้าให้พี่สยงมันก็คงไม่ได้หรอกมั้งครับ? ถ้าคุณชายไม่ให้ยืม ผมก็จะกลับไปเอาเงินที่บ้าน แล้วฟ้องแม่ว่าเจ้านายใหม่ขี้เหนียวสุดๆ"
"เมื่อคืนฉันบอกที่เรือภัตตาคารไท่ป๋อว่านายเป็นคนใช้เงินมือเติบ ฉันพูดไม่ผิดเลยใช่ไหมล่ะ ใจป้ำกว่าฉันซะอีก เจอใครก็แจกทิปไปทั่ว ทีนี้รู้หรือยังล่ะว่าตอนไม่มีเงินมันลำบากแค่ไหน?" ฉู่เสี้ยวซิ่นถูกน้ำเสียงของซ่งเทียนเย่าทำให้หัวเราะออกมา เขาหยิบกระเป๋าสตางค์ของตัวเองออกมา ความหนาของกระเป๋าก็พอๆ กับของซ่งเทียนเย่า เพียงแต่ธนบัตรข้างในล้วนเป็นแบงก์พันและแบงก์ห้าร้อยเหรียญฮ่องกง ในขณะที่กระเป๋าของซ่งเทียนเย่าตอนนี้มีแบงก์ใหญ่สุดแค่แบงก์ร้อยเท่านั้น
เขาหยิบเงินฮ่องกงสามพันเหรียญในนั้นส่งให้ซ่งเทียนเย่าอย่างไม่ใส่ใจนัก "เลี้ยงรับรองอาสยงแทนฉันให้ดีๆ ล่ะ วันนี้เขาช่วยฉันไว้ ฉันจะปล่อยให้เขากลับไปใส่เครื่องแบบด้วยอารมณ์บูดๆ แถมยังเสียหน้าไม่ได้เด็ดขาด"
"ผมรับรองเลยว่าลูกพี่เขาจะกราบไหว้เขาเหมือนเป็นพระโพธิสัตว์องค์หนึ่งเลยล่ะครับ" ซ่งเทียนเย่าพูดกับฉู่เสี้ยวซิ่นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
ฉู่เสี้ยวซิ่นสั่งการซ่งเทียนเย่าเสร็จ ก็หันไปมองเหยียนสยง "อาสยง อาเย่าเป็นเลขาฉัน ฉันให้เงินเขามันไม่ได้แปลว่าหักหน้าเขา แต่นายคือเพื่อนฉัน ถ้าฉันเอาเงินให้นาย มันจะดูเหมือนฉันดูถูกนาย อาเย่าเป็นคนทำงานรู้หนักรู้เบา เขาจะคุยกับลูกพี่นายให้รู้เรื่องเอง"
"คุณชายซิ่นเกรงใจกันเกินไปแล้วครับ" เหยียนสยงเอ่ยกับฉู่เสี้ยวซิ่น
เมื่อคืนฉู่เสี้ยวซิ่นติดอยู่ที่สถานีตำรวจทั้งคืน ทำให้นอนไม่ค่อยหลับ แถมยังต้องมานั่งคิดว่าคืนนี้อาจจะต้องเผชิญหน้ากับการซักไซ้จากพ่อตัวเองอีก เขาจึงดื่มชาไปได้สองสามอึกก็ลุกขึ้นเตรียมจะกลับ หลังจากสั่งให้ซ่งเทียนเย่าไปเริ่มงานที่บริษัทการค้าลี่คังในวันพรุ่งนี้เสร็จสรรพ เขาก็เดินลงไปขึ้นรถเพื่อกลับไปนอนเอาแรง ซ่งเทียนเย่ากับเหยียนสยงเดินไปส่งฉู่เสี้ยวซิ่นจนออกจากโรงน้ำชาลู่อวี่ พอทั้งคู่กลับมาที่ห้องส่วนตัวอีกครั้ง บรรยากาศก็เริ่มแปลกประหลาดขึ้นมา ซ่งเทียนเย่าพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบกับเหยียนสยงที่จู่ๆ สีหน้าก็เคร่งเครียดลงว่า
"พี่สยง คืนนี้ผมนัดลูกพี่พี่ออกมาดื่มเหล้าด้วย มันมีผลดีต่อตัวพี่เองนะ ถือซะว่าเป็นการจ่ายดอกเบี้ยล่วงหน้าให้พี่ที่อุตส่าห์ออกโรงแทนคุณชายซิ่นในครั้งนี้ก็แล้วกัน"