เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 ข้ามทะเลกลางดึก

บทที่ 16 ข้ามทะเลกลางดึก

บทที่ 16 ข้ามทะเลกลางดึก


ดังนั้นตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นมา เหยียนสยงจึงเปลี่ยนกลยุทธ์จากการที่เคยเกาะแค่ขาของหลิวฝูและหลี่โย่วหมิน หันมาแสดงไมตรีจิตต่ออิทธิพลของแก๊งแต้จิ๋วอยู่บ่อยครั้ง แถมยังฝากตัวเป็นศิษย์ของแก๊งฝูอี้ซิงซึ่งเป็นแก๊งเก่าแก่ของแต้จิ๋ว จนได้เป็นถึงไม้กระบองแดงคู่ระดับ 426 ของแก๊งฝูอี้ซิง ผ่านความสัมพันธ์ของไม้กระบองแดงคู่ในแก๊ง เขาได้ดึงคนและผูกมิตรกับหัวหน้าแก๊งแต้จิ๋วคนอื่นๆ โดยหวังว่าจะใช้เส้นสายของหัวหน้าแก๊งพวกนั้น เพื่อเชื่อมโยงไปหาบุคคลระดับบิ๊กของแต้จิ๋วตัวจริง เช่น ฉู่เย่าจง

ตราบใดที่มีเงิน เหยียนสยงซื้อตำแหน่งสารวัตรอาวุโสของสถานีตำรวจมาได้ไม่ยากเลย ปัญหาก็คือเหยียนสยงไม่มีเงิน สถานะของเขาต่อให้จะคอยฉ้อราษฎร์บังหลวงหรือรับเงินใต้โต๊ะทุกวัน รายได้ต่อเดือนก็ไม่เกินหนึ่งพันเหรียญฮ่องกง หักค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแล้ว เก็บออมไว้ทั้งปีก็ได้ไม่ถึงหมื่นเหรียญ ในขณะที่ตำแหน่งสารวัตรอาวุโสนั้น ถ้าไม่มีเงินสักแสนสองแสนเหรียญฮ่องกง ก็ไม่ต้องไปคิดให้เสียเวลา และเงินจำนวนเป็นแสนเป็นล้านนั่น มีเพียงพ่อค้าใหญ่หรือนักเลงตัวยงเท่านั้นที่จะหามาได้

ผ่านทางเฉินอาสือแห่งแก๊งเฉาย่งอี้ เหยียนสยงได้สร้างความสัมพันธ์กับฉู่เสี้ยวซิ่น แต่คำว่าความสัมพันธ์นั้น ก็เป็นเพียงการดื่มเหล้าคุยเล่นฟังเพลงกันในวันธรรมดาเท่านั้น ความสัมพันธ์ยังห่างไกลจากการที่จะทำให้ฉู่เย่าจงผู้เป็นพ่อ ช่วยเหยียนสยงควักเงินเป็นแสนเพื่อซื้อตำแหน่งสารวัตรอาวุโสได้

คืนนี้ ดูเหมือนจะเป็นโอกาสหนึ่ง?

หัวใจของเหยียนสยงเต้นรัวอย่างแรง สมองเริ่มหมุนทำงานด้วยความเร็วสูง เขากำลังชั่งใจว่าถ้าคืนนี้ตัวเองยอมทุ่มหมดตัวเพื่อช่วยฉู่เสี้ยวซิ่นแล้ว จะสามารถแลกกับการตอบแทนจากฉู่เย่าจงได้จริงหรือไม่

"พี่สยง ฝั่งหนึ่งเป็นคนแต้จิ๋ว ฝั่งหนึ่งเป็นคนอู่ยี่ จะทำยังไง ไม่เห็นต้องคิดเยอะเลยครับ ถ้าครั้งที่แล้วเป็นเพราะพี่คว้าโอกาสไว้ไม่ได้ งั้นครั้งนี้ถ้าพี่มัวแต่ลังเล ผมเกรงว่าคนอื่นคงไม่มองว่าพี่เป็นพวกเดียวกันอีกแล้ว อยากทำยังไงก็บอกมาได้เลยครับ รถจอดรออยู่ข้างนอกแล้ว" ซ่งเทียนเย้ามองดูสีหน้าที่เปลี่ยนไปมาของเหยียนสยง ไม่ต้องไปรู้ประวัติความเป็นมาของเหยียนสยง แค่ดูจากอายุสามสิบกว่าๆ ที่เป็นได้แค่หัวหน้านักสืบ ทั้งยังต้องคอยก้มหัวรับใช้คุณชายเจ้าสำราญอย่างฉู่เสี้ยวซิ่น ก็รู้แล้วว่าเขาต้องเคยเลือกข้างผิดมาก่อนแน่ๆ ถึงได้ไม่ได้รับการสนับสนุนจากสมาคมการค้าแต้จิ๋วในตอนนั้น

พอเหยียนสยงได้ยินคำพูดของซ่งเทียนเย่า ใบหน้ากลมๆ ของเขาก็สั่นไหวอย่างรุนแรง เขาสบถออกมาจากไรฟันว่า "อาเย่าใช่ไหม? ได้! งั้นก็ขอทุ่มหมดหน้าตักอีกสักรอบ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคนอย่างฉันอายุสามสิบสามแล้วจะดวงตกตลอดเวลา! นายรีบพาฉันไปย่านวิลล่าครึ่งเขาที่ภูเขาไท่ผิงเดี๋ยวนี้!"

"อาเหว่ย!" เหยียนสยงตะโกนเรียกคนข้างนอกในขณะที่กำลังติดกระดุมคอเสื้อ

นักสืบที่ชื่ออาเหว่ยเดินเข้ามา "พี่สยง มีอะไรครับ?"

เหยียนสยงล้วงเงินสองร้อยกว่าเหรียญออกจากกระเป๋า ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันไปมองซ่งเทียนเย่า "อาเย่า นายมีเงินสดติดตัวบ้างไหม ขอสักสามร้อยเหรียญพอ"

ซ่งเทียนเย่าหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา นับเงินสามร้อยเหรียญส่งให้เหยียนสยง เหยียนสยงเอาเงินสามร้อยนั้นมารวมกับเงินสองร้อยของตัวเอง แล้วยัดใส่มืออาเหว่ย

"แกไปบอกให้อาปังพกเงินห้าร้อยนี้รีบไปที่สถานีตำรวจน้ำสาขาหลี่จือเจี่ยว ไปหาตำรวจน้ำฝรั่งที่ชื่อแพนอิงชื่อ ให้เขาจัดเรือกลไฟของตำรวจน้ำลำหนึ่งไปรอฉันที่ท่าเรือเซ็นทรัล เขาเห็นเงินถึงจะออกเรือ เพราะฉะนั้นต้องรีบเอาเงินให้เขาก่อน"

รอจนอาเหว่ยเก็บเงินใส่กระเป๋าเรียบร้อย เหยียนสยงก็สั่งต่อ

"แกไปที่ไนต์คลับลี่ฉือการ์เด้นด้วยตัวเอง แกเคยเห็นคุณชายฉู่เสี้ยวซิ่นแล้วใช่ไหม? อยู่ที่นั่นซะ ถ้าคนของจางหรงจิ่นจะพาตัวคุณชายซิ่นไป แกก็บอกว่าฉัน เหยียนสยง สั่งให้คุณชายซิ่นรออยู่ตรงนี้ เว้นแต่จางหรงจิ่นจะมาด้วยตัวเอง ไม่งั้นต่อให้เป็นสารวัตรอาวุโส ก็อย่าหวังว่าจะพาศตัวคุณชายซิ่นไปได้ มีอะไรเกิดขึ้น ฉัน เหยียนสยง คนนี้จะรับผิดชอบเองทั้งหมด!"

ตอนที่พูดประโยคนี้ สีหน้าของเหยียนสยงแทบจะเรียกได้ว่าดุร้ายราวกับสัตว์ป่า

"ต้องบอกพี่หมินสักคำไหม..." อาเหว่ยทำท่าจะถามว่าต้องบอกหลี่หมินอวี่ที่เป็นหัวหน้าของเหยียนสยงหรือไม่

เหยียนสยงถลึงตาใส่ "ไม่ต้อง! บอกแล้วไงว่าฉันจะรับผิดชอบเอง!"

หลังจากสั่งการเสร็จ เหยียนสยงและซ่งเทียนเย่าก็เดินลงบันไดไป โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ทั้งคู่เบียดเข้าไปในรถฟอร์ด "ไปท่าเรือจิมซาจุ่ย ฉันจะข้ามทะเลไปภูเขาไท่ผิงคืนนี้เลย"

ฮ่องกงในตอนนี้ยังไม่มีอุโมงค์ใต้ทะเล การเดินทางไปมาระหว่างเกาะฮ่องกงและเกาลูนต้องพึ่งพาเรือเป็นหลัก ตอนนี้ดึกมากแล้ว เรือสตาร์เฟอร์รี่ดับเครื่องหยุดพักไปนานแล้ว การจะข้ามทะเลตอนดึกๆ ต้องพึ่งพาเรือสำเภาลำเล็กๆ ของพวกแก๊งอิทธิพลที่จอดอยู่ที่ท่าเรือ กลางดึกพายุและคลื่นลมแรงมาก เรือสำเภาล่มเป็นเรื่องปกติ แต่คำสั่งของเหยียนสยงกลับไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย ทำให้ซ่งเทียนเย่าอดไม่ได้ที่จะต้องมองเหยียนสยงอีกหลายๆ รอบ ในเวลานี้เหยียนสยงที่กำลังกัดฟันแน่นและมีแววตาที่เด็ดเดี่ยวนั้น ดูโดดเด่นกว่าเหยียนถงที่ขี้ขลาดและเห็นแก่ตัวอย่างกับหนูในหนังเรื่องที่เขาเคยดูมากมายนัก

รถฟอร์ดแล่นตรงไปถึงท่าเรือจิมซาจุ่ย พอเหยียนสยงลงจากรถก็ไม่สนใจสถานะตำรวจของตัวเองอีกต่อไป เขายืนอยู่บนสะพานท่าเรือแล้วตะโกนใส่เรือลำเล็กๆ หลากหลายชนิดที่จอดหลบลมพักผ่อนอยู่ข้างสะพานท่าเรือว่า

"ฉันคือเหยียนสยง ไม้กระบองแดงคู่ระดับ 426 ของแก๊งเหล่าฝู! ศิษย์ของลุงซุนหยวนเหลย ฉายา เหลยฟันทอง พวกเรามีเรื่องด่วนต้องการเรือข้ามฟากคืนนี้ ไม่ทราบว่าจะเรียกท่านว่าอย่างไร แต่วันหน้าจะต้องตอบแทนแน่นอน!"

สิ้นเสียงตะโกน เรือประมงข้างสะพานท่าเรือสองสามลำก็จุดตะเกียงน้ำมันขึ้น มีเสียงดังมาจากเรือลำหนึ่ง "ฉันคือเฉียนหรง สมาชิก 49 ของแก๊งเหล่าฝู พี่สยงใช่ไหม? พวกเดียวกันต้องช่วยกัน ไม่ต้องตอบแทนหรอก ขึ้นเรือมาได้เลย"

เหยียนสยงมองซ่งเทียนเย่าและชายฉกรรจ์สองคนที่ตามมาข้างหลัง "ลมแรงคลื่นใหญ่ อาเย่ากล้าไปกับฉันไหม?"

"ผมตั้งใจมาช่วยเจ้านายแก้ปัญหาอยู่แล้ว ลมคลื่นแค่นี้ยังเทียบไม่ได้กับเรื่องที่ต้องเจอเลยครับ" ซ่งเทียนเย่าตอบเหยียนสยง

เมื่อได้ยินว่าซ่งเทียนเย่าตกลงจะข้ามทะเลไปกับเขา เหยียนสยงก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงอีก หยิบเงินเศษๆ ในกระเป๋าออกมาจำนวนหนึ่งแล้วเดินไปที่เรือประมงลำนั้น ส่วนซ่งเทียนเย่าก็หันไปมองอวี๋หลานคุน "พี่คุนครับ ถ้าเกิดผมดวงไม่ดีตกลงน้ำไป ก็คงต้องรบกวนพี่ช่วยงมผมขึ้นมาด้วยนะ"

"ตราบใดที่ฉันอยู่บนเรือ รับรองว่านายไม่ได้เป็นอาหารให้เจ้าสมุทรแน่" อวี๋หลานคุนพูดกับซ่งเทียนเย่าด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ทิ้งรถฟอร์ดและคนขับให้รออยู่ที่ท่าเรือ ทั้งสี่คนก็ลงไปในเรือประมงลำนั้น จริงๆ แล้วมันเป็นเพียงเรือสำเภาลำเล็กยาวห้าเมตรที่ต่อเพิงโค้งเพิ่มขึ้นมาเท่านั้น นอกจากสมาชิกแก๊งฝูอี้ซิงที่ชื่อเฉียนหรงแล้ว บนเรือยังมีภรรยาและลูกสามคนของเขา ซึ่งตอนนี้กำลังเบียดเสียดกันอยู่ในเพิงโค้ง เหยียนสยง ซ่งเทียนเย่า ล่านมิ่งจวี และอวี๋หลานคุน สี่คนก็ไม่กล้าไปแย่งที่กับผู้หญิงและเด็ก จึงยืนอยู่หน้าเพิงโค้ง เผชิญกับลมพายุและมองออกไปที่ผิวน้ำที่มืดมิด

"พี่สยง คืนนี้ข้ามทะเลไปหาใครครับ?" ซ่งเทียนเย่ายืนอยู่เคียงข้างเหยียนสยงบนเรือแล้วเอ่ยถาม

เหยียนสยงสูดอากาศที่มีกลิ่นคาวทะเลเข้าไปลึกๆ แล้วถอนหายใจออกมาอย่างแรง "ไปหาพี่มู่ ผู้บัญชาการสืบสวนชาวจีนคนแรกของฮ่องกงน่ะ"

ที่แท้ก็ไปหาเหยาหมู่ที่เกษียณไปแล้ว ซ่งเทียนเย่าไม่รู้จักเหยาหมู่ และไม่รู้เรื่องราวความขัดแย้งระหว่างเหยียนสยงกับเหยาหมู่ จึงเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อยและไม่ได้ถามเซ้าซี้ต่อ

แต่ดูเหมือนเหยียนสยงจะรู้สึกอึดอัดจนทนเก็บไว้ไม่ไหว จึงพูดต่อว่า "ตอนนั้นพี่มู่เอาเงินฉันไปหนึ่งแสนเหรียญ รับปากว่าจะดันฉันให้ได้เป็นสารวัตรอาวุโส แต่ยังไม่ทันได้จัดการอะไร เขาก็ป่วยจนต้องเกษียณอายุก่อนกำหนด งานก็ไม่สำเร็จ เงินก้อนนั้นฉันก็ไม่เคยไปทวงคืน ถือว่าเป็นการทำบุญให้ผู้ใหญ่ท่านนั้น แต่คืนนี้ ฉันจะเอาบุญคุณหนึ่งแสนเหรียญที่พี่มู่ติดค้างฉันอยู่ มาใช้กับคุณชายซิ่นนี่แหละ"

ซ่งเทียนเย่าก้มลงใช้มือบังไม้ขีดไฟจุดบุหรี่ แล้วเงยหน้าขึ้นพ่นควันออกจากปาก "เยี่ยมเลยครับ"

จบบทที่ บทที่ 16 ข้ามทะเลกลางดึก

คัดลอกลิงก์แล้ว