- หน้าแรก
- เกิดใหม่เพื่อเป็นใหญ่กว่าใคร
- บทที่ 9 ความขัดแย้งในไนต์คลับ
บทที่ 9 ความขัดแย้งในไนต์คลับ
บทที่ 9 ความขัดแย้งในไนต์คลับ
กลุ่มจิ้วเส้าถวน (กลุ่มแฟนคลับ) มีลักษณะคล้ายๆ กับกลุ่มแฟนคลับของนักร้องในยุคหลังที่ซ่งเทียนเย่าเคยเห็น คำว่า 'จิ้วเส้า' ในภาษากวางตุ้งหมายถึงพี่ชายหรือน้องชายของเจ้าสาว ส่วนนักร้องในสถานเริงรมย์ก็มักจะเป็นหญิงสาววัยรุ่น แฟนคลับที่คอยตามเชียร์พวกเธอก็มักจะเป็นลูกหลานคนรวย หนังสือพิมพ์ฮ่องกงจึงเรียกพวกเขาล้อๆ ว่า 'จิ้วเส้า' แน่นอนว่าคำนี้ไม่ได้มีความหมายในแง่ลบแต่อย่างใด
ในทางกลับกัน หากได้เป็นสมาชิกกลุ่มแฟนคลับของนักร้องสาวชื่อดัง ก็จะได้รับสายตาอิจฉาจากคนส่วนใหญ่อย่างแน่นอน
เมื่อซ่งเทียนเย่า ฉู่เสี้ยวซิ่น และอู๋จินเหลียงทั้งสามคนนั่งรถมาถึงถนนชีจื่อเม่ย ซึ่งเป็นที่ตั้งของไนต์คลับลี่ฉือการ์เด้นในเป่ยเจี่ยว ก็เป็นเวลาสามทุ่มสี่สิบแล้ว แต่ถนนทั้งสายก็สว่างไสวราวกับตอนกลางวันด้วยแสงไฟจากถนนและรถยนต์ รถยนต์และรถลากหลากหลายชนิดติดแหง็กอยู่เต็มถนน แม้จะมีพนักงานหนุ่มในชุดเสื้อกั๊กผูกหูกระต่ายสิบกว่าคนออกมาช่วยระบายรถ แต่รถฟอร์ด 49 ของฉู่เสี้ยวซิ่นก็ยังต้องใช้เวลาเกือบสิบนาทีกว่าจะขยับจากหัวถนนมาถึงประตูใหญ่ของไนต์คลับได้
พนักงานคนหนึ่งรีบเดินเข้ามาโค้งคำนับเปิดประตูรถฟอร์ด 49 ให้ ตอนแรกคิดว่าจะได้เห็นคุณชายรองตระกูลฉู่ที่มาเชียร์เป็นประจำทุกคืนไม่ว่าฝนจะตกหรือแดดจะออกเดินลงมาจากรถ แต่กลับเป็นอู๋จินเหลียงในชุดฉางซานที่เดินลงมา อู๋จินเหลียงรีบเดินอ้อมไปเปิดประตูรถอีกฝั่ง ฉู่เสี้ยวซิ่นถึงได้เดินลงมา ส่วนซ่งเทียนเย่าก็ลงมาจากที่นั่งข้างคนขับ
"ยินดีต้อนรับครับคุณชายซิ่น" พนักงานโค้งคำนับฉู่เสี้ยวซิ่นอย่างสุภาพ
ฉู่เสี้ยวซิ่นคาบบุหรี่ทรีไฟว์ไว้ในปาก ไม่แม้แต่จะชายตามองพนักงานคนนี้เลยแม้แต่น้อย ท่าทางต่างจากตอนที่คุยเล่นกับอู๋จินเหลียงและซ่งเทียนเย่าที่โต๊ะอาหารอย่างสิ้นเชิง เขาเค้นเสียงรอดไรฟันออกมาว่า "คืนนี้จูดี้ขึ้นเวทีกี่โมง"
"สี่ทุ่มครับ แต่คุณชายข่าย คุณชายหรง แล้วก็คนอื่นๆ มาถึงก่อนแล้ว ตอนนี้กำลังอยู่เป็นเพื่อนคุณจูดี้ที่หลังเวทีครับ" พนักงานลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบฉู่เสี้ยวซิ่น
ใบหน้าหล่อเหลาของฉู่เสี้ยวซิ่นทะมึนลงทันที "แกทำงานประสาอะไรฮะ! ไอ้สวะ!"
พูดจบเขาก็ก้าวเดินเข้าไปในประตูใหญ่ของไนต์คลับ
ซ่งเทียนเย่าเดินรั้งท้าย เขาหยิบเงินสิบเหรียญออกจากกระเป๋าสตางค์แล้วโยนให้พนักงานที่หน้าซีดเผือดเพราะคำพูดประโยคเดียวของฉู่เสี้ยวซิ่น "นี่รางวัลจากคุณชายซิ่น"
พอดีกับที่ฉู่เสี้ยวซิ่นหันกลับมาตั้งใจจะเรียกซ่งเทียนเย่า พอเห็นซ่งเทียนเย่าให้ทิปพนักงานคนนั้น ก็พูดอย่างมีน้ำโหว่า "อาเย่าจะให้ทิปมันทำไม? ไอ้พวกนี้มันโง่จะตายชัก! สั่งให้ทำอะไรนิดๆ หน่อยๆ ก็ทำไม่ได้เรื่อง!"
"เขาเป็นพนักงานของไนต์คลับ ไม่ใช่คนรับใช้บ้านคุณชายซิ่นนี่ครับ คงเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะฟังคำสั่งคุณชายคนเดียว ทำไมต้องไปโมโหกับคนแบบนี้ด้วยล่ะครับ" ซ่งเทียนเย่ายิ้มให้ฉู่เสี้ยวซิ่น "คุณชายซิ่นมาที่นี่เพื่อหาความสำราญ ไม่จำเป็นต้องมาหัวเสียกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หรอกครับ"
ฉู่เสี้ยวซิ่นไม่พูดอะไรอีก ทำเพียงแค่ถลึงตาใส่พนักงานคนนั้น แล้วเดินเข้าไปในล็อบบี้
ล็อบบี้ตรงประตูใหญ่ของลี่ฉือการ์เด้นดูเหมือนศูนย์กลางเสียมากกว่า แขกที่มาเยือนลี่ฉือการ์เด้นจะแยกย้ายกันไปตามจุดต่างๆ จากที่นี่ เช่น ซ่งเทียนเย่ากับฉู่เสี้ยวซิ่นมาเชียร์นางรำนักร้อง ก็ต้องไปที่ไนต์คลับ แขกคนอื่นที่อยากทานอาหารก็จะไปที่ภัตตาคารจีนหรือร้านอาหารฝรั่ง ส่วนคนที่อยากเล่นไพ่ก็จะไปที่ห้องเล่นไพ่
"คุณชายซิ่น" ชายวัยกลางคนในชุดสูทของไนต์คลับ พอเห็นพวกฉู่เสี้ยวซิ่นทั้งสามคนเดินเข้ามาในล็อบบี้ ก็รีบวิ่งเข้ามาหาด้วยรอยยิ้มประจบประแจง "คุณชายซิ่นรักษาคำพูดจริงๆ เมื่อวานบอกว่าวันนี้จะมาเชียร์จูดี้ต่อ ก็มาจริงๆ สมกับเป็นหัวหน้ากลุ่มแฟนคลับของจูดี้เลยนะครับ"
"นี่คือผู้จัดการคนหนึ่งของไนต์คลับ แซ่จิน เรียกเขาว่าผู้จัดการจินหัวโตก็ได้ หลี่ไฉฝ่าเถ้าแก่ของลี่ฉืออุตส่าห์ทุ่มเงินจ้างมาจากเซี่ยงไฮ้โดยเฉพาะ เมื่อก่อนที่เซี่ยงไฮ้ เขาเคยเป็นผู้จัดการไนต์คลับไป่เล่อเหมินน่ะ" ฉู่เสี้ยวซิ่นแนะนำชายวัยกลางคนหัวโตโดดเด่นคนนี้ให้ซ่งเทียนเย่ารู้จัก
แล้วก็หันไปแนะนำซ่งเทียนเย่าให้ผู้จัดการจินรู้จักด้วย "นี่ซ่งเทียนเย่า เลขานุการคนใหม่ของฉัน ต่อไปถ้าฉันติดธุระมาไม่ได้ เขาอาจจะมาส่งของขวัญให้จูดี้แทนฉัน"
"เลขานุการของคุณชายซิ่น โห แค่ดูภายนอกก็รู้แล้วว่าร้ายกาจแน่นอน อายุน้อยแต่เก่งกาจ หน้าตาก็หล่อเหลา สวัสดีครับคุณซ่ง วันหลังถ้ามาไนต์คลับ มีอะไรให้รับใช้บอกผมอาจินได้เลยนะครับ" ผู้จัดการจินจับมือกับซ่งเทียนเย่าแล้วพูดอย่างเป็นกันเอง
ฉู่เสี้ยวซิ่นไม่ได้แนะนำอู๋จินเหลียง ผู้จัดการจินก็เลยไม่ถามเซ้าซี้ ในสายตาเขา ฉู่เสี้ยวซิ่นกับซ่งเทียนเย่าแต่งตัวดูมีฐานะ แบบนี้สิถึงจะเป็นแขกวีไอพีที่ลี่ฉือการ์เด้นต้องการ ส่วนอู๋จินเหลียงที่ใส่ชุดฉางซานและมือมีรอยด้าน ดูจากสีหน้าก็รู้เลยว่าเพิ่งเคยมาสถานที่แบบนี้เป็นครั้งแรก คงจะเป็นคนรับใช้ของตระกูลฉู่ล่ะมั้ง
"คุณชายซิ่น คุณซ่ง เชิญทางนี้ครับ" ผู้จัดการจินเดินนำทางมุ่งหน้าไปยังไนต์คลับ
ทั้งสามคนเดินตามผู้จัดการจินผ่านทางเดินที่หรูหราโอ่อ่ามาถึงไนต์คลับ มีพนักงานช่วยเปิดประตูที่ตกแต่งด้วยลวดลายสีเงินให้ เมื่อมองเข้าไปก็จะเห็นเวทีที่หรูหราอลังการอยู่ตรงหน้า แน่นอนว่าความหรูหราที่ซ่งเทียนเย่าเห็นนั้น ถือว่าธรรมดามาก ก็แค่การตกแต่งด้วยแผ่นเลื่อมผสมผสานกับแสงไฟหลากสี ในชาติก่อน แสงสีเสียงของร้านคาราโอเกะระดับตำบลสักแห่งยังดูหรูหรากว่าเวทีนี้เสียอีก
เวลานี้ที่กลางเวที นักร้องสาวหน้าตาอ่อนเยาว์ในชุดราตรีหรูหรา กำลังร้องเพลง "Mei Gui Mei Gui Wo Ai Ni" ผลงานชิ้นเอกของเหยาหลี่ หนึ่งในเจ็ดนักร้องหญิงผู้ยิ่งใหญ่แห่งเซี่ยงไฮ้ โดยมีกลุ่มนางรำคอยเต้นประกอบจังหวะอยู่ด้านหลัง
ด้านข้างเวทีทั้งสองฝั่งมีฟลอร์เต้นรำอยู่สองแห่ง ซึ่งตอนนี้ก็มีผู้ชายสิบกว่าคนกำลังโอบกอดนางรำของไนต์คลับเต้นรำไปตามจังหวะเพลง
ด้านหน้าตรงข้ามเวทีเป็นโซนที่นั่งโซฟา ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีแขกและนางรำนั่งอยู่เต็มแล้ว พนักงานในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวคอยถือถาดเดินไปมาตามโต๊ะต่างๆ อย่างไม่ขาดสาย เพื่อเสิร์ฟเครื่องดื่มหรือผลไม้สดตามที่แขกสั่ง
ถึงแม้สีหน้าของฉู่เสี้ยวซิ่นจะไม่ได้ดูโกรธเกรี้ยวเหมือนตอนอยู่หน้าประตู แต่ก็ไม่ได้มีรอยยิ้มประดับอยู่เช่นกัน เมื่อเข้ามาในไนต์คลับและมองไปที่นักร้องสาวบนเวที เขาก็เอ่ยปากสั่งผู้จัดการจินที่กำลังจะเชิญทั้งสามคนไปนั่งที่โต๊ะด้านหน้าว่า
"ส่งกระเช้าดอกกุหลาบขึ้นไปสิบกระเช้า บอกว่าฉู่เสี้ยวซิ่นส่งให้กู้เม่ย"
รอยยิ้มบนใบหน้าของผู้จัดการจินชะงักไปเล็กน้อย แต่เขาก็พยักหน้ารับคำ "ได้ครับ ได้ คำสั่งของคุณชายซิ่น ผมจะรีบจัดการให้เดี๋ยวนี้เลยครับ"
พูดจบผู้จัดการจินก็กวักมือเรียกพนักงานมาคนหนึ่ง "เอาดอกกุหลาบสิบกระเช้าขึ้นไปส่งเดี๋ยวนี้ คุณชายซิ่นสั่งมา"
"คุณชายซิ่น เชิญนั่งก่อนดีไหมครับ? ที่นั่งประจำของคุณ ผมเก็บไว้ให้เสมอเลยนะครับ" ผู้จัดการจินกระซิบอยู่ข้างๆ
"ไม่ต้อง ฉันจะรออยู่ตรงนี้แหละ" ฉู่เสี้ยวซิ่นยืนอยู่แถวนอกสุดของโถงทางเดินใกล้กับประตูทางเข้า พูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ซ่งเทียนเย่ามองผู้จัดการจินอย่างเงียบๆ และสังเกตเห็นว่าผู้จัดการจินก้มหน้าลงถอนหายใจเบาๆ ดูเหมือนว่าคำพูดของฉู่เสี้ยวซิ่นเมื่อครู่จะทำให้เขาลำบากใจมาก
พนักงานทำงานเร็วมาก พอนักร้องสาวที่ชื่อกู้เม่ยร้องเพลงจบบนเวที พนักงานสิบคนก็อุ้มกระเช้าดอกกุหลาบสูงระดับเอวขึ้นไปบนเวที แล้วจัดเรียงกระเช้าทั้งสิบใบไว้ที่ด้านหน้าเวทีอย่างเป็นระเบียบท่ามกลางสายตาของผู้คน ดอกกุหลาบสีแดงสดทั้งสิบกระเช้าดูราวกับเปลวเพลิงสิบกอง ทำเอานักร้องสาวบนเวทีถึงกับทำตัวไม่ถูก
จากนั้นซ่งเทียนเย่าก็เห็นชายหนุ่มลูกเศรษฐียี่สิบกว่าคนลุกพรวดขึ้นจากที่นั่งโซฟาสิบกว่าโต๊ะที่ใกล้เวทีที่สุด ทุกคนล้วนมีสีหน้าโกรธเกรี้ยว หนึ่งในนั้นถึงกับยืนขึ้นตวาดใส่แขกที่นั่งอยู่โต๊ะด้านหลังอย่างหยาบคายว่า
"มารดามึงสิ! ใครกล้าดีมาลวนลามอาเม่ยเมื่อกี้วะ!"