- หน้าแรก
- เกิดใหม่เพื่อเป็นใหญ่กว่าใคร
- บทที่ 7 ความคิด
บทที่ 7 ความคิด
บทที่ 7 ความคิด
งานเลี้ยงโต๊ะนี้ทั้งสามคนกินดื่มกันอย่างมีความสุข ซ่งเทียนเย่าหยิบยกเรื่องราวความรักความใคร่ที่เขาเคยพบเจอในชาติก่อนมาเล่าเป็นเรื่องตลกขบขัน ทำให้ฉู่เสี้ยวซิ่นฟังอย่างออกรสออกชาติ คุณชายรองตระกูลฉู่ผู้ซึ่งเคยคิดว่าตนเองเจนจัดในโลกีย์ของฮ่องกงมานานหลายปี แต่พอได้ฟังเรื่องราวโลกีย์ของซ่งเทียนเย่าแล้ว เขาก็รู้สึกทันทีว่าชีวิตที่ผ่านมาของตนเองนั้นช่างจืดชืดเหมือนคนเก็บขยะข้างถนน ผู้หญิงที่เขาเคยผ่านมือมานั้นเทียบไม่ได้เลยกับประสบการณ์ของซ่งเทียนเย่า
ผู้หญิงญี่ปุ่นที่แสร้งปฏิเสธแต่ใจจริงเรียกร้อง ผู้หญิงเกาหลีที่ว่านอนสอนง่าย ผู้หญิงผิวดำที่เร่าร้อนกล้าหาญ หรือแม้แต่แหม่มผมทองตาน้ำข้าว ไม่มีผู้หญิงแบบไหนที่ซ่งเทียนเย่าไม่รู้จัก ในขณะที่ฉู่เสี้ยวซิ่นไม่เคยสัมผัสผู้หญิงทั้งสี่ประเภทนี้เลยแม้แต่คนเดียว
งานเลี้ยงดำเนินไปจนถึงเวลาประมาณสามทุ่ม ซ่งเทียนเย่าก็เอ่ยปากกับฉู่เสี้ยวซิ่นว่า "คุณชายซิ่น เวลาตอนนี้กำลังดีเลย ไปต่อที่ไนต์คลับเป่ยเจี่ยวกันไหมครับ? ผมได้ยินพี่เหลียงบอกว่า คุณชายซิ่นเป็นถึงหัวหน้ากลุ่มแฟนคลับของนักร้องสาวชื่อดังประจำไนต์คลับแห่งหนึ่งเลยนี่ครับ"
"พอฟังนายเล่าเรื่องพวกนั้นแล้ว ตอนนี้ฉันกลับรู้สึกว่าตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มแฟนคลับของฉันเนี่ย มันก็คือกบในกะลาดีๆ นี่เอง" ฉู่เสี้ยวซิ่นยิ้มกว้าง "นายเพิ่งจะอายุสิบแปด ทำไมถึงรู้จักผู้หญิงที่มีสไตล์ต่างกันมากมายขนาดนั้นได้? อย่าบอกนะว่าเพราะนายมีเสน่ห์ดึงดูดใจน่ะ?"
"คุณชายซิ่นเคยได้ยินคำพูดนี้ไหมครับ ผู้ชายจะดึงดูดผู้หญิงได้ ไม่ได้อยู่ที่หน้าตาหรืออายุ แต่อยู่ที่ว่ามีเงินมากแค่ไหน ในโลกนี้ไม่มีผู้หญิงกลางคืนคนไหนที่เงินซื้อไม่ได้หรอกครับ อยู่ที่ว่าจะจ่ายเท่าไหร่ต่างหาก" ซ่งเทียนเย่าพูดพลางหันไปหานักร้องสาวทรงเสน่ห์ที่นั่งอยู่ข้างฉู่เสี้ยวซิ่น "น้องสาว ผมให้ห้าสิบเหรียญ คืนนี้ไปนอนกับผมไหม?"
"คุณซ่งนี่ช่างล้อเล่นเก่งจริงๆ นะคะ" นักร้องสาวส่งสายตายั่วยวนพลางปฏิเสธอย่างนุ่มนวล
ซ่งเทียนเย่ายิ้มอย่างไม่ใส่ใจ แล้วหันไปพูดกับฉู่เสี้ยวซิ่น "ผมให้ห้าสิบเหรียญ แม่นางคนนี้คงคิดว่าผมพูดเล่นน่ะครับ"
เขาล้วงกระเป๋าสตางค์ออกมา เปิดออกแล้ววางธนบัตรทั้งหมดลงบนโต๊ะ พร้อมกับพูดต่อ "ห้าสิบไม่พอ งั้นก็ร้อยนึง ร้อยนึงไม่พอ ก็สองร้อย สองร้อยไม่พอ ก็สี่ร้อย สี่ร้อยไม่พอ งั้นก็แปดร้อย"
เมื่อเห็นซ่งเทียนเย่าพูดจบที่แปดร้อย นักร้องสาวก็ไม่อาจซ่อนความยินดีบนใบหน้าได้ "ถ้าแปดร้อยยังไม่พอล่ะคะ?"
"ถ้าแปดร้อยยังไม่พอ ผมก็ไม่เพิ่มราคาแล้วล่ะ เอาเงินไปหาความสำราญกับผู้หญิงคนอื่นที่ไนต์คลับดีกว่า" ซ่งเทียนเย่าหัวเราะร่วน ดึงธนบัตรใบละร้อยเหรียญออกมาหนึ่งใบแล้วยื่นให้หล่อน "นี่คือรางวัลที่คุณชายซิ่นให้เธอคืนนี้นะ"
ถึงแม้นักร้องสาวจะรู้ดีว่าซ่งเทียนเย่าแค่พูดหยอกล้อ แต่พอเห็นธนบัตรปึกใหญ่วางอยู่บนโต๊ะ ใจเธอก็อดสั่นไหวไม่ได้ เฝ้าจินตนาการว่ามันจะเป็นเรื่องจริง สุดท้ายแม้เงินแปดร้อยเหรียญจะกลายเป็นแค่ความฝัน แต่เงินร้อยเหรียญฮ่องกงก็ตกมาอยู่ในมือเธอจริงๆ เธอเป็นคนรู้จักเอาตัวรอด จึงถือโอกาสนี้ซบลงในอ้อมอกของฉู่เสี้ยวซิ่น แล้วพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน "ขอบคุณสำหรับรางวัลนะคะคุณชายซิ่น"
"อาเย่านี่มือเติบจริงๆ นะ แบบนี้ไม่ดีหรอก ระวังจะโดนที่บ้านด่านะ" ฉู่เสี้ยวซิ่นเห็นซ่งเทียนเย่าให้รางวัลนักร้องสาวก็เอ่ยแซวขึ้นมา
เพราะฉู่เสี้ยวซิ่นเองก็ใช้เงินเก่ง จึงมักจะโดนฉู่เย่าจงผู้เป็นพ่อด่าอยู่บ่อยๆ พอเห็นซ่งเทียนเย่ามือเติบ เขาจึงรู้สึกว่าในที่สุดเขาก็มีคนที่สามารถตักเตือนได้ หลังจากที่ตกเป็นเป้าหมายของการถูกดุด่ามาตลอด
"คุณชายซิ่นว่าผมมือเติบ ตอนนี้เขาเป็นเจ้านายผม ผมต้องฟังเขา น้องสาว สะดวกคืนเงินให้ผมไหม?" ซ่งเทียนเย่าแกล้งทำหน้าลำบากใจพูดกับผู้หญิงที่อยู่ในอ้อมอกของฉู่เสี้ยวซิ่น
นักร้องสาวแทบจะทิ้งตัวลงบนร่างของฉู่เสี้ยวซิ่นพลางออดอ้อน "คุณชายซิ่น คุณนี่เกินไปแล้วนะคะ กว่าฉันจะได้รางวัลมานิดหน่อย คุณกลับมาว่าคุณซ่งมือเติบ ตอนนี้เขาจะทวงรางวัลคืนแล้วเนี่ย"
"เธอมานั่งดื่มเป็นเพื่อนฉัน จะให้อาเย่าจ่ายได้ยังไง ฉันต้องจ่ายเองสิ" ฉู่เสี้ยวซิ่นหยิบกระเป๋าสตางค์ของตัวเองออกมา หยิบเงินร้อยเหรียญออกมาหนึ่งใบ แล้วสอดธนบัตรใบนั้นเข้าไปในร่องอกอวบอิ่มของหญิงสาว
นักร้องสาวคนนี้ฉลาดมาก เธอรู้ดีว่าถ้ารับเงินรางวัลสองร้อยเหรียญอาจจะทำให้สลัดปัญหาไม่หลุด จึงตัดสินใจคืนธนบัตรร้อยเหรียญที่ซ่งเทียนเย่าให้เธอเมื่อครู่กลับคืนไปให้เขา
ซ่งเทียนเย่ารับเงินมาแล้วก็ส่งต่อให้นักร้องสาวที่อยู่ข้างอู๋จินเหลียงทันที "คุณชายซิ่นจ่ายค่ารางวัลเอง เขาเป็นเจ้านาย ร่ำรวยเงินทอง งั้นผมก็ขอจ่ายแทนพี่เหลียงก็แล้วกันครับ ต้องขอบคุณพี่เหลียงที่แนะนำคุณชายซิ่นให้ผมรู้จักด้วยนะครับ"
อู๋จินเหลียงไม่ได้ปฏิเสธ จะบ้าเหรอ เขาได้เงินเดือนแค่ร้อยกว่าเหรียญฮ่องกง จะให้เขาควักเงินร้อยเหรียญมาให้รางวัลนักร้องสาวน่ะ ไม่มีทางหรอก ตอนนี้ซ่งเทียนเย่าจ่ายค่ารางวัลแทนเขา เขากล่าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่ปฏิเสธเลย
ทั้งสามคนลุกขึ้นยืน ฉู่เสี้ยวซิ่นกับอู๋จินเหลียงเดินลงไปชั้นล่างโดยมีนักร้องสาวเดินตามไปส่ง ส่วนซ่งเทียนเย่าเดินไปหานักร้องสาวขายาวบุคลิกเย็นชาที่หยุดเล่นพิณแล้วอยู่ที่มุมห้อง เขาหยิบเงินสองร้อยเหรียญฮ่องกงออกมาวางไว้บนโต๊ะเตี้ยๆ ข้างๆ เธอ
"นี่คือน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ นะ ขอบใจที่เล่นพิณผีผาให้ฟังตั้งสองชั่วโมงกว่า"
นักร้องสาวคนนี้เล่นพิณอย่างต่อเนื่องมาสองชั่วโมง ซ่งเทียนเย่าเดินมาให้รางวัล ถึงได้สังเกตเห็นว่าปิ๊กดีดพิณของเธอมีรอยร้าวแล้ว
"ขอบคุณค่ะเถ้าแก่" นักร้องสาวเก็บเงินไปแค่ใบเดียว แล้วใช้สองมือส่งเงินอีกใบกลับคืนให้ซ่งเทียนเย่า "ฉันไม่กล้ารับเงินรางวัลของคุณมากขนาดนี้หรอกค่ะ ร้อยเหรียญก็พอแล้ว"
นี่เป็นครั้งแรกที่นักร้องสาวคนนี้เอ่ยปากพูด ตลอดสองชั่วโมงที่ผ่านมา เธอเอาแต่เล่นพิณโดยไม่ได้ร้องเพลงเลย พอได้ยินเสียงเธอพูด น้ำเสียงนั้นทั้งใสและกังวาน ไม่ยอมคนแต่ก็ไม่ก้าวร้าว ทำให้ซ่งเทียนเย่ารู้สึกดีกว่านักร้องสาวสองคนที่เอาแต่ออดอ้อนอยู่บนโต๊ะอาหารเมื่อครู่นี้มาก
"เอาไว้มาดื่มเหล้าคราวหน้า ค่อยถือเป็นรางวัลสำหรับครั้งต่อไปก็แล้วกัน" ซ่งเทียนเย่าพูดจบก็หันหลังกลับ สวมเสื้อสูทที่พาดไว้บนแขนอย่างสง่างาม แล้วก้าวเดินลงบันไดไป
ท่าทางแบบนี้ กลับทำให้นักร้องสาวที่กำลังกอดพิณผีผาอยู่รู้สึกสนใจซ่งเทียนเย่าขึ้นมานิดหน่อย แขกคนนี้พูดแต่เรื่องผู้หญิงกับเหล้ายาบนโต๊ะอาหาร ราวกับปีศาจราคะ แต่เมื่อกี้กลับให้ทิปอย่างใจป้ำ แถมยังไม่แตะต้องตัวเธอเลยแม้แต่น้อย ชื่อก็ไม่ถาม วางเงินเสร็จก็หันหลังเดินจากไปเลยงั้นเหรอ?
ลูกไม้เรียกร้องความสนใจในสถานเริงรมย์งั้นเหรอ?
นักร้องสาวขายาวมองซ่งเทียนเย่าที่ลับหายไปตรงบันได แล้วก็กำเงินสองร้อยเหรียญฮ่องกงไว้แน่น จมอยู่ในความคิด
จริงๆ แล้วซ่งเทียนเย่าไม่ได้คิดอะไรซับซ้อนขนาดนั้น ถึงแม้ชาติก่อนเขาจะไม่ได้ใช้เงินเหมือนเศษกระดาษ แต่เขาก็ไม่เคยขี้เหนียว ในสายตาเขา การที่มีผู้หญิงสวยๆ มานั่งทนหนาวเล่นพิณให้ฟังอย่างยากลำบากตั้งสองชั่วโมง ก็สมควรที่จะได้รางวัลเยอะหน่อยก็เท่านั้น ส่วนเรื่องที่อีกฝ่ายคิดว่าเขาใช้ลูกไม้เรียกร้องความสนใจ ซ่งเทียนเย่าไม่สนใจหรอก เอาเวลาไปคิดเรื่องหาเงินเพื่อย้ายครอบครัวออกจากเขตบ้านไม้ยังจะดีกว่ามานั่งคิดเรื่องผู้หญิงเสียอีก
เงินรางวัลมีผลมากจริงๆ ตอนที่ทั้งสามคนลงจากเรือ นักร้องสาวสองคนต่างก็ทำท่าอาลัยอาวรณ์ แทบจะดึงแขนเสื้อของทั้งสามคนไว้ไม่ให้ไป ปากก็พร่ำบอกให้ทั้งสามคนมาหาเธอบ่อยๆ แต่เท้ากลับไม่ก้าวออกมาเลย ปล่อยให้ทั้งสามคนนั่งเรือเล็กกลับไปที่ท่าเรือตามสบาย
"เมื่อกี้อาเย่าเลี้ยงข้าวฉันแล้ว งั้นเดี๋ยวไปดื่มเหล้าต่อที่ไนต์คลับ ฉันต้องเป็นคนเลี้ยงเองนะ" ฉู่เสี้ยวซิ่นก้าวขึ้นไปบนท่าเรือแล้วพูดกับซ่งเทียนเย่า
อู๋จินเหลียงที่อยู่ข้างๆ กำลังจะเรียกเหมารถลากสามคัน แต่ไม่คาดคิดว่ารถยนต์ฟอร์ด 49 สีดำ สองประตู สี่ที่นั่ง คันหนึ่งจะค่อยๆ แล่นมาตามถนน
"ฉันเพิ่งซื้อมาเมื่อเดือนที่แล้ว เพิ่งจ้างคนขับรถมาด้วย สะดวกกว่ารถลากเยอะเลย"
ซ่งเทียนเย่ามองรถคลาสสิกตรงหน้าที่ถ้าเป็นยุคหลังคงถือว่าเป็นของสะสมระดับตำนานแล้วมุมปากก็ยกขึ้น รถคันนี้ในฮ่องกงราคาขายอยู่ที่ 2,700 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 13,000 เหรียญฮ่องกง ซึ่งเทียบกับเงินเดือนของคนส่วนใหญ่ในยุคนี้แล้ว ต้องเก็บเงินไม่กินไม่ใช้เกือบ 10 ปีถึงจะซื้อรถแบบนี้ได้ แต่ฉู่เสี้ยวซิ่นกลับพูดถึงการซื้อรถคันนี้ได้อย่างสบายๆ ราวกับซื้อบุหรี่สักซอง
ซ่งเทียนเย่าชอบเห็นเจ้านายของตัวเองใช้เงินเก่ง ถ้าเป็นเจ้านายที่ประหยัดมัธยัสถ์ แล้วจะทำให้เขาขัดสนเงินทองได้อย่างไร? เจ้านายต้องใช้เงินเก่ง และต้องหน้าใหญ่ด้วย แบบนี้เวลาที่เขาชอร์ตเงิน เขาถึงจะคิดอยากหาเงินทางลัดไงล่ะ