- หน้าแรก
- โต้วหลัว ระบบเปลี่ยนชะตา ข้าขอตัดหน้าเหล่าบุตรแห่งสวรรค์
- ตอนที่ 27: พรหมยุทธ์กระบี่ชักชวนเฉินหานเข้าร่วมสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติ?
ตอนที่ 27: พรหมยุทธ์กระบี่ชักชวนเฉินหานเข้าร่วมสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติ?
ตอนที่ 27: พรหมยุทธ์กระบี่ชักชวนเฉินหานเข้าร่วมสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติ?
หลี่จิ่ง ขวางจ้าน หวังอี้ หลินซวง กระทั่งกวนหมิงที่เพิ่งจากไป ล้วนพุ่งพรวดมาถึงที่เกิดเหตุ!
สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของยอดฝีมือทั้งห้าล็อกเป้าไปที่เฉินซินในพริบตา
'ราชทินนามพรหมยุทธ์สี่คน กับวิญญาณพรหมยุทธ์ระดับสูงอีกหนึ่งคน... รากฐานของสถาบันเทียนสิงแห่งนี้น่าสะพรึงกลัวถึงขั้นนี้เชียวหรือ!'
พรหมยุทธ์กระบี่ลอบตื่นตระหนก ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งในนั้นมีระดับพลังฝึกปรือไม่ด้อยไปกว่าตัวเขาเลย ส่วนคนอื่นๆ ล้วนเป็นยอดฝีมือในหมู่ราชทินนามพรหมยุทธ์ที่เขาเคยพบเจอทั้งสิ้น
"ไม่ได้มีเรื่องอะไร กลับไปบ่มเพาะกันได้แล้ว ผู้อาวุโสพรหมยุทธ์กระบี่เพียงแค่ตกใจที่ได้ชมสถาบันเท่านั้น" เย่เฉินโบกมือไล่
"ขอรับ ท่านผู้อำนวยการ"
ยอดฝีมือทั้งห้าถอยร่นกลับไปในพริบตาโดยปราศจากความลังเล
อีกด้านหนึ่ง หนิงหรงหรงที่กำลังสู้กับหลงจิ่วอย่างดุเดือด เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคย นางก็หันขวับไปมองร่างที่ยืนอยู่ใต้ร่มไม้โดยสัญชาตญาณ
"ท่านปู่กระบี่! ท่านมาหาหรงหรงหรือคะ?!"
หนิงหรงหรงรีบเก็บหอแก้วเก้าสมบัติ ก่อนจะวิ่งซอยเท้า 'ตึกๆๆ' เข้ามาหาพรหมยุทธ์กระบี่และเย่เฉิน
"ท่านอาจารย์ ท่านปู่กระบี่! ตอนนี้หรงหรงบรรลุระดับ 38 ขั้นสูงสุดแล้ว คาดว่าคืนนี้คงทะลวงระดับ 39 ได้ หรงหรงเก่งไหมคะ!"
"ถือว่าธรรมดา จู๋ชิงอายุน้อยกว่าเจ้าไม่กี่เดือน ตอนนี้นางทะลวงถึงระดับ 45 แล้ว เจ้ายังต้องพยายามให้มากนะ" เย่เฉินสกัดดาวรุ่ง
หนิงหรงหรงหน้ามุ่ย รีบหันไปออดอ้อนถามพรหมยุทธ์กระบี่แทน
พรหมยุทธ์กระบี่ได้แต่พยักหน้าอย่างเลื่อนลอย เขารู้สึกเหมือนเรื่องนี้ไม่เป็นความจริงเอาเสียเลย หรือว่าเขาจะห่างหายจากวงการวิญญาจารย์ไปนานเกินไป เด็กรุ่นหลังในยุคนี้ถึงได้มีพรสวรรค์น่ากลัวกันขนาดนี้?
"หรงหรง มาให้ปู่ดูหน่อยสิ ว่าร่างกายของเจ้ามีปัญหาตรงไหนหรือไม่"
"โธ่ ข้าจะมีปัญหาอะไรได้คะ ตอนนี้ข้ากินอิ่มนอนหลับ ร่างกายแข็งแรงเป็นทวีคูณ มื้อนึงกินข้าวได้ตั้งหลายชาม"
พรหมยุทธ์กระบี่มองหนิงหรงหรง ไม่พูดพร่ำทำเพลง คว้าแขนของนางมาตรวจดูอย่างละเอียด
ผิวพรรณที่เคยขาวซีดดุจหิมะของหนิงหรงหรง บัดนี้แฝงไว้ด้วยสีเลือดฝาดของคนสุขภาพดีจากการฝืนฝึกฝนร่างกายอย่างหนักตลอดสิบกว่าวันที่ผ่านมา นี่ไม่ใช่การคล้ำขึ้น แต่เป็นสัญลักษณ์ของปราณโลหิตที่สมบูรณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่วิญญาจารย์พึงมี
พรหมยุทธ์กระบี่ตรวจสอบอยู่นาน ทว่าด้วยพลังวิญญาณระดับเขา กลับไม่พบความผิดปกติหรืออันตรายใดๆ ที่แฝงอยู่ในร่างกายของหนิงหรงหรงเลย
นั่นหมายความว่า หนิงหรงหรงบ่มเพาะด้วยตัวเองจริงๆ... สิบกว่าวัน เลื่อนขึ้นถึงสิบสามระดับ! เรื่องแบบนี้ต่อให้เป็นในนิยายก็คงไม่มีใครกล้าเขียน!
"เอ๊ะ... ไม่มีร่องรอยผลกระทบซ่อนเร้นอยู่จริงๆ ด้วย ผู้อำนวยการเย่ ไม่ทราบว่าท่านใช้วิธีการใดกันแน่?"
เย่เฉินเลิกคิ้ว ส่งสายตาให้หนิงหรงหรงเป็นคนอธิบาย
"อ้อ เป็นแบบนี้ค่ะ วันที่พวกเรากราบท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์ได้เตรียมของขวัญรับศิษย์ให้พวกเราทุกคน"
"และของขวัญที่ดูธรรมดาที่สุดในนั้นก็คือ กระดูกวิญญาณระดับสามหมื่นปีขั้นสุดยอดค่ะ นี่ไงคะ! หรงหรงได้ดูดซับกระดูกวิญญาณแขนขวาควบคุมแรงโน้มถ่วงของวานรยักษ์ไททันระดับสามหมื่นปี เมื่อผสานเข้ากับวิชาลับ ทำให้ข้าปลดปล่อยพลังโจมตีได้รุนแรงมาก!"
"ส่วนเคล็ดวิชาบ่มเพาะ ศิษย์พี่ศิษย์น้องทุกคนก็ได้รับวิชาที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุด ส่วนของข้ามีชื่อว่าย่อขยายดังใจนึก มันช่วยให้ข้าควบคุมหอแก้วเก้าสมบัติให้ขยายใหญ่หรือหดเล็กลงได้ แถมมวลน้ำหนักก็จะเปลี่ยนตามไปด้วยค่ะ"
"และหากฝึกฝนจนถึงขั้นสูงสุด ข้าจะสามารถใช้แต่ละชั้นของหอคอย สะกดข่มศัตรูที่คิดร้ายต่อข้าได้อีกด้วย!"
"ท่านปู่กระบี่ดูสิคะ ขยาย... หด..."
หนิงหรงหรงปล่อยหอแก้วเก้าสมบัติออกจากมือ มันขยายใหญ่โตดั่งขุนเขาในเสี้ยววิ แล้วก็หดเล็กลงเท่ากระดุมในพริบตา
"ถ้าอย่างนั้น หรงหรงก็มีทักษะโจมตีเป็นของตัวเองแล้วสินะ!"
พรหมยุทธ์กระบี่พยักหน้าด้วยความปีติ หากเคล็ดวิชานี้เป็นไปตามที่นางว่าจริงๆ มันจะช่วยแก้ปัญหาใหญ่ระดับชาติของสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติได้เลย!
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา สำนักค่อยๆ ถดถอยลง วิญญาจารย์สายต่อสู้ที่มีพลังวิญญาณแต่กำเนิดเกินระดับแปดหาได้ยากยิ่ง หากปล่อยให้หนิงหรงหรงรับช่วงต่อในสภาพเช่นนี้ คงน่าเป็นห่วงหนัก ทว่าตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว! ในฐานะยอดฝีมือระดับราชทินนามพรหมยุทธ์ มีหรือที่เขาจะมองพลังรบของหนิงหรงหรงไม่ออก
"หรงหรง คำถามสุดท้าย... เจ้าทำลายพันธนาการของวิญญาณยุทธ์ จนมันวิวัฒนาการเป็นหอแก้วเก้าสมบัติได้อย่างไร?"
"เอ้อ ท่านอาจารย์ให้ข้ากินหญ้าเซียนที่ชื่อว่า ทิวลิปฉี่หลัวค่ะ พอกินเข้าไปมันก็วิวัฒนาการทันที แถมยังช่วยยกระดับพลังวิญญาณให้ข้าพุ่งพรวดรวดเดียวถึง 8 ระดับเลย!"
"บวกกับพลังที่ได้จากการดูดซับกระดูกวิญญาณวานรยักษ์ไททันระดับสามหมื่นปี และการดูดซับวงแหวนวิญญาณข้ามขั้นระดับสี่พันปีในวงที่สาม การที่ข้ามาถึงระดับ 38 ได้ก็ถือเป็นเรื่องปกติแหละค่ะ"
พรหมยุทธ์กระบี่อึ้งจนพูดไม่ออกอีกครั้ง...
อย่าเพิ่งพูดถึงความล้ำค่าของกระดูกวิญญาณวานรยักษ์ไททันระดับสามหมื่นปีเลย แค่หญ้าเซียนที่สามารถวิวัฒนาการวิญญาณยุทธ์และเพิ่มพลังวิญญาณมหาศาลโดยไร้ผลข้างเคียงแบบนั้น ก็ไม่ใช่สิ่งที่ขุมกำลังทั่วไปจะหามาครอบครองได้แล้ว อย่างน้อยที่สุด สำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติก็ไม่เคยแม้แต่จะได้ยินชื่อ!
ยิ่งไปกว่านั้น ของล้ำค่าระดับนี้ ชายหนุ่มตรงหน้ากลับมอบให้ศิษย์ของตนโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ช่างเป็นอาจารย์ที่หาข้อบกพร่องไม่ได้จริงๆ!
"ข้าเฒ่าเฉินซิน ขอเป็นตัวแทนสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติ ขอบคุณผู้อำนวยการเย่ที่ช่วยสั่งสอนและฟูมฟักนางอย่างดี"
"มิกล้าๆ คนเป็นอาจารย์ ย่อมปรารถนาให้ลูกศิษย์ของตนได้ดีที่สุดเป็นธรรมดา"
พรหมยุทธ์กระบี่พยักหน้ารับ ความรู้สึกประทับใจที่มีต่อเย่เฉินพุ่งทะยานจนทะลุปรอท!
"มัวแต่คุยเรื่องของหรงหรง ข้าเกือบลืมแนะนำเด็กๆ คนอื่นให้ท่านรู้จักเสียแล้ว" เย่เฉินกวักมือเรียก
"เด็กๆ มานี่สิ ท่านนี้คือผู้อาวุโสพรหมยุทธ์กระบี่แห่งสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติ โดยเฉพาะเจ้า... เสี่ยวหาน"
ทุกคนพยักหน้าก่อนจะเดินเข้ามารวมตัวกัน เฉินหานย่อมเข้าใจความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดของเย่เฉินดี
"ผู้เยาว์คารวะผู้อาวุโสพรหมยุทธ์กระบี่"
"สหายตัวน้อยทั้งหลายล้วนเป็นยอดอัจฉริยะวัยเยาว์โดยแท้ สมัยที่ข้าอายุเท่าพวกเจ้า ข้ายังสู้พวกเจ้าไม่ได้เลยสักนิด"
คำกล่าวของพรหมยุทธ์กระบี่ไม่ใช่การถ่อมตัว เด็กเหล่านี้อายุรุ่นราวคราวเดียวกับหนิงหรงหรง ทว่าระดับการบ่มเพาะกลับไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย
"แค่ทักทายมันจะไปสนุกอะไร? ปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์สิ! ทีละคนเลย!" เย่เฉินเอ็ดด้วยความหมั่นเขี้ยว
"พรหมยุทธ์กระบี่โปรดอย่าถือสา ข้าเองก็มีความเห็นแก่ตัวอยู่บ้าง สถาบันไม่สามารถกางปีกปกป้องพวกเขาไปได้ตลอดชีวิต การผูกมิตรกับขุมกำลังอื่นไว้บ้าง ย่อมเป็นสิ่งที่พึงกระทำ"
"ท่านผู้อำนวยการกล่าวหนักไปแล้ว อาจารย์ที่ทุ่มเทเพื่อศิษย์อย่างท่าน เกรงว่าทั่วทั้งแผ่นดินคงหาได้ยากยิ่งนัก ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยพรสวรรค์ของสหายตัวน้อยเหล่านี้ อนาคตย่อมก้าวข้ามตัวข้าไปได้อย่างแน่นอน"
เมื่อพรหมยุทธ์กระบี่กล่าวจบ เด็กๆ ก็พากันปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์ของตน
"จูจู๋ชิง วิญญาณยุทธ์ จักรพรรดินีวิฬาร์เก้าหาง ปรมาจารย์วิญญาณศึกสายโจมตีว่องไว ระดับ 45"
"อวิ๋นเจิง วิญญาณยุทธ์ ทวนเทพค้ำฟ้า อัคราจารย์วิญญาณศึกสายโจมตีหนัก ระดับ 35 มาจากตระกูลเร้นกายค้ำฟ้า"
"หลงจิ่ว วิญญาณยุทธ์ กายาแท้ อัคราจารย์วิญญาณศึกสายโจมตีหนัก ระดับ 35 มาจากสำนักกายาแท้"
"เฉินหาน วิญญาณยุทธ์ ราชันมังกรเหมันต์ อัคราจารย์วิญญาณศึกสายโจมตีหนัก ระดับ 35 ยังไม่ได้สังกัดขุมกำลังใด"
หลังจากการแนะนำตัวสิ้นสุดลง ภายในใจของพรหมยุทธ์กระบี่สั่นสะท้านอย่างรุนแรง
คุณภาพวิญญาณยุทธ์ของเด็กแต่ละคนล้วนไม่ด้อยไปกว่ากระบี่เจ็ดสังหารของเขาเลย เผลอๆ อาจจะแข็งแกร่งกว่าด้วยซ้ำ! นี่มันกลุ่มสัตว์ประหลาดน้อยที่น่าสะพรึงกลัวขนาดไหนกัน!?
"ทวนค้ำฟ้า... อวิ๋นหยางเป็นอะไรกับเจ้า?" พรหมยุทธ์กระบี่หันไปถามอวิ๋นเจิงกะทันหัน
"ท่านเป็นท่านปู่รองของข้าขอรับ หลายปีก่อนท่านทะลวงสู่ระดับ 90 แต่พลาดพลั้งตอนล่าวงแหวนวิญญาณ ตระกูลของเราเลยได้รับผลกระทบอย่างหนัก"
"อ้อ... เป็นเช่นนี้นี่เอง ช่างน่าเสียดายอัจฉริยะแห่งยุคจริงๆ" พรหมยุทธ์กระบี่ลอบทอดถอนใจ สมัยหนุ่มๆ เขาเคยประมือกับอวิ๋นหยางอยู่บ่อยครั้ง ย่อมรู้ดีถึงความร้ายกาจของวิญญาณยุทธ์ทวนค้ำฟ้า และยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยว่า วิญญาณยุทธ์ของเด็กหนุ่มตรงหน้าได้วิวัฒนาการไปเป็นทวนเทพค้ำฟ้าแล้ว!
"สำนักกายาแท้... ข้าเคยได้ยินชื่อเสียงอยู่บ้าง ผดุงความยุติธรรม ปราบปรามความชั่วร้าย ไม่เลวๆ"
"ส่วนแม่หนูน้อยคนนี้ คงมาจากตระกูลจูแห่งซิงหลัวสินะ"
ท้ายที่สุด สายตาของพรหมยุทธ์กระบี่ก็ไปหยุดอยู่ที่เฉินหาน
"ราชันมังกรเหมันต์... ดูเหมือนจะไม่ธรรมดายิ่งกว่ามังกรกระดูกของตาเฒ่ากระดูกเสียอีก"
"เด็กน้อย... ได้ยินว่าตอนนี้เจ้ายังไม่ได้สังกัดขุมกำลังใด สนใจจะลองพิจารณา สำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติ ของข้าดูบ้างหรือไม่?"