- หน้าแรก
- ถังซานไม่ได้เปิดโปร
- ตอนที่ 2 ไม่อยากข้ามมิติมาเลย
ตอนที่ 2 ไม่อยากข้ามมิติมาเลย
ตอนที่ 2 ไม่อยากข้ามมิติมาเลย
ตอนที่ 2 ไม่อยากข้ามมิติมาเลย
พวกนางไม่ใช่คนกลุ่มเดียวเสียหน่อย
เขาจะถูกปฏิบัติอย่างไร ถูกทิ้งไว้นอกหมู่บ้านให้หากินเอาเองหรือ ถูก ‘คนใจบุญ’ บางคนรับไปเลี้ยงเพียงเพื่อใช้งานเยี่ยงวัวเยี่ยงควายหรือ หรือบางทีอาจจะถูก...
เขาไม่กล้าคิดให้ลึกไปกว่านี้แล้ว
ร่างกายของทารกถูกความเหนื่อยล้าถาโถมเข้าใส่อีกครั้ง เขาหลับตาลง ทว่ากลับข่มตาหลับไม่ลง ภายในหัวเต็มไปด้วยคำถามเดิมๆ วนเวียนไปมา ข้าควรทำอย่างไรดี แล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป เด็กทารกแรกเกิดอย่างข้าจะทำอะไรได้บ้าง
เขาไม่รู้เลย
เขาไม่รู้จริงๆ
เมื่อเขาตื่นขึ้นมาเป็นครั้งที่สาม ท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้ว
ตะเกียงน้ำมันสลัวๆ ถูกจุดขึ้นภายในห้อง แสงไฟที่สั่นไหวอาบย้อมทุกสรรพสิ่งให้กลายเป็นสีเหลืองซีด มีใครบางคนอยู่ข้างกายเขา เป็นหญิงชราที่มีรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าดูราวกับผืนดินที่แห้งแตกระแหงภายใต้แสงตะเกียง นางกำลังถือชามเซรามิกหยาบๆ ซึ่งบรรจุบางสิ่งที่มีกลิ่นประหลาดโชยออกมา
“ตื่นแล้วหรือ” เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว หญิงชราก็ก้มหน้าลงมามองเขา “หิวแล้วใช่ไหมล่ะ มาสิ กินอะไรสักหน่อยนะ”
นางยกชามขึ้นจรดริมฝีปากของเขา สิ่งที่อยู่ข้างในคือน้ำข้าวที่ใสจนสามารถมองเห็นเงาสะท้อนของตัวเองได้ มันอุ่นๆ และมีกลิ่นไหม้ติดมาด้วย เขาอ้าปากออกตามสัญชาตญาณ ปล่อยให้ของเหลวนั้นไหลรินเข้าไป เขาหิวเหลือเกิน ร่างกายของทารกนั้นหิวโหยมากจนไม่สนใจแล้วว่าอาหารจะมีรสชาติอร่อยหรือไม่
หญิงชราป้อนอาหารให้เขาอย่างช้าๆ พลางพึมพำไปพลาง “เด็กน้อยผู้น่าสงสาร เกิดมาได้ไม่กี่วันก็ต้องกำพร้าพ่อแม่เสียแล้ว ถังเฮ่าคนนั้น เขามาอยู่ในหมู่บ้านได้สองปีแล้วแต่ก็ไม่เคยสุงสิงกับใคร เอาแต่ดื่มเหล้าทั้งวัน ข้าก็รู้อยู่แล้วว่าไม่ช้าก็เร็วจะต้องเกิดเรื่องขึ้น และแล้วมันก็เกิดจริงๆ...”
นางถอนหายใจ ใช้ผ้าหยาบๆ เช็ดน้ำข้าวที่หยดลงมาจากมุมปากของเขา
“ชาวบ้านต่างพากันพูดว่าเจ้าเป็นตัวซวย บอกว่าเจ้าเป็นคนสาปแช่งพ่อแม่ของตัวเอง แต่หญิงชราอย่างข้าไม่เชื่อเรื่องพวกนั้นหรอก เด็กที่ไหนจะอยากให้พ่อแม่ของตัวเองตายตั้งแต่แรกเกิดกันล่ะ มันไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย แต่ถึงข้าจะเชื่อหรือไม่เชื่อ แล้วชะตากรรมของเจ้าต่อไปจะเป็นอย่างไรล่ะ เด็กเอ๋ย...”
นางหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ดูเหมือนกำลังลังเลใจกับบางสิ่ง
“ข้าแก่แล้ว คงอยู่ได้อีกไม่กี่ปีหรอก ข้าไม่มีปัญญาเลี้ยงดูเจ้าได้ ส่วนบ้านอื่นๆ ในหมู่บ้าน ข้าก็เดาว่าคงไม่มีใครเต็มใจรับเจ้าไปเลี้ยงดูหรอก มีร้านค้าในเมืองแห่งหนึ่งบอกว่าพวกเขากำลังขาดคน ข้าไหว้วานให้คนไปสอบถามดูแล้ว ถ้าพวกเขาตกลง...”
นางพูดไม่จบ แต่เขาก็เข้าใจ
นางกำลังจะส่งเขาไปที่อื่น
ส่งไปที่ไหน ไปทำอะไร เขาไม่รู้เลย แต่เขารู้ดีว่าชะตากรรมแบบไหนที่รอคอยเด็กที่ถูกส่งตัวไปในโลกเช่นนี้อยู่ หากโชคดีหน่อย เขาก็อาจจะถูกครอบครัวที่ไม่มีลูกรับไปเลี้ยงเพื่อใช้แรงงาน แต่ถ้าโชคร้าย เขาก็จะถูกขายไปที่ไหนสักแห่ง และหลังจากนั้น...
เขาหลับตาลง ปฏิเสธที่จะปล่อยให้ตัวเองคิดอะไรไปไกลกว่านี้
น้ำข้าวหมดลงแล้ว หญิงชราวางเขาลงให้นอนราบ ห่มผ้าห่มขาดๆ ให้เขา แล้วเดินกะเผลกจากไป ตะเกียงน้ำมันยังคงจุดอยู่ แสงสีเหลืองซีดของมันสาดส่องให้เห็นเฟอร์นิเจอร์อันน้อยนิดภายในห้อง โต๊ะขาเก้าอี้โยกเยก ไหเซรามิกสองสามใบ และกองฟืนแห้งที่มุมห้อง นี่คือโลกทั้งใบของเขา
เขานอนอยู่ตรงนั้น รับฟังเสียงลมที่พัดอยู่เบื้องนอก เสียงสุนัขเห่าเป็นครั้งคราว และเสียงไอต่ำๆ ของหญิงชรา
วันที่สามของการข้ามมิติ
เขาได้ยืนยันข้อเท็จจริงประการหนึ่งแล้ว นั่นคือจุดเริ่มต้นของชีวิตนี้มันยากลำบากยิ่งกว่าชีวิตที่แล้วของเขาเสียอีก
ในชาติที่แล้ว เขาเป็นเด็กกำพร้าที่เติบโตมาในสถานสงเคราะห์ ทว่าสถานที่แห่งนั้นก็ยังมีอาหาร มีเตียงนอน และให้การศึกษา แม้ว่าผู้อำนวยการจะเข้มงวด แต่พวกเขาก็ไม่เคยตบตีหรือดุด่าเด็กๆ ครูอาจารย์ก็เป็นเพียงคนธรรมดา แต่พวกเขาก็สอนในสิ่งที่ควรสอน ด้วยความพยายามของเขาเอง เขาจึงสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ แม้ว่ามันจะเป็นแค่มหาวิทยาลัยระดับรอง และถึงแม้ว่าเขาจะจบออกมาเป็นเพียงพนักงานกินเงินเดือนธรรมดาๆ แต่อย่างน้อยเขาก็สามารถเอาชีวิตรอดมาได้
แล้วชีวิตนี้ล่ะ
เด็กทารกแรกเกิดในโลกที่แปลกประหลาด ไม่มีการปกป้อง ไม่มีทรัพยากรใดๆ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมีอาหารมื้อต่อไปตกถึงท้องหรือไม่
เมื่อนอนอยู่ตรงนั้น จ้องมองไปที่วงแสงกะพริบวิบวับของตะเกียงน้ำมัน จู่ๆ เขาก็อยากจะหัวเราะออกมา
ตัวเอกในนิยายข้ามมิติมักจะเริ่มต้นด้วยการเป็นเชื้อพระวงศ์ หรือไม่ก็เป็นลูกหลานของตระกูลที่ร่ำรวย ได้รับการปรนนิบัติพัดวีและมีทุกอย่างเพียบพร้อมตั้งแต่วินาทีที่มาเยือน หรือไม่ก็เริ่มต้นมาพร้อมกับความไร้เทียมทานด้วยระบบนิ้วทองคำ แล้วเขาล่ะ เขาข้ามมิติมาเจอกับกับดักมรณะชัดๆ
เขานึกย้อนไปถึงวันวานที่คอยติดตามการอัปเดตของตำนานจอมยุทธ์ภูตถังซาน ทุกวันหลังเลิกงาน เมื่อกลับมาถึงห้องเช่าด้วยความเหนื่อยล้าแทบขาดใจ เขาจะล้มตัวลงนอนบนเตียงแล้วเลื่อนดูโทรศัพท์ อ่านนิยายไปทีละตอนๆ เขาเฝ้ามองดูว่าถังซานปีนป่ายขึ้นมาทีละก้าวจากหมู่บ้านเล็กๆ ได้อย่างไร ปลุกวิญญาณยุทธ์คู่ของตัวเองขึ้นมาได้อย่างไร เข้าเรียนที่โรงเรียนสื่อไหลเค่อ กลายเป็นเทพสมุทร แต่งงานกับหญิงสาวที่ทั้งรวยและสวย และก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิตได้อย่างไร
ตอนที่เขาอ่านโครงเรื่องเหล่านั้น เขาคิดอะไรอยู่นะ
“สะใจชะมัด”
“โคตรสะใจเลย”
“ข้าก็อยากข้ามมิติไปที่นั่นบ้างจัง”
ทว่าแท้จริงแล้วเขาไม่เคยชอบตัวตนของถังซานเลย
เขาไม่ชอบอะไรน่ะหรือ เขาเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน อาจเป็นเพราะกลิ่นอายของคำว่า ‘ชะตาชีวิตข้า ข้าลิขิตเอง สวรรค์ไม่อาจกำหนด’ มันรุนแรงเกินไป รุนแรงเสียจนทำให้พนักงานออฟฟิศอย่างเขา ผู้ที่ต้องทำโอทีทุกวันเพื่อผ่อนบ้าน รู้สึกว่าตัวเองช่างน่าสมเพชเหลือเกิน อาจเป็นเพราะรัศมีตัวเอกที่เหมือนกับการใช้สูตรโกงนั้นมันสว่างไสวเกินไป สว่างเสียจนทำให้ความพยายามของคนธรรมดาดูเป็นเรื่องน่าขัน หรืออาจเป็นเพราะกลุ่มเพื่อนหญิงเหล่านั้นมีความสุขมากเกินไป มีความสุขเสียจนทำให้คนโสดสนิทมาทั้งชีวิตอย่างเขารู้สึกรันทดใจอย่างหาที่สุดไม่ได้
เขาติดตามเรื่องราวนี้เพราะว่ามันสนุก เพราะเขาอยากจะเห็นว่าถังซานจะใช้สูตรโกงของตัวเองทำอะไรได้อีกบ้าง และเพราะมันเป็นหนึ่งในงานอดิเรกเพียงไม่กี่อย่างที่ช่วยให้เขาลืมเลือนความกดดันในชีวิตจริงไปได้ชั่วขณะ
เขาไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะกลายมาเป็นถังซานจริงๆ
และไม่เคยจินตนาการมาก่อนเลยว่า หลังจากที่กลายเป็นถังซานแล้ว จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดมันจะเป็นแบบนี้
วงแสงของตะเกียงน้ำมันแกว่งไกวอยู่ตรงหน้าเขา และเริ่มพร่ามัวลงเรื่อยๆ ร่างกายของทารกนั้นเหนื่อยล้าอีกแล้ว เหนื่อยเสียจนแทบจะลืมตาไม่ขึ้น ก่อนที่สติของเขาจะจมดิ่งลงสู่ความมืดมิด มีเพียงความคิดเดียวเท่านั้นที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในหัว
รอดชีวิต
แค่เอาชีวิตรอดให้ได้ก่อน
วันที่สี่
วันที่ห้า
วันที่หก
เมื่อวันเวลาผ่านไป เขาก็รอดชีวิตมาได้
หญิงชราแซ่ซุน ชาวบ้านต่างพากันเรียกนางว่าท่านย่าซุน นางเป็นแม่ม่ายที่ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว สามีของนางเสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อน ลูกชายของนางก็เข้าไปทำงานในเมืองและไม่ได้กลับมาเยี่ยมบ้านเลยสักครั้งในรอบปี นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมตัวเองถึงต้องมาคอยดูแลตัวซวยคนนี้ แต่นางก็ทำมันอยู่ดี ทุกๆ วันนางจะป้อนน้ำข้าวให้เขา เปลี่ยนผ้าอ้อม อุ้มเขาไปอาบแดด และบ่นพึมพำเรื่องนู้นเรื่องนี้ให้เขาฟัง
ชาวบ้านแวะเวียนมาหาอยู่หลายครั้ง และเขาก็เข้าใจความหมายในสายตาของคนเหล่านั้นดี มันมีทั้งความรังเกียจ ความสมเพช และความหวาดระแวงที่ซ่อนอยู่อย่างจางๆ ชื่อเสียงของการเป็นตัวซวยนั้นถูกตอกย้ำจนฝังรากลึก ไม่มีใครอยากจะเข้ามาข้องแวะกับเขาเลย มีผู้หญิงสองสามคนแอบมาเกลี้ยกล่อมให้ท่านย่าซุนทิ้งเขาไปเป็นการส่วนตัว โดยอ้างว่าเขาเลี้ยงไม่โตหรอก เขาเป็นตัวโชคร้าย และนางจะต้องเผชิญกับผลกรรม ท่านย่าซุนก่นด่าไล่ตะเพิดพวกนางไปทุกครั้ง จากนั้นก็กลับมาป้อนน้ำข้าวให้เขาต่อ
เขาไม่รู้เลยว่าท่านย่าซุนจะทนไปได้อีกนานแค่ไหน นางแก่ชรามากแล้วจริงๆ เวลาเดินก็สั่นเทาไปทั้งตัว และนางต้องนั่งหอบหายใจอยู่นานหลังจากที่เปลี่ยนผ้าอ้อมให้เขา เสบียงข้าวสารและธัญพืชอันน้อยนิดของนางจะอยู่ไปได้อีกนานแค่ไหนกัน แล้วนางจะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานเท่าไร หากวันหนึ่งนางเกิดด่วนจากไปกะทันหัน เขาจะทำอย่างไร
คำถามเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัวของเขาทุกวัน แต่ก็ไร้ซึ่งคำตอบใดๆ
ในคืนของวันที่เจ็ด ท่านย่าซุนไม่ได้กลับมา
เขานอนอยู่ในกล่องไม้ที่ผุพัง เฝ้ารอตั้งแต่กลางวันยันพลบค่ำ และจากพลบค่ำจนถึงกลางดึก ภายในห้องไม่มีการจุดตะเกียง มันมืดมิดสนิท มีเพียงเสียงลมที่พัดผ่านรอยแตกของบานประตูเข้ามา เขาไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น ท่านย่าซุนหายไปไหน หรือว่าจะมีใครคนอื่นเข้ามาอีกหรือไม่
หิว
หิวเหลือเกิน
เขาไม่ได้กินอะไรเลยแม้แต่คำเดียวตั้งแต่ตอนเที่ยง ท้องของทารกนั้นว่างเปล่าจนปวดร้าว แสบร้อนราวกับถูกไฟแผดเผา เขาอยากจะร้องไห้ออกมา อยากใช้เสียงร้องของตัวเองเพื่อดึงดูดให้ใครสักคนเข้ามาหา แต่ร้องไห้ไปแล้วจะได้อะไรล่ะ ท่านย่าซุนไม่ได้อยู่ที่นี่ และชาวบ้านพวกนั้นก็ปรารถนาให้เขาตายกันทั้งนั้น การร้องไห้จะยิ่งทำให้พวกเขาหงุดหงิดรำคาญใจมากขึ้น หรือบางทีพวกเขาอาจจะแค่จับเขาโยนออกไปทิ้งข้างนอกก็ได้
เขาอดทน
เขาอดทนจนกระทั่งหมดสติไปในที่สุด
ในเช้าวันที่แปด มีใครบางคนมาเยือน
ไม่ใช่ท่านย่าซุน แต่เป็นเสียงของผู้ชาย เสียงของคนหนุ่มที่ฟังดูร้อนรนเล็กน้อย
“...ที่นี่น่ะหรือ รังหนูแบบนี้คนจะอยู่ได้ยังไง”
“ก็ตรงนี้แหละ ยายแก่อาศัยอยู่ที่นี่” อีกเสียงหนึ่งดังขึ้น ฟังดูหนุ่มกว่าเสียงแรกเสียอีก “แล้วเด็กอยู่ไหนล่ะ”
“คงอยู่ข้างในมั้ง เข้าไปดูกันเถอะ”
บานประตูถูกผลักให้เปิดออก แสงสว่างสาดส่องเข้ามา เขาหรี่ตามองชายสองคน คนหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่และบึกบึน ส่วนอีกคนรูปร่างผอมบางและตัวเล็ก ชายร่างสูงสวมเสื้อผ้าหยาบๆ และมีรอยแผลเป็นบนใบหน้า ดูไม่ค่อยเป็นมิตรเอาเสียเลย ส่วนชายร่างผอมมีคางแหลมและหน้าตาเหมือนลิง ดวงตาของเขากลอกกลิ้งไปมา เห็นได้ชัดว่าไม่ได้มาดีอย่างแน่นอน
จบตอน