- หน้าแรก
- ข้ามโลกไปเป็นเด็กฝึกงานพิพิธภัณฑ์ เปิดฉากมาก็ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเทพมาร
- บทที่ 25 ตามหาคนตามเส้นด้ายแห่งเหตุและผล
บทที่ 25 ตามหาคนตามเส้นด้ายแห่งเหตุและผล
บทที่ 25 ตามหาคนตามเส้นด้ายแห่งเหตุและผล
"ทางสภาบริหารก็มีบริการด้านนี้นะคะ พวกองค์กรภาคประชาชนบางแห่งเองก็มีบริการแบบเดียวกัน แต่ถ้าให้ฉันแนะนำล่ะก็ ไปใช้บริการของสภาบริหารดีกว่าค่ะ"
ไป๋หลิงซิงเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ก่อนจะอธิบายเหตุผลให้ฟัง
"ก็เพราะว่าสภาบริหารเขาให้บริการฟรีน่ะสิคะ ส่วนพวกองค์กรภาคประชาชน เนื่องจากเรื่องของงบประมาณและทรัพยากรที่จำกัด การใช้บริการของพวกเขาก็เลยมีค่าใช้จ่าย"
"บางองค์กรนี่คิดค่าบริการครั้งละหลายพันเลยนะคะ"
"แต่ก็ใช่ว่าผู้ตื่นรู้ทุกคนจะสามารถเดินเข้าไปขอตรวจวัดค่าเอนโทรปีทางปัญญากับทางสภาบริหารได้ง่ายๆ หรอกนะคะ สงวนสิทธิ์ไว้เฉพาะผู้ตื่นรู้ที่รอดชีวิตกลับมาจากมิติพิศวงเท่านั้นค่ะ ถึงจะมีคุณสมบัติเพียงพอ"
พูดมาถึงตรงนี้ ไป๋หลิงซิงก็หันไปมองหน้าหลินโยว
"ซึ่งคุณสมบัติของคุณก็ตรงตามเงื่อนไขพอดีเลยค่ะ"
"โอเคครับ ผมเข้าใจแล้ว"
หลินโยวพยักหน้ารับอย่างใช้ความคิด เขาตัดสินใจแล้วว่าพรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ เขาจะเดินทางไปที่สำนักงานของสภาบริหาร เพื่อโยนเรื่องวุ่นวายปวดหัวที่เขาเจอมาในช่วงสองสามวันนี้ ไปให้พวกนั้นจัดการให้หมด
"อ้อ จริงสิ คุณเห็นตาลุงนักตกปลาบ้างหรือเปล่าครับ"
"ตาลุงนักตกปลาเหรอคะ ใช่เอนทิตีตัวที่ตกฉันมาที่นี่หรือเปล่าคะ"
พอพูดถึงตาลุงนักตกปลา น้ำเสียงของไป๋หลิงซิงก็ฟังดูไม่เป็นธรรมชาติขึ้นมาทันที
เอาจริงๆ นะ ในการรับรู้ของเธอ ตาลุงนักตกปลาก็คือเอนทิตีที่ทรงพลังและน่าสะพรึงกลัวแบบสุดๆ ต่อให้หมอนั่นจะพยายามทำตัวไร้พิษสงขนาดไหน แต่เนื้อแท้ของมันก็ยังคงเป็นตัวตนลี้ลับอยู่ดี
แล้วขึ้นชื่อว่าเป็นตัวตนลี้ลับ แถมยังเป็นเอนทิตีที่ทรงพลังและมีชื่อเสียงโด่งดังขนาดนั้นด้วยแล้วล่ะก็ ถ้าไม่ติดว่าหนีไปไหนไม่ได้ ป่านนี้ไป๋หลิงซิงคงเผ่นแน่บไปตั้งนานแล้ว
ใครจะมาทนนั่งคุยเล่นเจ๊าะแจ๊ะอยู่กับหลินโยวที่นี่กันล่ะ
สาเหตุที่ไป๋หลิงซิงยังคงนั่งสงบเสงี่ยมเจียมตัวอยู่ที่นี่ ก็เป็นเพราะความหวาดกลัวต่อพลังอำนาจของตาลุงนักตกปลาล้วนๆ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ "เสน่ห์ดึงดูดใจ" ของหลินโยวเลยสักนิด
"ฉันไม่เห็นเลยค่ะ ตั้งแต่เดินออกมาจากห้องก็ยังไม่เห็นเขาเลยนะคะ"
ไป๋หลิงซิงส่ายหน้า ทุกครั้งที่มีการเอ่ยถึงตาลุงนักตกปลา สองมือของเธอจะบีบจี้กางเขนที่หน้าอกเอาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว บางทีการทำแบบนี้อาจจะเป็นวิธีเดียวที่ช่วยให้เธอรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาได้บ้าง
"โอเคครับ หมอนั่นอาจจะอยู่ข้างล่างตึกนี่แหละ พอดีผมมีเรื่องอยากจะให้เขาช่วยนิดหน่อย คุณอยากลงไปเดินเล่นเป็นเพื่อนผมไหมครับ"
เมื่อรู้ว่าตาลุงนักตกปลาหายตัวไป หลินโยวก็ไม่ได้รู้สึกกังวลอะไร
เพราะจากประสบการณ์สองสามวันที่ผ่านมา ขอแค่เขาเดินไปโผล่ที่น้ำพุเทียมข้างล่างตึก ตาลุงนักตกปลาก็จะโผล่หัวมาที่นั่นด้วยเหมือนกัน
"มะ... ไม่เป็นไรค่ะ ฉันขอรออยู่ที่นี่ดีกว่า"
ไป๋หลิงซิงรีบปฏิเสธพัลวัน ความประหม่าทำให้เธอพูดตะกุกตะกักไปหมด
"หืม ดูเหมือนคุณจะกลัวตาลุงนักตกปลาเอามากๆ เลยนะเนี่ย"
หลินโยวสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวของเด็กสาว เขาจึงพยายามใช้น้ำเสียงสบายๆ เพื่อช่วยให้เธอผ่อนคลายลง
"ไม่ต้องกลัวไปหรอกครับ ตาลุงนั่นนอกจากจะซื่อบื้อไปหน่อยแล้ว อย่างอื่นก็ถือว่าโอเคหมดเลยนะ"
"แต่ถ้าคุณยังรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัย พรุ่งนี้ผมจะเอาหมอนั่นไปส่งให้สภาบริหารจัดการเอง ถึงตอนนั้นคุณจะไปเป็นเพื่อนผมเพื่อเป็นพยานด้วยก็ได้นะ"
"ดะ... ได้ค่ะ"
ไป๋หลิงซิงแอบวางแผนไว้ในใจเรียบร้อยแล้ว ในเมื่อดูเหมือนว่าหลินโยวจะไม่ได้มีเจตนากักขังหน่วงเหนี่ยวเธอไว้ ขอแค่หลินโยวพาตาลุงนักตกปลาไปส่งให้สภาบริหาร และขอแค่สภาบริหารสามารถควบคุมตัวมันเอาไว้ได้ เธอก็จะอาศัยจังหวะชุลมุนหลบหนีออกไปทันที
ถึงแม้ที่ผ่านมา หลินโยวจะทำตัวเหมือน "คนดี" มาตลอด แต่ตั้งแต่ตอนที่เขาป่าวประกาศว่า "ผมเพิ่งจะกลายเป็นผู้ตื่นรู้ได้ไม่นาน" ไป๋หลิงซิงก็จัดให้เขาไปอยู่ในหมวดหมู่ "อมนุษย์" เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
คิดดูสิ จะมีผู้ตื่นรู้มือใหม่หน้าไหนที่สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเอนทิตีระดับ "นักตกปลา" ได้อย่างสันติบ้างล่ะ
ในจินตนาการของไป๋หลิงซิง หลินโยวไม่น่าจะเป็นตัวตนลี้ลับที่สามารถปรับเปลี่ยนการรับรู้ของตัวเองได้ ก็คงจะเป็นวัตถุกักกันหรือไม่ก็วัตถุวิเศษที่เกิดมีชีวิตจิตใจขึ้นมานั่นแหละ
ซึ่งถ้าเป็นอย่างหลังก็คงจะนับว่าเป็นข่าวดีที่สุดแล้ว
แต่ถึงหลินโยวจะเป็นวัตถุวิเศษที่มีชีวิตจิตใจขึ้นมาจริงๆ ไป๋หลิงซิงก็ไม่อยากจะเข้าไปพัวพันกับเขาอีกต่อไปแล้ว
เหตุผลไม่ใช่แค่เพราะการอยู่ใกล้หลินโยวมีความเสี่ยงสูงเท่านั้น แต่ประเด็นสำคัญที่สุดก็คือ เวลาที่เธออยู่ในบ้านของเขา เธอไม่สามารถสัมผัสถึงตัวตนของพระผู้เป็นเจ้าได้เลย
เรื่องนี้มันน่ากลัวเอามากๆ สำหรับไป๋หลิงซิงแล้ว มันน่าขนลุกยิ่งกว่าการต้องประจันหน้ากับตาลุงนักตกปลาเสียอีก
ในฐานะผู้ศรัทธาที่สามารถรับรู้ถึงพระเจ้าได้ เธอรู้ซึ้งดีว่าพระองค์ทรงเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่เพียงใด
ไม่ได้พูดเกินจริงเลยนะ เรื่องราวในพระคัมภีร์ที่บันทึกเกี่ยวกับพระเจ้าน่ะ ยกเว้นเรื่อง "การสร้างจักรวาลและสรรพสิ่ง" ที่ยังต้องถกเถียงกันอยู่ เรื่องอื่นๆ ที่เหลือล้วนเป็นความจริงทั้งสิ้น ไม่มีแต่งเติมเลยแม้แต่น้อย
ทว่า... แม้แต่พลังอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้าองค์นั้น ก็ยังไม่สามารถทะลวงผ่านกำแพงของห้องพักธรรมดาๆ ห้องนี้เข้ามาได้
แล้วแบบนี้ ไป๋หลิงซิงจะข่มตาหลับลงอย่างสบายใจในบ้านหลังนี้ได้ยังไงกันล่ะ
...
"งั้นผมลงไปคนเดียวนะ คุณก็รออยู่แต่ในบ้านล่ะ อย่าเดินเพ่นพ่านไปไหนเชียว"
คำพูดของหลินโยวเป็นเพียงแค่คำเตือนด้วยความเป็นห่วง เพราะเขาคิดว่าเธอตาบอด อาจจะเดินเหินไม่สะดวก ก็เลยไม่อยากให้เธอเดินไปไหนมาไหนคนเดียว
ทว่า... ด้วยจินตนาการที่บรรเจิดของไป๋หลิงซิง คำเตือนด้วยความหวังดีของเขา กลับถูกตีความไปในทางที่น่าสะพรึงกลัวซะงั้น
"วางใจเถอะค่ะ ฉันจะรอคุณอยู่ที่นี่"
ไป๋หลิงซิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา พยายามทำตัวให้ดูว่าง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้
คำตอบของเธอทำให้หลินโยวรู้สึกชุ่มชื่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก
......
เมื่อเดินลงมาถึงข้างล่าง หลินโยวก็เจอเข้ากับตาลุงนักตกปลาที่กำลังนั่งจุ้มปุ๊กอยู่ริมน้ำพุเทียมตามคาด
เมื่อเห็นว่าหลินโยวเดินลงมาจากตึก ตาลุงนักตกปลาก็มีสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย ไม่เข้าใจว่าชายหนุ่มรอดพ้นสายตาของเขาลงมาได้ยังไง
"ช่วยฉันหน่อยสิ ตกอะไรให้สักอย่าง"
หลินโยวไม่รอให้ตาลุงนักตกปลาได้อ้าปากถาม เขาก็เป็นฝ่ายชิงพูดธุระของตัวเองออกมาก่อน
"ให้ตกอะไร"
ตาลุงนักตกปลาไม่ได้ปฏิเสธคำขอของหลินโยว
พูดก็พูดเถอะ ขอแค่เป็นเรื่องตกปลา ไม่ว่าใครจะเป็นคนขอ ตาลุงนักตกปลาก็ไม่เคยปฏิเสธเลยสักครั้ง
"พวกลัทธิคลั่งศาสนา เมื่อกี้มันเพิ่งจะฆ่าฉันตายไปหมาดๆ ตอนนี้ระหว่างฉันกับมันน่าจะมีเส้นสายแห่งเหตุและผลเชื่อมโยงกันอยู่ นายพอลองดูหน่อยได้ไหม ว่าจะสามารถสาวตามเส้นสายนั้นไป แล้วตกตัวมันกลับมาให้ฉันได้หรือเปล่า"
หลินโยวไม่ได้คิดจะปิดบังเรื่องที่เขาเพิ่งจะเฉียดตายมาหมาดๆ ให้ตาลุงนักตกปลาฟังเลยสักนิด
ก่อนหน้านี้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น หลินโยวเคยแอบใช้พลังตรวจสอบคันเบ็ดในมือของตาลุงนักตกปลามาแล้ว และเขาก็เห็นข้อมูลที่เขียนว่า 'เหตุและผล' ปรากฏอยู่บนคันเบ็ดนั้น
นอกจากคันเบ็ดแล้ว ตัวของตาลุงนักตกปลาเองก็มีความสามารถที่เกี่ยวข้องกับ 'เหตุและผล' นี้ด้วยเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ หลินโยวจึงค่อนข้างมั่นใจว่า ตาลุงนักตกปลาจะต้องสามารถสาวตาม "เส้นด้ายแห่งเหตุและผล" เพื่อลากคอไอ้พวกลัทธิคลั่งศาสนาที่บังอาจมาฆ่าเขา กลับมาได้อย่างแน่นอน
และทุกอย่างก็เป็นไปตามที่หลินโยวคาดการณ์ไว้ พอได้ยินว่าหลินโยวโดนพวกลัทธิคลั่งศาสนาฆ่าตาย และอยากจะลากคอไอ้หมอนั่นกลับมา ตาลุงนักตกปลาก็ไม่ได้ปฏิเสธ เขาเพียงแค่จ้องหน้าหลินโยวเงียบๆ
หลินโยวรู้สึกได้ว่า สายตาของตาลุงนักตกปลาที่กำลังจ้องมองเขาอยู่ มันไม่ได้เป็นแค่การมองธรรมดาๆ แต่มันแฝงไปด้วยการจ้องมองที่ลึกล้ำกว่านั้น
การจ้องมองนี้ราวกับสามารถทะลวงเข้าไปถึงก้นบึ้งของจิตใจได้ แต่ถ้าหลินโยวต้องการ เขาสามารถสร้างเกราะกำบังเพื่อสกัดกั้นการจ้องมองนี้ได้ ทว่าเขาก็ไม่ได้ทำแบบนั้น
เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ ตาลุงนักตกปลาก็ละสายตาออกไป
เขาค่อยๆ ขยับปากพูดช้าๆ
"งานหยาบแล้วสิ นายพอจะรู้ไหมว่า ไอ้ตัวที่ฆ่านายน่ะ มันศรัทธาในเงาตนไหนอยู่"
"หืม เงาเหรอ"
หลินโยวขมวดคิ้วด้วยความฉงน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินคำว่า "เงา" ถูกนำมาใช้ในบริบทแบบนี้
แต่ด้วยความที่หัวไว เขาจึงเข้าใจความหมายที่ตาลุงนักตกปลาต้องการจะสื่อได้ในทันที
"เงามืดในเขตแดนเบื้องลึก หรือที่นายเรียกว่าเทพมารนั่นแหละ"
เมื่อเห็นท่าทีงุนงงของหลินโยว ตาลุงนักตกปลาก็ใจดีอธิบายเพิ่มเติมให้ฟัง
"อ๋อออ"
หลินโยวพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
"ตัวจริงมันเป็นใครฉันก็ไม่รู้หรอก แต่ฉันรู้ว่าชื่อของมันออกเสียงยังไง"
"ชื่อของมันออกเสียงว่า ซาโทเอะ น่ะ"