- หน้าแรก
- ข้ามโลกไปเป็นเด็กฝึกงานพิพิธภัณฑ์ เปิดฉากมาก็ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเทพมาร
- บทที่ 15 นาฬิกาปลุกเรือนใหม่ของหลินโยว
บทที่ 15 นาฬิกาปลุกเรือนใหม่ของหลินโยว
บทที่ 15 นาฬิกาปลุกเรือนใหม่ของหลินโยว
ในเมื่อตอนนี้เซียนตกปลากลายเป็นลูกพี่ใหญ่ไปแล้ว หลินโยวจึงไม่กล้าเซ้าซี้บีบบังคับให้อีกฝ่ายเล่าเรื่องราวในอดีต และไม่กล้าเอาเรื่องตกปลามาใช้เป็นเหยื่อล่อเหมือนเมื่อก่อน
ก่อนหน้านี้เขาเอาแต่คิดจะรับมือกับเซียนตกปลาด้วยทัศนคติเหมือนกำลังหลอกเด็ก แต่ใครจะไปคิดว่าเซียนตกปลาตรงหน้านี้จะเป็นบอสใหญ่ของจริง
......
เมื่อกลับมาถึงหมู่บ้าน หลินโยวก็ยังคงเดินก้มหน้าไถโทรศัพท์มือถือไปตลอดทาง ส่วนเซียนตกปลาก็เดินตามหลังมาติดๆ ถึงแม้อีกฝ่ายไม่ได้เล่นโทรศัพท์ แต่ก็เดินก้มหน้าก้มตาเหมือนกันเป๊ะ
ในจังหวะนั้นเอง หลินโยวก็ได้ยินน้ำเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นอีกครั้ง
"หัวหน้าครับ พวกเราควรจะไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดดูหน่อยไหมครับ เผื่อว่าจะเจอเบาะแสอะไรจากในนั้นบ้าง"
หลินโยวเงยหน้าขวับทันที เขากวาดสายตามองไปยังทิศทางของต้นเสียงอย่างตั้งใจ
ภายใต้แสงไฟจากเสาไฟฟ้าที่อยู่ไม่ไกล เขาเห็นชายสามคนสวมชุดรัดรูปดูเหมือนกำลังเล่นคอสเพลย์ เดินมุ่งหน้ามาทางประตูหมู่บ้าน
ตามปกติการแต่งกายของทั้งสามคนควรดึงดูดสายตาผู้คนอย่างมาก ทว่าลูกบ้านในหมู่บ้านกลับดูเหมือนมองข้ามไปโดยสัญชาตญาณ ไม่ได้มีใครสนใจหรือให้ความสำคัญเลยสักนิด
แม้แต่ตอนที่เกือบเดินชนกัน ลูกบ้านเหล่านั้นก็ยังเบี่ยงตัวหลบให้เองโดยอัตโนมัติ
ทว่าในตอนนี้หลินโยวไม่ได้สนใจเรื่องพวกนั้นเลย
เพราะเขาสังเกตเห็นว่า สองในสามคนนั้นกำลังหิ้วถุงขยะสีดำใบใหญ่มาคนละถุง ซึ่งถุงขยะสองใบนี้เขาจำมันได้แม่นยำขึ้นใจ
มันคือถุงขยะใบใหญ่ที่เขาเพิ่งโยนทิ้งไปก่อนออกไปกินข้าวนั่นเอง!
พอนึกถึงน้ำเสียงของคนที่พูดเมื่อกี้ หลินโยวก็เดาตัวตนของทั้งสามคนออกทันที
หวังอู่, เซี่ยวชวน และจื้อเชา!
พวกนั้นมาที่หมู่บ้านของเขา แถมยังหาซากปลาสองถุงที่เขาทิ้งไปเจออีกต่างหาก
แบบนี้ก็หมายความว่า ถ้าพวกนั้นตรวจสอบกล้องวงจรปิด ตัวตนของเขาก็มีสิทธิ์ถูกเปิดโปงน่ะสิ
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินโยวก็เริ่มลังเลใจ เขาควรเดินเข้าไปสารภาพตัวตนกับพวกนั้นตรงๆ ดีไหม แล้วค่อยส่งตัวเซียนตกปลาให้จัดการ เพื่อหวังว่าสภาบริหารจะยอมลดหย่อนโทษให้บ้าง
อย่างน้อยๆ ก็อย่าให้พวกทางการมองว่าเขาเป็นผู้ก่อการร้ายก็พอ
แค่คิดว่าถ้าถูกทางการหมายหัวจนใช้ชีวิตตามปกติไม่ได้ หลินโยวก็รู้สึกปวดหัวตุบๆ ขึ้นมาทันที
ด้วยเหตุนี้เขาจึงพาเซียนตกปลาเดินมุ่งหน้าไปทางพวกหวังอู่อย่างเงียบเชียบ
เมื่อเดินเข้าไปใกล้ หลินโยวตั้งใจจะเอ่ยปากเรียกไว้ แต่ก่อนที่จะทันได้พูดอะไร น้ำเสียงของหวังอู่ก็ดังแว่วมาจากเบื้องหน้าเสียก่อน
"ไม่ได้!"
"ถ้าเป็นเหตุการณ์มลพิษทั่วไป กล้องวงจรปิดอาจพอช่วยหาเบาะแสได้บ้าง แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนักตกปลาล่ะก็ไม่มีทาง"
"ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่ากล้องวงจรปิดจะใช้ได้ผลกับเรื่องแบบนี้ไหมหรอกนะ แค่ลำพังพลังมลพิษของนักตกปลา ต่อให้กล้องวงจรปิดจะบันทึกอะไรไว้ได้ มลพิษที่แฝงอยู่ในนั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราจะรับมือไหว"
ฝีเท้าของหลินโยวชะงักก้างทันที ในจังหวะที่ห่างจากพวกหวังอู่เพียงแค่ครึ่งเมตร เขาก็หักเลี้ยวโค้งกะทันหัน เดินเลี่ยงผ่านทั้งสามคนไปได้อย่างหวุดหวิด
ทว่าดูเหมือนหวังอู่จะรู้สึกคุ้นหน้าอยู่บ้าง ทั้งสามคนจึงหยุดคุยกันกะทันหัน แล้วหันหลังกลับมามองตามทิศทางที่หลินโยวเดินจากไป
"หัวหน้าครับ คนนั้นใช่หลินโยวหรือเปล่าครับ เมื่อกี้ผมเพิ่งดูข้อมูลมา เห็นว่าเขาพักอยู่ในหมู่บ้านนี้พอดี"
"อืม ใช่เขาจริงๆ นั่นแหละ"
หวังอู่พยักหน้ายืนยัน
"พูดกันตามตรงนะ ฉันว่าคุณหลินเป็นคนนิสัยดีทีเดียวล่ะ เขาดูเป็นคนที่รักการใช้ชีวิตมาก แถมวันนี้ยังช่วยพวกเราไว้ตั้งเยอะ ฉันว่าอย่าเอาเขาเข้ามาพัวพันกับการสืบสวนของพวกเราจะดีกว่า"
"ตอนที่ไปกินข้าวกับคุณหลิน พวกเราก็แค่กินข้าวกันตามปกติเถอะ อย่าไปถามเขาเรื่องความผิดปกติในพิพิธภัณฑ์อีกเลย"
"ว่าแต่ คนที่เดินตามหลังคุณหลินน่ะ พวกนายรู้จักไหม"
หวังอู่มีความประทับใจต่อหลินโยวค่อนข้างดี พอนึกถึงการพูดคุยในวันนี้ เขาก็รู้สึกว่าหลินโยวต้องเป็นเพื่อนที่พึ่งพาได้แน่ๆ
แต่น่าเสียดายที่อยู่กันคนละโลก จึงยากที่จะกลายเป็นเพื่อนแท้กันได้จริงๆ
"ไม่รู้จักเลยครับ เขาเอาแต่ก้มหน้าก้มตาจนมองไม่เห็นหน้าเลย น่าจะเป็นเพื่อนของคุณหลินล่ะมั้งครับ"
ทั้งเหลียงเชาและซุนชวนต่างส่ายหน้าปฏิเสธว่าไม่รู้จัก
คนเราทุกคนก็ต้องมีเพื่อนฝูงกันบ้างเป็นธรรมดา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรเพียงเพราะมองไม่เห็นหน้าค่าตาของเซียนตกปลา
หลินโยวที่เดินอยู่ไม่ไกลเมื่อได้ยินบทสนทนาก็รีบเร่งฝีเท้าขึ้นทันที เพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ราวกับคลิปวิดีโอหนึ่งคลิป เขาก็เดินทิ้งห่างจากทั้งสามคนมาได้ไกลแล้ว
เมื่อหลินโยวเดินลับตาไปแล้ว พวกหวังอู่ก็ละสายตกลับมา หัวข้อสนทนาวนกลับเข้าสู่เรื่องงานอีกครั้ง
หวังอู่มองดูถุงขยะในมือของซุนชวนและเหลียงเชา ก่อนเอ่ยขึ้นอีกรอบ
"แถวนี้ไม่มีอันตรายอะไรหรอก ต่อให้เจออันตรายจริงๆ พวกเราก็แก้ปัญหาไม่ได้อยู่ดี"
"เอาเป็นว่า พวกนายสองคนรีบเอาวัตถุที่มีมลพิษปนเปื้อนสองชิ้นนี้กลับไปส่งที่ศูนย์บัญชาการซะ ส่วนฉันจะรออยู่ที่นี่เพื่อคัดลอกไฟล์กล้องวงจรปิดกลับไป"
"ถึงแม้พวกเราจะไม่มีความสามารถพอที่จะเปิดดูภาพจากกล้องวงจรปิดได้ แต่พวกเบื้องบนทำได้แน่"
"ถึงตอนนั้น ก็ให้พวกเบื้องบนเป็นคนตัดสินใจเองแล้วกันว่าจะเอายังไงต่อ"
เมื่อได้ยินการมอบหมายงานของหวังอู่ ทั้งซุนชวนและเหลียงเชาก็พยักหน้ารับคำโดยไม่มีใครคัดค้าน
......
เมื่อกลับมาถึงบ้าน หลินโยวก็เปิดประตูเข้าไป ส่วนเซียนตกปลาก็ยังคงทำตัวเหมือนเดิม คือนั่งยองๆ อยู่หน้าประตู
คราวนี้หลินโยวไม่ได้ไล่อีกฝ่าย เพราะแอบกังวลว่าถ้าเซียนตกปลาไปจากเขาแล้วจะไม่มีที่ไป
ย้ำนะว่าไม่ใช่เพราะหวาดกลัวเซียนตกปลาคนนี้หรอกนะ!
หลังจากอาบน้ำล้างท่าเสร็จเรียบร้อย หลินโยวก็พบว่าตัวเองเพิ่งทำลายสถิติเก่าลงได้!
ก่อนหน้านี้สถิติการอาบน้ำที่เร็วที่สุดของเขาคือ 8 นาที แต่วันนี้ใช้เวลาเพียงแค่ 7 นาทีก็อาบเสร็จแล้ว!
...
ตอนนี้เพิ่งจะหนึ่งทุ่มเอง ยังหัวค่ำอยู่เลย หลินโยวเปลี่ยนมาสวมชุดนอนแล้วทิ้งตัวพิงโซฟา พลางเปิดเกมครอสไฟร์โมบายล์ในโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น
เขาไม่ได้ติดเกมอะไรขนาดนั้น การเล่นเกมเป็นแค่ความชอบส่วนตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น
ถ้าวันไหนไม่ได้ยินคำทักทายอันแสนไพเราะจากเพื่อนร่วมทีมในเกม คงนอนไม่หลับแน่ๆ
และเขาก็เล่นเพลินไปถึงสี่ชั่วโมงเต็ม...
"ไอ้เบอร์ 2 แม่แกตายเหรอวะ"
"เดี๋ยวพ่องก็บินไปสับหน้าแม่แกด้วยท่าควงสว่านไร้เทียมทานหรอกไอ้เวร"
เมื่อได้ยินคำทักทายอันแสนอบอุ่นจากเพื่อนร่วมทีม หลินโยวก็รู้สึกพึงพอใจมาก
ในแมตช์ตัดสินที่สกอร์ 4:4 ทีมของเขาเป็นฝ่ายเอาชนะมาได้ แถมยังฆ่าล้างบางฝั่งตรงข้ามได้ทั้งห้าคน
ทว่าไอ้เบอร์ 2 นี่ดันนึกคึกอะไรไม่รู้ ตอนกำลังฉลองดันโยนระเบิดขวดออกมาเผาเบอร์ 3 ในทีมตัวเองจนตายคากองไฟ
พอเบอร์ 3 ตายไปแล้ว ไอ้เบอร์ 2 ที่อาจเก็บกดมานานก็ยังไม่ยอมกู้ระเบิดทันที แต่มันกลับทำท่ากดกู้ระเบิดหลอกเพื่อเยาะเย้ยฝั่งตรงข้ามเล่นๆ
ความจริงมันก็ไม่ได้มีอะไรหรอก แต่ปัญหาก็คือไอ้เบอร์ 2 ดันเล่นเพลินจนลืมดูเวลา!
และแล้วแม่ของไอ้เบอร์ 2 ก็เลยอันตรธานหายไปตามระเบียบ
ถ้าไม่ใช่เพราะหลินโยวเป็นคนมีกาลเทศะและมีมารยาทสูง คงจะร่วมวงด่ามันไปอีกสักสองสามประโยคแล้ว
เพราะตาเมื่อกี้เขาอุตส่าห์แบกทีมเต็มที่ ทำสถิติฆ่าไปตั้งเก้าตายแค่สองเองนะ
พอจบตานี้ หลินโยวก็จ้องมองสถิติการเล่นอยู่นาน ก่อนตัดสินใจวางโทรศัพท์ลง
เล่นต่อไม่ได้แล้วล่ะ
เขาเดินไปที่หน้าประตู เปิดออกไปดูแล้วก็พบว่าเซียนตกปลายังคงนั่งยองๆ อยู่ที่เดิม
เมื่อเห็นหลินโยวเดินออกมา เซียนตกปลาก็ปรายตามองแวบหนึ่งแต่ไม่ได้สนใจอะไร
หลินโยวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกว่าอีกฝ่ายแอบน่าสงสารอยู่เหมือนกัน เขาเลยเดินกลับเข้าไปในห้องแล้วหาโทรศัพท์เครื่องสำรองออกมาเครื่องหนึ่ง
เขาส่งโทรศัพท์เครื่องสำรองให้เซียนตกปลา จากนั้นเดินไปหาปลั๊กพ่วงออกมาจากห้อง เอาปลายด้านหนึ่งเสียบเข้ากับเต้ารับตรงหน้าประตู ส่วนอีกด้านก็ลากออกมาวางไว้ข้างตัวเซียนตกปลา
"เอาโทรศัพท์ไปเล่นสิ"
เซียนตกปลามองดูการกระทำทั้งหมด ก่อนค่อยๆ ลุกขึ้นยืนแล้วรับสายชาร์จที่หลินโยวส่งให้ไป
"นายรู้ความดีนี่"
หลินโยวขยับมุมปากนิดๆ ที่เขาให้โทรศัพท์เซียนตกปลาไปเล่น ไม่ได้มีเจตนาแค่จะให้เล่นแก้เซ็งอย่างเดียวหรอกนะ
พอนึกถึงเรื่องที่เมื่อเช้าเกือบไปทำงานสาย หลินโยวก็เอ่ยปากขึ้นว่า
"พรุ่งนี้เช้าตอนแปดโมง อย่าลืมปลุกฉันด้วยนะ"