- หน้าแรก
- ข้ามโลกไปเป็นเด็กฝึกงานพิพิธภัณฑ์ เปิดฉากมาก็ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเทพมาร
- บทที่ 12 ‘บ้าน’ ที่แสนจะยุ่งเหยิง
บทที่ 12 ‘บ้าน’ ที่แสนจะยุ่งเหยิง
บทที่ 12 ‘บ้าน’ ที่แสนจะยุ่งเหยิง
ภาพที่หลินโยวเห็นแตกต่างจากสิ่งที่ลูกบ้านคนอื่นๆ เห็นอย่างสิ้นเชิง
ในสายตาของเขา ทันทีที่คันเบ็ดของเซียนตกปลาโค้งงอ อีกฝ่ายก็ตวัดเอาปลาขนาดมหึมาที่ดูดุร้ายสุดขีดขึ้นมาหนึ่งตัว
มันคือปลาประหลาดที่ยาวประมาณหนึ่งเมตร ส่วนหัวและลำคอถูกปกคลุมด้วยเกราะกระดูกหนาและแข็งแกร่ง
ทันทีที่เจ้าปลาประหลาดโผล่พ้นน้ำ มันเล็งฟันที่คมกริบราวกับใบมีดแท่นตัดกระดาษเข้าใส่เซียนตกปลาทันที ฟันของมันสะท้อนแสงไฟถนนเป็นประกายเย็นเยียบ ดูราวกับสามารถตัด กัดกระชาก หรือบดขยี้ทุกสรรพสิ่งให้แหลกละเอียดได้ในพริบตา
ทว่าเซียนตกปลาเพียงสะบัดคันเบ็ดในมือเบาๆ ครั้งเดียว ปลาดังเคิลออสเตียสที่น่าสยดสยองตัวนั้นก็สงบเสงี่ยมลงทันควัน ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นรูปปั้นไปเสียดื้อๆ
"เอ้า ปลาของนาย"
เซียนตกปลาส่งมอบปลาดังเคิลออสเตียสให้หลินโยว และดูเหมือนเขาจะกังวลว่าหลินโยวจะคุมมันไมู่ยู่ จึงอุตส่าห์ยื่นคันเบ็ดของตัวเองแถมมาให้ด้วยอย่างมีน้ำใจ
ซึ่งภาพเหตุการณ์นี้ในสายตาของลูกบ้านที่ยืนมุงอยู่รอบๆ กลับกลายเป็นภาพของไอ้ซื่อบื้อคนพี่กำลังแบ่งปันผลงานที่ตกได้ให้ไอ้ซื่อบื้อคนน้อง ดูแล้วช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียเหลือเกิน
หลินโยวเหลือบมองปลาดังเคิลออสเตียสที่เซียนตกปลายื่นมาให้ สลับกับมองพวกลูกบ้านที่ยืนดูเรื่องสนุกอยู่รอบๆ
ถึงแม้สายตาของคนเหล่านั้นจะดูแปลกไปบ้าง แต่หลินโยวก็มั่นใจได้อย่างหนึ่งว่า อย่างน้อยในสายตาของคนพวกนั้น ปลาดังเคิลออสเตียสตัวนี้คงไม่ใช่ปลาดังเคิลออสเตียสแน่ๆ
เมื่อใจชื้นขึ้นมาหน่อย หลินโยวก็รับคันเบ็ดมาจากมือของเซียนตกปลา ทันทีที่มือสัมผัสคันเบ็ด เขารู้ได้ทันทีว่าของสิ่งนี้ไม่ธรรมดา
ตอนเด็กๆ เขาก็เคยทำคันเบ็ดง่ายๆ เล่นเหมือนกัน แต่ไม่ว่าจะเป็นสัมผัสตอนหยิบจับหรือคุณภาพของวัสดุ คันเบ็ดที่เขาเคยทำตอนเด็กๆ เทียบกับของเซียนตกปลาไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
หลินโยวเดาว่าคันเบ็ดของเซียนตกปลาคนนี้น่าจะเป็นวัตถุเหนือธรรมชาติอย่างหนึ่ง หรือไม่ตัวเซียนตกปลากับคันเบ็ดก็อาจเป็นตัวตนที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันมาตั้งแต่แรก
คราวนี้หลินโยวไม่ได้บุ่มบ่ามใช้พลังพิเศษตรวจสอบข้อมูลของคันเบ็ด เพราะรู้ลิมิตของตัวเองดี มลพิษจากภายนอกเขาพอจะต้านทานได้สบายๆ แต่ถ้าเขาเป็นฝ่ายเปิดใช้งานพลังเพื่อส่องดูเอง จะไม่มีทางต้านทานความเสียหายที่ตามมาได้เลย
หลินโยวเดินหามปลามาจนถึงหน้าประตูบ้าน เขาเปิดประตูเตรียมจะเดินเข้าไป แต่แล้วก็สังเกตเห็นว่าเซียนตกปลากำลังยืนมองเขาตาปริบๆ... ไม่สิ กำลังจ้องมองคันเบ็ดในมือของเขาตาไม่กะพริบต่างหาก
"ทำไมคุณถึงไม่อยากเข้าบ้านผมล่ะ?"
หลินโยวรู้สึกสงสัยครามครัน เขาไม่เข้าใจเลยว่าในสายตาของเซียนตกปลา บ้านของเขามันเป็นแบบไหนกันแน่ ถึงขนาดทำให้เอนทิตีที่น่าสยดสยองระดับนี้ยังไม่อยากย่างกรายเข้าไป
"บ้านนาย... มัน... ยุ่งเหยิง... มาก?"
"ผมไม่อยากเข้าไป"
เซียนตกปลายืนอยู่หน้าประตู พลางมองเข้าไปในห้องที่จัดวางข้าวของไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยชนิดที่ว่าคนเป็นโรคเจ้าระเบียบเห็นแล้วยังต้องฟิน น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความลังเลอย่างที่ไม่ค่อยจะได้เห็นนัก
"ยุ่งเหยิงเนี่ยนะ?"
หลินโยวครุ่นคิดถึงคำตอบที่ได้รับมา ดูเหมือนอีกฝ่ายไม่ได้กลัวบ้านของเขา แต่แค่ไม่อยากเข้าไปเฉยๆ ซึ่งนี่ไม่ใช่ข่าวดีเลยสักนิด
หลินโยวเดินออกมาจากห้อง มายืนเคียงข้างกับเซียนตกปลา แสงสีทองในดวงตาข้างซ้ายไหลเวียน ไม่มีตัวอักษรลูกอ๊อดที่บิดเบี้ยว และไม่มีข้อมูลสีขาวที่พร่างพรายราวกับดวงดาว
หลินโยวเห็นเพียงข้อมูลที่เรียบง่ายจนไม่รู้จะเรียบง่ายยังไงปรากฏอยู่เหนือบ้านของตัวเอง
[บ้าน]
นั่นคือทั้งหมดที่หลินโยวเห็นหลังจากเปิดใช้งานพลังพิเศษ
เขาละสายตากลับมา แสงสีทองในดวงตาข้างซ้ายจางหายไป หลินโยวส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจ เขาขี้เกียจจะไปหาคำตอบแล้วล่ะ ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาตินั่นแหละดีที่สุด
หลังจากคืนคันเบ็ดให้เซียนตกปลาแล้ว หลินโยวจัดการลอกคราบข้อมูล ‘พละกำลัง’ ของปลาดังเคิลออสเตียสออกมา แล้วนำมาเสริมพลังให้กับตัวเอง
พละกำลังที่เพิ่มขึ้นชั่วคราวทำให้หลินโยวชำแหละปลาดังเคิลออสเตียสได้รวดเร็วกว่าตอนจัดการปลาทูน่าครีบน้ำเงินเมื่อวานนี้มาก
ผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมง เมื่อมองดูเนื้อปลาที่กองพะเนินอยู่เต็มห้องครัว หลินโยวก็เริ่มกุมขมับอีกรอบ
เนื้อปลาทูน่าครีบน้ำเงินน่ะมันยังพอว่า เพราะเขาสามารถเอาไปแจกพนักงานส่งอาหาร แจกลูกบ้าน หรือแจกเพื่อนฝูงได้ แต่เนื้อปลาดังเคิลออสเตียสนี่สิที่ไม่ได้
ต่อให้ในสายตาคนปกติเนื้อปลาพวกนี้จะดูเหมือนเนื้อปลาธรรมดาทั่วไป แต่หลินโยวก็ไม่กล้าเอาไปแจกใครอยู่ดี การเอาเนื้อปลาดังเคิลออสเตียสไปแจกคนอื่นเนี่ย ในสายตาของพวกเจ้าหน้าที่รัฐมันจะถือเป็นการล้ำเส้น หรือเป็นการก่อความไม่สงบในที่สาธารณะกันล่ะ?
หลินโยวไม่รู้ และไม่อยากเสี่ยงดูด้วย
แต่เนื้อกองโตขนาดนี้มันก็เป็นปัญหาใหญ่จริงๆ นั่นแหละ ต่อให้เนื้อปลาดังเคิลออสเตียสจะรสชาดีแค่ไหน แต่ลำพังหลินโยวคนเดียวไม่มีทางกินหมดได้ในเวลาอันสั้นแน่ๆ
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลินโยวก็นึกถึงเซียนตกปลาที่กำลังนั่งคอสเพลย์เป็นสิงโตหินอยู่หน้าบ้านขึ้นมาได้
เขาแอบคิดเล่นๆ ว่า จะลองให้เซียนตกปลาช่วยตกไดโนเสาร์ทีเร็กซ์ขึ้นมาให้ดูอีกสักตัวดีไหมนะ จะได้ไม่ต้องมานั่งกลุ้มเรื่องเนื้อที่มีเยอะเกินไปจนกินไม่หมดแบบนี้
ไม่ใช่สิ!
หลินโยวรีบสะบัดหัวไล่ความคิดแผลงๆ นั่นออกไปจากสมองทันที
เขาเดินมาที่หน้าประตูบ้าน และเป็นไปตามที่เขาคาดไว้ เซียนตกปลาคนนั้นยังคงนั่งยองๆ เป็นสิงโตหินเฝ้าหน้าประตูให้เขาอยู่
หลินโยวประเมินดูแล้วว่าถ้าเขาไม่ไล่อีกฝ่ายไป หมอนี่คงจะนั่งเฝ้าหน้าบ้านเขาไปทั้งคืนแน่ๆ เขาใช้เท้าเขี่ยเซียนตกปลาที่นั่งยองๆ อยู่เบาๆ พอเห็นอีกฝ่ายหันมามอง เขาก็เอ่ยปากถามขึ้นว่า
"คุณกินปลาไหม?"
เซียนตกปลาเอียงคอสงสัย มองมาที่หลินโยวที่ยืนอยู่เหนือหัวด้วยความฉงน ทำไมบทสนทนานี้ถึงได้ดูคุ้นหูจังเลยนะ?
อ้อ... ก็บทพูดของเขามันคล้ายๆ แบบนี้แหละ
"ไม่กิน"
"งั้นก็ลำบากหน่อยนะ"
หลินโยวเดินไปเดินมาอยู่หน้าประตูครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกไอเดียใหม่ขึ้นมาได้
เขาเดินกลับเข้าไปในห้อง หาถุงขยะที่ค่อนข้างหนามาสองสามใบ จากนั้นจัดการกวาดเอาชิ้นส่วนของปลาดังเคิลออสเตียสและปลาทูน่าครีบน้ำเงินในส่วนที่ไม่อยากกินยัดใส่ถุงจนเต็ม
เขาหิ้วถุงขยะเดินออกมานอกห้อง แล้วก็เขี่ยเซียนตกปลาไปอีกหนึ่งที
"ตามผมมาหน่อย มาช่วยงานอะไรผมสักอย่างสิ"
เซียนตกปลาปรายตามองเขาแวบหนึ่งโดยไม่พูดอะไร แต่ก็ยอมลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามหลังหลินโยวไปแต่โดยดี
เมื่อลงมาถึงชั้นล่าง หลินโยวพาเซียนตกปลาเดินเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ริมสระน้ำจำลองที่ค่อนข้างลับตาคน
บริเวณนี้ไฟถนนค่อนข้างน้อย และไฟที่มีอยู่ไม่กี่ดวงก็ส่องไปไม่ถึงบรรยากาศในสระน้ำพอดี สระน้ำแห่งนี้จึงเหมาะแก่การโยนศพ เอ๊ย ทิ้งขยะเป็นอย่างยิ่ง
"คุณลองตกปลาดูสักตัวสิ แต่พอปลากินเบ็ดแล้วไม่ต้องตวัดคันขึ้นมานะ แค่ปล่อยมันไว้แบบนั้นก็พอ"
เมื่อได้ยินดังนั้น เซียนตกปลาก็มองหลินโยวด้วยสีหน้าพิลึกพิลั่น
เขาเจอกับคำขอที่แสนประหลาดของหลินโยวมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว คำขอนี้ถึงมันจะดูเพี้ยนๆ ไปหน่อย แต่ถ้าสรุปเอาเองว่าหลินโยวเป็นพวกสมองมีปัญหา เซียนตกปลาก็พอทำใจยอมรับได้อยู่
เซียนตกปลาไม่ได้เหวี่ยงเบ็ดด้วยซ้ำ เขาเพียงหย่อนตัวเบ็ดลงไปในน้ำทื่อๆ
ทันทีที่ตัวเบ็ดสัมผัสน้ำ วังวนสีดำที่บิดเบี้ยวและน่าขนลุกก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง
หลินโยวอาศัยจังหวะนี้โยนถุงขยะใบใหญ่ทั้งสองใบในมือลงไปในวังวนตรงหน้าทันที ทันทีที่ถุงขยะเข้าไปในวังวน มันก็อันตรธานหายวับไปอย่างไร้ร่องรอยในชั่วพริบตา
หลินโยวแอบคิดในใจว่า ถ้าเขาเลี้ยงเซียนตกปลาเอาไว้หน้าบ้าน แล้วสร้างสระน้ำเล็กๆ ไว้ให้สักสระ บางทีหมอนี่อาจกลายเป็นถังขยะที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลกเลยก็ได้นะเนี่ย