เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19: คุณหนูตัวจริงและตัวปลอมกับนกกระจอกและหงส์

บทที่ 19: คุณหนูตัวจริงและตัวปลอมกับนกกระจอกและหงส์

บทที่ 19: คุณหนูตัวจริงและตัวปลอมกับนกกระจอกและหงส์


“เดี๋ยวฉันรีบไป นายช่วยจับตาดูเธอไว้ให้ที อย่าปล่อยให้พวกหน้ามืดตามัวมารังแกเธอได้ล่ะ”

ยิ่งซิวจินรีบพิมพ์ข้อความบรรทัดหนึ่งตอบกลับไปในแอปพลิเคชันเวยซิ่น จากนั้นก็เร่งฝีเท้ากลับห้องไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วบึ่งรถตรงไปยังงานประมูลด้วยความเร็วสูงสุด

งานประมูลเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในเวลาสองทุ่ม ตรงบริเวณโถงจัดงาน บรรดาแขกเหรื่อผู้มีเกียรติกำลังดื่มด่ำกับไวน์แดงเลิศรสและอาหารบุฟเฟต์นานาชาติ ต่างพากันจับกลุ่มพูดคุย สรรเสริญเยินยอ และส่งเสียงหัวเราะอย่างสำราญใจ

จีหลินหลางคอยเดินเคียงข้างคุณพ่อจีอยู่ตลอดเวลา ทำให้เธอได้เห็นฉากการเจรจาพ่นคำหวานทางการค้าที่หน้าเนื้อใจเสือมาแล้วนับไม่ถ้วน

ในโลกธุรกิจ ทุกคนต่างก็เป็นเสือยิ้มยาก หากยังไม่ถึงขั้นแตกหักจนมองหน้ากันไม่ติด ต่อให้เบื้องหลังจะแข่งขันกันดุเดือดเลือดพล่านเพียงใด ทว่าเบื้องหน้าก็ยังคงต้องรักษาภาพลักษณ์อันชื่นมื่นและเป็นมิตรเอาไว้เสมอ

การสาดวาทะเชือดเฉือนอย่างมีชั้นเชิงและการหยั่งเชิงโต้ตอบกันไปมา ราวกับกำลังร่ายรำมวยไทเก๊กของพวกเขานั้น ช่างเปิดหูเปิดตาให้แก่จีหลินหลางเป็นอย่างยิ่ง

ครั้นเมื่อคุณแม่จี จีเย่ จีเจียว และหลี่เยี่ยหยวนก้าวเท้าเข้ามาในงาน สายตาแปลกๆ ของผู้คนรอบข้างก็พลันจับจ้องมารวมกันที่ตระกูลจีเป็นตาเดียว

“จีเจียว คนที่ยืนอยู่ข้างคุณพ่อเธอนั่นใช่น้องสาวแท้ๆ ของเธอหรือเปล่าน่ะ?”

เพื่อนร่วมโต๊ะเรียนที่เป็นลูกสมุนคนสนิทของจีเจียวพุ่งตัวเข้ามาเอ่ยถามเป็นคนแรก หล่อนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ก่อนหน้านี้และกำลังอยากรู้อยากเห็นจนใจจะขาด ทว่าจีเจียวกลับไม่ได้ตอบข้อความของเธเลยสักนิด

เซิ่งเจียว ซึ่งเป็นอริไม่ลงรอยกับจีเจียวมาแต่ไหนแต่ไร ถือโอกาสเอ่ยปากจิกกัดด้วยน้ำเสียงมุ่งร้ายทันที “จีเจียว ฉันจำได้ว่าเธอเป็นคุณหนูเพียงคนเดียวของตระกูลจีไม่ใช่เหรอ? ไฉนคุณพ่อของเธอถึงได้พาลูกสาวสุดที่รักอีกคนมาร่วมงาน แถมชุดที่ยัยนั่นสวมอยู่มูลค่าอย่างต่ำก็ตั้งยี่สิบล้านเข้าไปแล้ว แล้วชุดของเธอตัวนี้... มูลค่าถึงล้านหยวนหรือเปล่าล่ะนั่น?”

จีเจียวที่วันนี้แต่งกายจัดเต็มอย่างหรูหราอลังการพลันร่างแข็งทื่อ สายตาของเธอพุ่งทะลุผ่านฝูงชนตรงไปยังจีหลินหลาง และต้องรู้สึกตื่นตะลึงอย่างหนักในใจ

คนเราย่อมกลัวการถูกเปรียบเทียบ วันนี้จีเจียวสวมชุดราตรีสีชมพูสั่งตัดพิเศษจากแบรนด์ดีชื่อดัง ซึ่งจีเย่เป็นคนเตรียมไว้ให้ ทว่ามูลค่าของมันกลับไม่ถึงล้านหยวนจริงๆ โดยมีราคาอยู่ที่แปดแสนหกหมื่นหยวนเท่านั้น

มิหนำซ้ำ โทนสีชุดของเธอกับจีหลินหลางยังมีความคล้ายคลึงกันอย่างมาก ยิ่งทำให้เธอนึกสมเพชตัวเองราวกับเป็นนกกระจอกซอมซ่อที่มายืนเคียงข้างพญาหงส์อันสง่างาม ซึ่งเรื่องนี้สร้างความอับอายขายหน้าให้แก่จีเจียวเป็นล้นพ้น

สร้อยคอเพชรที่ประดับอยู่บนลำคอระหงของเธอก็เป็นของขวัญที่หลี่เยี่ยหยวนมอบให้ เธอแอบลอบไปตรวจสอบราคาและพบว่ามันมีมูลค่าไม่ถึงล้านหยวนเช่นกัน โดยราคาอยู่ที่เก้าแสนเก้าหมื่นหยวน เพื่อเป็นนัยสื่อความหมายถึง 'รักแท้ชั่วนิรันดร์' ก่อนหน้านี้เธอเคยรู้สึกปลาบปลื้มยินดีกับมันมาก ทว่าในยามนี้เธอกลับนึกเคียดแค้นหลี่เยี่ยหยวนขึ้นมาในใจ

เขาเป็นถึงคุณชายใหญ่แห่งตระกูลหลี่ และเธอก็เป็นถึงคู่หมั้นของเขา ทว่าของขวัญที่เขามอบให้กลับดูต่ำต้อยด้อยราคาปานนี้ จนทำให้เธอต้องตกเป็นตัวตลกในสายตาของทุกคนในงาน

ยิ่งเมื่อปรายสายตาไปมองมงกุฎที่อยู่บนศีรษะของจีหลินหลาง ดวงตาของจีเจียวก็พลันแดงก่ำด้วยความริษยาทันที มงกุฎเพชรอันนั้นมันควรจะเป็นของเธอต่างหาก

ขอเพียงจีหลินหลางไม่ปรากฏตัวขึ้นมา ทุกสิ่งทุกอย่างในตระกูลจีก็ย่อมต้องตกเป็นของเธอทั้งหมด

ทว่าคุณพ่อกลับมาประสบอุบัติเหตุรถชน และจากนั้นจีหลินหลางก็ไม่เพียงแต่ปรากฏตัวขึ้นมา ทว่ายังกลายเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตคุณพ่อเอาไว้อีกด้วย ส่วนตัวเธอเองกลับต้องร่วงหล่นจากตำแหน่งคุณหนูใหญ่ตระกูลจีกลายมาเป็นเพียงลูกสาวตัวปลอม พ่อแม่บังเกิดเกล้าก็ช่างซอมซ่อน่ารังเกียจ จนทำให้สถานะของเธอในตระกูลจีดิ่งฮวบลงเหว

คุณแม่จีและจีเย่ยังคงดีต่อเธอมากก็จริง ทว่าจีเจียวก็รู้ดีแก่ใจว่าคุณพ่อคือผู้กุมอำนาจเด็ดขาดที่แท้จริงของตระกูลจีทั้งหมด

ทว่าในยามนี้ มงกุฎเพชรสุดรักสุดหวงอันนั้น มงกุฎที่มีมูลค่าสูงลิ่วกว่ายี่สิบล้านหยวน กลับไปประดับอยู่บนศีรษะของจีหลินหลางเสียได้

แล้วไหนจะชุดราตรีเจ้าหญิงตัวนั้น เครื่องประดับพวกนั้นอีกล่ะ รวมๆ แล้วมูลค่าไม่ต่ำกว่าสามสิบล้านหยวนแน่นอน ขนาดเธออยู่อาศัยในตระกูลจีมานานกว่าสิบปี ยังไม่เคยได้รับสิ่งเลอค่าระดับนี้เลยสักครั้ง

คุณพ่อช่างลำเอียงไร้ขอบเขตเกินไปแล้ว จีเจียวโกรธจัดจนแทบจะกระอักออกมาเป็นสายเลือด หัวใจของเธอกำลังหลั่งโลหิตและร่ำไห้ด้วยความเจ็บปวด ร่างกายรู้สึกวิงเวียนคล้ายจะหน้ามืดจนแทบจะทรงตัวยืนไว้ไม่อยู่

หลี่เยี่ยหยวนรีบเข้าไปประคองร่างของจีเจียวไว้พลางโอบเธอเข้ามาในอ้อมกอด ก่อนจะตวัดสายตาพิฆาตจ้องมองเซิ่งเจียวด้วยความรังเกียจขยะแขยงและเอ่ยขึ้นว่า “สมแล้วที่เป็นลูกสาวของพวกนางรำ ช่างมีความคิดตื้นเขินและทำตัวต่ำต้อยไร้ราคาจริงๆ”

จีเย่ก้าวเท้าเข้ามาขัดจังหวะช้าไปก้าวหนึ่ง ใบหน้าของเขาพลันบึ้งตึงมืดมนลงทันควัน ก่อนจะเอ่ยปากเตือนเซิ่งเจียวด้วยความไม่พอใจเช่นกัน “เรื่องภายในของตระกูลจี ไม่ใช่เรื่องที่คนนอกอย่างคุณหนูเซิ่งจะสอดรู้สอดเห็นได้ หากเธอมีเวลาว่างมากขนาดนี้ ควรไปเรียนรู้เรื่องมารยาทและการอบรมสั่งสอนของผู้ดีเสียก่อนจะดีกว่านะ”

เซิ่งเจียวกำหมัดแน่นพลางก้มหน้าลงต่ำ เธอไม่กล้าพอที่จะไปต่อกรเอ่ยปากเถียงหลี่เยี่ยหยวนหรือจีเย่ ทว่าการที่ปูมหลังของเธอถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานต่อหน้าธารกำนัล ซ้ำยังถูกหลี่เยี่ยหยวนตราบหน้าว่าไร้การอบรมสั่งสอน ทำให้เธอนึกโกรธแค้นเคียดแค้นอยู่ในใจจนแทบกระอัก

ในวินาทีนั้น จีเย่หันไปมองจีหลินหลางพลางรู้สึกไม่สบอารมณ์และไม่ได้รับความยุติธรรมอย่างยิ่ง ยามที่เขาเอ่ยปากขอเงินจากคุณพ่อเพื่อไปลงทุนเปิดบริษัทบันเทิง เขาต้องอ้อนวอนอยู่ตั้งนานกว่าจะได้เงินมาสิบล้านหยวน

ทว่าในยามนี้ จีหลินหลางกลับสวมใส่เสื้อผ้าเครื่องประดับมูลค่ารวมหลายสิบล้านหยวนมาเดินเฉิดฉายในงานประมูล หากไม่ติดว่าสถานที่แห่งนี้ไม่เอื้ออำนวย จีเย่คงจะได้เอ่ยปากแสดงความไม่พอใจออกไปนานแล้ว

คุณแม่จีกัดฟันกรอดด้วยความคับแค้น นับตั้งแต่จีหลินหลางก้าวเท้ากลับเข้ามาในตระกูลจี หล่อนก็รู้สึกว่าคุณพ่อจีเริ่มให้ความสนใจและแยแสในตัวหล่อนน้อยลงเรื่อยๆ

แต่ก่อนนี้ ยามที่หล่อนทำตัวแง่งอนแสดงอาการเย็นชาใส่ คุณพ่อจีก็มักจะคอยเข้ามาออดอ้อนงอนง้อ หรืออย่างน้อยก็เอ่ยปากถามไถ่สารทุกข์สุกดิบเพื่อหาทางลงให้แก่หล่อน

ทว่าในยามนี้ ต่อให้หล่อนจะอาละวาดสร้างความวุ่นวายเพียงใด ชายหนุ่มกลับเลือกที่จะเมินเฉยอย่างไร้เยื่อใย

คุณแม่จีรู้สึกอัดอั้นตันใจเป็นล้นพ้น ยามเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นยัยเด็กบ้านนอกคนนั้น เสื้อผ้าเครื่องประดับหรูหราที่หล่อนสวมใส่อยู่ก็ยิ่งจุดชนวนไฟโทสะในอกของคุณแม่จีให้ลุกโชน

จีซิงหัวช่างแก่ตัวแล้วเลอะเลือนไปกันใหญ่จริงๆ ถึงได้ยอมควักเงินหลายสิบล้านหยวนมาประเคนให้ยัยเด็กบ้านนอกคนนี้แต่งตัวหรูหรา ไม่กลัวบ้างหรือไงว่ายัยเด็กนี่จะไม่มีบุญบารมีพอที่จะรองรับโชคลาภวาสนาอันยิ่งใหญ่ขนาดนี้?

หลังจากมีคนเอ่ยทักขึ้น คุณพ่อจีและจีหลินหลางจึงได้สังเกตเห็นการมาถึงของคุณแม่จีและคนอื่นๆ เมื่อเห็นจีเจียวยืนขอบตาแดงก่ำโดยมีหลี่เยี่ยหยวนคอยโอบกอดประคองไว้ และมีจีเย่คอยยืนคุมเชิงปกป้องราวกับอัศวินขี่ม้าขาว จีหลินหลางก็พลันยกยิ้มมุมปากด้วยความนึกสนุก

ครั้นเมื่อมีแขกในงานเอ่ยปากถามไถ่ถึงสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างจีเจียวและจีหลินหลาง

จีเจียวเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะเอ่ยเรียกจีหลินหลางเสียงหวาน “พี่สาว วันนี้พี่แต่งตัวสวยมากเลยค่ะ ดูงดงามราวกับเจ้าหญิงตัวน้อยๆ เลย”

จากนั้นเธอก็ตวัดสายตามองตรงไปยังจีหลินหลางด้วยสีหน้าอ้อนวอนขอความเห็นใจ ท่าทางดูหวาดกลัวและน่าเวทนาเป็นล้นพ้น

คุณพ่อจีและคุณแม่จีมีแผนการที่จะรับเลี้ยงจีเจียวเป็นบุตรบุญธรรมอยู่แล้ว ดังนั้นพวกเขจึงไม่ได้คิดว่ามีอะไรเสียหายกับการที่จีเจียวจะเอ่ยเรียกจีหลินหลางว่า 'พี่สาว' การนิ่งเงียบของพวกเขาจึงเปรียบเสมือนการยอมรับโดยปริยาย

ส่วนจีเย่กลับมีความรู้สึกขัดแย้งในใจลึกๆ ในใจของเขาไม่ได้ปรารถนาจะให้จีเจียวมาเป็นน้องสาวของเขาอีกต่อไป ทว่าเมื่อเห็นท่าทางอันน่าเวทนาของจีเจียวในยามนี้ เขาจึงเลือกที่จะปิดปากเงียบไม่ได้เอ่ยคัดค้านออกมา

จีหลินหลางรู้สึกว่าจีเจียวช่างฉลาดเฉลียวขึ้นกว่าเดิมมาก รู้จักที่จะตัดคำว่า 'รอง' ออกไป เพื่อต้องการพูดจาคลุมเครือให้เรื่องมันตบตาทุกคนไปอย่างเนียนๆ

คำชมที่บอกว่าราวกับเจ้าหญิงตัวน้อยๆ นั้น ช่างเป็นถ้อยคำที่น่าสนใจดียิ่งนัก

ทว่า ช่างน่าเสียดายครามครันที่จีหลินหลางไม่ได้มีอารมณ์ร่วมไปกับละครตบตาฉากนี้ และไม่มีวันยอมปล่อยให้จีเจียวมาฉวยโอกาสเอาเปรียบเธอได้ง่ายๆ ทว่าก่อนที่เธอจะได้ทันเอ่ยปากพูดอะไรออกมา หลี่เยี่ยหยวนก็พลันเอ่ยแทรกขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน “เจียวเจียวกับหลินหลางเป็นพี่น้องฝาแฝดกันครับ”

สิ้นคำพูดนั้น หลี่เยี่ยหยวนตวัดสายตาจ้องมองจีหลินหลางด้วยน้ำเสียงและท่าทีข่มขู่เตือนสติ

ขออภัยด้วยเถอะ พอดีเธอไม่ใช่คนประเภทที่จะยอมให้ใครมาข่มขู่ได้ง่ายๆ เสียด้วยสิ จีหลินหลางจึงส่งยิ้มหวานตอบกลับหลี่เยี่ยหยวนพลางเอ่ยขึ้นว่า “คุณชายหลี่คงจะเข้าใจอะไรผิดไปแล้วล่ะมั้งคะ ฉันไม่ได้มีพี่น้องฝาแฝดหรอกค่ะ ตระกูลจีของเราไม่ได้มีกรรมพันธุ์ฝาแฝดสืบทอดกันมาเสียหน่อย”

หลี่เยี่ยหยวนถูกจีหลินหลางตบหน้าฉาดใหญ่กลางที่สาธารณะจนหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ สีหน้าของเขาพลันบึ้งตึงแปรเปลี่ยนเป็นดูไม่ได้ทันควัน ในใจเต็มไปด้วยเพลิงโทสะที่ลุกโชน

เขาตวัดสายตาหันไปมองคุณพ่อจีและคุณแม่จี ขอเพียงแค่คนเป็นพ่อเป็นแม่เอ่ยปากยอมรับเรื่องนี้ ต่อให้จีหลินหลางจะเอ่ยปากปฏิเสธอย่างไรย่อมไร้ความหมาย

ทว่าคุณพ่อจีกลับแสดงสีหน้าไม่เห็นด้วย ในมุมมองของเขานั้น การยินยอมรับเลี้ยงดูจีเจียวไว้ในฐานะบุตรบุญธรรมก็นับว่าเป็นความเมตตาปรานีอันใหญ่หลวงครามครันของตระกูลจีแล้ว หากไม่ใช่เพราะเห็นแก่ความผูกพันที่ฟูมฟักเลี้ยงดูหล่อนมานานหลายปี ด้วยความผิดมหันต์ที่จีต้าหลงและหลิวเสี่ยวเหลียนก่อไว้ เขาคงจะเตะส่งจีเจียวออกจากตระกูลไปตั้งนานแล้ว

หากเป็นแต่ก่อนนี้ คุณพ่อจีอาจจะยังมีความลังเลใจเกี่ยวกับเรื่องสัญญามั่นหมายกับตระกูลหลี่อยู่บ้าง ทว่าหลังจากที่เขาได้ไปเข้าพบคุณปู่จีเมื่อวันก่อน คุณปู่จีได้เอ่ยเตือนสติเขาไว้ว่าไม่ต้องไปกังวลหรือใส่ใจกับเรื่องสัญญามั่นหมายกับตระกูลหลี่มากจนเกินไป

ในอดีต ทั้งสองตระกูลต่างก็มีฐานะทางสังคมที่ทัดเทียมกัน ประกอบกับมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาอย่างยาวนาน ย่อมเป็นเรื่องธรรมดาที่จะอยากเกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกันเพื่อให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ทว่าในยามนี้ เมื่อความจริงเปิดเผยว่าจีเจียวไม่ใช่สายเลือดแท้ๆ ของตระกูลจี และทางตระกูลหลี่เองก็แสดงท่าทีไม่ยินยอมอย่างชัดเจน ในเมื่อฝืนแต่งกันไปก็ไม่มีความสุข แล้วจะรั้นทำตัวให้คนอื่นเขาเกลียดชังน้ำหน้าไปเพื่ออะไร?

คุณพ่อจีสามารถปล่อยวางเรื่องนี้ได้แล้ว ในมุมมองของเขา คนเป็นแม่อย่างคุณแม่หลี่ก็ล่วงรู้ความจริงหมดแล้วและแสดงท่าทีปฏิเสธอย่างชัดเจน

มีเพียงหลี่เยี่ยหยวนที่ยังดึงดันดื้อรั้นจะเอาชนะ เพื่อต้องการบีบบังคับให้จีเจียวกลายมาเป็นลูกสาวแท้ๆ ของตระกูลจีให้ได้ ทว่าความสัมพันธ์ทางสายเลือดมันเป็นสิ่งที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงได้ การกระทำเช่นนี้จึงไม่ต่างอะไรกับการฝืนใจผู้อื่นและทำตัวเป็นพวกนกกระจอกเทศที่ชอบมุดหัวซุกดินหนีความจริง

ทว่าคุณแม่จีกลับไม่ได้ล่วงรู้ถึงความต้องการที่แท้จริงของคุณพ่อจีเลยสักนิด หล่อนนึกรังเกียจชังจีหลินหลางเข้าไส้ และปรารถนาที่จะตัดไฟแต่ต้นลมเพื่อขัดขวางความนึกคิดอันตลบตะแลงของจีเย่ หล่อนจึงอ้าปากเตรียมที่จะเอ่ยยอมรับสถานะของจีเจียวทันที

ขอเพียงหล่อนเอ่ยปากยอมรับต่อหน้าทุกคนว่าจีเจียวคือลูกสาวแท้ๆ ของหล่อน เป็นสายเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลจี และเป็นน้องสาวคลานตามกันมาของจีเย่ เด็กทั้งสองคนนี้ก็ย่อมไม่มีวันที่จะสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ไปในเชิงชู้สาวได้อีกตลอดกาลเนื่องจากต้องเกรงกลัวต่อสายตาและคำครหาของสังคม

“ใช่แล้วจ้ะ เจียวเจียวกับหลินหลางเป็นลูกในไส้...”

จบบทที่ บทที่ 19: คุณหนูตัวจริงและตัวปลอมกับนกกระจอกและหงส์

คัดลอกลิงก์แล้ว