เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 ความผิดปกติในศาลบรรพชน

บทที่ 13 ความผิดปกติในศาลบรรพชน

บทที่ 13 ความผิดปกติในศาลบรรพชน


ซ่งฉางอันยืนนิ่งอยู่หน้าศาลบรรพชน สายตาจับจ้องไปยังจุดที่แสงสีทองซึ่งพุ่งเข้าสู่หน้าผากของเขาเพิ่งจะเลือนหายไป ในใจบังเกิดระลอกคลื่นความเพลิดเพลินและตื่นตระหนกอย่างบ้าคลั่ง

เศษเสี้ยวความทรงจำของบรรพบุรุษซ่งหมิงหยวนลดถอยกลับไปราวกับน้ำหลาก ทิ้งไว้เพียงข้อมูลสำคัญไม่กี่ประการ ได้แก่ เหตุจลาจลภายในสำนักเซียวเหยา สิ่งของพิทักษ์ และแดนลี้ลับหมื่นลักษณ์ ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาตกใจมากที่สุดก็คือ สิ่งของที่บรรพบุรุษยอมสละชีพเพื่อปกป้องนั้น แท้จริงแล้วถูกซุกซ่อนอยู่ภายในแดนลี้ลับหมื่นลักษณ์นี่เอง!

"ท่านพ่อ เป็นอะไรไปหรือขอรับ?"

เสียงของซ่งหมิงหยวน บุตรชายคนโตของซ่งฉางอันดังมาจากทางด้านหลัง ขัดจังหวะความคิดของซ่งฉางอัน เขาหันกลับไปเห็นสีหน้าเปี่ยมด้วยความกังวลของบุตรชาย จึงฝืนยิ้มออกมาเล็กน้อย

"ไม่มีอะไร ข้าเพียงแต่นั่งสงบจิตใจอยู่ในศาลบรรพชนครู่หนึ่งเท่านั้น" ซ่งฉางอันเก็บกักกลิ่นอายพลังของตนอย่างแนบเนียน ซ่อนเร้นตบะที่เพิ่งจะทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมปราณระดับเจ็ดเอาไว้

ซ่งหมิงหยวน—ผู้มีชื่อพ้องกับบรรพบุรุษ—คือบุตรชายคนโตที่ซ่งฉางอันให้ความสำคัญมากที่สุด ปัจจุบันมีตบะอยู่ที่ขั้นหลอมรวมปราณระดับสี่ เขาเอ่ยด้วยความนอบน้อมว่า "ท่านอาวุโสเสวียนหมิงเชิญท่านพ่อไปพบขอรับ บอกว่ามีธุระสำคัญจะหารือ"

ซ่งฉางอันพักพยักหน้ารับ พลางเหลียวมองป้ายวิญญาณของบรรพบุรุษในศาลบรรพชนเป็นครั้งสุดท้าย แสงสีทองบนนั้นสลายตัวไปหมดสิ้นแล้ว และกลับคืนสู่สภาพปกติธรรมดาดังเดิม

"ไปกันเถอะ"

ภายในโถงประชุม เสวียนหมิงกำลังนั่งหลับตาพักผ่อนอยู่ ยามที่เห็นซ่งฉางอันก้าวเข้ามา เขาพลันลืมตาขึ้น แววตาฉายประกายประหลาดใจวูบหนึ่ง

"ผู้นำตระกูลซ่ง ตบะของท่าน..."

ซ่งฉางอันใจหายวาบ นึกไม่ถึงว่าเสวียนหมิงจะมีประสาทสัมผัสที่เฉียบคมปานนี้ ทำได้เพียงเอ่ยบ่ายเบี่ยงไปว่า "เมื่อครู่ข้าเกิดความหยั่งรู้กะทันหันในศาลบรรพชน จึงโชคดีทะลวงผ่านคอขวดมาได้ขอรับ"

เสวียนหมิงพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ "ศาลบรรพชนนับเป็นสถานที่ที่ดีเยี่ยมในการสัมผัสถึงมรดกที่บรรพบุรุษเหลือทิ้งไว้จริงๆ ทว่าที่ข้าเชิญท่านมาในวันนี้ มีเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่านั้น"

หยิบแผนที่เก่ากะดำกะด่างฉบับหนึ่งออกมาพางคลี่กางลงบนโต๊ะ "นี่คือแผนที่ภูมิประเทศโดยรอบเทือกเขาเป่ยเหอ จากการตรวจตราของข้า ชีพจรปราณวิญญาณของเทือกเขาเป่ยเหอกำลังแห้งขอดรวดเร็วยิ่งกว่าที่คาดการณ์ไว้ หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ภายในเวลาสามเดือนมันจะเหือดแห้งไปจนหมดสิ้น"

"สามเดือน? รวดเร็วปานนี้เชียวรึ?" สีหน้าของซ่งฉางอันแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม

"ถูกต้อง" เสวียนหมิงชี้ไปยังเครื่องหมายหลายจุดบนแผนที่ "นี่คือเขตอิทธิพลของตระกูลผู้บำเพ็ญเพียรละแวกใกล้เคียง ตระกูลจ้าว ตระกูลหลี่ และตระกูลหวัง น่าจะสังเกตเห็นความผิดปกติของชีพจรปราณวิญญาณนี้แล้วเช่นกัน เมื่อใดที่ชีพจรปราณวิญญาณเทือกเขาเป่ยเหอแห้งขอดลง พวกมันย่อมต้องอาศัยจังหวะนี้ก่อเรื่องวุ่นวายแน่นอน"

ซ่งฉางอันเงียบงันไป เขาย่อมเข้าใจความหมายของเสวียนหมิงดี โลกแห่งการบำเพ็ญเพียรคือสถานที่ที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ตระกูลซ่งในยามนี้อ่อนแอซ้ำยังครอบครองดินแดนอันอุดมสมบูรณ์อย่างเทือกเขาเป่ยเหอ ย่อมต้องดึงดูดความโลภโมโทสันของผู้อื่นเป็นธรรมดา

"ท่านอาวุโสมีข้อเสนอแนะประการใดหรือไม่ขอรับ?"

เสวียนหมิงครุ่นคิด "สิ่งสำคัญที่สุดในยามนี้คือการเพิ่มพูนความแข็งแกร่ง ข้าเห็นว่าสิ่งปลูกสร้างในตระกูลของท่านมีความพิเศษไม่น้อย หากท่านสามารถอัปเกรดสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ได้โดยเร็วที่สุด บางทีอาจจะช่วยยกระดับความแข็งแกร่งโดยรวมของตระกูลก่อนที่วิกฤตการณ์จะมาถึงได้"

หัวใจของซ่งฉางอันกระตุกวูบ แผงควบคุมอัปเกรดสิ่งปลูกสร้างตระกูลคือนที่พึ่งพิงอันยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาจริงๆ ทว่าวัตถุดิบที่ต้องใช้ในการอัปเกรดกลับเป็นภาระอันหนักอึ้งสำหรับตระกูลซ่งในยามนี้

"ข้าคงมิอาจปิดบังท่านอาวุโส การอัปเกรดสิ่งปลูกสร้างต้องใช้วัตถุดิบทรัพยากรจำนวนมาก ทว่าตระกูลซ่งในยามนี้..."

"เรื่องทรัพยากรนั้น ข้าพอจะช่วยเหลือได้" เสวียนหมิงเอ่ยขัด "ยามที่เกิดเหตุจลาจลภายในสำนักเมื่อสามสิบปีก่อน ข้ากำลังเดินทางท่องเที่ยวอยู่ภายนอกจึงโชคดีรอดชีวิตมาได้ และเพราะเหตุนั้นทำให้ข้าพอจะมีทรัพย์สินสะสมอยู่บ้าง ถือเสียว่านี่เป็นการตอบแทนความอารีของศิษย์พี่หมิงหยวนก็แล้วกัน"

ขณะที่พูด เขาหยิบถุงเก็บสิ่งของใบหนึ่งออกมาพรางเลื่อนส่งให้แก่ซ่งฉางอัน

ซ่งฉางอันส่งสัมผัสรับรู้เข้าไปตรวจสอบด้านใน พลันต้องสูดหายใจเข้าลึกด้วยความหนาวสะท้าน ภายในถุงเก็บสิ่งของไม่เพียงแต่มีหินปราณวิญญาณระดับต่ำร้อยกว่าก้อน ทว่ายังมีวัตถุดิบตีเหล็กวิญญาณหลากชนิด เมล็ดพันธุ์สมุนไพรวิญญาณ และกระทั่งมีอาวุธวิญญาณคุณภาพดีอยู่อีกหลายชิ้น

"ท่านอาวุโส สิ่งนี้มันล้ำค่าเกินไป..."

เสวียนหมิงโบกมือ "หากเทียบกับบุญคุณช่วยชีวิตของศิษย์พี่หมิงหยวนแล้ว สิ่งนี้ไม่ได้สลักสำคัญอันใดเลย อีกอย่างยามนี้ข้าก็พักอาศัยอยู่กับตระกูลซ่ง การช่วยเหลือตระกูลซ่งก็เท่ากับเป็นการช่วยเหลือตนเองไปด้วย"

ซ่งฉางอันไม่บ่ายเบี่ยงอีกต่อไป เขารับถุงเก็บสิ่งของมาด้วยความซาบซึ้งและจริงจัง "ขอบพระคุณท่านอาวุโสมากขอรับ"

เมื่อมีทรัพยากรเหล่านี้ สิ่งปลูกสร้างหลายแห่งบนแผงควบคุมอัปเกรดสิ่งปลูกสร้างตระกูลย่อมสามารถอัปเกรดได้แล้ว

ในช่วงไม่กี่วันต่อมา คนในตระกูลซ่งต่างพากันยุ่งวุ่นวายจนหัวหมุน

ซ่งฉางอันเริ่มอัปเกรดหอตำราเป็นอันดับแรก หอตำราหลังจากอัปเกรดแล้วดูราวกับเป็นสิ่งปลูกสร้างใหม่ คัมภีร์ที่เดิมทีเคยชำรุดเสียหายเริ่มค่อยๆ ฟื้นฟูสภาพตนเองอย่างช้าๆ และความเร็วในการทำความเข้าใจเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรของคนในตระกูลก็เพิ่มพูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

และสิ่งที่ทำให้ซ่งฉางอันต้องประหลาดใจก็คือ ในยามที่กำลังจัดระเบียบหอตำราอยู่นั้น พวกเขาได้พบกับตำราคู่มือตีเหล็กที่ถูกลืมเลือนไปเล่มหนึ่ง ซึ่งบันทึกวิธีการตีสร้างอาวุธวิญญาณขั้นพื้นฐานไว้หลายชนิด สำหรับตระกูลซ่งที่ขาดแคลนหนทางในการโจมตี สิ่งนี้นับเป็นถ่านกลางหิมะโดยแท้

ต่อมา ซ่งฉางอันได้อัปเกรดถ้ำบำเพ็ญเพียร ถ้ำบำเพ็ญเพียรหลังจากอัปเกรดแล้วไม่เพียงแต่ผนังถ้ำจะฟื้นฟูสภาพตนเองได้ ทว่ายังเพิ่มค่ายกลไล่ฝุ่นขึ้นมาอีกด้วย และสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือความเข้มข้นของปราณวิญญาณในยามค่ำคืนเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งส่วน แม้จะยังห่างไกลจากช่วงที่รุ่งเรืองที่สุดของเทือกเขาเป่ยเหอ ทว่าในที่สุดมันก็ช่วยให้การบำเพ็ญเพียรของคนในตระกูลยากลำบากน้อยลง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ซ่งฉางอันให้ความสนใจมากที่สุด คือการอัปเกรดทางเข้าแดนลี้ลับหมื่นลักษณ์

ทางเข้าแดนลี้ลับหมื่นลักษณ์ ระดับ 0 สามารถอัปเกรดได้

ระดับ 1: ผลลัพธ์วิญญาณ: เชื่อมต่อกับแดนลี้ลับอย่างอ่อนจาง, สัมผัสรับรู้สถานะของแดนลี้ลับ

เงื่อนไขการอัปเกรด: หินปราณวิญญาณระดับต่ำ x10, จานหมื่นลักษณ์ x1, จานกำหนดทิศ x1 ยังไม่เสร็จสิ้น

จานหมื่นลักษณ์นั้นเสวียนหมิงได้มอบให้แก่เขาแล้ว ทว่าเขาไม่รู้ว่าจะไปหาจานกำหนดทิศมาจากที่ใด ยิ่งไปกว่านั้น ความสมบูรณ์ของตราประทับที่แสดงบนแผงควบคุมได้ลดลงเหลือแปดสิบห้าส่วนแล้ว ซึ่งหมายความว่าตราประทับกำลังคลายตัวลงอย่างต่อเนื่อง

"ท่านพ่อ มีแขกมาขอพบขอรับ"

ในวันนี้ ขณะที่ซ่งฉางอันกำลังกลัดกลุ้มเรื่องร่องรอยของจานกำหนดทิศ ซ่งหมิงจื้อบุตรชายคนรองก็รีบวิ่งเข้ามาแจ้งข่าว

"ใครกัน?"

"เป็นตัวแทนของช่างฝีมือปุถุชนที่เชิงเขาขอรับ บอกว่ามาทวงค่าแรงที่ค้างไว้" สีหน้าของซ่งหมิงจื้อแฝงความลำบากใจ "พวกเขารอมาสองเดือนเต็มแล้ว ยามนี้คงมิอาจรอได้อีกต่อไป"

ซ่งฉางอันทอดถอนใจ ช่างฝีมือเหล่านี้ตรากตรำทำงานเพื่อบูรณะศาลบรรพชนให้แก่ตระกูลซ่ง การค้างค่าแรงพวกเขาไว้นานปานนี้ช่างไม่เป็นธรรมจริงๆ ทว่าตระกูลซ่งในเวลานี้...

ทันใดนั้น ประกายความคิดหนึ่งพลันผุดขึ้น "พาพวกเขาไปที่โถงข้าง เดี๋ยวข้าจะตามไป"

ภายในโถงข้าง ตัวแทนช่างฝีมือสามคนยืนอยู่ด้วยความกระสับกระส่าย ยามที่เห็นซ่งฉางอันก้าวเข้ามา พวกเขาก็รีบก้มกราบคำนับทันที

"ท่านเซียนซ่ง"

ซ่งฉางอันโบกมือ "ไม่ต้องมากพิธีหรอก เป็นความผิดของข้าเองที่ค้างค่าแรงทำให้พวกเจ้าต้องรอนานถึงเพียงนี้"

ช่างฝีมือที่เป็นผู้นำคือชายชราอายุราวๆ ห้าสิบเศษ เขาค้อมกายเอ่ยว่า "ท่านเซียนกล่าวเกินไปแล้วขอรับ เพียงแต่พวกช่างฝีมือต่างก็มีครอบครัวต้องเลี้ยงดู ยามนี้จึงมิอาจรอได้อีกต่อไปจริงๆ"

ซ่งฉางอันพยักหน้ารับพรางหยิบหินปราณวิญญาณระดับต่ำออกมาสามก้อน "พวกเจ้ารับสิ่งนี้ไปบรรเทาความเดือดร้อนก่อนเถิด ส่วนที่เหลือข้าจะรีบรวบรวมมาให้โดยเร็วที่สุด"

ชายชรารับหินปราณวิญญาณมาด้วยความซาบซึ้งจนน้ำตาไหลพราก "ขอบพระคุณท่านเซียน! ขอบพระคุณท่านเซียนมากขอรับ!"

ในตอนนั้นเอง ซ่งฉางอันเหลือบไปเห็นวัตถุคล้ายเข็มทิศแปลกประหลาดที่เหน็บอยู่ข้างเอวของชายชรา หัวใจของเขาพลันกระตุกวูบ "ผู้เฒ่า สิ่งที่เหน็บอยู่ข้างเอวของเจ้าคือสิ่งใดรึ?"

ชายชราหยิบเข็มทิศนั้นลงมา "นี่คือจานกำหนดทิศอันเป็นมรดกตกทอดของบรรพบุรุษ ใช้สำหรับตรวจดูทิศทาง ยามที่ข้าทำงานช่างมักจะได้ใช้งานมันอยู่เสมอขอรับ"

ซ่งฉางอันสะกดกลั้นความตื่นเต้นในใจ "ไม่ทราบว่าเจ้าพอจะยินดีขายสิ่งนี้ให้แก่ข้าหรือไม่? ข้ายินดีจะจ่ายให้ในราคาสูง"

ชายชราอึกอัก "นี่... นี่เป็นของดูต่างหน้าของบรรพบุรุษ..."

"ข้ายินดีจ่ายหินปราณวิญญาณระดับต่ำสิบก้อน" ซ่งฉางอันเสนอราคาโดยตรง

ดวงตาของชายชราเบิกกว้าง ช่างฝีมือหนุ่มอีกสองคนด้านหลังก็ต้องสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ หินปราณวิญญาณระดับต่ำสิบก้อนนั้นเพียงพอให้ปุถุชนเช่นพวกเขามีชีวิตอยู่อย่างสุขสบายได้หลายปีเลยทีเดียว

"หากท่านเซียนชื่นชอบ ก็โปรดรับมันไปเถิดขอรับ" ชายชรารีบส่งจานกำหนดทิศให้แก่ซ่งฉางอันทันที

ซ่งฉางอันรับจานกำหนดทิศมา สัมผัสได้ถึงระลอกคลื่นพลังวิญญาณอันแผ่วเบาภายในนั้น ในใจพลันบังเกิดความตื่นเต้นยินดีเป็นล้นพ้น สิ่งนี้คือจานกำหนดทิศที่ต้องใช้ในการอัปเกรดทางเข้าแดนลี้ลับหมื่นลักษณ์ไม่ผิดแน่!

เขารีบหยิบหินปราณวิญญาณระดับต่ำสิบก้อนส่งให้แก่ชายชราทันที "นี่คือเงินค่าจานกำหนดทิศ ส่วนค่าแรงที่เหลือข้าจะสะสางให้เสร็จสิ้นภายในสามวัน"

พวกช่างฝีมือต่างพากันจากไปด้วยความซาบซึ้งใจอย่างที่สุด

เมื่อมีจานกำหนดทิศอยู่ในมือ ซ่งฉางอันก็แทบรอไม่ไหวที่จะอัปเกรดทางเข้าแดนลี้ลับหมื่นลักษณ์ ทว่าในยามที่เขาจวนเจียนจะลงมือนั้น เหตุพลิกผันก็เกิดขึ้นอีกครา—

เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวพลันดังมาจากทิศทางของศาลบรรพชน ตามมาด้วยความวุ่นวายโกลาหลที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งตระกูลซ่ง

"แย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นที่ศาลบรรพชนขอรับ!"

หัวใจของซ่งฉางอันดิ่งวูบ เขา รีบเร่งรุดมุ่งหน้าไปยังศาลบรรพชนทันที

คนในตระกูลจำนวนมากมารวมตัวกันอยู่ที่หน้าศาลบรรพชนแล้ว ต่างพากันจับจ้องความเปลี่ยนแปลงตรงหน้าด้วยความตื่นตระหนก ศาลบรรพชนที่เดิมทีเคยปกติธรรมดา ยามนี้กลับถูกปกคลุมไปด้วยม่านแสงสีทองอ่อนจาง และป้ายวิญญาณต่างๆ กำลังสั่นสะเทือนด้วยตนเองจนเกิดเสียงครางหึ่งๆ

และสิ่งที่ทำให้ต้องประหลาดใจยิ่งกว่าก็คือ ที่บริเวณใจกลางศาลบรรพชน ด้านหน้าป้ายวิญญาณของบรรพบุรุษซ่งหมิงหยวน ปรากฏน้ำวนขนาดเล็กขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใดก็มิอาจทราบได้ และมันกำลังหมุนวนอย่างช้าๆ

"นี่คือ..." เสวียนหมิงที่ตามมาสมทบในเวลาไล่เลี่ยกันแลเห็นภาพตรงหน้า สีหน้าของเขาพลันแปรเปลี่ยนไปอย่างมหาศาล "โครงร่างแรกเริ่มของช่องทางมิติ!"

ซ่งฉางอันสั่นสะท้านในใจ หรือว่าที่นี่จะเป็นทางเข้าสู่แดนลี้ลับหมื่นลักษณ์?

เขาเรียกแผงควบคุมอัปเกรดสิ่งปลูกสร้างตระกูลขึ้นมาดูโดยสัญชาตญาณ ทว่ากลับพบว่าข้อมูลบนแผงควบคุมได้แปรเปลี่ยนไปแล้ว:

ศาลบรรพชน ระดับ 1 กำลังเกิดความผิดปกติ

ผลลัพธ์ความผิดปกติ: การเชื่อมต่อมิติไม่มั่นคง, เจตจำนงของบรรพบุรุษกำลังตื่นขึ้น...

คำเตือน: ไม่ทราบสาเหตุของความผิดปกติ ขอแนะนำให้จัดการในทันที!

และสิ่งที่ทำให้เขาต้องตกใจยิ่งกว่าก็คือ ที่บริเวณข้างๆ เงื่อนไขการอัปเกรดทางเข้าแดนลี้ลับหมื่นลักษณ์ ปรากฏข้อความขนาดเล็กบรรทัดหนึ่งขึ้นมา:

ตรวจพบระลอกคลื่นมิติผิดปกติ เงื่อนไขการอัปเกรดแปรเปลี่ยน: หินปราณวิญญาณระดับต่ำ x10, จานหมื่นลักษณ์ x1, จานกำหนดทิศ x1, เลือดบริสุทธิ์ของบรรพบุรุษ x1 ยังไม่เสร็จสิ้น

เลือดบริสุทธิ์ของบรรพบุรุษ? ซ่งฉางอันตะลึงงัน เขาจะไปหาของสิ่งนี้มาจากที่ใดกัน?

ในตอนนั้นเอง น้ำวนในศาลบรรพชนพลันขยายตัวขึ้นกะทันหัน แรงดึงดูดมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากด้านใน คนในตระกูลที่อยู่ใกล้ที่สุดร้องอุทานด้วยความตกใจ ยามที่ร่างกายถูกฉุดดึงมุ่งหน้าไปยังน้ำวนนั้น!

"ถอยไป!" เสวียนหมิงตะโกนก้อง พลางสะบัดแขนเสื้อปลดปล่อยแสงสีเขียวสายหนึ่งเข้าสกัดกั้นแรงดึงดูดนั้นไว้ชั่วคราว

ซ่งฉางอันตัดสินใจในทันที "คนในตระกูลที่มีตบะต่ำกว่าขั้นหลอมรวมปราณระดับสาม ถอยร่นออกไปร้อยหลาเดี๋ยวนี้! หมิงหยวน หมิงจื้อ จัดการอพยพคน!"

คนในตระกูลต่างพากันถอยหนีด้วยความลนลาน มีเพียงซ่งฉางอันและเสวียนหมิงที่ยังคงจับจ้องน้ำวนที่กำลังขยายตัวใหญ่ขึ้นอย่างไม่วางตา

"ช่องทางมิติกำลังถูกบังคับให้เปิดออก!" เสวียนหมิงเอ่ยเสียงเคร่งขรึม "พวกเราต้องรีบหยุดมัน มิฉะนั้นคนทั้งตระกูลซ่งอาจถูกสูบเข้าไปในกระแสน้ำวนมิติอันปั่นป่วนได้!"

ซ่งฉางอันร้อนใจปานไฟลน เลือดบริสุทธิ์ของบรรพบุรุษ... เลือดบริสุทธิ์ของบรรพบุรุษ... เขาจะไปหามาจากที่ใดกันแน่?

ทันใดนั้น เขาพลันนึกถึงข้อมูลจากความทรงจำของบรรพบุรุษขึ้นมาได้ สายตาจึงจับจ้องไปยังป้ายวิญญาณของซ่งหมิงหยวนโดยสัญชาตญาณ

แสงสีทองบนป้ายวิญญาณทวีความเจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆ และภายใต้แสงเจิดจ้านั้น มีหยดเลือดสีแดงสดหยดหนึ่งผุดขึ้นมาลางๆ ก่อนจะค่อยๆ ลอยมุ่งหน้าไปยังน้ำวน

นั่นคือเลือดบริสุทธิ์ของบรรพบุรุษ! มันถูกซุกซ่อนอยู่ภายในป้ายวิญญาณมาโดยตลอด!

ซ่งฉางอันไม่มีเวลาให้คิดอ่าน เขา ทะยานกายมุ่งหน้าไปยังหยดเลือดบริสุทธิ์นั้น ทว่าในยามที่นิ้วมือของเขาจวนเจียนจะสัมผัสโดน แรงดึงดูดของน้ำวนพลันรุนแรงขึ้นกะทันหัน ฉุดดึงร่างของเขาและหยดเลือดนั้นให้จมหายเข้าไปด้านในพร้อมๆ กัน!

"ท่านพ่อ!"

"ผู้นำตระกูล!"

เสียงร้องตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของคนในตระกูลดังไล่หลังมา ทว่าซ่งฉางอันมิอาจได้ยินอีกต่อไปแล้ว

เขารู้สึกว่าโลกกำลังหมุนคว้าง สายตาแปรเปลี่ยนเป็นมืดมิดสนิท มีเพียงหยดเลือดบริสุทธิ์ของบรรพบุรุษหยดนั้นที่ยังคงทอแสงเรืองรองอ่อนจางท่ามกลางความมืดมิด

เนิ่นนานผ่านไป แสงสว่างค่อยๆ กลับคืนสู่ความคงที่ ซ่งฉางอันพบว่าตนเองกำลังยืนอยู่ภายในพื้นที่แปลกประหลาดแห่งหนึ่ง รอบกายของเขาถูกปกคลุมไปด้วยม่านหมอกสีขาวสุดสายตา มีเพียงแท่นหินโบราณแห่งหนึ่งตั้งอยู่เบื้องหน้า บนแท่นหินมีคัมภีร์โบราณเก่ากะดำกะด่างวางอยู่เล่มหนึ่ง

เขาก้าวเดินขึ้นหน้าไป พลันแลเห็นอักขระขนาดใหญ่สี่ตัวสลักอยู่บนปกคัมภีร์โบราณเล่มนั้น: บันทึกลับเซียวเหยา

และสิ่งที่ทำให้เขาต้องตกใจยิ่งกว่าก็คือ ที่บริเวณข้างๆ แท่นหินมีศิลาจารึกตั้งอยู่ บนศิลาจารึกสลักข้อความไว้หลายบรรทัด:

"ผู้ที่ได้รับมรดกของข้า ต้องสืบสานปณิธานสุดท้ายของข้า: ปกป้องแดนลี้ลับและสยบเซียงหลิ่ว หากผิดคำสัตย์ปฏิญาณนี้ ขอให้ทั้งฟ้าและมนุษย์ร่วมกันลงทัณฑ์!"

ลงนาม: ซ่งหมิงหยวน ศิษย์เอกแห่งฝ่ายพิทักษ์สำนักเซียวเหยา

ซ่งฉางอันสั่นสะท้านในใจ ที่แท้บรรพบุรุษซ่งหมิงหยวนก็คือศิษย์เอกแห่งฝ่ายพิทักษ์ของสำนักเซียวเหยาซินะ! ถ้าเช่นนั้นสิ่งที่เขาปกป้องอยู่...

สายตาของเขาจับจ้องไปยัง บันทึกลับเซียวเหยา เล่มนั้น เขาสูดหายใจเข้าลึกพรางยื่นมือมุ่งหน้าไปยังคัมภีร์โบราณ

ยามที่ปลายนิ้วของเขาจวนเจียนจะสัมผัสโดนคัมภีร์ ทั่วทั้งมิติพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ม่านหมอกสีขาวพลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่ง น้ำเสียงอันทรงอำนาจดังกังวานไปทั่วทั้งพื้นที่:

"ผู้ใดบังอาจบุกรุกเข้าสู่แดนลี้ลับ?"

ซ่งฉางอันเงยหน้าขึ้นมองทันที แลเห็นเงาร่างอันเลือนลางสายหนึ่งกำลังควบแน่นตัวขึ้นช้าๆ ท่ามกลางม่านหมอกสีขาว แม้จะเป็นเพียงเงาร่างลวงตา ทว่ากลับแผ่ซ่านแรงกดดันที่ทำให้ใจคนต้องสั่นสะท้านออกมา

และสิ่งที่ทำให้เขาต้องตกใจยิ่งกว่าก็คือ รูปลักษณ์ของเงาร่างลวงตานั้น เหมือนกันกับบรรพบุรุษซ่งหมิงหยวนที่ประดิษฐานอยู่ในศาลบรรพชนไม่มีผิดเพี้ยน!

"บรรพบุรุษ?" ซ่งฉางอันอุทานออกมาโดยสัญชาตญาณ

เงาร่างลวงตาจับจ้องซ่งฉางอัน แววตาฉายประกายประหลาดใจวูบหนึ่ง "เจ้าคือ... ลูกหลานของข้ารึ?"

ซ่งฉางอันรีบก้มกราบคำนับทันที "ผู้เยาว์ซ่งฉางอัน กราบคารวะบรรพบุรุษขอรับ"

เงาร่างลวงตาของซ่งหมิงหยวนพินิจพิเคราะห์ซ่งฉางอัน ก่อนจะขมวดคิ้วมู่ลี่ "บนตัวของเจ้า... มีกลิ่นอายของสิ่งนั้นอยู่..."

ซ่งฉางอันใจหายวาบ หรือว่าบรรพบุรุษจะมองเห็นแผงควบคุมอัปเกรดสิ่งปลูกสร้างตระกูลบนตัวของเขา?

ทว่าคำพูดประโยคถัดมาของซ่งหมิงหยวน กลับทำให้เขาต้องตกใจยิ่งกว่าเดิม:

"เจ้าล่วงรู้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้วสิ่งใดที่ถูกผนึกอยู่ภายในแดนลี้ลับหมื่นลักษณ์?"

ซ่งฉางอันหวนนึกถึงบันทึกในแผ่นหยก "มิใช่สัตว์ร้ายโบราณเซียงหลิ่วหรอกหรือขอรับ?"

ซ่งหมิงหยวนส่ายหน้า แววตาเต็มไปด้วยความซับซ้อนยากจะคาดเดา "เซียงหลิ่วเป็นเพียงเปลือกนอก สิ่งที่ถูกผนึกอยู่แท้จริงแล้วคือ..."

ก่อนที่เขาจะทันได้พูดจบ ทั่วทั้งมิติพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงอีกครา ครั้งนี้รุนแรงยิ่งกว่าหนก่อนๆ เงาร่างลวงตาของซ่งหมิงหยวนเริ่มขาดความมั่นคง ไหววูบวาบจวนเจียนจะสลายตัว

"เวลาเหลือไม่มากแล้ว..." ซ่งหมิงหยวนเอ่ยด้วยความร้อนรน "จำไว้ ความจริงของแดนลี้ลับหมื่นลักษณ์นั้นซับซ้อนกว่าที่เจ้าจินตนาการไว้มากนัก หากตบะของเจ้ายังไม่แข็งแกร่งพอ จงอย่าได้..."

เงาร่างลวงตาสลายตัวไปจนหมดสิ้น คำพูดประโยคหลังเลือนหายไปในอากาศ

ซ่งฉางอันยืนนิ่งอยู่กับที่ ในใจเต็มไปด้วยความฉงนและไม่พึ่งประสงค์

แท้จริงแล้วสิ่งใดที่ถูกผนึกอยู่ภายในแดนลี้ลับหมื่นลักษณ์กันแน่? เหตุใดบรรพบุรุษถึงได้บอกว่าความจริงซับซ้อนกว่าที่คิด? แล้วแผงควบคุมอัปเกรดสิ่งปลูกสร้างตระกูลมีความเกี่ยวพันอันใดกับเรื่องทั้งหมดนี้?

ก้มลงมอง บันทึกลับเซียวเหยา ในมือ เขาสูดหายใจเข้าลึกพรางเปิดออกดูหน้าแรก

ทว่าสิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับมิใช่เคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียร หากแต่เป็นข้อความสีแดงฉานปานโลหิตที่ชวนให้ต้องตกตะลึงบรรทัดหนึ่ง:

"สำนักเซียวเหยาเกิดกบฏ ฝ่ายพิทักษ์ถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น ผู้ใดที่ได้เห็นบันทึกนี้ จงรีบหนีไปให้เร็วที่สุด!"

มือของซ่งฉางอันเริ่มสั่นเทายามที่เขาเปิดดูหน้าถัดๆ ไป ข้อมูลมากมายพรั่งพรูขึ้นมาตรงหน้า:

เหตุจลาจลภายในสำนักเซียวเหยาเมื่อสามสิบปีก่อน มิใช่การต่อสู้แย่งชิงอำนาจระหว่างฝ่ายธรรมดา ทว่าเป็นการกบฏที่ถูกวางแผนมาอย่างยาวนาน! เพื่อบรรลุเป้าหมายอันมิอาจบอกกล่าวแก่ผู้ใดได้ พวกคนทรยศถึงกับยอมปลดปล่อยสัตว์ร้ายโบราณที่ถูกผนึกเอาไว้!

และบรรพบุรุษซ่งหมิงหยวนคือศิษย์เพียงคนเดียวของฝ่ายพิทักษ์ที่หลบหนีออกมาพร้อมกับความจริง สิ่งที่เขาซุกซ่อนไว้ภายในแดนลี้ลับหมื่นลักษณ์มิใช่สิ่งอื่นใด ทว่าคือสิ่งที่พวกคนทรยศถวิลหาฝันถึง...

ในตอนนั้นเอง ทั่วทั้งมิติเริ่มพังทลายลง ม่านหมอกสีขาวพลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่ง ฉุดผลักร่างของซ่งฉางอันให้ถอยร่นออกไปด้านนอก

ในชั่วพริบตาก่อนที่จะถูกขับไล่ออกจากมิติจนหมดสิ้น ซ่งฉางอันเหลือบไปเห็นหน้าสุดท้ายของ บันทึกลับเซียวเหยา ซึ่งมีภาพลวดลายแปลกประหลาดภาพหนึ่งวาดอยู่—

ลวดลายภาพนั้น เหมือนกันกับแผงควบคุมอัปเกรดสิ่งปลูกสร้างตระกูลในสมองของเขาไม่มีผิดเพี้ยน!

นี่มันเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่?

ระลอกคลื่นความตื่นตระหนกมหาศาลปะทุขึ้นในใจของซ่งฉางอัน ก่อนที่เขาจะทันได้คิดอ่านสิ่งใดต่อ ร่างกายก็ถูกพลังมหาศาลสายหนึ่งขับไล่ออกจากพื้นที่แปลกประหลาดนั้นทันที

สายตาแปรเปลี่ยนเป็นมืดมิด และหมดสติไปในที่สุด

ในโลกภายนอก คนในตระกูลซ่งต่างพากันจับจ้องภาพตรงหน้าด้วยความหวาดผวา ยามที่น้ำวนในศาลบรรพชนระเบิดประกายแสงเจิดจ้าบาดตาออกมากะทันหัน ก่อนจะหดตัวลงอย่างรวดเร็วและเลือนหายไปในที่สุด

ทิ้งไว้เพียงร่างที่หมดสติของซ่งฉางอัน และ บันทึกลับเซียวเหยา ที่ถูกกำไว้แน่นในมือของเขา

เสวียนหมิงรีบสาวเท้าขึ้นหน้าไปตรวจสอบอาการของซ่งฉางอัน ยามที่เขาแลเห็นคัมภีร์โบราณเล่มนั้น สีหน้าของเขาพลันแปรเปลี่ยนไปอย่างมหาศาล:

"นี่คือ... คัมภีร์สูงสุดของสำนักเซียวเหยา! มันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร..."

สายตาของเขาเลื่อนไปจับจ้องที่ใบหน้าของซ่งฉางอัน แววตาฉายประกายลึกล้ำยากจะคาดเดาแฝงอยู่ลางๆ

และไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นเลยว่า ที่บริเวณเงามืดของศาลบรรพชน บ่าวรับใช้ของตระกูลซ่งคนหนึ่งกำลังค่อยๆ ถอยกายจมหายไปในความมืดมิด มุมปากของเขาประดับด้วยรอยยิ้มอันแปลกประหลาด

วิกฤตการณ์ที่แท้จริง เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

จบบทที่ บทที่ 13 ความผิดปกติในศาลบรรพชน

คัดลอกลิงก์แล้ว