เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24: จักรยานคันใหม่เอี่ยมของเธอหายไปไหน?

บทที่ 24: จักรยานคันใหม่เอี่ยมของเธอหายไปไหน?

บทที่ 24: จักรยานคันใหม่เอี่ยมของเธอหายไปไหน?


เซิ่นไป๋ซู่ส่ายหน้าเป็นพัลวัน

"ไม่ใช่ ๆ ค่ะ แต่เมื่อคืนพวกเขากีดกันหนูให้ออกมาข้างนอก แล้วแอบประชุมกันเอง หนูคิดว่าพวกเขาต้องวางแผนเล่นงานพี่แน่ ๆ พอพ่อหลับ หนูเลยตื้อถามแม่ว่าพวกเขาคุยอะไรกัน!"

เซิ่นไป๋จือลูบหัวน้องสาวพลางเลิกคิ้วถามว่า

"แล้วแม่ยอมบอกเธอเหรอ?"

"บอกค่ะ แม่บอกให้พี่ระวังตัวไว้ อีกไม่กี่วันพอคุณปู่ อาการดีขึ้น พวกเขาจะไปฟ้องตระกูลหลินเรื่องพี่ และจะพาตัวพี่กลับมาสั่งสอนให้เข็ดหลาบ"

เซิ่นไป๋จือรู้สึกสะท้อนใจอยู่บ้าง ตามหลักแล้วคุณปู่ของเธอต้องสั่งห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้เด็ดขาด แต่ผู้เป็นแม่ก็ยังอุตส่าห์คาบข่าวมาบอกเธอ... ช่างเป็นความรู้สึกที่ซับซ้อนเสียจริง ในยามที่เธอหมดหวังกับความรักของมารดาไปแล้วโดยสิ้นเชิง อีกฝ่ายกลับหยิบยื่นเศษเสี้ยวความห่วงใยเช่นนี้มาให้ มันทำให้เธอไม่สามารถตัดขาดได้อย่างไร้เยื่อใยเสียทีเดียว หญิงสาวละมือออกจากศีรษะของซู่ซู่ ก่อนจะทอดถอนใจแล้วเอ่ยขึ้น

"เอาเถอะ เรื่องนี้เธออย่าไปบอกใครอีกเลย พวกเขาอยากจะไปฟ้องตระกูลหลินก็ปล่อยไป พี่จะเข้าตัวเมืองสักสองสามวัน เธออยู่ที่นี่ก็หูไวตาไวหน่อย อย่าปล่อยให้ใครมารังแกได้ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นก็อดทนไว้ก่อน รอพี่กลับมาเช็กบิลให้"

เซิ่นไป๋ซู่พยักหน้ารับอย่างแข็งขัน ตอนนี้พี่สาวของเธอเก่งกาจเหลือเกิน และเธอก็อยากจะเก่งให้ได้แบบนั้นบ้าง...

ขณะที่เซิ่นไป๋จือเดินพ้นปากทางเข้าหมู่บ้านและมองไปยังถนนข้างหน้า เธอพลันนึกถึงสิ่งสำคัญมากอย่างหนึ่งขึ้นมาได้

จักรยานของเธออยู่ไหนล่ะ? จักรยานคันใหม่เอี่ยมที่เธอเพิ่งจะเคยปั่นเพียงครั้งเดียวหายไปไหน?

เธอออกตัววิ่งทันที มุ่งตรงไปยังพงหญ้าข้างทางที่เคยซ่อนจักรยานไว้คราวก่อน หลังจากค้นหาในดงหญ้าที่สูงท่วมต้นขาอยู่นานร่วมยี่สิบนาที ในที่สุดเธอก็ต้องยอมแพ้ลงอย่างไม่เต็มใจ ดูท่าว่าจักรยานของเธอจะถูกใครบางคนลักขโมยไปเสียแล้ว! ช่างน่าเจ็บใจนัก! นอกจากใบจองจักรยานที่หาได้ยากยิ่งแล้ว ตัวจักรยานเองก็มีราคากว่าร้อยสามสิบหยวนเลยนะ! ตอนนี้กลับมลายหายวับไปกับตา! เธอได้แต่โทษตัวเองที่มัวแต่วุ่นวายกับเรื่องร้อยแปดในช่วงสองวันที่ผ่านมาจนลืมเรื่องนี้เสียสนิท หากรู้แบบนี้หลังจากลากเจียงเหยียนหลี่กลับเข้าถ้ำ เธอคงเก็บจักรยานเข้ามิติวิเศษไปแล้ว

ดูเอาเถอะ ตอนนี้นอกจากจะขาดทุนย่อยยับแล้ว ยังต้องเดินเท้าไปยังกองผลิตอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อไปถึงกองผลิตแล้ว ก็ไม่รู้จะมีเกวียนวัวเข้าตัวเมืองในเวลานี้หรือไม่ กองผลิตของพวกเขายังไม่มีรถประจำทางวิ่งเข้าตัวเมือง การเดินทางจึงมีเพียงการปั่นจักรยานหรือนั่งเกวียนวัวเท่านั้น หลังจากเร่งฝีเท้าอยู่นาน เซิ่นไป๋จือก็มาถึงกองผลิตในอีกยี่สิบนาทีต่อมา ณ จุดจอดเกวียนวัวเจ้าประจำ มีเกวียนเล่มหนึ่งที่มีคนนั่งอยู่เจ็ดแปดคนกำลังจะออกตัวพอดี เธอรีบวิ่งไปขวางหน้าเกวียนเพื่อรั้งคนขับไว้ หลังจากจ่ายเงินไปสิบเซ็นต์ เธอจึงปีนขึ้นไปบนเกวียนวัว

บนเกวียนมีป้า ๆ วัยทองอยู่หลายคน กำลังจับกลุ่มนินทาเรื่องราวต่าง ๆ อย่างออกรสออกชาติ เซิ่นไป๋จือตั้งใจฟังด้วยความสนใจ ยิ่งฟังก็ยิ่งเพลิดเพลินจนลืมความสะเทือนของเกวียนไปเสียสนิท หลังจากเดินทางรอนแรมอยู่หนึ่งชั่วโมงเต็ม เมื่อถึงเวลาต้องลงรถในตัวเมือง เธอกลับรู้สึกว่ายังฟังเรื่องเล่าไม่จุใจเลย

จุดจอดเกวียนวัวอยู่ไม่ไกลจากบ้านตระกูลหลินนัก เดินเท้าต่อเพียงแค่สิบนาทีก็ถึง

เมื่อเซิ่นไป๋จือกลับมาถึงบ้านตระกูลหลิน ก็พบว่าไม่มีใครอยู่บ้านเลย เธอเอื้อมมือขึ้นไปบนกรอบประตูอย่างชำนาญเพื่อหยิบลูกกุญแจมาเปิดประตู ในชาติก่อนเธอเคยอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้เกือบยี่สิบปี ย่อมต้องคุ้นเคยกับทุกซอกทุกมุมเป็นอย่างดี เมื่อเห็นว่าเป็นเวลาเที่ยงแล้ว เธอจึงเดินเข้าครัวรื้อค้นอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะพบเนื้อตากแห้งและข้าวสารขัดสีถุงเล็ก เธอโยนพวกมันเข้าไปในมิติวิเศษพร้อมกับหม้อนึ่งของตระกูลหลิน เพียงชั่วครู่ต่อมา เธอก็นำข้าวอบเนื้อตากแห้งที่ส่งกลิ่นหอมฉุยออกมา หลังจากทานจนอิ่มหนำ เธอกองถ้วยชามทิ้งไว้ในอ่างล้างจาน จากนั้นจึงตักข้าวที่เหลือใส่ชามแล้วเดินออกจากบ้านตระกูลหลิน มุ่งหน้าไปยังบ้านของป้าจ้าวที่อยู่ชั้นล่าง

ป้าจ้าวคนนี้คือคนที่ชอบซุบซิบนินทาที่สุด ซึ่งเธอเคยบังเอิญเจอที่โถงทางเดินเมื่อวันก่อนนั่นเอง ป้าจ้าวถึงกับตกตะลึงไปครู่ใหญ่หลังจากเปิดประตูมาเจอเซิ่นไป๋จือ สายตาของแกจับจ้องไปที่ข้าวอบเนื้อตากแห้งมันวาวในมือของไป๋จือ พลางลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนจะเอ่ยปากเชื้อเชิญอย่างกระตือรือร้น

"อุ๊ย นี่ใช่ลูกสะใภ้คนใหม่ของบ้านตระกูลหลินหรือเปล่าน่ะ? กลับมาจากบ้านเดิมแล้วเหรอ? มา ๆ รีบเข้ามานั่งข้างในก่อนสิ!"

เซิ่นไป๋จือไม่คิดจะเล่นตัวอยู่แล้ว เธอเดินตามเข้าบ้านพลางวางชามข้าวลงบนโต๊ะอาหารแล้วเอ่ยกลั้วยิ้ม

"คุณป้าคะ นี่เป็นข้าวอบเนื้อตากแห้งที่ฉันลองทำดูน่ะค่ะ พอดีวันนี้อยู่บ้านคนเดียวแล้วทานไม่หมด นึกขึ้นได้ว่าเมื่อวันก่อนเห็นหลานสาวตัวน้อยสุดน่ารักของคุณป้า เลยตักมาฝากแกค่ะ"

ป้าจ้าวตบมือฉาด รอยยิ้มกว้างขวางขึ้นทันตา

"โธ่ หมายถึงยัยหนูหลิงหลิงน่ะเหรอ! แม่หนูนั่นน่ารักน่าเอ็นดูจริง ๆ ขนาดคุณน้าอย่างเธอที่เพิ่งเจอกันแค่ครั้งเดียวยังจำแกได้เลย! แต่แกเพิ่งจะทานอิ่มแล้วหลับไปน่ะสิ ประเดี๋ยวตอนเย็นฉันค่อยอุ่นให้แกทานแล้วกันนะ! ถ้าเธอเอ็นดูแก วันหลังว่าง ๆ ก็แวะมาเล่นที่บ้านฉันบ่อย ๆ สิ!"

ใน ยุคสมัยนี้ จะมีใครเหลืออาหารทิ้งขวางกัน โดยเฉพาะข้าวสวยที่มีเนื้อปนแบบนี้? แต่ไม่ว่าลูกสะใภ้คนใหม่คนนี้จะมีจุดประสงค์อะไร ทว่ากิริยามารยาทก็นับว่านอบน้อมรู้ความ ป้าจ้าวย่อมยินดีจะผูกมิตรด้วยอยู่แล้ว

"คุณป้าคะ พูดตามตรงเลยนะ ฉันเองก็มีน้องสาวอยู่ที่บ้านเหมือนกัน เลยเอ็นดูเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักแบบหลิงหลิงเป็นพิเศษค่ะ!"

เด็กน้อยคนนี้คือหนึ่งในเป้าหมายที่เซิ่นไป๋จือยอมกลับมาที่ตัวเมือง ในชาติก่อน... ในวันที่ห้าหลังจากการแต่งงานของเธอ ซึ่งก็คือวันพรุ่งนี้ เด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มที่ชื่อหลิงหลิงคนนี้จะสำลักหมั่นโถวจนขาดใจตาย ในตอนนั้น มีเพียงแกกับป้าจ้าวอยู่บ้านสองคน แม้ป้าจ้าวจะรู้ตัวว่าหลานสำลักท่วงทัน ทว่าแกกลับไม่มีความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเลย สุดท้ายจึงทำได้เพียงยืนมองหลานสาวสุดที่รักสิ้นลมหายใจไปต่อหน้าต่อตา คราวนี้เธอจึงตั้งใจจะสร้างความสัมพันธ์อันดีกับป้าจ้าวไว้ก่อน เพื่อที่จะได้เข้าช่วยเหลือหลิงหลิงในวันพรุ่งนี้ ถึงเวลานั้นเธอคงจะได้รับแต้มบุญมาครองสักแต้มหนึ่ง

คนสองคนที่เพิ่งเคยพบหน้ากันเพียงสองครั้ง กลับสนิทสนมกันได้อย่างรวดเร็วภายใต้เจตนาที่สอดรับกัน เมื่อเห็นว่าได้จังหวะอันควร ป้าจ้าวก็พลันลดเสียงต่ำลงพลางเอ่ยด้วยท่าทางลึกลับซับซ้อน

"แม่หนู เธอรู้ไหมว่าทำไมผู้ชายของเธอถึงต้องเข้าโรงพยาบาล?"

เซิ่นไป๋จือแกล้งทำเป็นไขสือ เพื่ออยากจะหยั่งเชิงดูว่าข่าวลือแพร่สะพัดไปถึงไหนแล้ว

"เอ๊ะ ฉันไม่ทราบเลยค่ะ เขาเข้าโรงพยาบาลเหรอคะ? หลังจากคุยกับคุณป้าวันนั้น ฉันก็กลับบ้านเดิมไปเลยค่ะ นึกว่าหลินเฉิงจะไปรับในวันครบกำหนดกลับบ้าน แต่เขาก็ไม่โผล่ไปเลย ตอนแรกฉันไม่ได้กะจะกลับมาแล้วล่ะค่ะ แต่พ่อกับแม่บอกว่าคนที่ฉันต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยคือหลินเฉิง ไม่ใช่น้องสามี อีกอย่างเงื่อนไขทางบ้านเขาก็ดีจริง ๆ ฉันเลยกลับมาดูลาดเลาและพูดคุยกับพวกเขา เผื่อว่าจะยังพอประคับประคองกันไปได้"

สายตาของป้าจ้าวพลันเปลี่ยนเป็นความเวทนาสงสาร แกรีบถ่ายทอดข่าววงในที่อุตส่าห์ไปสืบเสาะมาให้เซิ่นไป๋จือฟังทันที

"เฮ้อ แม่หนูเอ๊ย ฉันจะบอกความจริงให้ฟังสังเวชเถอะ เงื่อนไขของตระกูลหลินน่ะดีจริง แต่เธอแต่งเข้ามารับรองว่าชีวิตต้องลำบากแน่ แม่หนูหลินรันรันคนนั้นไม่ใช่ปัญหาหรอก อีกสองสามปีก็ต้องแต่งงานออกไปแล้ว" พูดมาถึงตรงนี้ แกก็ขยับเข้ามาใกล้ใบหูของเซิ่นไป๋จือแล้วกระซิบกระซาบ "แต่ฉันได้ยินมาว่า หลินเฉิงน่ะ... ไร้น้ำยาในเรื่องอย่างว่าจริง ๆ น่ะสิ! หลังจากเธอเดินจากไปในวันนั้น ผู้อำนวยการเฉียนก็พากันหามส่งโรงพยาบาล ลูกสาวของเพื่อนสนิทฉันเป็นพยาบาลอยู่ที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด หล่อนบอกว่าหลินเฉิงนอนรักษาตัวอยู่ในแผนกศัลยกรรมระบบปัสสาวะและวิทยาการระบบสืบพันธุ์เพศชายเลยนะ! เธอรู้ไหมว่าแผนกนั้นเขาไว้ทำไม? เขาไว้สำหรับรักษาพวกผู้ชายที่เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ไร้น้ำยาในเรื่องบนเตียงยังไงล่ะ!"

จบบทที่ บทที่ 24: จักรยานคันใหม่เอี่ยมของเธอหายไปไหน?

คัดลอกลิงก์แล้ว