เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21: ลักพาตัวเธอกลับไปด้วยดีไหมนะ?

บทที่ 21: ลักพาตัวเธอกลับไปด้วยดีไหมนะ?

บทที่ 21: ลักพาตัวเธอกลับไปด้วยดีไหมนะ?


เซิ่นไป๋จือเลิกคิ้วขึ้นพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงมีเลศนัย

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ อีกอย่างฉันเองก็ไม่มีที่อื่นให้ไปอยู่แล้วด้วย!"

หล่อนพูดความจริง ทว่าเจียงเหยียนหลี่กลับไม่คิดเช่นนั้น เขาเพียงรู้สึกว่าเด็กสาวคนนี้พูดเพราะกลัวว่าจะทำให้เขาเกิดความลำบากใจ ช่างเป็นเด็กสาวที่จิตใจดีและอ่อนโยนเหลือเกิน!

ห้วงความคิดของเขาเตลิดไปไกล ขณะที่เซิ่นไป๋จือนำอาหารทั้งหมดออกมาเรียบร้อยแล้ว หล่อนคว่ำกะละมังเคลือบที่นำมาเมื่อวานลงเพื่อใช้เป็นโต๊ะอาหารแบบง่าย ๆ

หญิงสาวตักโจ๊กใส่ชามส่งให้เจียงเหยียนหลี่ ทว่าเมื่อกำลังจะยื่นให้ก็พลันนึกขึ้นได้ว่าชายหนุ่มบาดเจ็บสาหัสเมื่อวานนี้ ไม่รู้ว่าวันนี้เขาจัดการเรื่องอาหารการกินในถ้ำนี้ด้วยตัวเองได้อย่างไร

"แผลพวกนั้นยังทำให้ขยับมือลำบากอยู่ไหมคะ?"

"ไม่เป็นไร ผมจัดการเองได้!"

เจียงเหยียนหลี่ขยับข้อมือพลางรับชามไป ทว่าในใจกลับรู้สึกประหลาดใจนัก เขาย่อมรู้ดีถึงอาการบาดเจ็บของตน จากประสบการณ์ที่ผ่านมา แผลลึกขนาดนี้หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที ย่อมต้องบวมแดงและอักเสบติดเชื้ออย่างแน่นอน และอาจถึงขั้นทำให้จับไข้หนาวสั่นไปทั้งตัวได้ แต่ทว่าเมื่อกลางวันเขาได้สำรวจบาดแผลที่ขาของตน แม้จะยังดูน่ากลัวอยู่บ้าง ทว่ากลับดีกว่าที่คาดไว้มาก ไม่มีร่องรอยของการบวมแดงเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังมีทีท่าว่าจะเริ่มสมานตัวเสียด้วยซ้ำ ซึ่งมันดูไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย เมื่อมองดูที่ปากแผล ก็ไม่เหมือนว่ามีการทาสมุนไพรใด ๆ เขาขบคิดเรื่องนี้มาทั้งวันก็ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

เขาประคองชามขึ้นซดโจ๊กเงียบ ๆ ดวงตาพลันเปล่งประกายวาบ โจ๊กชามนี้รสชาติถูกปากเขาอย่างยิ่ง เนื้อสัมผัสเนียนนุ่มละมุนลิ้น เคี่ยวจนยางข้าวลอยหน้า รสชาติกลมกล่อมกำลังดี หมูสับในโจ๊กทั้งสดทั้งนุ่ม ไม่มีความกระด้างเลยแม้แต่น้อย หลังจากโจ๊กอุ่น ๆ ตกถึงท้อง เขาก็รู้สึกอุ่นวาบและสบายท้องขึ้นมาทันที

เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางพึงพอใจของเขา เซิ่นไป๋จือจึงรีบเอ่ยชวนให้ทานกับข้าวด้วย

"อย่าทานแต่โจ๊กสิคะ ลองชิมซี่โครงหมูตุ๋นพวกนี้ดูด้วย"

เจียงเหยียนหลี่คีบซี่โครงหมูขึ้นมาหนึ่งชิ้น รสชาติของมันช่างยอดเยี่ยมยิ่งกว่าที่เขาจินตนาการไว้เสียอีก

"ทั้งหมดนี่คุณทำเองเหรอ?"

มือของเซิ่นไป๋จือที่กำลังจะคีบซี่โครงหมูชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างกำกวม หล่อนทำมันด้วยห้องครัวในมิติวิเศษ จะไม่นับว่าหล่อนทำเองได้อย่างไร? ความจริงแล้ว หลังจากได้ลิ้มรสซี่โครงหมูนี้ หล่อนก็รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง เพราะรสชาติของมันเหมือนกับฝีมือของหล่อนในชาติก่อนไม่มีผิดเพี้ยน

ใน ชาติก่อน เพื่อที่จะไปสมัครเป็นพี่เลี้ยงเด็กของตระกูลหลิน หล่อนถึงกับยอมลงเรียนทำอาหารอย่างจริงจังอยู่ถึงสองปี บางทีหล่อนอาจจะมีพรสวรรค์ด้านนี้ หลังจากศึกษาอย่างเป็นระบบได้สองปี ฝีมือของหล่อนก็ได้รับคำชมเชยจากอาจารย์ผู้สอนอย่างมาก หล่อนคาดเดาว่ารสชาติของอาหารที่ผลิตจากห้องครัวในมิติน่าจะแปรผันตามทักษะการทำอาหารดั้งเดิมของตัวหล่อนเอง

เมื่อได้รับคำตอบยืนยัน ดวงตาของเจียงเหยียนหลี่ก็ทอประกายยามจับจ้องไปที่เซิ่นไป๋จือ ช่างยากนักที่จะได้พบเจอใครสักคนที่ทำอาหารได้ถูกปากเขาเช่นนี้... หรือเขาควรจะลักพาตัวเธอกลับไปด้วยดีนะ?

หากเขาเพียงแค่หางานให้หล่อนทำ เกรงว่าในอนาคตคงทำได้แค่แวะเวียนมาขอฝากท้องเป็นครั้งคราวเท่านั้น แท้จริงแล้วเขาเป็นคนกินยากมาโดยตลอด ทว่าด้วยภาระหน้าที่ทำให้ต้องเดินทางไปปฏิบัติภารกิจบ่อยครั้ง บางคราวสถานการณ์ยากลำบาก ขอเพียงมีอะไรตกถึงท้องให้พออิ่มก็ดีมากแล้ว ดังนั้นส่วนใหญ่เขาจึงมองว่าการกินอาหารเป็นเพียงภารกิจประทังชีวิต โดยไม่มีความรื่นรมย์ใด ๆ เลย

หลังจากนั้น ทั้งสองก็ไม่ได้สนทนาอะไรกันอีก ภายในถ้ำมีเพียงเสียงเคี้ยวอาหารแผ่วเบาเท่านั้น

เมื่อทานเสร็จ เซิ่นไป๋จือลูบท้องตัวเองเบา ๆ รู้สึกอิ่มจนแน่นอยู่บ้าง หล่อนกวาดสายตามองเจียงเหยียนหลี่ที่กำลังซดโจ๊กคำสุดท้ายพลางเอ่ยขึ้นขณะเก็บถ้วยชาม

"วันนี้แผลของคุณยังไม่ได้จัดการเลย ให้ฉันช่วยทำแผลให้อีกรอบไหมคะ?"

ดูท่าว่าน้ำในน้ำพุวิเศษจะมีประสิทธิภาพดีไม่น้อย ชายคนนี้เมื่อวานยังขยับตัวไม่ได้เลย วันนี้กลับทานอาหารได้เองแล้ว คิ้วของเจียงเหยียนหลี่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามกลับ

"เมื่อวานคุณเป็นคนช่วยทำแผลให้ผมเหรอ? คุณทำยังไงล่ะ?"

"ฉัน... ฉันก็แค่ใช้น้ำล้างแผลให้คุณน่ะค่ะ!"

เซิ่นไป๋จือรู้สึกผิดในใจพลางนึกโมโหความสะเพร่าของตัวเอง หลังจากนั้นหล่อนก็ไม่ได้ตรวจดูบาดแผลของเขาอีกเลย หากแผลมันหายเร็วเกินไป หล่อนจะอธิบายอย่างไรดี?

เจียงเหยียนหลี่ขมวดคิ้ว แค่ล้างน้ำอย่างนั้นหรือ?

"ถ้าอย่างนั้นคงต้องรบกวนคุณช่วยล้างแผลให้ผมอีกรอบแล้วล่ะ!"

เขายังไม่มั่นใจว่าความผิดปกติของบาดแผลจะเกี่ยวข้องกับเด็กสาวคนนี้หรือไม่ จึงจำเป็นต้องสังเกตการณ์ต่อไป

"อ้อ! อื้อ! ได้ค่ะ!"

เซิ่นไป๋จืออือออรับคำอย่างแกน ๆ หล่อนตั้งใจไว้ว่าประเดี๋ยวจะใช้น้ำอุ่นธรรมดาล้างให้เขาเท่านั้น อย่างมากที่สุดก็จะหยดน้ำพุวิเศษลงไปสักหยดเล็ก ๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อก็พอ

ทว่าเมื่อได้เห็นบาดแผลบนร่างกายของเจียงเหยียนหลี่จริง ๆ หล่อนกลับเริ่มลังเลขึ้นมา... นี่มันยังดูน่ากลัวมากอยู่เลยไม่ใช่หรือไง! บาดแผลเล็ก ๆ บนแผ่นหลังนั้นยังพอทำเนา แต่แผลลึกถึงกระดูกสองแผลบนท่อนแขนของเขายังคงมีเนื้อสดปริกะรุ่งกะริ่งอยู่เลย ด้วยเหตุนี้ หล่อนจึงเผลอเทน้ำพุวิเศษลงในกะละมังน้ำที่เตรียมไว้ล้างแผลให้เจียงเหยียนหลี่เพิ่มขึ้นอีกหน่อยโดยไม่รู้ตัว

ขณะที่เซิ่นไป๋จือเช็ดทำความสะอาดบาดแผลให้เขา หล่อนจึงลองหยั่งเชิงถามดู

"คือว่า... แผลของคุณดูลึกมากเลยนะคะ ให้ฉันพาไปโรงพยาบาลดีกว่าไหม?"

แววตาของเจียงเหยียนหลี่ไหววูบแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"ไม่จำเป็นหรอก อันที่จริงสภาพในตอนนี้ก็นับว่าดีมากแล้ว ปกติเวลาผมโดนแผลแบบนี้ ถ้าไม่ได้รับการรักษาเลย วันต่อมาแผลต้องบวมแดงอักเสบแน่นอน และผมก็คงจะมีอาการไข้สูงไปแล้วด้วย"

"ฮะ ๆ ถ้าอย่างนั้นร่างกายของคุณคงแข็งแรงมากแน่ ๆ ถึงได้ทนทานมาได้เอง ไม่อย่างนั้นฉันคงต้องแบกคุณส่งโรงพยาบาลแน่ ๆ ค่ะ"

หล่อนอยากจะวิดน้ำพุวิเศษที่เพิ่งใส่ลงไปเมื่อครู่ออกมาเสียจริง!

"อืม ผมเองก็ไม่รู้ว่าคราวนี้เกิดอะไรขึ้นเหมือนกัน บางทีผมอาจจะดวงแข็งและโชคดีล่ะมั้ง!"

เขามั่นใจว่าคนพวกนั้นจะต้องส่งสายสืบไปจับตาดูตามโรงพยาบาลและคลินิกใกล้เคียงทั้งหมดแน่นอน หากเซิ่นไป๋จือพาเขาไปโรงพยาบาลตอนที่ยังหมดสติอยู่ เขาอาจจะถูกจับตัวไปอีกรอบแล้วก็ได้ การได้พบเด็กสาวจิตใจดีที่ช่วยชีวิตเขาไว้ แถมแผลยังไม่ติดเชื้ออักเสบ... หากนี่ไม่เรียกว่าโชคดีแล้วจะเรียกว่าอะไร? ทว่าในใจของเขาก็ยังคงเก็บความสงสัยเรื่องความผิดปกติของร่างกายในครั้งนี้เอาไว้

เมื่อจัดการบาดแผลช่วงบนเสร็จสิ้น ก็ถึงคราวบาดแผลที่ขา เซิ่นไป๋จือวางกะละมังลงบนพื้นข้างมือของเจียงเหยียนหลี่

"ส่วนที่เหลือคุณจัดการเองไหมคะ?"

แผลสองแห่งที่ขาของเขาล้วนอยู่บริเวณต้นขา ยามนี้พอสายตาของหล่อนเหลือบไปมองที่ขาของเขา ก็พลันนึกถึงเหตุการณ์น่าอับอายเมื่อวานนี้ขึ้นมาทันที ให้เขาทำเองน่าจะดีที่สุด!

"ตกลง ผมจัดการเอง รบกวนคุณมากแล้ว!"

เจียงเหยียนหลี่ตอบรับด้วยท่าทีสงบนิ่ง ทว่าใบหูที่ขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อยกลับทรยศความเยือกเย็นในใจ เห็นได้ชัดว่าเขาเองก็นึกถึงเรื่องเมื่อคืนนี้เช่นกัน

บรรยากาศในถ้ำนับว่าดำเนินไปอย่างอบอุ่นราบรื่น ทว่าที่บ้านตระกูลเซิ่นซึ่งเพิ่งถูกเซิ่นไป๋จืออาละวาดไปนั้น บรรยากาศกลับอึมครึมตึงเครียดเสียจนแทบจะคั้นน้ำออกมาจากอากาศได้

เซิ่นสี่และถังยวี่เม่ยถูกเซิ่นคนโตผู้เป็นพี่ใหญ่ส่งตัวไปยังโรงพยาบาลประจำตำบลกลางดึก โรงพยาบาลตำบลแห่งนั้นบังเอิญมีหมอจีนแก่ ๆ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการดัดกระดูกอยู่พอดี เขาจึงช่วยดัดกระดูกแขนของเซิ่นสี่ให้เข้าที่พร้อมกับเข้าเฝือกไม้ไผ่เพื่อยึดเอาไว้ ส่วนถังยวี่เม่ยนั้น นอกจากบาดแผลบนใบหน้าที่บวมเป่งราวกับหัวหมูแล้ว ลูกในท้องของเธอกลับปลอดภัยดีไม่มีสิ่งใดน่าเป็นห่วง

เซิ่นคนโตเมินเฉยต่อคำแนะนำของหมอ เขาตื้อจะซื้อน้ำมันดอกคำฝอยกลับมาหลายขวด ก่อนจะพาทั้งสองคนกลับมายังบ้านตระกูลเซิ่น ตามคำบอกของหมอ น้ำมันดอกคำฝอยขวดเดียวก็ใช้ได้นานโข ไม่มีความจำเป็นต้องซื้อคราวละมาก ๆ ขนาดนี้ ทว่าหมอจะไปรู้อะไรล่ะ? ตอนนี้คนในบ้านตระกูลเซิ่นมีกี่คนที่โดนหวดจนก้นแตกยับเยิน? น้ำมันขวดเดียวเกรงว่าทาแค่วันเดียวก็หมดเกลี้ยงแล้ว

จบบทที่ บทที่ 21: ลักพาตัวเธอกลับไปด้วยดีไหมนะ?

คัดลอกลิงก์แล้ว