เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 - ผมคือเสี่ยวซื่อไง

บทที่ 18 - ผมคือเสี่ยวซื่อไง

บทที่ 18 - ผมคือเสี่ยวซื่อไง


บทที่ 18 - ผมคือเสี่ยวซื่อไง

"แกเป็นใคร ที่นี่มันห้องทำงานฉัน ไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้!!"

"ใครใช้ให้แกเข้ามา ไสหัวไป!"

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับฉินเฟิง หลิวหยวนก็เกิดความรู้สึกหวาดกลัวจนจับขั้วหัวใจ!

"ฉันคือพ่อแกไง!"

พูดจบ ฉินเฟิงก็ก้าวพรวดเข้าไป ยกเท้าขึ้น กระทืบเปรี้ยงเข้าที่หน้าอกของหลิวหยวนอย่างจัง

"ฟิ้ว!"

"ปัง!"

หลิวหยวนส่งเสียงร้องโหยหวน ร่างปลิวละลิ่วลอยละล่องไปกระแทกเข้ากับกำแพงเสียงดังสนั่น!

แรงกระแทกอันมหาศาล ทำให้หลิวหยวนนอนหมอบกระแตอยู่บนพื้นราวกับหมาตาย พร้อมกับพ่นเลือดคำโตออกมา

แต่นี่ยังไม่จบ!

ฉินเฟิงก้าวเท้าเดินเข้าไปหาทีละก้าว ราวกับมัจจุราชมาเยือน กลิ่นอายแห่งความตายนั้น ทำให้หลิวหยวนสัมผัสได้ถึงความกลัวสุดขีด!

"ยะ อย่าเข้ามานะ ฉันจะแจ้งตำรวจ!!!"

หลิวหยวนรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ตะเบ็งเสียงร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด

ทว่า เมื่อฉินเฟิงเดินเข้าไปใกล้ เขาก็กระชากคอเสื้อหลิวหยวน ลากขึ้นมาจากพื้น แล้วเปิดหน้าต่างออก จับตัวหลิวหยวนยัดออกไปนอกหน้าต่างทันที

"ลงไปแจ้งตำรวจข้างล่างก็แล้วกัน ผู้หญิงของฉัน แกยังกล้ารังแกงั้นเหรอ ไอ้สัตว์นรก!!"

เวลานี้ ใบหน้าของฉินเฟิงเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตสังหาร

เขาออกแรงผลัก ทำเอาหลิวหยวนตกใจจนแทบจะหมดสติ

"ฉินเฟิง อย่านะ!!"

จังหวะนั้นเอง ซูหลานก็สะดุ้งตื่นจากภวังค์ เธอรีบวิ่งเข้าไปดึงแขนฉินเฟิงไว้

"ฆ่าคนมันผิดกฎหมายนะ เราไม่เห็นต้องเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือเลย ปล่อยเขาเถอะนะ!"

ซูหลานออกแรงเขย่าตัวฉินเฟิง แต่ใบหน้าของฉินเฟิงกลับเย็นชาไร้ความปรานี

แถมร่างครึ่งหนึ่งของหลิวหยวน ก็ถูกดันออกไปนอกหน้าต่างแล้วด้วย

มันตกใจจนฉี่ราดกางเกงไปเรียบร้อยแล้ว!

"ฉินเฟิง คุณรีบปล่อยมือสิ ไม่งั้นคุณจะติดคุกเอานะ"

"เร็วเข้า เชื่อฉันสิ ดึงเขากลับมาเถอะ!"

ซูหลานร้อนใจจนทำอะไรไม่ถูก เธอสวมกอดแขนฉินเฟิงแน่น ร้องไห้สะอึกสะอื้น

ในที่สุด!

ฉินเฟิงก็ยอมใจอ่อน เขากระชากหลิวหยวนกลับเข้ามาจากข้างนอก แล้วเหวี่ยงลงพื้นอย่างแรง

"ไว้ชีวิตด้วย ไว้ชีวิตฉันด้วย ฉันไม่อยากตาย ไม่อยากตาย!!"

"แม่จ๋า ช่วยด้วย!!"

หลิวหยวนตกใจจนสติแตก หน้าซีดเผือด กางเกงเปียกชุ่มไปหมด

เสียงร้องโหยหวนของเขา ดึงดูดให้รปภ. หลายคนวิ่งกรูกันเข้ามา!

"ฉินเฟิง พวกเราไปกันเถอะ อย่ามาก่อเรื่องที่นี่เลย รีบไปเถอะ"

ซูหลานออกแรงดึงฉินเฟิงให้เดินออกไป!

พวกรปภ. ตั้งใจจะเข้ามาขวาง แต่พอสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอำมหิตจากตัวฉินเฟิง ก็ไม่มีใครกล้าขยับเข้าไปใกล้ พากันหลีกทางให้แต่โดยดี

พอเดินมาถึงประตูใหญ่!

กลุ่มรปภ. อีกชุดก็พากันวิ่งกรูกันออกมา!

ตามมาด้วยหลิวหยวนที่ถูกพนักงานสองคนหิ้วปีกออกมา เขายกนิ้วชี้หน้าฉินเฟิง ตะโกนลั่น "จับตัวมันไว้ แม่งเอ๊ย กูจะกระทืบมันให้ตาย!"

ภาพเหตุการณ์นี้ ดันไปเข้าตาซูเม่ยเอ๋อร์กับซูต้าเจียงพอดี

พวกเขายังไม่ทันจะรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น!

กลุ่มรปภ. ก็เข้าไปล้อมกรอบฉินเฟิงไว้เรียบร้อยแล้ว

"พวกคุณจะทำอะไร!!"

ซูหลานมองดูพวกรปภ. ที่ชักกระบองยางออกมาด้วยท่าทีดุดัน ก่อนจะตวาดถามเสียงแข็ง

"ถามว่ากูจะทำอะไร หึหึ ไอ้หมาลอบกัดนี่มันเกือบจะฆ่ากูตายเมื่อกี้"

"ไม่สืบดูบ้างล่ะ ว่ากู หลิวหยวน เป็นใคร กล้ามาแตะต้องตัวกู วันนี้กูจะตีมันให้พิการเลยคอยดู!"

หลิวหยวนถูกรปภ. สองคนหิ้วปีกเข้ามาหา พร้อมด่ากราดด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม

ตอนนี้มีรปภ. คุ้มกันอยู่ เขาไม่จำเป็นต้องกลัวอะไรอีกแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่มันกลางถนน

เขาไม่เชื่อหรอก ว่าไอ้กระจอกฉินเฟิงนี่ จะกล้าลงมือกับเขาอีก

"อะไรนะ ผู้จัดการหลิว คุณถูกทำร้ายเหรอครับ?" ซูต้าเจียงรีบตีหน้าตกใจเข้าไปถาม

"ฉินเฟิง ไอ้สวะ ไอ้ขยะ แกกล้าทำร้ายผู้จัดการหลิวเชียวเหรอ แกคงรอนหาที่ตายแล้วจริง ๆ!"

"ถ้าคุณย่ารู้เรื่องนี้เข้าล่ะก็ ซูหลาน ครอบครัวแกซวยแน่!"

"ผู้จัดการหลิวเป็นถึงแขกคนสำคัญของตระกูลซู เป็นแขกผู้มีเกียรติของพวกเรา พวกแกกล้าทำอวดดีขนาดนี้ได้ยังไง!"

ซูเม่ยเอ๋อร์เห็นเหตุการณ์ ก็ร่วมผสมโรงด่าทอด้วยความโกรธจัด

"ไม่ต้องไปพูดพร่ำทำเพลงกับมันแล้ว ซูหลาน มึงจำใส่กะโหลกมึงไว้เลยนะ ว่าในหนิงโจว ไม่มีใครกล้ามีเรื่องกับกู วันนี้มึงต้องหัดทำตัวว่าง่าย ๆ แล้วคลานกลับไปปรนเปรอกูให้พอใจซะ!"

"ไม่อย่างนั้น กูจะทำให้มึงไม่มีที่ยืนในหนิงโจวเลยคอยดู"

หลิวหยวนประกาศกร้าว ราวกับเป็นฮ่องเต้!

อันที่จริง เขาก็มีอำนาจระดับนั้นจริง ๆ นั่นแหละ ในฐานะรองผู้จัดการธนาคารหลงโจว ไม่ว่าจะเป็นแวดวงสังคม หรือด้านมืด เขาก็มีเส้นสายและอิทธิพลอยู่พอตัว

"ก็แค่รองผู้จัดการแบงก์ ใครให้ความกล้าแกมาวะ!"

ฉินเฟิงหรี่ตาลง เอ่ยเสียงเย็น

"ฉินเฟิง พอเถอะ อย่าพูดเลย..." ซูหลานกลัวว่าฉินเฟิงจะไปยั่วโมโหอีกฝ่าย จึงรีบห้ามปราม

"หึหึ แค่รองผู้จัดการแบงก์งั้นเหรอ? ใช่แล้วโว้ย ในหนิงโจว กูคือแผ่นฟ้า กูแค่สั่งคำเดียว ก็ทำให้ชีวิตพวกมึงบรรลัยได้แล้ว!"

"กู หลิวหยวน... คือผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเว้ย"

หลิวหยวนตะโกนกร้าวด้วยความโอหังสุดขีด

ทันทีที่สิ้นเสียงของเขา

ฉินเฟิงก็ก้าวเท้าเดินเข้าไปหา แค่ขยับเข้าไปใกล้เพียงก้าวเดียว ก็ทำเอาหลิวหยวนสะดุ้งถอยหลังไปหนึ่งก้าวตามสัญชาตญาณ

ขณะที่หลิวหยวนกำลังจะอ้าปากพูด รถ BMW X7 คันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดเทียบ

จากนั้น ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีดำก็ก้าวลงมาจากรถ

โดยมีบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนประกบหน้าหลังคอยคุ้มกัน!

พอชายคนนี้ปรากฏตัว หลิวหยวนก็ฉีกยิ้มกว้าง รีบวิ่งเข้าไปต้อนรับทันที

"พี่เขยครับ ทำไมถึงมาที่นี่ล่ะครับ!!"

"ตรงนี้มีปัญหาให้จัดการนิดหน่อยน่ะครับ พี่เขยเข้าไปพักผ่อนในห้องทำงานก่อนเถอะครับ!" หลิวหยวนผายมือเชื้อเชิญ

"อย่าทำเรื่องให้มันบานปลายล่ะ โดยเฉพาะหน้าประตูบ้านตัวเองแบบนี้" ชายวัยกลางคนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

จากนั้น เขาก็ทำท่าจะเดินเข้าไปในธนาคาร ทว่าสายตากลับเหลือบไปเห็นฉินเฟิงที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนเข้าพอดี ร่างของเขาก็แข็งทื่อไปในทันที

ฝีเท้าหยุดชะงัก สีหน้าเหม่อลอย นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ

ฉินเฟิงเองก็เห็นชายวัยกลางคนคนนั้นเช่นกัน บนใบหน้าของเขาก็ปรากฏรอยประหลาดใจขึ้นมาแวบหนึ่ง

"เจิ้งไป๋เฉิง?" ฉินเฟิงเอ่ยชื่อขึ้นเบา ๆ เมื่อมองเห็นใบหน้าที่คุ้นเคย

ไม่นึกเลยว่าจะบังเอิญเจอคนรู้จักเข้าให้แล้ว

ตอนนั้นเอง ชายวัยกลางคนคนนั้นก็เดินแหวกวงล้อมเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าฉินเฟิง สายตาของเขาเพ่งมองอย่างจดจ่อ ร่างกายเริ่มสั่นเทา

"ทะ... ท่านคือ ท่านฉิน..." เสียงของเจิ้งไป๋เฉิงสั่นเครือ ตื่นเต้นจนพูดติดอ่าง

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ!

ฉินเฟิงก็หันหลังเดินหนีไป พร้อมกับโบกมือ เจิ้งไป๋เฉิงเห็นดังนั้นก็รีบวิ่งตามไปติด ๆ

ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างยืนอึ้งเป็นไก่ตาแตก

โดยเฉพาะหลิวหยวนที่เมื่อกี้ยังทำท่ากร่างคับฟ้า ก็ถึงกับช็อก นึกว่าตัวเองตาฝาดไปเสียแล้ว

อีกด้านหนึ่ง ฉินเฟิงเดินเข้าไปในธนาคาร และตรงเข้าไปในห้องทำงานห้องหนึ่ง

เจิ้งไป๋เฉิง ในฐานะผู้จัดการธนาคารจิ่วโจว กลับเดินตามต้อย ๆ อยู่ข้างหลังฉินเฟิงราวกับเป็นลูกน้อง

"นายคือ เสี่ยวซื่อใช่ไหม?" ฉินเฟิงหันกลับมาเอ่ยถาม!

เจิ้งไป๋เฉิงพยักหน้าหงึก ๆ อย่างแรง ทันทีที่ได้ยินสรรพนามอันคุ้นเคย เขาก็ตื่นเต้นจนน้ำตาแตก

เขาทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น เสียงสั่นเครือ ขอบตาแดงก่ำ น้ำตาไหลพรากเป็นสาย

"ท่านฉิน เป็นท่านจริง ๆ ด้วย เป็นท่านจริง ๆ ด้วย มีแค่ท่านคนเดียวเท่านั้นที่เรียกผมว่าเสี่ยวซื่อ!"

"ท่านยังอยู่ ท่านยังไม่ตาย พวกเรารอท่านมาตลอดห้าปีเต็ม ๆ เลยนะครับ..."

เวลานี้ มหาเศรษฐีร้อยล้านแห่งเมืองหนิงโจว ผู้จัดการธนาคารจิ่วโจว กลับกำลังร้องไห้ฟูมฟายราวกับเด็กน้อย

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 18 - ผมคือเสี่ยวซื่อไง

คัดลอกลิงก์แล้ว