- หน้าแรก
- ลูกเขยไร้ค่าคือมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง
- บทที่ 17 - ลูกพี่ ท่านยังอยู่!!!
บทที่ 17 - ลูกพี่ ท่านยังอยู่!!!
บทที่ 17 - ลูกพี่ ท่านยังอยู่!!!
บทที่ 17 - ลูกพี่ ท่านยังอยู่!!!
"หึหึ นังร่านเอ๊ย นึกว่าเป็นคนดีศรีสังคม ที่แท้ก็เน่าเฟะมาตั้งนานแล้ว เป็นจิ้งจอกเหมือนกันแท้ ๆ ยังจะมาทำตัวใสซื่ออีก"
"เล่นสนุกดีนี่ พกผัวขยะมาด้วย กะจะหาความตื่นเต้นงั้นสิ?"
ซูเม่ยเอ๋อร์กอดอก แค่นเสียงเยาะเย้ย
แถมคำพูดของเธอ ยังจงใจพูดเสียงดังให้ฉินเฟิงที่กำลังล็อกรถอยู่ได้ยินอย่างชัดเจน
พอฉินเฟิงได้ยิน เขาก็ขมวดคิ้วแน่น ล็อกรถเสร็จก็เดินตรงดิ่งเข้าไปหาซูเม่ยเอ๋อร์ทันที!
"ล้างปากให้มันสะอาดหน่อย อย่าทำตัวเป็นกะหรี่ แล้วก็เที่ยวคิดว่าคนอื่นเขาจะเหมือนตัวเองไปซะหมด!"
"ที่เธอยอมให้ไอ้เฉินเผิงมันนอนด้วยฟรี ๆ ไปหนึ่งวันน่ะ มันก็บ่งบอกถึงความไร้ค่าของเธอมากพออยู่แล้ว"
ฉินเฟิงด่าสวนกลับไปอย่างไม่ไว้หน้า
พอซูเม่ยเอ๋อร์ได้ยิน สีหน้าก็เขียวคล้ำ กัดฟันกรอดด้วยความโกรธจัด!
เรื่องนี้ถือเป็นการลงทุนที่ขาดทุนย่อยยับที่สุด และเป็นความอัปยศอดสูที่สุดในชีวิตของเธอเลย!
พอโดนฉินเฟิงเอามาพูดแทงใจดำแบบนี้ มันยิ่งจี้ปมในใจของเธออย่างจัง
"แกตดอะไรของแกฮะ ฉินเฟิง แกรอนหาที่ตายใช่ไหม!!"
"แน่จริงแกก็พูดอีกทีสิ!"
ซูเม่ยเอ๋อร์ชี้หน้าฉินเฟิง เสียงสั่นเครือ เห็นได้ชัดว่าโกรธจนฟิวส์ขาดแล้ว
"ฉินเฟิง ไอ้ลูกหมา แกอยากโดนซ้อมนักใช่ไหม!!"
"กล้าดีหยามเกียรติลูกสาวฉัน ไอ้หมาลอบกัด ขอโทษเดี๋ยวนี้ ก้มหัวขอโทษเม่ยเอ๋อร์เดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะตบแกให้ตาย!"
ซูต้าเจียงเองก็เต้นผางเป็นเจ้าเข้า
ไอ้ลูกเขยขยะนี่ วันนี้มันกินยาลืมเขย่าขวดหรือไง ปกติเห็นเอาแต่หงอ ยอมโดนโขกสับตลอด!
ใครจะด่าจะว่าก็ยอมให้เขารังแก
แต่วันนี้กลับกล้ามาหยามหน้าลูกสาวซูเม่ยเอ๋อร์ต่อหน้าเขา
จะปล่อยมันไปได้ยังไง
"เพียะ!"
ทว่า ในวินาทีที่สิ้นเสียงของซูต้าเจียง!
ฉินเฟิงก็ก้าวพรวดไปข้างหน้า วาดมือตวัดเป็นเงาดำ
ฝ่ามืออรหันต์ ฟาดเปรี้ยงเข้าที่หน้าของซูต้าเจียงอย่างจัง
ซูต้าเจียงโดนตบจนหน้าหัน เซถลาถอยหลังไปสองก้าว บนใบหน้าปรากฏรอยนิ้วมือห้าเส้นแดงเถือกชัดเจน นัยน์ตาเบิกโพลงด้วยความเหลือเชื่อสุดขีด!
เขาโดนตบ!!
โดนไอ้ลูกเขยขยะตบหน้าฉาดใหญ่
"ไอ้ขยะ แกกล้าตบฉันเหรอ แกจะกำเริบเสิบสานเกินไปแล้วนะ!!"
"ปีนเกลียวผู้ใหญ่ อกตัญญู ฉันจะไล่แกออกจากตระกูลซู จะให้แกไปขอทานกินข้างถนน!"
"ถ้าไม่มีตระกูลซู แกมันก็ยิ่งกว่าขยะซะอีก!"
ซูต้าเจียงตัวสั่นเทิ้ม ชี้หน้าด่าทอฉินเฟิงด้วยความเดือดดาล
"หึหึ ตระกูลซูงั้นเหรอ?" ฉินเฟิงแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา "ก็แค่ครอบครัวถังข้าวสุก ในเมืองหนิงโจวนี้ ก็เป็นแค่พวกขอทานนั่นแหละ!"
พูดจบ ฉินเฟิงก็เดินตรงเข้าไปในธนาคารโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง
เขาเชื่อใจซูหลาน แต่เขาไม่ไว้ใจไอ้หัวล้านนั่นต่างหาก
ณ เวลานั้น!
ภายในห้องทำงาน!
หลิวหยวนปิดประตูลง ซูหลานเห็นดังนั้น ภายในใจก็เริ่มตื่นตระหนกขึ้นมา
หลิวหยวนเดินอมยิ้มเข้ามา กวาดสายตามองซูหลานตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ หยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบ
"ว่ามาสิ ซูหลานคนสวย โชว์ข้อดีของเธอให้ฉันดูหน่อย ว่าทำไมฉันถึงต้องอนุมัติเงินกู้ให้เธอ แทนที่จะให้คนอื่น!"
"เพราะยังไงซะ ธนาคารของเราก็มีโควตาจำกัดในแต่ละเดือน ถ้าเธออยากได้โควตานี้ เธอก็ต้องแสดงความจริงใจหน่อยสิ"
หลิวหยวนแสดงเจตนาออกมาอย่างชัดเจนแล้ว กฎใต้โต๊ะ ถูกนำมาวางแผ่หลาบนโต๊ะอย่างเปิดเผย
นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาเป็นฝ่ายรุกเข้าหาก่อน เพราะซูหลานสวยเกินห้ามใจจริง ๆ
ถ้าเป็นคนอื่น ป่านนี้คงกระโดดขึ้นเตียงเขาไปตั้งนานแล้ว
"ผู้จัดการหลิวคะ ครั้งนี้ฉันพกความจริงใจมาเต็มเปี่ยมเลยค่ะ พวกเรากำลังร่วมทำโปรเจกต์ใหญ่กับว่านติ่งกรุ๊ป จำเป็นต้องใช้เงินทุนก้อนหนึ่ง ขอเพียงคุณอนุมัติสินเชื่อให้ฉันยี่สิบล้าน ฉันยินดีจ่ายค่าคอมมิชชันให้คุณสองเปอร์เซ็นต์ค่ะ!"
ทำไมซูหลานจะไม่รู้กติกาแอบแฝงในวงการนี้
นั่นก็คือการจ่ายเงินทอนให้พนักงาน!
สองเปอร์เซ็นต์ ก็สี่แสนบาทเลยนะ!
ไม่ใช่น้อย ๆ เลย เท่ากับยกให้ฟรี ๆ เลยด้วยซ้ำ
แต่เธอก็จนปัญญาจริง ๆ ถ้าอยากได้เงินกู้ ก็มีแต่ต้องใช้วิธีนี้แหละ
"สองเปอร์เซ็นต์? หึหึ เธอประเมินฉันต่ำไปแล้วล่ะ!"
"เงินสี่แสนสำหรับฉัน มันก็แค่ค่าไวน์แดงขวดเดียวเท่านั้นแหละ ถ้าเธอมีความจริงใจจริง ๆ ก็น่าจะรู้สิว่าฉันต้องการอะไร"
หลิวหยวนเปิดลิ้นชัก หยิบชุดเสื้อผ้าชุดหนึ่งออกมา โยนแหมะลงบนโต๊ะ พร้อมกับแสยะยิ้ม "ใส่ซะสิ ให้ฉันดูหน่อย!"
ซูหลานเห็นดังนั้น ก็ลองหยิบขึ้นมาดู พอเปิดออก ก็พบว่ามันคือชุดนอนไม่ได้นอนสุดหวิว!
ฉับพลัน!
เธอก็เข้าใจแจ่มแจ้งทันที
ซูหลานเงยหน้าขึ้น จ้องมองหลิวหยวนด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว
"ผู้จัดการหลิว คุณหมายความว่ายังไงคะ ฉันแสดงความจริงใจของฉันไปแล้ว แต่คุณกลับใช้ข้อเสนอสกปรก ๆ แบบนี้มาดูถูกฉันงั้นเหรอ!"
พูดจบ ซูหลานก็ปาชุดชั้นในนั้นใส่หน้าอีกฝ่ายทันที
ในที่สุดเธอก็รู้แล้ว ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงยอมตกลงมานั่งคุยด้วยง่าย ๆ
ไอ้เฒ่าหัวงูนี่ มันหวังจะเคลมเธอชัด ๆ
"หึ!"
"ให้เกียรติแล้วไม่ชอบใช่ไหม เธอรู้ไหม ว่าในหนิงโจว มีผู้หญิงกี่คนที่พร้อมจะคลานขึ้นเตียงฉัน จนฉันเลือกไม่หวาดไม่ไหวแล้ว!"
"ฉันให้โอกาสเธอ ก็ถือเป็นเกียรติของเธอแล้วนะ อย่าลืมสิ ว่าฉันเป็นถึงรองผู้จัดการธนาคารจิ่วโจว แถมยังเป็นสมาชิกสมาคมสมาพันธ์การเงินอีก ถ้าฉันคิดจะบีบเธอ ต่อให้เป็นธนาคารไหนในหนิงโจว เธอก็กู้เงินไม่ได้แม้แต่แดงเดียวหรอก!"
"ให้โอกาสปรนเปรอฉันแล้ว ก็อย่าทำตัวไม่รู้ความ!!"
หลิวหยวนตบโต๊ะฉาดใหญ่ ผุดลุกขึ้นตวาดกร้าว!
"ไอ้อันธพาล ฝันไปเถอะ!"
"ไม่นึกเลยว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้ ต่อให้กู้ไม่ได้สักสตางค์แดงเดียว คุณก็อย่าหวังว่าจะได้แตะต้องตัวฉัน!"
ซูหลานโกรธจนตาแดงก่ำ หมุนตัวเตรียมจะเดินหนี
ทว่าในจังหวะนั้นเอง!
หลิวหยวนก็กระโดดขวางประตู ปิดทางหนีของซูหลานไว้!
"เข้ามาในห้องของฉันแล้ว คิดจะออกไปง่าย ๆ งั้นเหรอ มันไม่มีเรื่องดี ๆ แบบนั้นหรอก ซูหลานเอ๊ย ลองคิดดูดี ๆ สิ ถ้าตามฉันมา เธอจะมีแต่ความสุขสบาย!"
"ไอ้ผัวขยะของเธอน่ะ รีบ ๆ เขี่ยมันทิ้งไปซะเถอะ ฉันรับรองว่าจะดูแลเธออย่างดีเลย ฮี่ฮี่!"
หลิวหยวนถูมือไปมา ทำท่าจะตะครุบซูหลาน
ซูหลานหลบไม่ทัน จึงยกมือขึ้นตบหน้าหลิวหยวนไปฉาดหนึ่งตามสัญชาตญาณ
"มึงกล้าตบกูเหรอ นังตัวดี ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!"
หลิวหยวนเคยเจอเรื่องหยามเกียรติแบบนี้ที่ไหนกันล่ะ
ปกติมีแต่คนคอยประจบเอาใจ ไปไหนมาไหนก็มีแต่คนห้อมล้อม!
พวกนางแบบ เน็ตไอดอล สาวสวยหน้าไหนก็พร้อมจะพลีกายให้เขาทั้งนั้น!
แต่วันนี้ นอกจากจะโดนปฏิเสธแล้ว ยังโดนตบหน้าอีกต่างหาก
ด้วยความโมโหเลือดขึ้นหน้า เขาง้างมือเตรียมจะตบซูหลานคืน
"โครม!"
วินาทีนั้นเอง!
บานประตูแหลกกระจุย!
เงาร่างหนึ่ง ค่อย ๆ ก้าวเดินเข้ามา
ซูหลานที่กำลังเอามือกุมหน้าอยู่ ก็สะดุ้งสุดตัว พอเธอเงยหน้าขึ้น ก็เห็นฉินเฟิงเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่เย็นยะเยือกสุดขีด!
"ฉินเฟิง!"
ซูหลานรีบวิ่งถลาเข้าไปหาฉินเฟิง แล้วไปหลบอยู่ด้านหลังเขา!
วินาทีนี้ การปรากฏตัวของฉินเฟิง ทำให้ซูหลานสัมผัสได้ถึงความปลอดภัยอันไร้ขีดจำกัด
"ไม่ต้องกลัวนะ ผมอยู่นี่แล้ว..."
ฉินเฟิงยื่นมือออกไป ตบไหล่ซูหลานเบา ๆ น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความอ่อนโยน ทว่ากลับหนักแน่นและดุดัน มอบความรู้สึกปลอดภัยให้เธออย่างหาที่สุดไม่ได้
พริบตานั้น!
ความตึงเครียดในใจซูหลานก็มลายหายไปสิ้น!
ฉินเฟิงค่อย ๆ หันกลับมา สายตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่ ถูกแทนที่ด้วยจิตสังหารอันเข้มข้นในพริบตา!
วินาทีนั้นเอง!
หลิวหยวนรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังมองเห็นภูเขาซากศพและทะเลเลือด โดยมีอสูรชูร่ากำลังแหงนหน้าคำรามกึกก้อง!
สีเลือดแดงฉานปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า!!!
แม้แต่ซูหลานที่อยู่ด้านหลังฉินเฟิง ก็ยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่ว
วินาทีนั้น!
เธอรู้สึกว่าฉินเฟิงดูแปลกหน้าไปมาก
ราวกับว่าเขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคนอย่างสิ้นเชิง!
"ฟุ่บ!"
ส่วนหลิวหยวนตอนนี้ ตกใจกลัวจนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นเรียบร้อยแล้ว
(จบแล้ว)