เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 - ฉินเฟิงผู้ลึกลับยิ่งขึ้นทุกที!

บทที่ 19 - ฉินเฟิงผู้ลึกลับยิ่งขึ้นทุกที!

บทที่ 19 - ฉินเฟิงผู้ลึกลับยิ่งขึ้นทุกที!


บทที่ 19 - ฉินเฟิงผู้ลึกลับยิ่งขึ้นทุกที!

เมื่อห้าปีก่อน เขาทำธุรกิจการค้าอยู่ในแถบทะเลดำ ยุโรปตะวันออก พกพาสินค้ามูลค่ากว่าสามสิบล้านไปเสี่ยงโชค

ผลสุดท้ายกลับถูกโจรสลัดเจียโจวปล้นสะดม!

เรือสินค้าถูกระเบิดจมลงสู่ก้นทะเล ในตอนที่เขาตกลงไปในน้ำ เขาเตรียมใจตายไว้แล้ว

แต่ทว่า!

ในวันนั้น วันที่คลื่นยักษ์บ้าคลั่งพัดกระหน่ำ สายฟ้าแลบแปลบปลาบดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า

เมฆดำทมึนบดบังแสงตะวัน เกลียวคลื่นสูงเสียดฟ้าถาโถม

เขาหมดสิ้นซึ่งความหวังในการมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว

ทว่าในตอนนั้นเอง!

ร่างของคนผู้หนึ่งในชุดคลุมยาวกำลังพายเรือบดลำเล็ก ๆ ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา

ราวกับแสงสว่างแห่งความหวังที่สาดส่องลงมา!

เขาได้รับการช่วยเหลือขึ้นมาบนเรือบดเก่า ๆ ลำนั้น ซึ่งยังมีผู้เคราะห์ร้ายจากการถูกปล้นอีกหลายคนอยู่บนนั้นด้วย

พวกเขารอนแรมอยู่บนเรือลำนั้นเจ็ดวันเจ็ดคืน

เรือลำจิ๋วฝ่าฟันคลื่นยักษ์ที่สูงเทียมฟ้า

คนห้าคน นั่งคุยเล่น หัวเราะเฮฮา กินปลาย่าง ซาซิมิ ร้องเพลง ดื่มเหล้ากันบนเรือบดลำนั้น!

นั่นคือช่วงเวลาที่งดงามที่สุดในชีวิตของเขาเลยล่ะ

เจ็ดวัน มันช่างแสนสั้น

ทว่าเจ็ดคืน กลับยาวนานเหลือเกิน!

หลังจากกลับมายังประเทศบ้านเกิด เขาก็เริ่มต้นก่อตั้งธุรกิจของตัวเอง ห้าปีผ่านไป เขาก็กลายมาเป็นมหาเศรษฐีอย่างทุกวันนี้

ทุก ๆ วัน เขาจะนึกถึงเงาร่างนั้นเสมอ

คนที่คอยอยู่เคียงข้างเขาในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด และเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เขาสร้างเนื้อสร้างตัวมาได้

คนคนนั้น ก็คือฉินเฟิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขานี่เอง!!

"ใครบอกแก ว่าฉันตายแล้วฮะ?" ฉินเฟิงได้ยินน้ำเสียงของอีกฝ่าย ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง

เมื่อห้าปีก่อน เขาเพิ่งจะทำภารกิจกวาดล้างรังของกลุ่มโจรสลัดเจียโจวเสร็จ ระเบิดเกาะทิ้งไปทั้งเกาะ

ระหว่างทางกลับ บังเอิญไปเจอผู้เคราะห์ร้ายตกน้ำอยู่หลายคน ก็เลยช่วยขึ้นมาด้วย

ความจริงแล้ว เรือของเขาโดนระเบิดต่างหาก!

ก็เลยต้องไปเอาเรือเก่า ๆ ลำหนึ่งมาพายกลับ!

แล้วระหว่างทางมันเหงา พอช่วยคนขึ้นมาได้หลายคน การเดินทางก็เลยไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

ไม่คิดเลยว่าจะมาบังเอิญเจอคนคุ้นเคยในหนิงโจว แถมยังเป็นเสี่ยวซื่อซะด้วย

ตอนนั้นพวกเขาเมาแอ๋กันอยู่บนเรือ ก็เลยสาบานเป็นพี่น้องร่วมสาบานกันใต้แสงจันทร์!

และเสี่ยวซื่อที่อยู่ตรงหน้านี้ ก็คือเจิ้งไป๋เฉิงนั่นเอง

"ก็พี่รองเฮยหลง กับน้องสามเตี๋ยเลี่ยนฮวา เป็นคนบอกนี่ครับ!"

"เมื่อสามปีก่อน พวกเราตามหาร่องรอยของลูกพี่มาตลอด จนกระทั่งพี่รองเฮยหลงเอาข่าวมาบอก ว่าลูกพี่หายสาบสูญไปในแถบหนานโจวตั้งสองปีแล้ว พวกเราก็เลยนึกว่าลูกพี่..."

พอพูดถึงตรงนี้ เจิ้งไป๋เฉิงก็ปาดน้ำตา บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มแห่งความดีใจสุดขีด

เพราะลูกพี่ที่พวกเขารักและคิดถึงอยู่ทุกลมหายใจ ยังมีชีวิตอยู่ นี่มันเป็นเรื่องน่ายินดีระดับชาติเลยนะ

"ปัดโธ่ ข่าวลือมั่วซั่วทั้งนั้น แกลุกขึ้นมาก่อนเถอะ!"

ฉินเฟิงดึงตัวเจิ้งไป๋เฉิงขึ้นมา

ทั้งสองคนนั่งคุยกันอยู่พักหนึ่ง!

เจิ้งไป๋เฉิงเล่าเรื่องราวชีวิตในช่วงหลายปีที่ผ่านมาให้ฟัง ยิ่งเล่าก็ยิ่งออกรส!

ฉินเฟิงพยักหน้ารับฟังอย่างตั้งใจ

ความทรงจำเมื่อห้าปีก่อนหวนกลับมา การได้พบคนรู้จักเก่า ๆ มันก็ให้ความรู้สึกอบอุ่นดีเหมือนกัน

นั่งคุยกันเพลิน ๆ แป๊บเดียวก็ผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้ว

"จริงสิ ลูกพี่ ทำไมท่านถึงกลับมาที่จีนได้ล่ะครับ"

เจิ้งไป๋เฉิงรินชาส่งให้ พร้อมกับถามด้วยน้ำเสียงเคารพนอบน้อมสุด ๆ

"ที่กลับมานี่ ก็มีความจำเป็นหลายอย่างน่ะ ช่างมันเถอะ!"

"ว่าแต่ ตอนนี้มีเรื่องนึง ที่ต้องให้แกช่วยจัดการให้หน่อย!"

จากนั้น ฉินเฟิงก็เล่าจุดประสงค์ที่มาในวันนี้ให้ฟังอย่างละเอียด!

"โธ่ ลูกพี่ เรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้เอง ทำไมท่านไม่บอกผมแต่แรกล่ะครับ!"

"คนที่อยู่ข้างนอกนั่นคือพี่สะใภ้สินะครับ เดี๋ยวผมจะออกไปเชิญพี่สะใภ้เข้ามาเอง ท่านรอสักครู่นะครับ!"

เจิ้งไป๋เฉิงลุกขึ้นเตรียมจะเดินออกไป!

ลำดับพี่น้องของพวกเขานั้น ไม่ได้เรียงตามอายุกันหรอก!

ดังนั้น การที่เขาเรียกฉินเฟิงว่าลูกพี่ มันก็เป็นเรื่องปกติมาก

"เสี่ยวซื่อ ใจเย็น ๆ ก่อน เรื่องนี้ฉันไม่อยากให้มันเป็นเรื่องใหญ่โต แล้วก็ไม่อยากให้เมียฉันรู้เรื่องเยอะเกินไปด้วย!"

"ศัตรูของฉันมีเยอะ ถ้าทำตัวเด่นเกินไป มันจะสร้างความเดือดร้อนให้คนรอบข้างเปล่า ๆ แกช่วยจัดการเรื่องนี้เงียบ ๆ ก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันจะหลบไปก่อน ยกหน้าที่นี้ให้แกจัดการต่อเลยนะ!"

พูดจบ ฉินเฟิงก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องทำงานไปทันที!

ผ่านไปประมาณไม่กี่นาที!

ทุกคนก็เดินเข้ามาในธนาคาร

เจิ้งไป๋เฉิงนั่งตัวตรงอยู่บนเก้าอี้ทำงาน ส่วนเฉินหยวน(หลิวหยวน)* และซูหลานก็ยืนอยู่ในห้องด้วย!

(หมายเหตุผู้แปล: ในต้นฉบับภาษาจีนเขียนสลับชื่อ 刘元 [หลิวหยวน] เป็น 陈元 [เฉินหยวน] ในย่อหน้านี้ ขอคงตามบริบทเดิมเพื่อความลื่นไหล)

"พี่... เอ้อ คุณซู เชิญ... อะแฮ่ม เชิญนั่งก่อนครับ!"

พอเจิ้งไป๋เฉิงเห็นซูหลาน ก็เกิดอาการเกร็งขึ้นมาทันที

นี่มันพี่สะใภ้เลยนะเว้ย

ทำเอาเขาพูดจาตะกุกตะกักไปหมด

เกือบจะเรียกผิดไปตั้งหลายรอบแน่

ซูหลานได้ยินดังนั้นก็รู้สึกปลาบปลื้มใจสุด ๆ คนตรงหน้านี้คือผู้จัดการใหญ่ตัวจริงของธนาคารจิ่วโจวเลยนะ!

ทำไมถึงได้สุภาพกับเธอขนาดนี้

ซูหลานค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา

"คุณซูมาวันนี้ ต้องการจะขอสินเชื่อใช่ไหมครับ ทางเรามีตัวเลือกให้สามแบบ คือ A, B และ C เพราะดอกเบี้ยของแต่ละแบบจะไม่เท่ากัน แถมยังมีข้อกำหนดเรื่องคุณสมบัติของผู้กู้ด้วย!"

"ผมได้ยินมาว่าช่วงนี้ตระกูลซูกำลังร่วมทำโปรเจกต์กับว่านติ่งกรุ๊ป แค่นี้ก็ถือว่าคุณสมบัติผ่านเกณฑ์แล้วล่ะครับ เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ทั้งแบบ A, B และ C ผมอนุมัติให้ผ่านหมดเลย วงเงินรวมสี่สิบห้าล้าน!!"

"ส่วนเรื่องดอกเบี้ยก็ไม่ต้องคิดหรอกครับ ตระกูลซูกำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด ผมขอร่วมลงทุนกับคุณซู โดยถือว่าเงินก้อนนี้เป็นหุ้นส่วนของผมก็แล้วกัน!"

สิ้นคำประกาศของเจิ้งไป๋เฉิง!

ซูหลานถึงกับอึ้งกิมกี่ สติหลุดลอยไปชั่วขณะ

ส่วนหลิวหยวนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ยิ่งตกใจจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ ทรุดลงไปกองกับพื้น

ต่อให้เขาโง่แค่ไหน ก็รู้ตัวแล้วว่าตัวเองกำลังแกว่งเท้าหาเสี้ยนเข้าให้แล้ว

"ผู้จัดการเจิ้ง คุณไม่ได้ล้อฉันเล่นใช่ไหมคะ?" ซูหลานเอ่ยถามด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

เธอใช้เวลาตั้งห้านาทีเต็ม ๆ กว่าจะดึงสติกลับมาได้

"คุณซูคิดว่าผมพูดเล่นงั้นเหรอครับ"

พูดจบ เจิ้งไป๋เฉิงก็ลุกขึ้นเดินตรงไปหาเฉินหยวน(หลิวหยวน) ก่อนจะง้างมือตบหน้าอีกฝ่ายฉาดใหญ่!

เฉินหยวนโดนตบจนหน้าหัน

"พี่เขย..." เฉินหยวนกุมแก้มตัวเองด้วยความคับแค้นใจสุด ๆ

"ขอโทษคุณซูเดี๋ยวนี้ และตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แกไม่ต้องมาทำงานอีกแล้ว!"

"กลับไปฟ้องพี่สาวแกเลยนะ ให้หล่อนมาเคลียร์กับฉัน ดูสิว่าฉันจะหย่ากับหล่อนไหม!"

เจิ้งไป๋เฉิงประกาศกร้าวอย่างดุดัน!

ฉับพลัน!

เฉินหยวนก็กลัวจนตัวสั่น

โดนไล่ออกน่ะเรื่องเล็ก แต่ถ้าพี่สาวต้องมาหย่ากับพี่เขยล่ะก็ ชีวิตเขาคงจบเห่แน่

จังหวะนั้น เฉินหยวนกลัวจนเหงื่อแตกพลั่ก เขารีบคลานเข้าไปหาซูหลาน โค้งคำนับเก้าสิบองศา!

"ขอโทษครับคุณซู ผมผิดไปแล้ว ผมมันมีตาหามีแววไม่ ผมขอโทษจริง ๆ ครับ โปรดยกโทษให้ผมด้วยเถอะ!"

คำขอโทษของเฉินหยวน ทำเอาซูหลานทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะรับมือยังไงดี

"ถ้าคุณซูหลานยังไม่พอใจ ก็คุกเข่าลงไปเดี๋ยวนี้!" เจิ้งไป๋เฉิงตวาดสั่งเสียงเฉียบขาด

เฉินหยวนตกใจจนเข่าทรุดลงไปกองกับพื้น แถมยังโขกหัวปลก ๆ ร้องขอความเมตตาไม่หยุด "พอเถอะ ฉันให้อภัยแล้ว คุณออกไปไกล ๆ ฉันเถอะนะ!"

ซูหลานโบกมือไล่ด้วยความรังเกียจ

ถึงตอนนั้นแหละ เฉินหยวนถึงได้กล้าลุกขึ้นจากพื้น แล้วเดินคอตกออกจากห้องไป

"คุณซูครับ นี่คือสัญญาเงินกู้ที่ผมร่างเตรียมไว้ มีทั้งหมดสามฉบับ เซ็นวันนี้ พรุ่งนี้ผมโอนเงินให้ทันทีเลยครับ!"

เจิ้งไป๋เฉิงหยิบสัญญามาวางตรงหน้าซูหลานด้วยสีหน้าจริงจัง!

ชั่วพริบตานั้น!

ซูหลานรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝันไปเลยจริง ๆ พออ่านสัญญาอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว เธอจึงจรดปากกาเซ็นชื่อ และประทับลายนิ้วมือลงไป

กว่าซูหลานจะเดินออกจากธนาคารมาได้ สติสัมปชัญญะของเธอก็ยังคงล่องลอยอยู่

มันไม่เหมือนเรื่องจริงเลยสักนิด

ช่วงเช้า เรื่องราวมันวุ่นวายอีรุงตุงนังไปหมด แต่ใครจะไปคิดล่ะ ว่าผ่านไปแค่แป๊บเดียว พอเจิ้งไป๋เฉิงปรากฏตัว ทุกอย่างก็พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังเท้า!

สัญญากู้เงินสามฉบับรวด ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ แค่ฉบับเดียวเธอยังไม่กล้าฝันถึงเลยด้วยซ้ำ

"เป็นไงบ้าง เรียบร้อยไหม?" ฉินเฟิงเดินเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง!

"เรียบร้อยแล้วค่ะ แต่ฉันรู้สึกเหมือนมันไม่ใช่เรื่องจริงเลย"

"ตั้งแต่ได้ร่วมงานกับว่านติ่งกรุ๊ป ทุกอย่างมันดูเหมือนภาพลวงตาไปหมด ฉันไม่เคยเจออะไรที่ราบรื่นขนาดนี้มาก่อนเลยนะ!"

"ฉินเฟิง เมื่อกี้ผู้จัดการเจิ้งบอกว่าเป็นเพื่อนของคุณ ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมจู่ ๆ คุณถึงมีเพื่อนฝูงกว้างขวางขนาดนี้ ทีแรกก็ว่านติ่งกรุ๊ป ตอนนี้ก็ธนาคารจิ่วโจวอีก คุณคงไม่ได้ใช้กำลังบังคับให้พวกเขาทำแบบนี้หรอกนะ!"

ซูหลานคิดหาเหตุผลไม่เจอจริง ๆ!

มีแค่อย่างเดียวที่เชื่อมโยงกันก็คือ ทั้งสองเรื่องที่สำเร็จลุล่วงไปได้ ล้วนมีฉินเฟิงอยู่ในเหตุการณ์ แถมยังเป็นเพื่อนของฉินเฟิงทั้งนั้นเลย!!

แต่ทว่า!

ห้าปีที่ผ่านมา เธอไม่เคยได้ยินเลยว่าฉินเฟิงรู้จักกับคนใหญ่คนโตระดับนี้ด้วย

แถมฟังดูแล้วมันไร้สาระมาก ถ้าฉินเฟิงมีเพื่อนเป็นผู้มีอิทธิพลเยอะขนาดนี้ ทำไมเขาถึงต้องยอมทนกลืนความอดสูอยู่ในตระกูลซูมาตั้งหลายปีล่ะ!

มันไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย

มันผิดวิสัยสุด ๆ!!

เธออยากรู้ความจริงใจจะขาด

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 19 - ฉินเฟิงผู้ลึกลับยิ่งขึ้นทุกที!

คัดลอกลิงก์แล้ว