เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 531 : การก่อสร้าง | บทที่ 532 : ทางเลือกของหยาเค่อ

บทที่ 531 : การก่อสร้าง | บทที่ 532 : ทางเลือกของหยาเค่อ

บทที่ 531 : การก่อสร้าง | บทที่ 532 : ทางเลือกของหยาเค่อ


บทที่ 531 : การก่อสร้าง

ในห้องทำงานที่ไม่ค่อยกว้างขวางนัก ทั้งสองคนนั่งเผชิญหน้ากัน

หยาเค่อมาจากสายทหาร แต่พูดภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสได้ แถมยังพูดภาษาจีนได้นิดหน่อย เรียกได้ว่าพ่อของเขาทุ่มเทปั้นเขามาอย่างเต็มที่

เพียงแต่เขาเป็นคนพูดน้อย ทุกครั้งที่อ้าปากจะพิจารณาอย่างรอบคอบ ทำให้กัวหยางรู้สึกว่าเขาไม่ค่อยเหมือนคนแอฟริกันเท่าไหร่

หลังจากหยั่งเชิงกันอยู่ครู่หนึ่ง กัวหยางก็แกล้งทำเป็นหมดความอดทน "หยาเค่อ พวกเราควรคุยธุระกันได้แล้ว"

หยาเค่อส่งสัญญาณให้เขาพูดต่อ

กัวหยาง: "อย่างเช่นจะทำยังไงให้ธุรกิจสวนปาล์มน้ำมันใหญ่โตขึ้น เรื่องนี้จะทำเงินดอลลาร์ให้เราได้อีกมาก"

หยาเค่อยกมือกอดอก "นั่นมันธุรกิจของเจียเหอ"

กัวหยางยิ้มแล้วเอ่ยว่า "นี่แหละคือเหตุผลที่ผมมาหาคุณวันนี้ เพื่อเปลี่ยนมันให้กลายเป็นธุรกิจของพวกเรา"

ตอนนั้นเอง เซี่ยโปที่ตามมาด้วยก็หยิบสัญญาฉบับหนึ่งยื่นให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุ๋นข้างๆ หยาเค่อ

กัวหยาง: "นี่คือร่างสัญญาโอนหุ้น เซ็นซะ แล้วสวนปาล์มน้ำมัน โรงงานแปรรูป และโรงกลั่นของเจียเหอในจังหวัดศูนย์สูตร จะตกเป็นของคุณ 30%"

หยาเค่อส่งสายตาให้เจ้าหน้าที่ด้านหลังดู ไม่นานก็ยืนยันว่าไม่มีอะไรผิดพลาด แต่ยังคงดูเงื่อนไขข้ออื่นๆ อยู่

"ต่อให้ไม่เซ็น ก็ต้องมีส่วนของผมอยู่ดี เจียเหอต้องการความคุ้มครองจากผม"

"แต่นี่คือหุ้น 30% คุณน่าจะรู้ดีว่าผลกำไรในนี้มันสูงแค่ไหน ก่อนที่เจียเหอจะมา พวกคุณทำได้แค่พึ่งพาการขายไม้กับผลผลิตประมงอันน้อยนิดแลกกับรายได้อันกระจ้อยร่อย แถมแค่นี้ยังต้องโดนพวกฝรั่งเศสขูดรีดทางการเงินอีก"

กัวหยางพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "แต่ถ้าเซ็น คุณจะได้กำไรสุทธิ 30%! คุณสามารถเอาเงินก้อนนี้ไปขยายกองทัพ สร้างเมือง ทำทุกอย่างที่คุณอยากทำ!

นอกจากนี้ พอมีมัน เจียเหอก็จะสามารถเพิ่มการลงทุนในเอ็มบันดากาได้

ถนน สะพาน บ้านเรือน น้ำไฟ การเกษตร โรงงาน... เอ็มบันดากาจะกลายเป็นเมืองที่เจริญที่สุดในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก!"

แววตาของหยาเค่อเป็นประกาย "ผมต้องแลกกับอะไร?"

"การคุ้มครองด้วยกำลังรบ!" กัวหยาง: "ธุรกิจของเจียเหอถูกเพ่งเล็งแล้ว ตอนนี้พวกนั้นแค่ขัดขวางการขนส่ง ขั้นต่อไปอาจจะบุกเข้ายึดโดยตรง

เจียเหอต้องการกองทัพที่แข็งแกร่งมาคอยคุ้มครอง และคุณ เพื่อนของผม การร่วมมือกันหลายปีที่ผ่านมาทำให้พวกเรามีความเชื่อใจกันมากพอ"

หยาเค่อครุ่นคิด

จังหวัดศูนย์สูตรเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก แต่ก็เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ยากจนที่สุดด้วย

ทรัพยากรเดียวที่พอจะเชิดหน้าชูตาได้คือไม้ รวมถึงผลผลิตทางการเกษตรอย่างยางพารา โกโก้ และปาล์มน้ำมัน แต่เนื่องจากตั้งอยู่ในแผ่นดินตอนใน การคมนาคมย่ำแย่ ค่าขนส่งทางเรือไปยังปากอ่าวปินไห่ก็แพงเกินไป อุตสาหกรรมป่าไม้จึงไม่ค่อยพัฒนา

จนกระทั่งการมาถึงของเจียเหอ สภาพการคมนาคมถึงค่อยๆ ดีขึ้น

เจียเหอยังส่งมอบความมั่งคั่งมหาศาลให้กับเขาและคนของเขาทุกปี

ผลกำไรจากสวนปาล์มน้ำมันยิ่งทำให้คนตาแดงผ่าว ลูกน้องของเขาเคยแนะนำให้เขายึดสวนมาเป็นของตัวเองมากกว่าหนึ่งครั้ง

แต่เขาอดกลั้นไว้

เขารู้สันดานคนของตัวเองดี คนประเทศจีนสามารถทำให้ปาล์มน้ำมันให้ผลผลิตสูงและหาตลาดขายได้ แต่คนของเขาอาจทำไม่ได้

หลังจากคิดอยู่พักใหญ่ หยาเค่อถึงเปิดปากถาม "แล้วท่าทีของรัฐบาลประเทศจีนล่ะ?"

กัวหยาง: "พวกเรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาลประเทศจีน"

"พูดปากเปล่ามันไม่มีหลักฐาน" หยาเค่อพูด "ผมบอกคุณตามตรงได้เลยว่า ทั้งคนฝรั่งเศสและประธานาธิบดีอองตวนต่างก็จับตามองเอ็มบันดากาอยู่

ถ้าไม่มีการสนับสนุนจากรัฐบาลประเทศจีน ผมคงยากที่จะต่อกรกับประธานาธิบดีและประเทศมหาอำนาจ"

กัวหยางหัวเราะ "คุณอยากให้เจียเหอพิสูจน์ยังไง? ให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลมาพบคุณโดยตรงงั้นเหรอ นั่นคงไม่ค่อยเหมาะสม คุณเป็นแค่หัวหน้าเผ่าท้องถิ่น เป็นตัวแทนของคองโกทั้งหมดไม่ได้ เว้นแต่คุณจะเป็นรัฐมนตรีกลาโหมหรือประธานาธิบดี"

หยาเค่อเงียบไป แต่ก็ไม่ได้มีท่าทีจะถอย

กัวหยาง: "มีวิธีพบกันครึ่งทาง ประเทศจีนมีรัฐวิสาหกิจหลายแห่งในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ขอแค่คุณตกลง พวกเขาก็สามารถมาทำโครงสร้างพื้นฐานที่เอ็มบันดากาได้

อีกอย่าง เรามีครูฝึกหลายคน สามารถช่วยคุณฝึกกองทัพได้"

หยาเค่อ: "จริงเหรอ?"

"ผมไม่มีความจำเป็นต้องหลอกคุณ" กัวหยาง: "สวนปาล์มน้ำมันสามารถเก็บเกี่ยวได้อย่างน้อย 30 ปี มันเป็นผลกำไรระยะยาว เจียเหอต้องการพาร์ทเนอร์ที่มั่นคง"

"ผมรู้สึกเป็นเกียรติมาก"

หยาเค่อลุกขึ้นยืนแล้วยื่นมือขวาออกมา กัวหยางจับมือกับเขาแน่น ท่าทางที่ดูเป็นผู้ดีของหยาเค่อทำให้เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่านี่คือขุนศึก

อันที่จริงทวีปแอฟริกาไม่ขาดแคลนคนเก่ง

แต่ส่วนใหญ่มักอายุสั้น

อย่างเช่น ลูมุมบา หนึ่งในผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ที่ต่อต้านจักรวรรดินิยมและลัทธิล่าอาณานิคม แต่กลับถูกกลุ่มผลประโยชน์อย่างเบลเยียมและฝรั่งเศสสังหาร

หยาเค่อไม่ใช่ลูมุมบา แต่อาจเป็นเพราะยังหนุ่ม จึงยังมีเลือดร้อนพลุ่งพล่านอยู่ในใจ

เงื่อนไขในสัญญายังต้องเจรจากันต่อ แต่ทิศทางหลักๆ ได้ถูกกำหนดไว้แล้ว เจียเหอจะโอนสิทธิ์ 30% ในจังหวัดศูนย์สูตรให้กับหยาเค่อ เพื่อแลกกับการคุ้มครองด้วยกำลังรบ

เท่ากับว่าแต่ละปีต้องแบ่งผลกำไรหลักร้อยล้านดอลลาร์ให้หยาเค่อ

นี่เป็นเงินก้อนโต

หากเปลี่ยนเป็นคนอื่น ตอนที่กัวหยางเสนอไปคงรีบตอบตกลงทันที แต่หยาเค่อกลับรอบคอบกับเรื่องนี้มาก

ในขั้นตอนการตรวจสอบสัญญา เขายังพิจารณามันอย่างละเอียดทีละข้อ

สามวันต่อมา ถึงได้เซ็นสัญญาโอนหุ้นในที่สุด หยาเค่อพูดว่า "ผมอยากเห็นการมาถึงของบริษัททุนจีนเร็วๆ แล้วสิ"

กัวหยาง: "งั้นคุณเตรียมตัวต้อนรับเอ็มบันดากาโฉมใหม่หรือยังล่ะ?"

หยาเค่อหัวเราะร่า "ผมตั้งตารอวันนั้นเลยล่ะ"

หลังเซ็นสัญญา กัวหยางก็กลับไปที่สวนแถวชานเมือง แล้วใช้โทรศัพท์ดาวเทียมต่อสายภายในทันที

ไม่นานเขาก็ได้รับโทรศัพท์จากบรรดาบอสของบริษัทรัฐวิสาหกิจจีนสาขาสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และตกลงความร่วมมือเบื้องต้นกันได้

จงเขิ่น จงสุ่ย จงมู่ การรถไฟจีน การก่อสร้างจีน ไซโนไฮโดร CRBC...

เพื่อจัดเตรียมที่พักให้กับทีมงานที่กำลังจะมาถึง กัวหยางจงใจขอให้หยาเค่อช่วยซื้ออาคารห้าชั้นหลังหนึ่งในเมืองเอ็มบันดากา

และหยาเค่อก็สั่งให้สถานีตำรวจเพิ่มการลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยในพื้นที่นั้นด้วย

เอ็มบันดากามีประชากรประมาณหนึ่งล้านกว่าคน เนื่องจากการสร้างสวนปาล์มน้ำมันหลายแสนเฮกตาร์ ทำให้ดึงดูดแรงงานจากเมืองใกล้เคียงได้เป็นจำนวนมาก เสบียงอาหารก็ถือว่าอุดมสมบูรณ์

ดังนั้น มาตรฐานความปลอดภัยของเอ็มบันดากาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกจึงถือว่าอยู่ในระดับสูงมาก

สามารถนำไปเทียบชั้นกับเมืองหลวงอย่างจินซาซาได้เลย

หนึ่งเดือนต่อมา ในที่สุดทีมงานจากบริษัทรัฐวิสาหกิจจีนก็นั่งเครื่องบินมาถึงเอ็มบันดากา

นี่คือทีมงาน 12 คน เป็นผู้ชายล้วน ทันทีที่ก้าวออกจากห้องโดยสาร ก็ได้รับการต้อนรับจากคลื่นความร้อน

"สมกับเป็นเขตศูนย์สูตร ความรู้สึกนี้เหมือนกำลังอบซาวน่าอยู่เลย"

"ยังดีที่อยู่ใกล้แม่น้ำคองโก ถ้าไม่ได้คิดว่าจะได้ตกปลาละก็ ผมคงไม่มาหรอก"

"ฮ่าฮ่าฮ่า... ไม่รู้เหมือนกันว่าปลาในแม่น้ำคองโกจะต่างจากที่อื่นยังไง"

"คุณพูดซะผมอยากจะไปเหวี่ยงเบ็ดสักสองทีตอนนี้เลย"

กลุ่มคนคุยกันเสียงดังเพื่อลดความกลัวที่ต้องมาเยือนสถานที่แปลกตา เอ็มบันดากาเป็นเมืองที่ถูกล้อมรอบด้วยป่าดิบชื้น

สภาพแวดล้อมของป่าดิบชื้นมักทำให้คนรู้สึกหวาดหวั่นโดยธรรมชาติ

ทว่า พอพวกเขาลงจากเครื่องบิน สิ่งที่มาต้อนรับไม่ใช่พวกคนผิวดำหน้าเถื่อน แต่เป็นคนชาติเดียวกันที่มีสีผิวเหมือนกัน

สภาพบนถนนก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น ไม่มีร่องรอยการทุบทำลาย ปล้นสะดม หรือเผาทำลาย ไม่มีแมลงยั้วเยี้ยเหม็นสาบไปทั่ว กลับมีร่องรอยของการค้าขายอยู่บ้าง

สิ่งนี้ทำให้จิตใจที่กระวนกระวายของพวกเขาผ่อนคลายลง ต่างพากันมองสำรวจเมืองนี้ไม่หยุด

เนื่องจากทำเลที่ตั้งห่างไกล ในประวัติศาสตร์ของเมืองนี้จึงมีประชากรต่างถิ่นเข้ามาไม่มากนัก

คนห้าหกร้อยคนของเจียเหอถือเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

และการมาถึงของบริษัทรัฐวิสาหกิจจีน ก็เหมือนกับการเปิดกล่องแพนดอรา ทำให้จำนวนคนจีนในเอ็มบันดากาขยายตัวอย่างรวดเร็ว

อีกหนึ่งเดือนต่อมา

เซี่ยโปเดินเข้ามาในห้องทำงาน กัวหยางกำลังมองแผนที่อยู่

"บอส การรถไฟจีนกับบริษัท CRBC มีทีมก่อสร้างมาถึงอีกอย่างละทีมแล้วครับ นี่คือประธานขงกับประธานเฉิน"

"เยี่ยมมาก เชิญเข้ามาเลย"

กัวหยางรีบเดินเข้าไปต้อนรับ ด้านหลังเซี่ยโปคือชายวัยกลางคนท่าทางทะมัดทะแมงสองคน ขงอวิ๋นกับสวี่จื้อฮุย ซึ่งมาจากหน่วยก่อสร้างภายใต้การรถไฟจีนและ CRBC ตามลำดับ

เซี่ยโปชงชาให้ทั้งสองคน

กัวหยาง: "ประธานขง ประธานสวี่ พวกคุณมาได้จังหวะพอดีเลย ผมกำลังกลุ้มใจอยู่เลยว่าจะทำยังไงดี"

ขงอวิ๋นหัวเราะ "ประธานกัวเกรงใจไปแล้ว ผู้นำสั่งการมาแล้ว คุณมีความต้องการอะไรก็เสนอมาได้เลย เราจัดให้ได้แน่นอน การก่อสร้างให้เจียเหอ เรื่องการชำระเงินพวกเราวางใจอยู่แล้ว"

"เรื่องนั้นพวกคุณไม่ต้องห่วง"

ต้องมาสัมผัสด้วยตัวเองถึงจะรู้ว่าการคมนาคมแถวนี้มันย่ำแย่แค่ไหน

กัวหยางมาอยู่ที่นี่ได้สองสามเดือนแล้ว แต่ก็ยังมีจุดตั้งมั่นอีกหลายเมืองที่ยังไม่ได้ไป

สาเหตุหลักคือการคมนาคมแย่เกินไป แถมพื้นที่ป่าดิบชื้นก็ฝนตกบ่อย ถึงจะบอกว่าแห้งเร็ว แต่ก็ทนปริมาณฝนที่ตกหนักไม่ไหวหรอก!

สวนปาล์มน้ำมันขนาด 5 แสนเฮกตาร์ หรือ 75 ล้านหมู่แห่งนี้ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 15 เมือง

ระหว่างเมืองก็มีทางรถไฟ แต่เป็นของที่คนเบลเยียมสร้างไว้สมัยยุคอาณานิคม ส่วนใหญ่ถูกทิ้งร้างไปนานแล้ว

วิธีการเดินทางที่พึ่งพาได้มากที่สุดคือการขนส่งทางแม่น้ำ

แต่มันก็ช้าเกินไป

อีกทั้งสวนปาล์มน้ำมันส่วนใหญ่ที่อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดิน การขนส่งทางแม่น้ำก็ไม่สามารถเข้าถึงได้โดยตรง

สวนเกษตรขนาดใหญ่แบบนี้ ต้นทุนแรงงานก็ต่ำ แต่กลับมีกำไรสุทธิแค่ไม่กี่ร้อยล้านดอลลาร์ต่อปี นั่นก็เพราะต้นทุนการขนส่งมันสูงเกินไป

กัวหยางกางแผนที่บริเวณใกล้เคียงบนโต๊ะทำงาน ขงอวิ๋นกับสวี่จื้อฮุยก็ขยับเข้ามาใกล้

กัวหยาง: "เอ็มบันดากาอยู่ตรงนี้ เป็นจุดบรรจบของแม่น้ำสามสาย คือแม่น้ำรูกี แม่น้ำอิเคเลมบา และแม่น้ำคองโก"

"แม่น้ำอิเคเลมบายังมีสาขาอีกสองสาย"

"ที่ต้นน้ำของแม่น้ำคองโกยังมีเมืองท่าลูลองกา ซึ่งเป็นจุดตัดระหว่างแม่น้ำลูลองกากับแม่น้ำคองโก"

"สวนปาล์มน้ำมันของเจียเหอกระจุกตัวอยู่ริมฝั่งของแม่น้ำหลายสายนี้"

"เส้นทางรถไฟสายหลักอยู่ในป่าดิบชื้นระหว่างแม่น้ำรูกีกับแม่น้ำอิเคเลมบา ข้างทางรถไฟมีถนนดิน สามารถเชื่อมต่อไปจนถึงเมืองใหญ่อย่างคิซานกานีที่อยู่ต้นน้ำได้ แต่ทางรถไฟแทบจะถูกทิ้งร้างไปหมดแล้ว

ตอนนี้เจียเหออยากจะเปิดเส้นทางรถไฟสายนี้ขึ้นมาใหม่"

ขงอวิ๋นถาม "แล้วการขนส่งทางแม่น้ำล่ะ?"

กัวหยาง: "ทำไปพร้อมกัน แต่ไม่สามารถออกทะเลได้โดยตรง ต้นน้ำของมาตาดีคือกลุ่มน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ต้นน้ำของคิซานกานีก็มีน้ำตกคิซานกานี กำลังการขนส่งทางเรือก็มีไม่พอ ทางรถไฟและถนนจึงเป็นสิ่งจำเป็น"

ขงอวิ๋น: "แล้วทีมก่อสร้างที่มาก่อนหน้านี้ล่ะ?"

กัวหยาง: "ทางรถไฟและถนนระยะสั้นบางเส้นเริ่มลงมือแล้ว ชิ้นเนื้อที่อร่อยที่สุดผมเก็บไว้ให้พวกคุณ"

สวี่จื้อฮุย: "กระดูกที่เคี้ยวยากที่สุดล่ะไม่ว่า เส้นทางอยู่ในป่าดิบชื้นทั้งหมด โครงข่ายแม่น้ำก็หนาแน่น ความยากในการก่อสร้างสูงมาก"

กัวหยาง: "เพราะงั้นถึงเก็บไว้ให้พวกคุณไง มีแค่พวกคุณเท่านั้นแหละที่มีฝีมือทำได้"

ขงอวิ๋นและสวี่จื้อฮุยหันมามองหน้ากัน แล้วพยักหน้า "ได้ครับ ประธานกัว พวกเราจะรีบสรุปแผนการก่อสร้างออกมาให้เร็วที่สุด แต่เรื่องการขนส่งอุปกรณ์ พวกคุณคงต้องหาทางช่วยหน่อยนะ"

กัวหยางหัวเราะ "วางใจได้ เจียเหอมีวิธี"

อันที่จริงถ้าดูจากแผนที่ การออกทะเลจากมาตาดีนั้นใกล้ที่สุด ถึงจะมีน้ำตก แต่ถ้าสร้างทางรถไฟทะลุไปได้ก็สามารถออกทะเลได้ ต้นทุนจะยิ่งต่ำลง

แต่เป้าหมายของกัวหยางคือทั้งประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก

และหัวใจสำคัญของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกอยู่ที่เหมืองทองคำ เพชร โคบอลต์ และยูเรเนียมในภาคตะวันออก... ดังนั้น ยังไงก็ต้องไปภาคตะวันออกให้ได้

ทางรถไฟระหว่างมาตาดีกับจินซาซาก็ต้องซ่อมเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ตอนนี้

เขากำลังตั้งตารอให้คนฝรั่งเศสกับประธานาธิบดีอองตวนออกโรง หุ้น 30% ที่โอนให้หยาเค่อจะต้องแสดงคุณค่าของมันออกมาให้เห็น

ปล่อยให้หยาเค่อไปเปิดศึกกับพวกฝรั่งเศสแทน

ช่วงเวลาต่อจากนั้น เมื่อบริษัทรัฐวิสาหกิจจีนมารวมตัวกัน อุปกรณ์ก่อสร้างก็ทยอยส่งมาถึงเอ็มบันดากาผ่านทางเครือข่ายขนส่งทางแม่น้ำที่เจียเหอครอบครองอยู่

แต่สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นก่อนกลับเป็นโรงงานปูนซีเมนต์ โรงงานหินทราย และโรงงานสนับสนุนอื่นๆ

จากนั้นถึงจะเริ่มการก่อสร้าง

เรื่องโครงสร้างพื้นฐานมอบหมายให้บริษัทรัฐวิสาหกิจจีนจัดการ ส่วนกัวหยางก็ทุ่มเทความสนใจไปที่การเกษตร

ห่างจากเอ็มบันดากาไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 20 กว่ากิโลเมตร มีเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่งชื่อว่า เอ็นโกโล

ที่นี่คือหนึ่งในสวนปาล์มน้ำมันที่เก่าแก่ที่สุด

ต้นปาล์มแต่ละต้นสูงตระหง่านเสียดฟ้า ผลปาล์มน้ำมันรวมตัวกันเป็นทะลาย หนุ่มๆ ผิวสีปีนบันไดไม้ไผ่ขึ้นไป ใช้มีดโค้งตัดผลปาล์มน้ำมันลงมาอย่างแม่นยำ

ใต้ต้นมีคนคอยรับ แล้วขนไปขึ้นรถบรรทุกริมถนน

กัวหยางลงจากรถ พวกหนุ่มๆ ผิวสีที่กำลังทำงานก็ยิ่งคึกคักขึ้นไปอีก แถมยังส่งเสียงโห่ร้องดีใจ

กัวหยางถามเซี่ยโปที่อยู่ข้างๆ "คนงานพวกนี้ได้ค่าจ้างวันละเท่าไหร่?"

เซี่ยโป: "ประมาณ 5 หยวนต่อวันครับ"

กัวหยาง: "ถูกจนน่าตกใจเลยนะเนี่ย มิน่าล่ะถึงไม่ใช้เครื่องจักร การใช้แรงงานคนช่วยเพิ่มตำแหน่งงานได้มากกว่า แถมยังเป็นผลดีต่อความมั่นคงด้วย"

สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกก็มีข้อดีแค่นี้แหละ ถึงคนขี้เกียจจะเยอะ แต่ก็มีคนที่เต็มใจทำงานอยู่เสมอ

สวนปาล์มที่เอ็นโกโลประสบความสำเร็จมาก ผลผลิตปาล์มน้ำมันสูงมาก และคุณภาพก็ดีเยี่ยม

หลังจากขับรถวนดูตามเส้นทางหลักรอบหนึ่ง กัวหยางก็มาถึงตัวเมืองเอ็นโกโล

เอ็นโกโลไม่มีท่าเรือแม่น้ำ แต่มีสถานีรถไฟ แถมสถานีรถไฟยังวุ่นวายมาก ไม้และผลปาล์มน้ำมันคันแล้วคันเล่าถูกส่งจากที่นี่ไปยังเอ็มบันดากา

สวนปาล์มของเจียเหอกระจายตัวอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำ หรือใกล้กับทางรถไฟและถนนเป็นหลัก ภายนอกบริเวณสวนปาล์มยังคงมีป่าดิบชื้นผืนใหญ่อยู่

และสวนปาล์มก็กำลังขยายตัว ซึ่งการขยายตัวนั้นจำเป็นต้องตัดไม้

ทางรถไฟสายเอ็นโกโล-เอ็มบันดากาก็เพิ่งจะได้รับการซ่อมแซมเมื่อไม่นานมานี้

ในสวนปาล์มแห่งอื่นๆ ก็มีเส้นทางรถไฟที่เปิดใช้งานอย่างกระท่อนกระแท่น

ผลปาล์มน้ำมันและไม้ถูกส่งผ่านทางรถไฟและถนนไปยังท่าเรือแม่น้ำที่ใกล้ที่สุดอย่างไม่ขาดสาย

จากนั้นก็ขนส่งทางเรือ ไม้ส่งไปที่คิซานกานี ส่วนผลปาล์มน้ำมันส่งไปแปรรูปและสกัดที่เอ็มบันดากา

น้ำมันปาล์มและไบโอดีเซลลำเรือแล้วลำเรือเล่าก็ถูกส่งไปยังคิซานกานี

วันต่อมา กัวหยางก็มาถึงเมืองริมฝั่งแม่น้ำบังกูมา นอกจากปาล์มน้ำมันแล้ว ที่นี่ยังเป็นฐานผลิตข้าวและมันสำปะหลังที่สำคัญของเจียเหออีกด้วย

สภาพน้ำและอุณหภูมิที่อุดมสมบูรณ์ รวมถึงเมล็ดพันธุ์ที่เหมาะสม ทำให้ผลผลิตข้าวต่อหมู่สูงถึง 600-700 ชั่ง

ส่วนมันสำปะหลังยิ่งเวอร์เข้าไปใหญ่ หัวแต่ละหัวใหญ่โตจนน่าตกใจ ผลผลิตต่อหมู่สูงถึง 8 ตัน และมีปริมาณแป้งถึง 30%

เช่นเดียวกัน ข้าวและแป้งมันสำปะหลังลำแล้วลำเล่าก็ถูกส่งไปยังคิซานกานี แล้วกระจายไปขายยังเขตเหมืองแร่ทางภาคตะวันออก

ปีนี้ ปริมาณการขนถ่ายสินค้าบนเส้นทางเดินเรือเอ็มบันดากา-คิซานกานีเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลอีกครั้ง

เอ็มบันดากามีความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ขนาดนี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่ระดับนานาชาติจะไม่สังเกตเห็น

บทที่ 532 : ทางเลือกของหยาเค่อ

ในมุมที่ไม่มีใครสังเกตเห็น ครูฝึกชาวจีนจับจ้องชาวผิวขาวผมทองตาสีฟ้าและชาวผิวดำคนหนึ่งเดินเข้าไปในเต็นท์ของหยาเค่อ

ภายในเต็นท์

พนักงานผิวดำจากกลุ่มบริษัทว่านสี่อ้าแขนกว้าง: "เฮ้ เพื่อนเก่าของฉัน หยาเค่อ นายสบายดีไหม?"

หยาเค่อเมินเฉยต่ออ้อมกอดของเขา: "ก็ดี แล้วนายล่ะ สมิธ?"

สมิธทำท่าทางดีอกดีใจ ชี้ไปที่ชุดสูทบนตัว: "แน่นอน ดีสุดๆ ไปเลย ตอนนี้ฉันเป็นถึงผู้จัดการของกลุ่มบริษัทว่านสี่ เงินเดือนดีทีเดียวล่ะ แน่นอนว่าคงเทียบไม่ได้กับผู้สืบทอดตำแหน่งหัวหน้าเผ่าอย่างนายหรอกนะ"

ในอากาศที่ร้อนอบอ้าวขนาดนี้ สมิธที่ใส่สูทผูกไทเต็มยศดูเหมือนตัวประหลาด หยาเค่อพิจารณาชายผิวขาวที่สวมเสื้อแขนสั้นและกางเกงขาสั้นอยู่ข้างๆ

"ท่านนี้คือ?"

สมิธ: "ฉันขอแนะนำหน่อย นี่คือนิโคลัส·แอนโทนี่ ประธานกรรมการบริหารระดับสูงจากโททาลเอนเนอร์ยีส์"

นิโคลัสยื่นมือให้หยาเค่อ: "สวัสดี หัวหน้าเผ่าหยาเค่อ"

หยาเค่อยังคงเมินเฉย: "มีธุระอะไรก็พูดมาตรงๆ เวลาของผมมีค่ามาก"

ตอนนั้นสมิธก็กระโดดแทรกเข้ามาอีกครั้ง: "หยาเค่อ พวกเรามาที่นี่เพื่อให้แน่ใจว่านายจะได้เงินมากขึ้น พวกคนจีนกำลังฮุบผลประโยชน์ของนายไป และพวกเราก็มาเพื่อช่วยนาย"

หยาเค่อนิ่งเฉย มองทั้งสองคนเงียบๆ

นิโคลัสพูดว่า: "ช่วงสองเดือนมานี้ ไบโอดีเซล ผลปาล์มน้ำมัน เสบียงอาหาร และไม้ที่ส่งจากจังหวัดศูนย์สูตรไปยังคิซานกานีเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ทรัพยากรพวกนี้สร้างผลกำไรมหาศาลให้กับเจียเหอ ทั้งๆ ที่เดิมทีมันเป็นทรัพยากรของนาย"

หยาเค่อบอกว่า: "แต่ก็มีแค่คนจีนเท่านั้นที่ขุดมันขึ้นมาได้ และจังหวัดศูนย์สูตรเองก็ได้รายได้จากภาษีและโอกาสในการทำงานจากสิ่งนี้ด้วย"

สมิธ: "เฮ้ หยาเค่อ เมื่อเทียบกับสิ่งที่เสียไป รายรับที่นายได้มามันน้อยเกินไปแล้ว แต่พวกเราทำให้นายได้มากกว่านั้นนะ"

หยาเค่อนั่งลงบนเก้าอี้ในเต็นท์: "พวกนายอยากทำยังไงล่ะ?"

สมิธ: "สวนปาล์มน้ำมันอยู่ในถิ่นของนาย ไม้และที่ดินก็เป็นของนายด้วย หยาเค่อ ตอนนี้เจียเหอผูกขาดทรัพยากรไปหมด นายควรจะไล่พวกมันออกไป!"

หยาเค่อ: "แล้วไงต่อล่ะ ยกสวนกับโรงงานให้พวกนายเป็นคนจัดการงั้นเหรอ?"

สมิธ: "แน่นอน พวกเราเป็นเพื่อนกันนะ และยังสร้างรายได้ให้นายได้มากกว่าด้วย ถ้าสามฝ่ายร่วมมือกัน ในแต่ละปีนอกจากภาษีและตำแหน่งงานแล้ว พวกเรายังให้เงินนายเปล่าๆ ได้อีก 50 ล้านยูโรต่อปี!"

"เป็นไง ราคาขนาดนี้พอใจไหมล่ะ?"

หยาเค่อแค่นหัวเราะออกมา: "พวกนายกำลังให้ทานขอทานอยู่หรือไง?"

เมื่อนึกถึงหุ้น 30% ที่เจียเหอโอนให้เขาโดยตรง รวมถึงรายละเอียดทางการเงินที่เปิดเผยให้เขาดู หยาเค่อก็รู้สึกเหมือนถูกดูหมิ่น สายตาของเขาเริ่มคมกริบขึ้น

เมื่อสมิธเห็นดังนั้น จึงเพิ่มราคาเข้าไปอีก: "80 ล้านยูโร!"

"100 ล้านยูโร!" สมิธโวยวาย "ให้มากกว่านี้ไม่ได้แล้วเพื่อน นี่คือเส้นตายสุดท้ายแล้ว นายต้องเหลือให้พวกเราบ้าง"

หยาเค่อพูดประชดประชัน: "งั้นพวกนายก็ไปได้แล้ว"

"หยาเค่อ นายต้องล้อเล่นแน่ๆ" สมิธใช้รอยยิ้มกลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วน "มันไม่ตลกเลยนะ"

"ไม่"

หยาเค่อจ้องมองทั้งสองคน หน้าผากของสมิธมีเหงื่อผุดขึ้นมาอย่างหนัก จนเปียกชุ่มไปถึงบริเวณไหล่ของชุดสูท

"ผมพูดจริง ถ้าพวกนายอยากร่วมมือ อย่างน้อยก็ต้องแบ่งเท่าๆ กันสามฝ่าย!"

"นายบ้าไปแล้ว!" สมิธตะคอกกลับด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ "เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นไปได้อย่างเด็ดขาด ไม่มีใครยอมตกลงกับข้อเรียกร้องแบบนี้หรอก"

แต่ก็มีคนที่ให้เยอะขนาดนี้ แถมยังเป็นฝ่ายเสนอให้เองด้วยซ้ำ ยิ่งไปกว่านั้น นอกจากสิ่งเหล่านี้แล้ว ยังมีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ การค้าอาวุธ การฝึกซ้อมทางทหาร...

หยาเค่อเก็บเรื่องพวกนี้ไว้ในใจ แล้วพูดว่า: "ถ้างั้นก็ไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้ว เชิญแขกออกไป!"

ตอนนั้นเอง นิโคลัสจากโททาลก็เอ่ยปากขึ้น: "หัวหน้าเผ่าหยาเค่อ นายคิดให้ดีๆ นะ ถ้าออกนอกจังหวัดศูนย์สูตรไป นายก็ไม่มีความหมายอะไรเลยนะ!"

สมิธก็ตั้งสติได้: "ใช่ ทางรถไฟสายหลักที่เชื่อมระหว่างคิซานกานีกับพื้นที่ทะเลสาบใหญ่ก็เป็นของกลุ่มบริษัทว่านสี่ทั้งหมด!"

"ถ้าว่านสี่ไม่ตกลง สินค้าจากจังหวัดศูนย์สูตรก็อย่าหวังว่าจะส่งออกไปได้เลย!"

นิโคลัสพูดขึ้นอีก: "อิทธิพลของฝรั่งเศสบนดินแดนแห่งนี้ก็ยังมีอยู่นะ หยาเค่อ นายลองดูก็ได้!"

สมิธ: "หยาเค่อ แค่ร่วมมือกับว่านสี่และโททาล ทรัพยากรของฝรั่งเศสก็จะเปิดรับนาย ตลาดการค้าของไม้ ปาล์มน้ำมัน และเสบียง... ไม่นะ หยาเค่อ นายทำแบบนี้ไม่ได้"

สมิธยกมือทั้งสองข้างขึ้น ฝั่งตรงข้ามเขา หยาเค่อยกปืนพกขึ้นจ่อหน้าสมิธอย่างไม่คาดคิด จากนั้นก็หันปากกระบอกปืนไปทางนิโคลัสแทน:

"ไอ้หมูผิวขาว ฉันอยากจะลองดูว่ะ!"

เหล่าทหารยามต่างก็ยกปืนขึ้นมาเช่นกัน

หน้าผากของนิโคลัสก็มีเหงื่อผุดขึ้นมาเหมือนกัน เขายกมือทั้งสองข้างขึ้น: "เพื่อน ใจเย็นๆ ฆ่าฉันไปนายก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรหรอกนะ"

หยาเค่อ: "ผมไม่ชอบโดนข่มขู่ เข้ามาในถิ่นของผม ก็ควรหัดเคารพผมให้เป็น จำใส่สมองไว้หรือยัง?"

เมื่อมองปากกระบอกปืนสีดำสนิท นิโคลัสก็อกสั่นขวัญแขวน ริมฝีปากสั่นระริก: "จำได้แล้ว"

"ไสหัวไปซะ"

ทั้งสองคนกลัวจนลนลานหนีหัวซุกหัวซุน

ครูฝึกชาวจีนที่นั่งยองๆ อยู่ตรงมุมห้องเห็นเหตุการณ์ฉากนี้ ก็โล่งใจเหมือนยกภูเขาออกจากอก จากนั้นก็เห็นหยาเค่อนั่งรถออกไปโดยมีทหารยามล้อมรอบ

หยาเค่อนั่งอยู่บนรถ สองข้างทางมีภาพไร่นาและสวนปาล์มน้ำมันผ่านสายตาไปเป็นระยะ

บนถนนยังมักจะเจอรถบรรทุกที่เต็มไปด้วยสินค้าเกษตรและไม้ อาคารโรงงานหลายแห่งผุดขึ้นมาทีละแห่ง ถนนคอนกรีตแต่ละสายทอดยาวเข้าไปในป่าฝน

ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกที่ประชากรส่วนใหญ่มีระดับความยากจนและความอดอยากสูงมาก เอ็มบันดากาและเมืองใกล้เคียงอีกสองสามเมืองกลับไม่มีวิกฤตขาดแคลนเสบียงอาหาร

แถมยังสามารถขายเสบียงปริมาณมหาศาลออกไปข้างนอกได้อีกด้วย

นี่คือสิ่งที่เจียเหอนำมาให้ทั้งหมด

ผ่านไปครู่หนึ่ง หยาเค่อก็มาถึงโซนสำนักงานของเจียเหอในสวนบริเวณชานเมือง หลังจากการแจ้งให้ทราบ ผู้นำสูงสุดตัวจริงของเจียเหอก็เดินออกมา

การเคารพคืออะไร นี่ต่างหากล่ะของจริง

"เฮ้ หยาเค่อ ทำไมถึงมาปุบปับล่ะ ฉันเพิ่งกลับมาจากบังกูมา ถ้านายมาเร็วกว่านี้อีกนิด ฉันคงยังมาไม่ถึงแน่เลย"

หยาเค่อจับมือกับเขา พร้อมกับหัวเราะ: "นายช่างขยันจริงๆ บังกูมาต้องนั่งเรือไปถึงจะสะดวก"

กัวหยาง: "บังกูมาเป็นฐานผลิตเสบียงที่สำคัญที่สุดในบริเวณใกล้เคียง นายก็รู้ว่าช่วงนี้เสบียงในระดับนานาชาติกำลังเป็นที่ต้องการสูงมาก"

"ผมดูข้อมูลทางการเงินแล้ว" หยาเค่อพูด "พวกคุณตรงไปตรงมามาก ดังนั้นครั้งนี้ผมเลยปฏิเสธไอ้สองคนที่ไม่หวังดีไป"

กัวหยาง: "คนฝรั่งเศสเหรอ?"

หยาเค่อ: "ข่าวของคุณไวดีจริงๆ"

กัวหยาง: "อย่าลืมสิว่า ฉันยังมีครูฝึกอยู่ในค่ายทหารของนายนะ ได้ยินว่ามีคนผิวดำคนหนึ่งด้วย เป็นคนในเผ่าของนายหรือเปล่า?"

หยาเค่อ: "ไม่ เขาแค่เพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของผมที่ลูบูมบาชีน่ะ ตอนหลังก็อพยพไปฝรั่งเศส ดังนั้นเขาเลยเป็นคนฝรั่งเศสด้วย ไอ้คนทรยศที่ขายผลประโยชน์ของเผ่าพันธุ์ ผมเกือบจะฆ่าพวกมันทิ้งแล้วเชียว แต่เบื้องหลังของพวกมันคือฝรั่งเศส"

กัวหยางนึกเสียดายในใจ เขาเชิญอีกฝ่ายเข้ามาในห้องแอร์ แล้วให้ฉางเฟิงชงชามาให้

"นายมีเหตุผลมาก หยาเค่อ ถ้าฉันเป็นนาย ฉันอาจจะยิงพวกมันทิ้งไปแล้ว"

หยาเค่อจิบชา: "แต่ตอนนี้เรามีปัญหาแล้ว โททาลกับว่านสี่อาจจะลงมือกับพวกเรา โดยเฉพาะด้านการคมนาคม การที่การขนส่งสินค้าไม่มีประสิทธิภาพจะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ"

"ก็ค่อนข้างจะยุ่งยากจริงๆ"

กัวหยางลุกขึ้นยืน หันหน้าไปทางแผนที่บนผนัง แล้วใช้ความคิดครู่หนึ่ง: "หากมองในระยะยาว พวกเราต้องมีเส้นทางรถไฟออกนอกประเทศเป็นของตัวเอง"

หยาเค่อเองก็มายืนอยู่หน้าแผนที่ด้วย

จากคิซานกานีถึงทะเลสาบคิวูมีทางรถไฟที่สมบูรณ์เพียงสายเดียว สถานีปลายทางภายในอาณาเขตของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกคือเมืองบูคาวูซึ่งเป็นเมืองเอกของจังหวัดคิวู

กัวหยาง: "ทำเนียบประธานาธิบดีสามารถส่งอิทธิพลไปถึงบูคาวูได้ไหม?"

หยาเค่อส่ายหน้า: "คิซานกานีได้ แต่บูคาวูนี่ยาก พื้นที่ภูเขาบริเวณใกล้เคียงมีกองกำลังติดอาวุธที่ไม่ใช่ของรัฐยึดครองอยู่เยอะแยะ และเบื้องหลังล้วนมีคนหนุนหลังทั้งนั้น"

กัวหยาง: "งั้นก็ค่อนข้างยากแล้วล่ะ ทำได้แค่ลดปริมาณสินค้าที่ส่งไปทางทิศตะวันออก แล้วเพิ่มการขนส่งไปยังท่าเรือมาตาดีแทน โดยรวมแล้วอาจจะต้องลดปริมาณสินค้าลงเกือบครึ่ง"

"เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ?"

หยาเค่อพูดอย่างตกใจ จู่ๆ ก็รู้สึกปวดใจขึ้นมา โดยเฉพาะหลังจากที่ได้ดูข้อมูลการเงินที่ชัดเจนแล้ว เขารู้ดีว่าสิ่งนี้เกี่ยวข้องกับความมั่งคั่งมหาศาลขนาดไหน

ผลปาล์มน้ำมันสามารถนำมาแปรรูปเป็นน้ำมันปาล์ม ซึ่งเป็นเสบียงน้ำมันพืชที่ขาดแคลนไปทั่วโลกร่วมกับข้าวสารและแป้ง เป็นที่ต้องการอย่างมาก

ไบโอดีเซลและไม้ก็ล้วนเป็นทรัพยากรชั้นยอด ซึ่งไม่ขาดแคลนตลาดรองรับเช่นกัน

และยังสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างงดงามอีกด้วย

หากคำนวณตามหุ้น 30% สินค้าที่ลดลงครึ่งหนึ่งก็เท่ากับสูญเสียอย่างน้อยร้อยล้านดอลลาร์ ไม่ต้องพูดถึงผลกระทบอื่นๆ ที่จะตามมาเลย

กัวหยางจ้องมองแผนที่: "นายควรจะรู้ดีกว่าฉันนะว่าสภาพการคมนาคมของจังหวัดศูนย์สูตรมันย่ำแย่ขนาดไหน บริษัทก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานจากจีนขยันมาก ทางรถไฟที่เชื่อมไปคิซานกานีอีกไม่นานก็จะซ่อมแซมเสร็จ แต่การจะข้ามผ่านจังหวัดคิวูเหนือและจังหวัดคิวู มีความเป็นไปได้สูงที่จะถูกโจมตีจากกองกำลังติดอาวุธ"

"ไม่หรอก มันจะต้องถูกโจมตีแน่นอน!" หยาเค่อพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น: "พวกนั้นน่ะเพื่อเงินแล้ว ทำได้ทุกอย่างแหละ!"

กัวหยางแบมือ มองหยาเค่ออย่างจนปัญญา: "ดูเหมือนว่าคงทำได้แค่ชะลอความเร็วในการพัฒนาลงเท่านั้น"

หยาเค่อ: "ไม่มีวิธีอื่นเลยเหรอ?"

กัวหยาง: "เว้นเสียแต่ว่าพวกเราจะมีกองกำลังติดอาวุธในภาคตะวันออกด้วย หรือไม่ก็ต้องปล่อยหุ้นส่วนหนึ่งออกไปอีก แต่นายก็รู้ดีว่าพวกนั้นมันโลภมาก เหมือนพวกไฮยีน่าตราบใดที่พวกเราแสดงความกลัวออกมา พวกมันก็จะพุ่งเข้ามาขย้ำอย่างบ้าคลั่ง"

ทั้งสองคนจ้องมองแผนที่ ทันใดนั้น บนหลังคากระเบื้องเคลือบก็มีเสียงเม็ดฝนตกกระทบถี่ยิบและรุนแรงราวกับจะเร่งเร้าจิตใจคน

หยาเค่อพูดโพล่งขึ้นมาว่า: "คุณพูดถูก พวกเราจำเป็นต้องมีกองกำลังติดอาวุธในภาคตะวันออก"

กัวหยางมีสีหน้าตกตะลึง มองเขาอย่างอึ้งๆ

หยาเค่อกลับพูดอย่างหนักแน่น: "เพื่อน ตอนนี้พวกเรารวยมาก ธุรกิจของพวกเรายังทำเงินได้มากกว่าธุรกิจทำเหมืองทางตะวันออกเสียอีก

พวกมันยังสามารถเลี้ยงกองกำลังติดอาวุธได้ ผมเองก็ต้องเลี้ยงได้เหมือนกัน!

อีกอย่าง ผมก็รับเงินคุณมาแล้ว เรื่องนี้มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว"

กัวหยางพูดด้วยความประหลาดใจ: "แต่ทางตะวันออกมันล้ำเส้นนะ ทำเนียบประธานาธิบดีจะไม่พอใจนายเอาได้"

พายุฝนตกลงมาพักหนึ่ง แล้วก็หยุดกะทันหัน กลับกลายเป็นว่ามีแสงแดดส่องผ่านกระจกเข้ามา

"ทำเนียบประธานาธิบดีก็มีแต่พวกไร้น้ำยาแหละ!"

หยาเค่อด่าทอ: "อิทธิพลของพวกมันทางตะวันออกอ่อนแอมาก ไม่ใช่แค่ในจังหวัดคิวู แต่ในจังหวัดกาตองกาก็เหมือนกัน ในแต่ละปีมีทองคำและเพชรจำนวนมหาศาลไหลออกนอกประเทศ

กองทัพของพวกมันไม่มีวิธีรับมือกับพวกกองกำลังติดอาวุธที่หลบซ่อนตัวอยู่ในภูเขาเลยแม้แต่น้อย!"

หยาเค่อชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเจ็บปวดและโกรธแค้น: "ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป รวันดาจะต้องก่อสงครามเพื่อบังคับยึดครองเหมืองแร่เข้าสักวัน!"

"ประเทศนี้กำลังเลือดออกอยู่ตลอดเวลา นั่งทับอยู่บนเหมืองทองคำและเหมืองเพชรแต่กลับต้องหลั่งเลือด!"

นี่เป็นครั้งแรกเลยที่กัวหยางเห็นหยาเค่อเสียอาการ ตลอดมาเขาจะเป็นภาพลักษณ์ที่สุขุมเยือกเย็นเสมอ

ทว่า

ช่างเป็นวัยรุ่นเลือดร้อนจริงๆ เลยแฮะ!

"ฉันสนับสนุนนาย!"

กัวหยางตบไหล่หยาเค่อเบาๆ: "เจียเหอจะใช้ความสัมพันธ์กับรัฐบาลจีนเพื่อจัดหาอาวุธที่ดีที่สุดให้ทหารของนาย"

"ต่อให้ทำเนียบประธานาธิบดีจะเป็นศัตรูกับนาย เจียเหอก็จะยืนอยู่ข้างนายอย่างแน่วแน่!"

หยาเค่อ: "ขอบคุณนะเพื่อน"

"นี่คือมิตรภาพที่สะสมมาตั้งแต่รุ่นพ่อนายแล้ว"

กัวหยางมีความรู้สึกว่าทวีปแอฟริกาอาจจะกำลังจะได้ผู้นำที่ยิ่งใหญ่คนใหม่อีกครั้ง ต่อให้ต้องลงแรงไปสักหน่อย เจียเหอก็จะดันเขาขึ้นไปให้ได้

และนี่ก็คือความตั้งใจเดิมของเขาเช่นกัน การขอยืมกองกำลังของหยาเค่อไปกระตุ้นเส้นประสาทของขุมกำลังฝ่ายต่างๆ เพื่อทำให้บ่อน้ำนี้ขุ่นคลั่ก

ไม่ว่าหยาเค่อจะทำไปเพื่อปกป้องผลประโยชน์มหาศาล หรือเพราะความเป็นวัยรุ่นเลือดร้อนจริงๆ สรุปแล้วทุกอย่างก็ยังคงดำเนินไปตามที่คาดการณ์ไว้

หลังจากตกลงเรื่องการวางเส้นทางรถไฟของตัวเองไปที่บูคาวูได้แล้ว เจียเหอก็เริ่มลงมือ

บูคาวูตั้งอยู่ริมฝั่งทิศใต้ของทะเลสาบคิวู เป็นเมืองชายแดนที่อยู่ใกล้กับรวันดา แทบจะเปรียบได้กับสวนหลังบ้านของรวันดาเลยก็ว่าได้

นอกจากนี้ยังเป็นเขตเหมืองแร่ที่สำคัญ

การที่เจียเหอต้องการจะไปลงทุนก่อสร้างทางรถไฟในพื้นที่นี้ ก็ได้รับการอนุมัติด้วยวาจาจากทำเนียบประธานาธิบดีอย่างรวดเร็ว

อันที่จริงต่อให้ไม่อนุมัติก็ไม่เป็นไร ยิ่งลึกเข้าไปทางตะวันออกของคองโกมากเท่าไหร่ อิทธิพลของทำเนียบประธานาธิบดีก็ยิ่งอ่อนแอลงเท่านั้น

นอกจากกองกำลังติดอาวุธที่ไม่ได้อยู่ภายใต้รัฐแล้ว ก็ยังมีขุนศึกบางกลุ่มที่ฉากหน้าทำตามคำสั่งของทำเนียบประธานาธิบดียึดครองพื้นที่อยู่ด้วย

หยาเค่อจะเป็นคนไปเกลี้ยกล่อมขุนศึกพวกนี้ โดยใช้เสบียง เงิน หรือไม่ก็กำลังทหาร ส่วนพวกที่ต้องใช้ไม้แข็งจัดการจริงๆ ก็คือพวกกองกำลังติดอาวุธที่ไม่ได้ขึ้นตรงต่อรัฐ

และเพื่อจะทำให้หยาเค่อกระตือรือร้นในการทำงานมากขึ้น กัวหยางก็ลดการขนส่งสินค้าออกไปข้างนอกลงอย่างมากด้วย

ขณะเดียวกัน ก็ยังเอาสถานการณ์การเงินไปให้หยาเค่อดูอย่างสม่ำเสมอ

หนึ่งเดือนต่อมา

เจ้าหน้าที่บริหารก็เอาข้อมูลการเงินในช่วงนี้มาให้อีกครั้ง: "หัวหน้าครับ ผลกำไรของสัปดาห์นี้ลดลงไปอีกสิบเปอร์เซ็นต์แล้วครับ"

หยาเค่อสวมชุดทหารแขนสั้น นั่งวางมาดอยู่บนเก้าอี้ เขาเลิกคิ้วถาม: "สาเหตุล่ะ?"

เจ้าหน้าที่บริหาร: "สินค้าจำนวนมหาศาลถูกปิดกั้นอยู่ที่ลูบูตู น่าจะเป็นฝีมือของพวกฝรั่งเศสครับ คราวก่อนพวกมันขึ้นราคาค่าขนส่ง ครั้งนี้ถึงขั้นเข้ามาแทรกแซงปริมาณการขนส่งโดยตรงแล้ว"

ลูบูตูเป็นสถานีระหว่างทางของคิซานกานีกับบูคาวู เป็นจุดศูนย์รวมของทางรถไฟทั้งสองสาย ซึ่งตั้งอยู่ในเขตของจังหวัดมานีเอมา

เป็นไปได้แค่ว่าจะเป็นคนฝรั่งเศส

หยาเค่อถาม: "ทางรถไฟของพวกคนจีนสร้างไปถึงไหนแล้ว?"

เจ้าหน้าที่บริหาร: "ถึงมอมโปโนแล้วครับ ทำงานได้รวดเร็วมาก อีกแค่ครึ่งทางก็จะถึงคิซานกานีแล้วครับ"

หยาเค่อเบ้ปาก: "ยังไม่พ้นจังหวัดศูนย์สูตรเลย ออกนอกจังหวัดศูนย์สูตรกับจังหวัดตะวันออกไปแล้วต่างหากถึงจะเป็นงานหินของจริง ไปบอกให้พวกคนจีนทำอะไรให้มันเร็วๆ หน่อย เสียเวลาไปวันหนึ่ง ก็ได้เงินน้อยลงไปตั้งหลายล้านเลยนะ"

ตอนนั้นเอง เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น หลังจากเจ้าหน้าที่บริหารรับสาย เขาก็กระซิบข้างหูของหยาเค่อเบาๆ: "ประธานาธิบดีอองตวนครับ"

หยาเค่อเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะรับโทรศัพท์มา: "ท่านประธานาธิบดีอองตวน มีคำสั่งอะไรหรือครับ?"

อองตวน: "ฟังนะ หยาเค่อ ฉันต้องการเสบียง เสบียงปริมาณมหาศาลเลยล่ะ ตอนนี้ทั่วทั้งประเทศกำลังเกิดความอดอยาก ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของประเทศ นายมีหน้าที่ต้องออกแรงช่วย ฉันรู้ว่าจังหวัดศูนย์สูตรมีเสบียงเพียงพอ"

หยาเค่อเอียงคอมองเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายเจ้าหน้าที่บริหารก็เข้าใจในทันทีและพยักหน้ารับ หยาเค่อจึงพูดว่า: "เดือนที่แล้วไม่ได้ส่งเสบียงไปให้ลอตหนึ่งแล้วเหรอครับ?"

อองตวน: "นั่นมันส่วนของฉัน ตอนนี้ มันคือสิ่งที่ประเทศชาติต้องการ!"

หยาเค่อวางสาย ก่อนจะพูดกับเจ้าหน้าที่บริหาร: "รีบไปตรวจสอบมาเดี๋ยวนี้ว่าเกิดอะไรขึ้น?"

ผ่านไปไม่นาน โทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง: "นายบอกมา ว่าต้องการเงื่อนไขอะไร?"

หยาเค่อ: "แต่งตั้งผมเป็นผู้บัญชาการทหารบก"

อองตวน: "เป็นไปไม่ได้!"

หยาเค่อกดวางสายไปอีกครั้ง ตอนนั้นเองเจ้าหน้าที่บริหารก็กลับมา: "หนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้ เกิดการจลาจลครั้งใหญ่ในจินซาซา ในขณะเดียวกันที่จังหวัดบันดุนดู จังหวัดคาไซ และจังหวัดกาตองกา ก็เกิดความวุ่นวายขึ้นด้วยครับ"

เสียงกระดิ่งโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง

จบบทที่ บทที่ 531 : การก่อสร้าง | บทที่ 532 : ทางเลือกของหยาเค่อ

คัดลอกลิงก์แล้ว