เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 467 : แผนการควบรวมกิจการเมล็ดพันธุ์ในยุโรป | บทที่ 468 : จบทริปยุโรป

บทที่ 467 : แผนการควบรวมกิจการเมล็ดพันธุ์ในยุโรป | บทที่ 468 : จบทริปยุโรป

บทที่ 467 : แผนการควบรวมกิจการเมล็ดพันธุ์ในยุโรป | บทที่ 468 : จบทริปยุโรป


บทที่ 467 : แผนการควบรวมกิจการเมล็ดพันธุ์ในยุโรป

กัวหยางเดินทางมาถึงร็อตเตอร์ดัมก่อนฟ้ามืดเพื่อเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองนี้

หลังจากการเฉลิมฉลองจบลง ทีมควบรวมกิจการถึงได้เริ่มงานขั้นต่อไป

สำหรับภาพรวมสินทรัพย์ของผู่เล่อเหวยเหม่ย ไอวิกได้จัดการรวบรวมข้อมูลไว้อย่างชัดเจนและครอบคลุมตั้งแต่ก่อนยื่นประมูลแล้ว ตอนนี้จึงสามารถดำเนินการเจรจาเชิงลึกต่อได้ทันที

เริ่มจากลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นกับผู่เล่อเหวยเหม่ย เรื่องนี้ไม่มีอะไรต้องพูดมาก ทุกอย่างถูกกำหนดไว้หมดแล้ว

ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม ฉวนหวางไบโอก็ได้ลงนามในสัญญาอย่างเป็นทางการกับผู่เล่อเหวยเหม่ย

ลำดับถัดมาคือการยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการยุโรปตาม 'กฎระเบียบว่าด้วยการควบรวมกิจการของสหภาพยุโรป ปี 2004'

นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุด

และเป็นด่านสุดท้ายด้วยเช่นกัน

หลังจากลงนามในสัญญาเสร็จสิ้น ทีมควบรวมกิจการก็ทำการตรวจสอบและแก้ไขเอกสารยื่นเรื่องเป็นครั้งสุดท้าย

หลังจากยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการยุโรปแล้ว เคอร์สตันก็มาปรากฏตัวอยู่ข้างกัวหยาง สีหน้าของเขาดูมีความกังวลอยู่บ้าง

การควบรวมกิจการข้ามชาติครั้งนี้มีสเกลที่ใหญ่มาก ราคาซื้อขายสุดท้ายจบลงที่ 2.56 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในบรรดาบริษัทอีกสามแห่งที่เหลือ คาร์กิลล์เสนอราคาต่ำสุดที่ 2.14 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนไท่เกาและตี้ซือม่านเสนอราคาอยู่ที่ประมาณ 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งต่ำกว่าฉวนหวางเล็กน้อย

อัตราส่วนพรีเมียมพุ่งสูงถึง 40% แต่นั่นเป็นเพราะมูลค่าตลาดของผู่เล่อเหวยเหม่ยหดตัวลง

เมื่อสองปีก่อน ไท่เกาก็เคยเสนอราคาซื้อผู่เล่อเหวยเหม่ยสูงถึง 2.6 พันล้านยูโรมาแล้ว

ดังนั้นอัตราส่วนพรีเมียมในปัจจุบันถือเป็นสิ่งที่ฉวนหวางรับได้

และเมื่อเทียบกับการควบรวมกิจการข้ามชาติอื่นๆ ในประเทศจีน อัตราพรีเมียมนี้ถือว่าต่ำมากแล้ว

เนื่องจากมีเวลาเตรียมตัวล่วงหน้า การทำงานของพวกเคอร์สตันจึงออกมาสมบูรณ์แบบมาก แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคณะกรรมาธิการยุโรป พวกเขาก็ไม่กล้ารับประกันเต็มร้อย

"ถึงผมจะพอรู้มาบ้างแล้ว แต่ก็อยากคอนเฟิร์มอีกสักรอบว่าเจียเหอไม่มีรัฐบาลหนุนหลังใช่ไหมครับ กัว?"

"ไม่มีครับ เจียเหอเป็นบริษัทเอกชนล้วนๆ มีแค่เทียนเหอกับบริษัทมู่เหอเท่านั้นที่มีรัฐวิสาหกิจเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทละหนึ่งแห่ง แต่สัดส่วนการถือหุ้นก็น้อยมาก"

ช่วงสองปีมานี้ บริษัทจากประเทศจีนได้เริ่มการควบรวมกิจการในยุโรปหลายต่อหลายครั้ง จนทำให้คนบางกลุ่มเริ่มกังวล

คณะกรรมาธิการยุโรปจึงเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและจำกัดการควบรวมกิจการของบริษัทจากประเทศจีน

ในการตรวจสอบผลประกอบการ ไม่เพียงแต่จะคำนวณรายได้ของบริษัทที่ทำการเข้าซื้อเท่านั้น แต่ยังต้องคำนวณรายได้ของบริษัทประเภทเดียวกันอื่นๆ ที่อยู่ภายใต้เครือข่ายของรัฐด้วย

ด้วยเหตุนี้ ความยากในการควบรวมกิจการข้ามชาติของรัฐวิสาหกิจจีนจึงเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลโดยปริยาย

แต่เนื่องจากฉวนหวางและเจียเหอล้วนเป็นบริษัทเอกชน ยอดขายรวมทั่วโลกของฉวนหวางและผู่เล่อเหวยเหม่ยจึงไม่เกิน 5 พันล้านยูโร

ส่วนยอดขายในสหภาพยุโรป ก็มีแค่ผู่เล่อเหวยเหม่ยบริษัทเดียวที่มียอดขายเกิน 250 ล้านยูโร

หากดูตามเงื่อนไขการตรวจสอบ การเข้าซื้อกิจการผู่เล่อเหวยเหม่ยของฉวนหวางไบโอนั้นผ่านเกณฑ์ข้อกำหนดของคณะกรรมาธิการยุโรปครบทุกข้อ

แต่พอถึงเวลาจริงๆ เคอร์สตันกลับเป็นฝ่ายที่รู้สึกตื่นเต้นและประหม่าขึ้นมาเสียเอง

กัวหยางรู้สึกขำเล็กน้อย "ทำใจให้สบายเถอะน่า ขนาดหัวเซี่ยหลานซิงเข้าซื้อกิจการ Elkem ของนอร์เวย์ยังผ่านเลย"

หัวเซี่ยหลานซิงเป็นบริษัทลูกของเคมไชน่า ดีลการควบรวมกิจการนี้เพิ่งผ่านพ้นไปได้แค่สองสามเดือนและกลายเป็นข่าวใหญ่โตในประเทศจีน กัวหยางเองก็ศึกษาเรื่องนี้มาอย่างละเอียดแล้วเช่นกัน

ดังนั้น กัวหยางจึงมองว่าคณะกรรมาธิการยุโรปไม่มีเหตุผลอะไรที่จะมาขัดขวางฉวนหวาง

"แทนที่จะมากังวลเรื่องนี้ ผมว่าพวกคุณเริ่มทำงานชิ้นต่อไปได้แล้วล่ะ"

"เอ่อ... ยังมีงานอะไรอีกเหรอครับ?"

เคอร์สตันไม่เข้าใจ เขาตั้งใจจะใช้ช่วงเวลาว่างนี้ไปพักร้อนเสียหน่อย... แสงแดด หาดทราย สาวสวย...

กัวหยางหัวเราะเบาๆ "คุณคงไม่ได้คิดว่าแค่ผู่เล่อเหวยเหม่ยบริษัทเดียวจะทำให้ผมอิ่มหรอกนะ?"

"คุณหมายความว่า..."

เคอร์สตันทบทวนความคิดในใจ

ตามสัญญาที่ไอวิกลงนามกับเจียเหอ วาณิชธนกิจไอวิกได้วางแผนกลยุทธ์การควบรวมกิจการแบบครบวงจรให้กับเจียเหอ

แต่ก็ยังไม่ได้นำมาปฏิบัติจริงเสียที

การควบรวมกิจการเชิงกลยุทธ์ไม่ใช่แค่การซื้อกิจการธรรมดา แต่ยังต้องคัดกรองเป้าหมายที่เหมาะสมจากทั่วโลกให้สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ของผู้ว่าจ้างด้วย

วาณิชธนกิจไอวิกได้คัดเลือกเป้าหมายในการควบรวมกิจการไว้ให้เจียเหอมากมาย

กัวหยางพยักหน้า "ผมคิดว่าถึงเวลาต้องเริ่มแล้วล่ะ มูลค่าประเมินของหลายๆ บริษัทตอนนี้ถือว่าถูกมากเลยนะ"

แม้อากาศจะแจ่มใส แต่จู่ๆ เคอร์สตันก็ขนลุกซู่ขึ้นมา "กัว คุณเล็งบริษัทไหนไว้ครับ? ไอวิกจะจัดการคว้ามาให้คุณเอง"

"รุ่ยเค่อซือวั่งดีไหม?"

"..."

"แล้วบริษัทปี้จิ่วล่ะ? หรือจะเป็นบริษัทอันตี้ก็ได้นะ"

"เอ่อ..." เคอร์สตันส่ายหน้าอย่างกระอักกระอ่วน "กัว ผมยอมรับก็ได้ว่าเมื่อกี้ผมขี้โม้ไปหน่อย"

รุ่ยเค่อซือวั่ง บริษัทอันตี้ และบริษัทปี้จิ่ว ล้วนเป็นบริษัทเมล็ดพันธุ์ผักของเนเธอร์แลนด์ที่ติดอันดับท็อปเท็นของโลก

ก็ใช่ว่าจะขายให้ไม่ได้หรอกนะ

แต่บริษัทเมล็ดพันธุ์เหล่านี้มีผลประกอบการที่ยอดเยี่ยมมาก ความยากในการเข้าซื้อกิจการจึงสูงทะลุฟ้าเลยทีเดียว

กัวหยางกล่าวต่อ "ไปรวบรวมข้อมูลอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์มาใหม่อีกรอบนะ เราต้องการบริษัททั้งสามประเภทเลย ทั้งพืชไร่ เมล็ดพันธุ์ผัก แล้วก็เมล็ดพันธุ์ดอกไม้"

ทั้งสามประเภทนี้ครอบคลุมประเภทเมล็ดพันธุ์พืชเกษตรทั้งหมดที่มีการค้าขายกันทั่วโลก

เคอร์สตันรู้ดีว่านี่เป็นธุรกิจที่ใหญ่มากเช่นกัน หากรวมกันแล้ว สเกลของมันอาจจะไม่เล็กไปกว่าผู่เล่อเหวยเหม่ยเลย

"มีข้อกำหนดอะไรเป็นพิเศษไหมครับ?"

"อย่างน้อยก็ต้องมีส่วนแบ่งการตลาดในภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง หรือในสายงานใดสายงานหนึ่ง โดยเฉพาะเมล็ดพันธุ์พืชไร่และเมล็ดพันธุ์ผัก ต้องพิจารณาด้วยว่าจะเจาะเข้าสู่ตลาดอย่างรวดเร็วได้อย่างไร"

เคอร์สตันครุ่นคิด "ถ้าเป็นบริษัทเมล็ดพันธุ์ผัก เลือกในเนเธอร์แลนด์น่าจะดีที่สุด ส่วนพืชไร่อาจจะดูที่ฝรั่งเศสหรือเยอรมนี..."

กัวหยางเห็นด้วยกับบทวิเคราะห์ของเคอร์สตัน

เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และอเมริกา ทั้งสามประเทศนี้ครองตำแหน่งท็อปทรีของโลกในด้านมูลค่าการส่งออกเมล็ดพันธุ์พืชเกษตรมาโดยตลอด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนเธอร์แลนด์ที่ทิ้งห่างประเทศอื่นๆ แบบไม่เห็นฝุ่นในด้านการส่งออกเมล็ดพันธุ์ผัก ในหลายๆ ปีก็มีมูลค่าสูงกว่าอันดับสองถึงสองเท่า

แต่ในขณะเดียวกัน การนำเข้าเมล็ดพันธุ์ผักของเนเธอร์แลนด์ก็รั้งอันดับหนึ่งเช่นกัน

ดังนั้น สำหรับเมล็ดพันธุ์ผักแล้ว การเข้าซื้อบริษัทท้องถิ่นในเนเธอร์แลนด์เพื่อตั้งเป็นบริษัทสาขาถือเป็นวิธีที่ถูกต้องที่สุด

ส่วนเมล็ดพันธุ์พืชไร่นั้น เอาเข้าจริงกัวหยางก็ยังมืดแปดด้าน เพราะบริษัทที่เขารู้จักมักจะเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการ ซึ่งมีโอกาสเข้าซื้อได้น้อยมาก

บรรดายักษ์ใหญ่ในวงการเมล็ดพันธุ์ล้วนเติบโตมาจากการควบรวมกิจการตลอดเส้นทาง

ตัวเลือกที่เหลือให้เทียนเหอเข้าซื้อจึงมีไม่มากนัก ทำได้เพียงปล่อยให้วาณิชธนกิจไปคัดกรองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ในยุโรป เทียนเหอก็ได้ก่อตั้งสถาบันวิจัยไว้ด้วยเช่นกัน เพียงแต่ยังไม่มีช่องทางการจัดจำหน่าย

และผู้ดูแลสถาบันวิจัยก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนคุ้นเคยของกัวหยาง... เฉินอวิ๋นเผิงนั่นเอง

เพื่อนร่วมชั้นสมัยเรียนป.โทของเขา

เงินก้อนแรกที่เขาหามาได้ในตอนนั้น ก็มาจากการขายสิทธิ์การไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเดวิสให้กับเฉินอวิ๋นเผิง

สถานที่ตั้งของสถาบันวิจัยอยู่ในฮันโนเวอร์ ทางตอนเหนือของเยอรมนี

ภูมิประเทศของเยอรมนีมีลักษณะเหนือต่ำใต้สูง ทางเหนือและตะวันตกเป็นที่ราบ ส่วนทางใต้เป็นเขตภูเขา

ทว่าอินทรียวัตถุในดินบริเวณที่ราบทางตอนเหนือมีไม่เพียงพอ อุณหภูมิสะสมก็ต่ำ ดังนั้นจึงเน้นไปที่การปศุสัตว์และการปลูกชูการ์บีทเป็นหลัก

การเพาะปลูกมีไว้เพื่อรองรับอุตสาหกรรมปศุสัตว์ โดยมีหญ้าเลี้ยงสัตว์และข้าวโพดหมักเป็นหลัก

หลังจากยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการยุโรป กัวหยางก็เดินทางมาที่ฮันโนเวอร์อีกครั้งในรอบหลายปี

เมืองทั้งเมืองแทบจะดูไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย ในเมืองบวร์คดอร์ฟของฮันโนเวอร์ กัวหยางได้พบกับเฉินอวิ๋นเผิง

"ผอมลงไปเยอะเลยนะเนี่ย วันหลังเปลี่ยนชื่อเป็น 'พยัคฆ์ผอม' ดีไหม"

ทันทีที่เจอกัน กัวหยางก็เป็นฝ่ายชิงแซวขึ้นมาก่อน เขาเกรงว่าเฉินอวิ๋นเผิงจะปรับตัวไม่ทันกับสถานะของพวกเขาในตอนนี้ที่เปลี่ยนไปแล้ว

มุมปากของเฉินอวิ๋นเผิงกระตุกเล็กน้อย เมื่อนึกถึงฉายาที่เพื่อนๆ แอบตั้งให้เขาลับหลังในสมัยก่อน

แอบรู้สึกจุกอกอยู่เหมือนกัน

แต่นั่นก็แสดงว่ากัวหยางยังจำมิตรภาพนี้ได้อยู่ "หลายปีมานี้ฉันชอบเตะบอลน่ะ ก็เลยผอมลง"

"ก็ดีนะ แล้วทำงานที่นี่ชินหรือยังล่ะ?"

"ก็พอไหวอยู่ แค่การทำงานยังไม่มีผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ที่นายมาครั้งนี้คงไม่ได้จะมาไล่ฉันออกหรอกนะ"

"ฮ่าๆๆ นายคิดมากไปแล้ว การเพาะพันธุ์มันจะไปง่ายขนาดนั้นได้ยังไง ฉันไม่ใช่คนไม่รู้เรื่องรู้ราวสักหน่อย"

"สำหรับเทียนเหอแล้ว มันดูง่ายมากเลยนะ"

"เอ่อ..."

หน้าที่หลักของเขาที่นี่คือการเพาะพันธุ์ข้าวโพดและหญ้าเลี้ยงสัตว์

ปกติแล้ว วงจรการเพาะพันธุ์พืชสายพันธุ์หนึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 ปีขึ้นไป ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจึงแทบไม่มีสายพันธุ์ไหนที่พอจะนำไปอวดใครได้เลย

แต่เทียนเหอในประเทศกลับมีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง เรื่องนี้ทำให้เฉินอวิ๋นเผิงรู้สึกท้อแท้อยู่บ้าง

กัวหยางไม่ได้พูดอะไรต่อ ที่เทียนเหอมองว่ามันง่ายก็เพราะมี 'ร้านค้าเมล็ดพันธุ์' คอยสนับสนุน อีกอย่างสถาบันวิทยาศาสตร์เทียนเหอก็ทุ่มงบในการวิจัยและพัฒนาสูงมาโดยตลอด

"ไปเดินเล่นด้วยกันเถอะ"

ในเมืองบวร์คดอร์ฟ พื้นที่เพาะปลูก ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ และป่าไม้สลับซับซ้อนเกี่ยวร้อยกัน กัวหยางกับเฉินอวิ๋นเผิงเดินเล่นอยู่ใต้ร่มไม้ครู่หนึ่ง

การไม่มีเมล็ดพันธุ์ที่พร้อมสำหรับจำหน่ายคือปัญหาที่ใหญ่ที่สุดที่เทียนเหอต้องเผชิญเมื่อออกสู่ตลาดต่างประเทศ

แม้แต่ในตลาดอเมริกาที่ได้รับความสำคัญมากกว่า ก็ยังมีสายพันธุ์เชิงพาณิชย์เพียงสองสายพันธุ์เท่านั้น แถมยังเป็นสายพันธุ์ที่ถูกเพาะขึ้นโดยมีพื้นฐานมาจากซีรีส์เทียนอวี้อีกต่างหาก

แต่ภูมิศาสตร์ธรรมชาติและสภาพอากาศระหว่างทวีปนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เมล็ดพันธุ์ที่ให้ผลผลิตดีในประเทศ พอออกนอกประเทศแล้วปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมไม่ได้ถือเป็นเรื่องปกติ จึงจำเป็นต้องมีมาตรการทางเทคนิคเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะจุด

รูปแบบหนึ่งที่เทียนเหอวาดฝันไว้คือ: ทำการวิจัยและพัฒนาในพื้นที่เพาะปลูกต่างประเทศ ผลิตเมล็ดพันธุ์ในประเทศ แล้วค่อยแปรรูปส่งออกไปต่างประเทศ

วิธีนี้จะทำให้เกิดผลประโยชน์สูงสุด ทั้งได้กำไรมหาศาลจากตลาดต่างประเทศ และยังได้ใช้ประโยชน์จากต้นทุนการผลิตเมล็ดพันธุ์ที่ต่ำในประเทศอีกด้วย

แต่เมื่อดูจากสถานการณ์ตอนนี้ ความยากค่อนข้างจะสูงเกินไปหน่อย เพราะแค่ขั้นแรกอย่างการวิจัยและพัฒนาก็ยังก้าวข้ามไปได้ไม่สุดเลย

แม้จะเป็นบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศจีน ส่วนใหญ่ก็ยังตั้งศูนย์วิจัย ผลิต และจัดจำหน่ายภายในประเทศจีนทั้งสิ้น

บริษัทเซียนเฟิงต้องใช้เวลาถึง 18 ปีกว่าจะเพาะพันธุ์เซียนอวี้ 335 ออกมาได้สำเร็จหนึ่งสายพันธุ์

ด้วยวิธีการเพาะพันธุ์แบบปกติ การจะเพาะเมล็ดพันธุ์ระดับสุดยอดออกมาสักตัวนั้นเป็นเรื่องที่ยากมากจริงๆ

แต่เฉินอวิ๋นเผิงกลับรักษาสภาพจิตใจได้ค่อนข้างดี อาจเป็นเพราะเขาผ่านเรื่องราวต่างๆ มามากมาย

เขากลายเป็นคนที่สุขุมเยือกเย็นขึ้นมาก ซึ่งคนในสถานะแบบนี้แหละที่มักจะสร้างผลงานได้ง่ายที่สุด

จนเมื่อคุยกันถึงช่วงท้าย กัวหยางถึงได้เผยจุดประสงค์ออกมา "ตลาดในยุโรปยังขาดคนดูแลอยู่ สนใจไหม?"

"ฉันเนี่ยนะ?"

"ใช่ ในปีนี้กับปีหน้าจะมีการเข้าซื้อกิจการในอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์อยู่บ้าง เราต้องการคนที่ไว้ใจได้มาช่วยคัดกรอง ฉันว่านายน่าจะเหมาะนะ"

"ขอบใจนะที่เห็นค่าฉันขนาดนี้"

"เอ่อ... ไม่สนใจเหรอ?"

"ไม่ได้หมายความแบบนั้น น่าสนใจมากเลยล่ะ แค่รู้สึกทอดถอนใจนิดหน่อยว่า... ถ้านายไม่ขายโควต้าไปเรียนต่อเมืองนอกให้ฉันตอนนั้น ชีวิตพวกเราจะเป็นยังไงกันนะ?"

"นายเหรอ~ ก็คงเป็นข้าราชการระดับสูง ไม่ก็เป็นลูกคุณหนูลูกนักการเมือง วันๆ เอาแต่สร้างเรื่องวุ่นวาย กินดื่มเที่ยวเตร่ไปวันๆ ล่ะมั้ง~"

"ฮ่าๆๆ... ฉันจะทำธุรกิจบ้างไม่ได้เหรอ? ไม่แน่ว่าอาจจะใหญ่กว่าเจียเหอก็ได้นะ!"

กัวหยางปรายตามองเขาด้วยสายตาเหยียดหยามราวกับจะบอกว่า 'อย่างนายเนี่ยนะ... ไม่ไหวหรอก'

เฉินอวิ๋นเผิงส่ายหน้าแล้วพูดว่า "ตอนนี้คงไม่มีโอกาสให้พิสูจน์แล้วล่ะ แต่บางทีเราอาจจะสร้างเทียนเหอสาขาสองในยุโรปขึ้นมาใหม่ได้นะ"

กัวหยางถึงได้คลี่ยิ้มออกมา "ไม่ต้องถึงขนาดเทียบเท่าเทียนเหอหรอก ขอแค่ได้ส่วนแบ่งการตลาดในแต่ละประเทศมาบ้าง ก็พอจะเลี้ยงคนให้อิ่มหมีพีมันได้ตั้งเยอะแล้ว"

เขาอยู่ที่บวร์คดอร์ฟเป็นเวลาสองวัน เพื่อมอบหมายเรื่องการเข้าซื้อกิจการเมล็ดพันธุ์ให้กับเฉินอวิ๋นเผิง เดิมทีเรื่องนี้ควรเป็นหน้าที่ของฉวีหยาง แต่พลังงานหลักของเขาไปโฟกัสอยู่ที่ทวีปอเมริกาเสียมากกว่า

ตลาดเมล็ดพันธุ์ในยุโรปนั้นใหญ่มาก เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และเยอรมนี ล้วนเป็นประเทศมหาอำนาจทั้งในด้านการส่งออกและนำเข้า ตลาดเมล็ดพันธุ์มีความคึกคักอย่างมาก ส่วนประเทศอื่นๆ ก็มีศักยภาพทางการตลาดสูงเช่นกัน

จำเป็นต้องมีคนมาคอยควบคุมดูแล

หลังจากที่กัวหยางไตร่ตรองดูแล้ว เฉินอวิ๋นเผิงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด เพราะพวกเขารู้ไส้รู้พุงกันดี ฐานที่มั่นหลักของเขาก็อยู่ที่เมืองหลาน ครอบครัวเป็นยังไงก็รู้ชัดแจ้งไปหมด

ประการที่สองคือเขามีความรู้เฉพาะทาง มีประสบการณ์ในต่างประเทศ และสั่งสมประสบการณ์ในยุโรปมาหลายปี ตอนนี้ก็แค่สร้างเวทีขึ้นมาก่อน รอดูผลงานกันไป ถ้าไม่เวิร์คค่อยเปลี่ยนคนใหม่ก็ยังไม่สาย

บทที่ 468 : จบทริปยุโรป

ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา กัวหยางวิ่งวุ่นไปมาระหว่างประเทศต่างๆ ในยุโรป

เยอรมนี, ฝรั่งเศส, สเปน, ฮังการี, เดนมาร์ก, โรมาเนีย, ยูเครน... เขาเดินทางไปทั่วตลาดเกษตรกรรมหลักและพื้นที่ผลิตธัญพืชทั้งหมด

สถานการณ์เกษตรกรรมของแต่ละประเทศนั้นแตกต่างกัน บางประเทศเล็กๆ อย่างฮังการีและเดนมาร์กก็มีบทบาทและเสียงที่ไม่เบาเลยในตลาดเมล็ดพันธุ์ระดับโลก

แต่หลังจากตระเวนดูมาหนึ่งรอบ การแข่งขันในตลาดก็ดุเดือดมากจริงๆ หลังวิกฤตการเงิน บริษัทเล็กๆ ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านหลายแห่งต่างพากันล้มละลาย

อย่างไรก็ตาม ในสายตาของกัวหยาง มันก็เต็มไปด้วยโอกาสเช่นกัน

สภาพแวดล้อมการลงทุนที่ดีที่สุดน่าจะเป็นฮังการี ทำเลที่ตั้งดี แรงงานมีเพียงพอและราคาถูก แถมยังมีรากฐานอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์และเครื่องจักรที่ดี

เฟิงข่ายสามารถมาลงทุนเปิดสาขาที่นี่ได้ และยังสามารถหลบเลี่ยงข้อจำกัดการส่งออกที่อียู (สหภาพยุโรป) มีต่อประเทศจีนล่วงหน้าได้อีกด้วย

ประเทศเพื่อนบ้านอย่างโรมาเนียและยูเครนล้วนเป็นประเทศเกษตรกรรม แถมรากฐานด้านการเกษตรของทั้งสองประเทศก็อ่อนแอมาก พึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ล้วนๆ

การผลิตทางการเกษตรของยูเครนในตอนนี้เพิ่งก้าวเข้าสู่ช่วงแห่งการพัฒนาที่เจริญรุ่งเรือง ปริมาณผลผลิตธัญพืชและสถานะการส่งออกยังมีช่องว่างที่ห่างกันอย่างมหาศาลกับในอีก 10 ปีข้างหน้า ซึ่งต่างกันอย่างน้อย 3 เท่า

นั่นก็คือมีพื้นที่ให้เติบโตได้ถึง 3 เท่า

นอกจากนี้ เมล็ดพันธุ์ ยาฆ่าแมลง ปุ๋ยเคมี และเครื่องจักรกลการเกษตรของยูเครนล้วนต้องพึ่งพาการนำเข้าทั้งหมด ศักยภาพของตลาดจึงสูงมาก

จากนั้นคือโรมาเนีย สถานการณ์แย่ยิ่งกว่ายูเครนเสียอีก

ปัญหาแรงงานไหลออก โครงสร้างพื้นฐานทางไร่นาที่อ่อนแอ พูดง่ายๆ ก็คือ เกษตรกรรมของโรมาเนียต้องพึ่งพาดินฟ้าอากาศเป็นหลัก ถ้าเกิดภัยแล้งขึ้นมา ผลผลิตธัญพืชก็ต้องลดลงครึ่งหนึ่ง

ข้าวโพดพื้นที่สามสิบล้านกว่าหมู่ ให้ผลผลิตเฉลี่ยต่อหมู่เพียง 640 ชั่ง ต่ำที่สุดในอียู (สหภาพยุโรป) ซึ่งคิดเป็นหนึ่งในสามของผลผลิตข้าวโพดในเนเธอร์แลนด์

ข้าวสาลีไม่ได้ใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง เกษตรกรรายย่อยส่วนใหญ่อาจจะไม่มีปัญญาใช้มัน ผลผลิตเฉลี่ยต่อหมู่มีเพียง 480 ชั่งเท่านั้น

หลังจากการปฏิรูปการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ พื้นที่ส่วนใหญ่ในโรมาเนียกลายเป็นฟาร์มเล็กๆ ขนาดสี่สิบห้าสิบหมู่ ไม่ก็ไม่มีเครื่องจักรกลการเกษตร หรือไม่ก็มีแต่เครื่องจักรกลการเกษตรเก่าๆ ที่ล้าสมัย

ถึงอย่างนั้น โรมาเนียก็ยังเป็น 'อู่ข้าวอู่น้ำของยุโรป' ช่างมีพรสวรรค์ติดตัวมาแต่เกิดจริงๆ

การแปรรูปธัญพืชก็อ่อนแอมากเช่นกัน โดยเน้นการส่งออกธัญพืชดิบเป็นหลัก

บริษัทเจียเหอธัญพืชและน้ำมันได้ลงทุนสร้างโกดังท่าเรือที่คอนสตันซาริมฝั่งทะเลดำ เพื่อใช้เป็นจุดพักและเปลี่ยนถ่ายธัญพืช

แต่หลังจากได้มาลงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ของโรมาเนียแล้ว กัวหยางก็ตัดสินใจว่าต่อไปจะต้องเพิ่มการลงทุนในโรมาเนียให้มากขึ้น

โรมาเนียต่างจากยูเครน ตรงที่อนุญาตให้ซื้อขายที่ดินส่วนบุคคลได้ ราคาเฉลี่ยของที่ดินเพื่อการเกษตรอยู่ที่ประมาณ 150 ถึง 200 ยูโรต่อหมู่

บริษัทที่อยู่นอกอียู (สหภาพยุโรป) ก็มีวิธีซื้อที่ดินในโรมาเนียได้

อีกทั้งเมื่อสองปีก่อน ประเทศจีนก็ได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือทางการเกษตรกับโรมาเนียแล้ว และในอนาคตโรมาเนียก็จะเป็นประเทศสำคัญในเส้นทางหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางอีกด้วย

การลงทุนในโรมาเนียน่าจะปลอดภัยและมั่นคงกว่าในยูเครน

จากการเดินทางตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เขาได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่จากหลายประเทศและเมืองต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจนโยบายการลงทุน และลงพื้นที่สำรวจสภาพแวดล้อมการลงทุน

แม้ร่างกายและจิตใจจะเหนื่อยล้า แต่สิ่งที่ได้รับก็มากกว่าการนั่งอยู่ในออฟฟิศมากมายนัก

ระหว่างนั้นเขาได้กลับไปที่เมืองหลวงครั้งหนึ่ง เพื่อปรึกษาหารือกับพวกผู้นำเรื่องการลงทุนในยุโรปตะวันออก แต่เพิ่งอยู่ได้ไม่ถึงสองวัน คณะกรรมาธิการยุโรปก็อนุมัติคำร้องขอเข้าซื้อกิจการของฉวนหวางไบโอแล้ว

กัวหยางจึงเดินทางกลับไปที่ร็อตเตอร์ดัมอีกครั้ง เพื่อลงนามในข้อตกลงการเข้าซื้อกิจการขั้นสุดท้ายกับผู่เล่อเหวยเหม่ย

นี่เป็นอีกหนึ่งการควบรวมและซื้อกิจการข้ามชาติครั้งใหญ่ในแวดวงเคมีเกษตรนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

เมื่อข่าวถูกส่งกลับไปในประเทศ ก็สร้างความฮือฮาได้ไม่น้อย เจียเหอได้ก้าวเข้าสู่วงการอาหารสัตว์ที่พวกตนไม่เคยแตะต้องมาก่อน ซึ่งสร้างแรงกดดันอย่างมหาศาลให้กับบริษัทต่างๆ จำนวนมาก

ส่วนกัวหยางและอวี๋ฉินที่อยู่ไกลถึงยุโรปก็ไม่เคยได้ว่างเว้นเลยเช่นกัน

อวี๋ฉินยุ่งอยู่กับการจัดระเบียบผู่เล่อเหวยเหม่ย ระบบการบริหารและพนักงานจะไม่มีการปรับเปลี่ยนอะไรมากนัก สิ่งที่ต้องจัดระเบียบหลักๆ คือระบบวัตถุดิบ

รากฐานการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ของผู่เล่อเหวยเหม่ยนั้นมาจากสารสกัดจากพืชของฉวนหวาง

หลังจากการเข้าซื้อกิจการสำเร็จ ฉวนหวางก็จะเปิดกว้างเรื่องวัตถุดิบต่างๆ ให้กับผู่เล่อเหวยเหม่ยอย่างเต็มที่ แต่จะไม่ให้เทคโนโลยี จะให้เพียงแค่วัตถุดิบเท่านั้น

สารสกัดจากพืชบางชนิดที่มีส่วนประกอบทางโภชนาการเป็นเลิศและมีความพิเศษนั้น มีราคาแพงไม่ใช่น้อย

เรื่องนี้ต้องทำความเข้าใจกับทีมบริหารให้ดี

โดยเฉพาะเรื่องการตั้งราคา ฉวนหวางจะใช้การดำเนินงานผ่านห่วงโซ่อุตสาหกรรม เพื่อโอนกำไรบางส่วนจากผลิตภัณฑ์ปลายทาง เช่น พรีมิกซ์ (สารผสมล่วงหน้า) กลับประเทศ

ตรงกลางนี้จำเป็นต้องรักษาสมดุลให้ดี ไม่เพียงแต่จะต้องถ่ายโอนกำไรเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีให้สำเร็จ แต่ยังต้องรับประกันด้วยว่าผู่เล่อเหวยเหม่ยจะยังคงมีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดยุโรปและอเมริกา

ยิ่งผู่เล่อเหวยเหม่ยพัฒนาไปอย่างมั่นคงมากเท่าไหร่ ท้ายที่สุดห่วงโซ่อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ก็จะยิ่งนำผลกำไรมาให้ได้มากขึ้นเท่านั้น

ส่วนกัวหยางกับเฉินอวิ๋นเผิงก็ออกไปสืบข้อมูลคร่าวๆ ตามรายชื่อที่วาณิชธนกิจไอวิกคัดกรองมาให้

ในตลาดเมล็ดพันธุ์ที่ร็อตเตอร์ดัม หลังจากที่ทั้งสองสำรวจร้านค้าเมล็ดพันธุ์ไปแล้วหลายแห่ง พวกเขาก็มาถึงร้านบะหมี่ดึงมือบนถนนการค้าที่อยู่ห่างจากตลาดไปไม่ไกลนัก

"เสี่ยวเหริน บะหมี่เนื้อดึงมือสองชาม ขอพริกเยอะๆ หน่อย"

"ได้เลยครับ รอสักครู่นะครับ"

กัวหยางหันไปมองพวกของหลัวซิวแล้วเอ่ยปากบอก "พวกนายอยากกินอะไรก็จัดการกันเองเลยนะ"

กัวหยางและเฉินอวิ๋นเผิงหาที่นั่งว่างในห้องด้านในแล้วนั่งลง

ร้านบะหมี่ดึงมือนี้หลานชายของเหรินฝูเป็นคนเปิด กิจการรุ่งเรืองมาก โต๊ะเล็กโต๊ะใหญ่มีคนนั่งอยู่ไม่น้อย ทั้งในและนอกร้านอบอวลไปด้วยกลิ่นหอม

ห้องครัวก็เป็นแบบเปิดโล่ง นั่งอยู่ในร้านก็สามารถมองเห็นรายละเอียดตอนที่พ่อครัวกำลังทำบะหมี่ดึงมือได้ ดึงดูดผู้คนให้มามุงดูเป็นจำนวนมาก

"คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าจะได้กินบะหมี่เนื้อหลานโจวที่เนเธอร์แลนด์แบบนี้ อยากกินรสชาตินี้มานานแล้ว"

เฉินอวิ๋นเผิงเป็นคนหลานโจว เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอาหารประเภทเส้นจากในประเทศ เขาจึงไม่อาจต้านทานได้เลย แค่ได้กลิ่นก็น้ำลายสอแล้ว

กัวหยางพูดว่า "บอสร้านนี้เป็นหลานชายของผู้รับผิดชอบฉวนหวางประจำเขตยุโรปน่ะ แป้งกับพริกก็ส่งตรงมาจากในประเทศเลย รสชาตินี้ต้นตำรับสุดๆ"

"น่าเสียดายที่ฮันโนเวอร์ไม่มี"

"ถ้าอยากกินรสชาตินี้ ก็แวะมาที่ร็อตเตอร์ดัมบ่อยๆ สิ ต่อไปร็อตเตอร์ดัมก็จะเป็นฐานที่มั่นสำคัญแห่งหนึ่งเหมือนกัน"

"จะทำแบบนั้นแน่นอน" เฉินอวิ๋นเผิงครุ่นคิดแล้วพูดว่า "บริษัทเมล็ดพันธุ์สองสามแห่งที่ไปตรวจสอบมา ถึงจะเป็นบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม แต่ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวดีนะ"

กัวหยางก็กล่าวชมไปประโยคหนึ่ง "วาณิชธนกิจไอวิกค่อนข้างเป็นมืออาชีพทีเดียว แต่ถ้าเราไม่มาสำรวจเองจริงๆ ครั้งหน้าอาจจะโดนหลอกเอาได้ เพราะงั้นยังไงก็ต้องไปดูให้เห็นกับตา"

"เข้าใจครับ"

ถ้าอยากจะบุกเบิกตลาดยุโรปอย่างเต็มรูปแบบ แต่กลับไม่มีบริษัทเมล็ดพันธุ์ขนาดใหญ่ที่เหมาะสมให้เข้าซื้อกิจการ ก็ทำได้เพียงเหวี่ยงแหจับปลาไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นการเข้าซื้อกิจการ หรือการตั้งสาขาย่อย

สิ่งที่เทียนเหอเล็งเป้าไว้ก็คือพืชไร่ อย่างเช่น ข้าวโพด, ชูการ์บีท, ต้นเรพซีด, ทานตะวัน, ข้าวสาลี และพันธุ์ผักอีกมากมาย

ที่ฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมนี มีรากฐานอยู่แล้ว ก็เลยจะพัฒนาที่นี่ต่อไป

สาขาย่อยด้านเมล็ดพันธุ์ผักได้เลือกเป้าหมายที่เนเธอร์แลนด์ไว้แล้ว ซึ่งมีช่องทางการจัดจำหน่ายอยู่ในหลายประเทศในยุโรป

นอกจากนี้ ยังจะมีการจัดตั้งสถาบันวิจัยที่บอร์กโดซ์ ประเทศฝรั่งเศสด้วย บอร์กโดซ์ไม่ได้ผลิตแค่ไวน์เท่านั้น แต่ยังเป็นฐานการเพาะพันธุ์เมล็ดชูการ์บีทที่สำคัญของยุโรปอีกด้วย

ผลผลิตชูการ์บีทรวมของฝรั่งเศสก็อยู่ในอันดับหนึ่งของโลก บริษัทอันตี้ของเนเธอร์แลนด์ และบริษัท KWS ของเยอรมนีต่างก็มีสาขาในฝรั่งเศส

สุดท้ายก็คือสเปน, ฮังการี, โรมาเนีย และยูเครน

รวมทั้งหมดเจ็ดประเทศ นี่คือเป้าหมายในช่วงไม่กี่ปีมานี้ของเทียนเหอ

คุยกับเฉินอวิ๋นเผิงได้สักพัก บะหมี่ดึงมือก็ถูกยกมาเสิร์ฟ ชามใหญ่เบ้อเริ่ม ด้านบนมีเนื้อและพริกโปะอยู่เต็มไปหมด ทำเอาความอยากอาหารพุ่งปรี๊ด

ราคาก็ไม่ถูกเลย

ในเวลานี้อุตสาหกรรมของยุโรปยังไม่ได้เสื่อมถอยลงอย่างสิ้นเชิง กำลังซื้อของประชาชนก็ไม่ได้อ่อนแอเลย

ยิ่งไปกว่านั้นที่นี่ยังเป็นเมืองใหญ่อย่างร็อตเตอร์ดัม พอมาบวกกับรสชาติที่ยอดเยี่ยม กิจการจะดีก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

คนให้เข้ากันสองสามที กัวหยางและเฉินอวิ๋นเผิงก็สูดเส้นกินกันอย่างเอร็ดอร่อย

ตอนที่คิดเงิน เสี่ยวเหรินที่ยุ่งอยู่ตลอดก็รีบเข้ามาทักทาย "วันหลังแวะมาบ่อยๆ นะครับ ประธานกัว"

กัวหยางยิ้มๆ "อีกสองวันฉันก็จะกลับแล้ว ประธานเฉินคนนี้นี่แหละที่ต่อไปอาจจะแวะมาเป็นระยะๆ เขาต้องวิ่งไปมาทั่วยุโรปน่ะ ฉันว่านะ นายเปิดสาขาเพิ่มอีกสักสองสามแห่งสิ หรือไม่ก็ดึงญาติพี่น้องกับคนบ้านเดียวกันออกมาทำธุรกิจด้วยกันซะเลย"

เฉินอวิ๋นเผิงก็หัวเราะแล้วพูดว่า "สุดท้ายแล้วเจียเหอไปที่ไหน พวกนายก็ไปเปิดร้านที่นั่น รับรองว่าต่อไปไม่มีทางขาดทุนแน่นอน"

เสี่ยวเหรินหัวเราะร่วน "ไอเดียไม่เลวเลยครับ ต่อไปผมจะพยายามเปิดสาขาให้ได้เยอะๆ"

ทักทายปราศรัยกันอีกสองสามประโยค กลุ่มคนก็จากไป

หลังจากนั้น กัวหยางและเฉินอวิ๋นเผิงก็ไปพบกับเคอร์สตันและคนอื่นๆ เพื่อกำหนดขอบเขตการเข้าซื้อกิจการให้ละเอียดยิ่งขึ้น

ที่เหลือก็คือการเข้าไปติดต่อทีละราย รวมถึงการลงพื้นที่หาข้อมูลและทำงานด้านอื่นๆ

อวี๋ฉินเองก็จัดการรวมผู่เล่อเหวยเหม่ยเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในที่สุดทั้งสองคนก็มาสมทบกันและเดินทางกลับประเทศพร้อมกัน

เครื่องบินบินขึ้น ท่าเรือที่พลุกพล่านบนพื้นดินค่อยๆ ลับสายตาไป กัวหยางจึงได้เอ่ยถามอวี๋ฉินถึงสถานการณ์ "เรื่องการจัดหาวัตถุดิบตกลงกันเรียบร้อยแล้วใช่ไหม?"

อวี๋ฉินทำมือเป็นสัญลักษณ์โอเค "ทุกอย่างจัดการเรียบร้อย ราคาและสัญญาถูกกำหนดไว้อย่างค่อนข้างตายตัว มีพื้นที่ทำกำไรทิ้งไว้ให้ผู่เล่อเหวยเหม่ยสูงกว่าตอนนี้อยู่เล็กน้อย ซึ่งในอนาคตก็ยังมีช่องว่างให้ปรับลดลงได้อีก"

ตอนนี้ผู่เล่อเหวยเหม่ยก็อยู่ในภาวะจวนจะขาดทุนอยู่แล้ว สูงกว่านี้อีกหน่อยก็คือกำไรเพียงเล็กน้อย ซึ่งสามารถรับประกันได้ว่าจะยังคงดำเนินกิจการต่อไปได้ตามปกติ

แค่นี้ก็พอแล้ว

เจียเหอไม่ได้มาทำการกุศลสักหน่อย เป้าหมายคือการหาเงิน คือการขุดรากถอนโคนพวกยุโรปเก่าแก่

กัวหยางมองผ่านหน้าต่างเครื่องบิน ทอดสายตามองลงไปยังแผ่นดินยุโรปอีกครั้ง แผ่นดินสีเขียวขจีในสายตาของเขา ราวกับกลายเป็นธนบัตรสีเขียวปึกใหญ่

เมื่อเครื่องบินลงจอดที่จิ่วเฉวียนอีกครั้ง ฉวีหยางที่อยู่ในอเมริกาเหนือก็ส่งข่าวกลับมาว่า เทียนเหอมีความสนใจที่จะเข้าซื้อกิจการของบริษัทเมล็ดพันธุ์อีรุ่ยข่าในรัฐแคลิฟอร์เนีย

นี่คือบริษัทเมล็ดพันธุ์ผัก ซึ่งผลิตเมล็ดพันธุ์ผักกาดหอม แครอท สตรอว์เบอร์รี และมะเขือเทศเป็นหลัก

ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด บริษัทก็ตกอยู่ในสภาวะตกต่ำทางธุรกิจ

ฉวีหยางได้สื่อความหมายมาเพียงอย่างเดียวว่า: มีลุ้น!

หลังจากที่กัวหยางสอบถามสถานการณ์ไปรอบหนึ่ง เขาก็เห็นด้วยที่จะระดมทรัพยากรเพื่อเข้าไปติดต่อกับอีรุ่ยข่า

ในอเมริกา ผักไม่เพียงแต่มีชนิดน้อยเท่านั้น แต่ยังมีราคาแพงอีกด้วย โดยเฉพาะผักใบเขียวอย่างผักกาดหอม ซึ่งแพงกว่าเนื้อสัตว์เสียอีก

และรัฐแคลิฟอร์เนียก็เป็นแหล่งผลิตผักที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา บริษัทเมล็ดพันธุ์ผักทั่วโลกต่างก็จ้องมองมาที่นี่

แน่นอนว่าเทียนเหอก็ต้องขอเข้าไปมีเอี่ยวด้วยสักหน่อย

นอกจากนี้ ยอดขายเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดของเทียนเหอในอเมริกาปีนี้ก็ยังทำยอดทะลุเป้า เพิ่มขึ้นกว่า 200% ถือได้ว่าสามารถตั้งหลักได้ในขั้นต้นแล้ว

ในตอนนี้ก็เป็นเดือนสิงหาคมแล้ว ฐานปลูกซีบัคธอร์นของจี้เสี่ยวไป๋ที่มีพื้นที่กว่าหนึ่งล้านหมู่ ในส่วนที่อยู่บริเวณชายเมืองได้ทำการปลูกต้นกล้าเสร็จสิ้นแล้ว

ยอดอ่อนฤดูร้อนที่แตกใบออกมาเป็นหย่อมๆ ช่วยแต่งแต้มให้ทะเลทรายโกบีอีกผืนหนึ่งกลายเป็นสีเขียวขจี

ฟาร์มการเกษตรริมแม่น้ำเถ่าไหลก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว แค่มองดูรูปลักษณ์ภายนอกของอาคารก็สามารถดึงดูดสายตาคนได้ การจัดพื้นที่สีเขียวก็เช่นกัน มีหลากหลายชนิดและมีรูปร่างลักษณะที่แตกต่างกันไป

ฟาร์มบนดาดฟ้าก็เปลี่ยนไปปลูกพืชฤดูหนาวแล้ว เห็นได้ชัดว่าทุ่มเทแรงกายแรงใจไปไม่น้อยเลย

ด้วยเหตุนี้ ในตอนกลางคืนกัวหยางจึงให้รางวัลหลินเข่อชิงไปหนึ่งยก วันต่อมาเขาก็กลับมาทำงานตามปกติด้วยความกระปรี้กระเปร่า

มีเรื่องให้ทำเยอะแยะไปหมด

ฉีจื่อเหวินอธิบายสถานการณ์ของบริษัทต่างๆ ในช่วงนี้ให้ฟังอย่างละเอียดละออทุกกระเบียดนิ้ว

ไม่ทันไร ก็ใกล้จะถึงฤดูเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วงของอีกปีหนึ่งแล้ว

การพักหน้าดินไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการผลิตทางการเกษตรภายในประเทศ ในทางกลับกัน มันได้ค่อยๆ เผยให้เห็นถึงจุดเด่นใหม่ๆ บางอย่าง

กลุ่มบริษัทย่าเซิ่งที่ยืนหยัดพักหน้าดินมาถึงสามปี ในปีนี้ก็ได้ต้อนรับความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง

ยี่หร่าที่หว่านในฤดูใบไม้ผลิ ได้รับผลผลิตอย่างอุดมสมบูรณ์ในช่วงเดือนหกถึงเดือนเจ็ด ผลผลิตเฉลี่ยต่อหมู่ทำลายสถิติที่เคยมีมา

มะเขือเทศที่กำลังเก็บเกี่ยว รวมถึงทานตะวันและพริกที่กำลังรอการเก็บเกี่ยว ก็ล้วนมีความหวังที่จะสร้างความก้าวหน้าในด้านผลผลิตเฉลี่ยต่อหมู่ด้วยเช่นกัน

จบบทที่ บทที่ 467 : แผนการควบรวมกิจการเมล็ดพันธุ์ในยุโรป | บทที่ 468 : จบทริปยุโรป

คัดลอกลิงก์แล้ว