เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 99 : ผลผลิตเมล็ดพันธุ์ | บทที่ 100 : พายุตั้งเค้า

บทที่ 99 : ผลผลิตเมล็ดพันธุ์ | บทที่ 100 : พายุตั้งเค้า

บทที่ 99 : ผลผลิตเมล็ดพันธุ์ | บทที่ 100 : พายุตั้งเค้า


บทที่ 99 : ผลผลิตเมล็ดพันธุ์

โมเดลการจัดจำหน่ายเชิงลึกโดยทั่วไปคือโครงสร้างสามระดับ: องค์กร - ผู้จัดจำหน่ายระดับภูมิภาค - ผู้ค้าปลีกระดับตำบล

เมื่อเทียบกับโมเดลแบบดั้งเดิม มันช่วยลดขั้นตอนคนกลางลง

แหล่งที่มาของความสามารถในการแข่งขันหลักอยู่ที่การจัดการโลจิสติกส์

ความสำเร็จของการจัดการโลจิสติกส์คือการควบคุมปลายทางการขาย และการครอบครองข้อมูลของช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งหมด

ด้วยเหตุนี้ บริษัทและผู้จัดจำหน่ายจึงกลายเป็นชุมชนที่มีผลประโยชน์ร่วมกันอย่างแท้จริง

การควบคุมช่องทางการขายที่เข้มงวดขึ้นของบริษัท ยังสามารถให้การสนับสนุนแก่ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการแก่เกษตรกรได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

กลยุทธ์การจัดจำหน่ายเชิงลึกของฉวีหยาง กัวหยางเคยดูมาก่อนหน้านี้แล้ว

แต่เมื่อได้ฟังอีกครั้ง เขาก็ได้รับประโยชน์ที่แตกต่างออกไป

หลังเลิกประชุม

กลยุทธ์การตลาดใหม่ถูกนำไปใช้ในมณฑลกานซู่และมณฑลซินเจียงเป็นที่แรก

พนักงานขายของเทียนเหอลงพื้นที่ไปสำรวจในชนบทโดยตรง

โดยใช้ตำบลเป็นหน่วย สุ่มเลือกมา 50 ตำบล เพื่อสำรวจพืชผักหลักที่ปลูกในท้องถิ่น การจัดเตรียมช่วงเวลาเพาะปลูกของเกษตรกร และอื่นๆ

ขณะเดียวกันก็รวบรวมข้อมูลของผู้จัดจำหน่ายและผู้ค้าปลีกในแต่ละพื้นที่ เพื่อหยั่งเชิงสถานการณ์ของคู่แข่ง

คุณสมบัติเมล็ดพันธุ์ของเทียนเจียวหมายเลข 1 และชือหงหมายเลข 1 เหมาะสำหรับการปลูกในพื้นที่ตะวันตกเฉียงเหนือมากกว่า ตลาดทางตะวันตกเฉียงเหนือจึงต้องถูกยึดครองอย่างเด็ดขาดแน่นอน

วันเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า

ช่วงปลายเดือนกันยายน เทียนเหอก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่ยุ่งวุ่นวายอย่างเต็มที่

ฐานการผลิตเมล็ดพันธุ์พริกและพริกหวานที่หมู่บ้านอวี่เหอซึ่งดำเนินไปอย่างคึกคักได้เข้าสู่ช่วงท้ายของการเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์แล้ว

ชาวบ้านบ้างก็ดีใจ บ้างก็รู้สึกไม่ยินยอม

การเพาะเมล็ดพันธุ์พริกและพริกหวานเป็นงานที่ละเอียดอ่อนมาก การจัดการน้ำและปุ๋ย โรคและแมลงศัตรูพืช อุณหภูมิและแสงแดด การผสมเกสร และอื่นๆ ล้วนส่งผลต่อผลผลิตของเมล็ดพันธุ์

ปริมาณงานในแต่ละวันย่อมไม่น้อยแน่นอน โดยเฉพาะในช่วงเวลาสำคัญยิ่งต้องแข่งกับเวลา

บางครอบครัวมีแรงงานเยอะ บางครอบครัวยอมทุ่มเท เวลาที่ยุ่งมากๆ ถึงขนาดกินข้าวกลางวันง่ายๆ กันในแปลงนา

แต่ในทางกลับกัน ก็มีบางคนที่ทำลวกๆ กับข้อเรียกร้องของผู้ตรวจสอบ

รดน้ำใส่ปุ๋ยช้า กางสแลนกันแดดไม่ทัน พ่นยาแบบขอไปที หรืออาจจะประมาทเลินเล่อไปชั่วขณะ ทำให้ผลผลิตลดลง

มีคนทุกรูปแบบ

นั่นจึงส่งผลให้ผลผลิตเมล็ดพันธุ์ของเกษตรกรผู้เพาะเมล็ดในหมู่บ้านอวี่เหอมีความแตกต่างกันอย่างมาก

โชคดีที่งานตรวจสอบประจำวันของทีมเทคนิคและคณะกรรมการหมู่บ้านทำได้ค่อนข้างดี ในหมู่บ้านจึงยังไม่เกิดสถานการณ์ที่เก็บเกี่ยวไม่ได้เลย

ชือหงหมายเลข 1 ที่ได้น้อยที่สุดก็ยังมีเมล็ดพันธุ์สิบกว่าชั่งต่อหมู่ พอจะสูสีกับรายได้จากการปลูกธัญพืช

เดิมทีคนพวกนี้ยังคิดจะโวยวาย

แต่คนในหมู่บ้านที่ได้ผลผลิตสูงก็มีไม่น้อย เมล็ดพันธุ์พริกหวานชือหงหมายเลข 1 ที่ได้ผลผลิตต่อหมู่สูงสุดนั้นมีมากถึงร้อยกว่าชั่ง ความแตกต่างที่มหาศาลนี้ทำให้ชาวบ้านหลายคนไม่อยากจะเชื่อ

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคณะกรรมการหมู่บ้านและเทียนเหอก็เลยไม่ค่อยมีความมั่นใจนัก

ดวงอาทิตย์ค่อยๆ คล้อยต่ำลง ชาวบ้านที่ยุ่งอยู่ในแปลงนาทยอยเดินกลับ

มีผู้หญิงคนหนึ่งถามขึ้นอย่างมีลับลมคมนัยว่า "ได้ยินหรือยัง?"

"ได้ยินอะไร?"

"สองสามีภรรยาเหล่าหยางเก็บเมล็ดพันธุ์พริกหวานได้ 120 ชั่งต่อที่นาหนึ่งหมู่!" คนคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงโอเวอร์ เสียงไม่เบาเลย จนทำให้หลายคนได้ยิน

"120 ชั่งจริงดิ?"

"แม่เจ้า ราคาเมล็ดพันธุ์พริกหวานมันแพง แบบนั้นที่นาหนึ่งหมู่ก็ขายได้ตั้ง 7000 กว่าหยวนน่ะสิ!"

"บ้านเธอเก็บเมล็ดพันธุ์ได้กี่ชั่งต่อหมู่ล่ะ?"

"พริกหวานไม่ค่อยดี ได้แค่ 30 กว่าชั่ง ส่วนพริกได้ 70 กว่าชั่ง ผลผลิตเฉลี่ยของหมู่บ้านก็อยู่ประมาณระดับนี้นี่แหละ"

"ก็ไม่เลวแล้ว เมล็ดพันธุ์พริก 25 หยวนต่อชั่ง เมล็ดพันธุ์พริกหวาน 60 หยวนต่อชั่ง สูงกว่าที่คิดไว้เสียอีก หมู่หนึ่งก็ได้เงินตั้งพันกว่าหยวนแล้ว"

"ก่อนหน้านี้ได้ยินช่างเทคนิคของเทียนเหอคุยเรื่อยเปื่อยบอกว่า พริกสดเทียนเจียวหมายเลข 1 ทางฝั่งกานกู่ขายได้ตั้งหมู่ละ 3000 หยวนเชียวนะ"

พวกผู้หญิงมีสีหน้าแตกต่างกันไป ถ้ายังคงปลูกธัญพืชเหมือนปีก่อนๆ รายได้พันกว่าหยวนนั้นถือว่าไม่เลวเลยจริงๆ

แต่มีคนที่เพาะเมล็ดพันธุ์เหมือนกัน สามารถขายได้ตั้ง 7000 กว่าหยวนต่อหมู่ บางคนขายพริกสดก็ขายได้ 3000 หยวน

ความรู้สึกตกต่ำในใจก็พลันปรากฏขึ้นมาทันที!

การเห็นคนอื่นทำเงินได้มันช่างทรมานยิ่งกว่าอะไรดี

ผู้ใหญ่บ้านหลูจ้าวเฉียงซึ่งอยู่ตรงมุมด้านข้างบังเอิญได้ยินบทสนทนาของคนไม่กี่คนพอดี เขาส่ายหัว

ในใจรู้สึกทอดถอนใจเป็นอย่างมาก

"ในช่วงเวลาสำคัญของการเพาะเมล็ดพันธุ์ สองสามีภรรยาเหล่าหยางออกจากบ้านตั้งแต่ตีสี่ตีห้า ตอนเที่ยงก็กินแค่แตงโมกับหมั่นโถวแช่น้ำซุป ตอนเย็นก็กลับบ้านดึกมาก"

"ถ้าพูดถึงความเหนื่อยยาก บ้านเหล่าหยางถือว่าอยู่อันดับต้นๆ อย่างแน่นอน"

"แถมทุกขั้นตอนยังทำตามข้อกำหนดทางเทคนิคอย่างพิถีพิถันไม่มีขาดตกบกพร่อง"

"การที่บ้านพวกเขาหาเงินได้ ฉันไม่แปลกใจเลยสักนิด"

……

ในขณะเดียวกัน ภายในฐานเพาะพันธุ์เมล็ดพันธุ์ชั้นดีที่ถูกแยกตัวออกจากโลกภายนอกมาอย่างยาวนาน

เทียนอวี้หมายเลข 1 ที่ไม่โดดเด่นสะดุดตาก็สุกงอมแล้วเช่นกัน

แต่ความจริงแล้ว ภายใต้มาตรการป้องกันและแยกพื้นที่อย่างเข้มงวด เทียนอวี้หมายเลข 1 ได้รับการจัดการอย่างละเอียดอ่อนมาโดยตลอด

จำนวนต้นกล้าต่อหมู่ ระยะห่างระหว่างต้นและระหว่างแถวล้วนมีข้อกำหนดที่เข้มงวด การจัดการป้องกันพืชและอื่นๆ ก็ดำเนินการอย่างเข้มงวดเช่นกัน

เริ่มเพาะเมล็ดตั้งแต่กลางเดือนเมษายน ผ่านการเจริญเติบโตมา 5 เดือนกว่า ในตอนนี้ใบประดับของเทียนอวี้หมายเลข 1 เปลี่ยนเป็นสีเหลืองโดยพื้นฐานแล้ว

เมล็ดก็เปลี่ยนเป็นสีเหลืองและแข็งขึ้น เผยให้เห็นความมันวาวที่เป็นเอกลักษณ์

ถึงช่วงเวลาเก็บเกี่ยวที่ดีที่สุดแล้ว

เพื่อรับประกันคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ ข้าวโพดสำหรับผลิตเมล็ดพันธุ์เทียนอวี้หมายเลข 1 พื้นที่ 300 กว่าหมู่จึงใช้แรงงานคนในการเก็บเกี่ยวทั้งหมด

บรรจุลงถุง ขนขึ้นรถ นำไปตากแดด นวดเมล็ด คัดแยก แล้วบรรจุภัณฑ์เข้าคลัง

ทุกอย่างเป็นไปอย่างมีระเบียบเรียบร้อย

สีหน้าของหยานฉวินดูมีสีสันมาก เดี๋ยวก็ดีใจ เดี๋ยวก็กังวล

"บอสครับ ผลสรุปของผลผลิตเมล็ดพันธุ์ออกมาแล้วครับ"

กัวหยางเงยหน้าขึ้นอย่างสนใจ

"ดูจากท่าทางนาย ผลผลิตไม่ได้ตามเป้าเหรอ?"

หยานฉวินส่ายหัว ยื่นรายงานฉบับหนึ่งให้กัวหยาง แล้วพูดว่า:

"ผลผลิตถือว่าใช้ได้ครับ แค่แรงกดดันเรื่องสต็อกสินค้าจะมากเกินไปหรือเปล่า"

กัวหยางมองตัวเลขบนรายงาน

เทียนเจียวหมายเลข 1 ผลผลิตเมล็ดพันธุ์เฉลี่ยต่อหมู่ 60 ชั่ง ผลผลิตรวม 1.5 แสนชั่ง

ชือหงหมายเลข 1 ผลผลิตเมล็ดพันธุ์เฉลี่ยต่อหมู่ 50 ชั่ง ผลผลิตรวม 1.25 แสนชั่ง

เทียนอวี้หมายเลข 1 ผลผลิตเมล็ดพันธุ์เฉลี่ยต่อหมู่ 2000 ชั่ง ผลผลิตรวม 6 แสนชั่ง!

ส่วนเทียนม่ายหมายเลข 1 ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวสาลีฤดูใบไม้ผลิ ได้เก็บเกี่ยวไปตั้งแต่ฤดูร้อนแล้ว ผลผลิตเฉลี่ยต่อหมู่ 1000 ชั่ง พื้นที่ 50 หมู่ให้ผลผลิตรวม 5 หมื่นชั่ง

กัวหยางดูอยู่ครู่หนึ่ง ก็ไม่ถือว่าเกินความคาดหมายไปเสียทีเดียว

แต่หยานฉวินกลับไม่ได้มองโลกในแง่ดีนัก แรงกดดันด้านยอดขายและสต็อกสินค้ามีมากเกินไป

เมล็ดพันธุ์พริกและพริกหวานมีประสบการณ์ความสำเร็จจากฐานสาธิตมาก่อน จึงมีชื่อเสียงอยู่บ้าง แต่ปริมาณก็เยอะเกินไป

ปริมาณข้าวโพดก็ไม่ใช่น้อยๆ ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่ผ่านการทดสอบจากตลาดเลย

กัวหยางราวกับมองทะลุความคิดของหยานฉวิน เขายิ้มบางๆ แล้วให้คนไปเรียกฉวีหยางมา

จากนั้นก็เอาข้อมูลที่หยานฉวินนำมาให้เขาดู

ไม่นาน ฉวีหยางก็พูดด้วยน้ำเสียงกังวาน "ผลผลิตเมล็ดพันธุ์ต่อหมู่ตั้งสองพันชั่ง เทียนอวี้หมายเลข 1 เป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดีจริงๆ"

หยานฉวินตกตะลึง ฉันต้องการจะสื่อความหมายนี้เหรอ?

ฉวีหยางยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ

"สินค้าดี แถมยังมีเงินทุนพร้อมสำหรับปูทางช่องทางการขาย ไม่มีเหตุผลเลยที่จะขายไม่ดี"

กัวหยางพยักหน้า "ไม่จำเป็นต้องขายให้หมดภายในปีแรกหรอก เมล็ดพันธุ์ก็มีรอบวงจรการจัดเก็บเหมือนกัน"

ในช่วงหลายเดือนหลังจากนั้น

โรงงานแปรรูปเมล็ดพันธุ์ของเทียนเหอยุ่งวุ่นวายอยู่ทุกวัน แผนกขายก็ไปตั้งสำนักงานในตลาดและพื้นที่หลักหลายแห่ง

กลยุทธ์การจัดจำหน่ายเชิงลึกได้รับการปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ

มณฑลกานซู่และมณฑลซินเจียงมีพื้นที่กว้างขวาง เอื้อต่อการเพาะปลูกขนาดใหญ่ เทียนเหอมีแผนว่ารอให้ถึงเวลาที่เหมาะสม ก็จะใช้โมเดลการขายตรง เพื่อเผชิญหน้ากับฟาร์มและเกษตรกรโดยตรง

ดังนั้นสองมณฑลนี้จึงมีข้อเรียกร้องต่อผู้จัดจำหน่ายไม่สูงนัก

แต่ในมณฑลอื่นๆ การเลือกผู้จัดจำหน่ายอาจเรียกได้ว่ามีอุปสรรคพลิกผันนับครั้งไม่ถ้วน

มีผู้ค้าเมล็ดพันธุ์หลายรายที่ได้ยินชื่อเสียงแล้วเดินทางมา แต่จะเลือกอย่างไรนั้นถือเป็นเทคนิคชั้นสูง

ทั้งต้องมีเงินทุนหนา สามารถเคลียร์ค่าสินค้าได้ทันเวลา อีกทั้งยังต้องมีความน่าเชื่อถือสูง และที่สำคัญที่สุดคือผู้จัดจำหน่ายต้องยอมรับในสินค้าและวัฒนธรรมขององค์กร

มีความมั่นใจ มีความกระตือรือร้น เชื่อมั่นว่าการทำธุรกิจกับสินค้าของเทียนเหอจะสามารถนำผลกำไรมาสู่ตนเองได้ และยินดีที่จะเติบโตไปพร้อมกับองค์กร

ผ่านการตัดสินใจหลายต่อหลายครั้ง จึงค่อยๆ กำหนดตัวผู้จัดจำหน่ายในแต่ละพื้นที่ลงตัว

บริษัทของเจ้าหัวก็ถูกกำหนดให้เป็นผู้จัดจำหน่ายในพื้นที่มณฑลหลู่

ณ ที่แห่งนี้ จะต้องเผชิญหน้ากับการแข่งขันกับบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเมล็ดพันธุ์ต่างชาติ

บทที่ 100 : พายุตั้งเค้า

บริษัทเมล็ดพันธุ์ซาโจว

เมื่อเซี่ยฟางหลินได้รู้ว่าเทียนเหอยังมีเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดอีก 600,000 ชั่งเตรียมจะปล่อยเข้าสู่ตลาด เขาก็รู้สึกหดหู่จนแทบจะหมดอาลัยตายอยาก

เมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของบริษัทเมล็ดพันธุ์ซาโจวนะเว้ย!

ถึง 600,000 ชั่งจะไม่ได้มากมายอะไรสำหรับบริษัทเมล็ดพันธุ์ซาโจว แต่เทียนเหอก็เหมือนก้างชิ้นใหญ่ที่ติดคออยู่ตลอดเวลา ทำให้เซี่ยฟางหลินรู้สึกอึดอัดทรมานสุดๆ

"เทียนเหอมันกล้าดียังไงวะ แล้วไปเอาเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดมากมายขนาดนั้นมาจากไหนกัน?"

ตรงข้ามเขา เหลาเฉาชายร่างใหญ่บึกบึนก็กำลังหงุดหงิดไม่แพ้กัน

"ปีนี้เทียนเหอเคลื่อนไหวใหญ่ๆ เยอะเกินไป ทุกคนต่างก็รอซ้ำเติมตอนที่พวกมันพลาดเรื่องเมล็ดพันธุ์พริก จนละเลยฐานผลิตเมล็ดพันธุ์จิ่วเฉวียนที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมไปเสียสนิท"

"ฐานผลิตเมล็ดพันธุ์?"

เซี่ยฟางหลินเพิ่งนึกขึ้นได้ เขาเงียบไปพักใหญ่

ฐานผลิตเมล็ดพันธุ์นั่นพวกเขาย่อมรู้จักดี ก่อนหน้านี้ก็เคยส่งคนไปสืบข่าวตั้งนานแล้ว แต่เทียนเหอมีมาตรการป้องกันฐานผลิตเมล็ดพันธุ์ที่เข้มงวดมาก

พวกคนงานที่ทำอยู่ก็พูดอะไรไม่ค่อยรู้เรื่อง

ประกอบกับโครงการฐานสาธิตปลูกพริกหวานและพื้นที่ดินเค็มของเทียนเหอกำลังเป็นข่าวครึกโครม ความสนใจของพวกเขาเลยถูกเบี่ยงเบนไปหมด

เซี่ยฟางหลินถามอย่างเหม่อลอย "เทียนเหอไม่กลัวของค้างสต็อกเลยหรือไง?"

"ฉันก็สงสัยอยู่เหมือนกัน ไม่กี่ปีมานี้เมล็ดพันธุ์ข้าวโพดล้นตลาดอย่างหนัก บริษัทเมล็ดพันธุ์ขาดทุนกันย่อยยับ ทำไมเทียนเหอยังจะดันทุรังเบียดเข้ามาอีก"

"ตอนนี้การแย่งชิงฐานผลิตเมล็ดพันธุ์ก็ดุเดือดขึ้นทุกวัน ต้นทุนก็พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ"

เซี่ยฟางหลินขมวดคิ้ว เขายังคงมองโลกในแง่ร้ายกับผลประกอบการของบริษัทในปีนี้

แต่เขาก็ไม่คิดว่ายอดขายเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดของเทียนเหอจะออกมาดีเช่นกัน

อุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดกลายเป็นทะเลเลือดมาตั้งนานแล้ว บริษัทเมล็ดพันธุ์ที่ใกล้จะล้มละลายมีให้เห็นเกลื่อนกลาด!

แถมหน่วยงานวิจัยยังให้ความสำคัญกับการเพาะพันธุ์ ทำให้มีสายพันธุ์ใหม่ๆ และสายพันธุ์ดีๆ ออกมาไม่ขาดสาย ความเร็วในการผลัดเปลี่ยนสายพันธุ์จึงไวมาก

ถ้าสายพันธุ์ดีๆ ไม่สามารถตีตลาดได้ภายใน 2-3 ปี หลังจากผ่านการรับรองแล้วก็คงจะถูกตลาดคัดออกอยู่ดี

แต่ทว่า การโจมตีด้วยการโปรโมตอย่างหนักของเทียนเหอก็กลับมาฟาดหน้าบริษัทเมล็ดพันธุ์ซาโจวอย่างจังอีกครั้ง!

ใครที่ไหนแม่งเอาเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดมาโฆษณาแบบนี้วะ!

เมล็ดพันธุ์ข้าวโพด 600,000 ชั่งของเทียนเหอ ปลูกได้แค่ไม่กี่หมื่นหมู่เอง จำเป็นต้องเล่นใหญ่เบอร์นี้เลยเหรอ!

……

ณ ฐานผลิตเมล็ดพันธุ์พืชผักธัญพืชครบวงจรแห่งหนึ่ง

ฐานนี้มีพื้นที่ประมาณ 50,000 หมู่ เป็นฐานการผลิตเฉพาะของบริษัทซื่อหนงจากเกาหลีใต้

คิมยงซุนวางหนังสือพิมพ์ลง ในทีวีก็กำลังฉายข่าวสถานการณ์ปัจจุบันอยู่พอดี

เขายิ้มหยันอย่างไม่แยแส

ทั้งในหนังสือพิมพ์และบนทีวีต่างก็โปรโมตข่าวสารพัดเรื่องของเทียนเจียวหมายเลข 1 ทั้งช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม ลงทุนน้อยกำไรสูง

คิมยงซุนรู้ภาษาของประเทศจีนเป็นอย่างดี จึงถูกสำนักงานใหญ่ส่งตัวมาดูแลธุรกิจเมล็ดพันธุ์ของสาขาในประเทศจีน

สภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศอันยอดเยี่ยมของภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือ พื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาล และค่าแรงที่ถูกแสนถูก สำหรับประเทศเกาหลีใต้ที่ขาดแคลนทรัพยากรที่ดินแล้ว ที่นี่ถือเป็นดินแดนสวรรค์เลยทีเดียว

การผลิตเมล็ดพันธุ์และผักชนิดต่างๆ ในประเทศจีน จากนั้นก็นำเมล็ดพันธุ์ไปขายในพื้นที่หรือส่งออกไปยังภูมิภาคอื่น

เมล็ดพันธุ์ของเกาหลีใต้ค่อยๆ แย่งชิงพื้นที่การอยู่รอดของสายพันธุ์ท้องถิ่นไปทีละนิด

ในขณะที่ขายเมล็ดพันธุ์ก็ส่งผักกลับประเทศไปด้วย ห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่สมบูรณ์แบบนี้ได้ก่อตัวขึ้นมาหลายปีแล้ว

และเมื่อเมล็ดพันธุ์ที่เพาะขึ้นมาโดยปรับให้เข้ากับสภาพอากาศท้องถิ่นถูกปล่อยออกมา คิมยงซุนก็ราวกับมองเห็นภาพที่เมล็ดพันธุ์ของเกาหลีใต้บุกทะลวงไปข้างหน้าอย่างไม่มีใครต้านทานได้

โดยเฉพาะการเพาะพันธุ์ผักอย่างพริก

นี่คือความภาคภูมิใจของชาวเกาหลีใต้เลยนะ

เมื่อเห็นสื่อในหนังสือพิมพ์อวย 'เทียนเจียวหมายเลข 1' ซะเว่อร์วัง คิมยงซุนก็รู้สึกดูแคลนอย่างมาก

ข้อมูลที่เกินจริง ไม่เป็นความจริง ข่าวทั่วไปยังดูเหมือนจัดฉากเล่นละคร ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพวกโฆษณาที่เล่นใหญ่ซะขนาดนั้น

ในสายตาเขา อุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ผักของประเทศจีนก็เหมือนเด็กทารกที่เพิ่งหัดเดิน ใครหน้าไหนก็รังแกได้ทั้งนั้น

โดยเฉพาะในวงการพริกก็ยิ่งเป็นเช่นนั้น

การถือกำเนิดของพริกเขาแกะซีรีส์เจินชิงจากบริษัทซื่อหนง ทำให้คิมยงซุนมีความมั่นใจอย่างล้นหลาม

การยึดครองตลาดประเทศจีน มันก็แค่เรื่องของเวลาเท่านั้น

เช่นเดียวกัน พวกญี่ปุ่นก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับ 'เทียนเจียวหมายเลข 1' มากนัก เมื่อเผชิญกับการโปรโมตแบบปูพรมของเทียนเหอ พวกเขาก็ไม่ได้งัดมาตรการอะไรออกมารับมือมากนัก

กลับเป็นพวกบริษัทเมล็ดพันธุ์ฝั่งยุโรปและอเมริกาที่เริ่มเกิดความหวาดหวั่นต่อ 'ชือหงหมายเลข 1'

เมล็ดพันธุ์พริกหวานนำเข้าเดิมทีก็มีราคาแพงลิ่วอยู่แล้ว พริกหวานส่วนใหญ่ก็มักจะถูกนำไปใช้เป็นส่วนผสมหลัก มักจะปลูกกันในพื้นที่คุ้มครองแถวโซ่วกวง หรือตามฐานส่งเสริมการปลูกกลางแจ้งในฤดูหนาวเพื่อส่งขึ้นเหนือของมณฑลฉงและมณฑลอวิ๋น

อีกทั้งพฤติกรรมการบริโภคดั้งเดิมของแต่ละพื้นที่ก็ไม่เหมือนกัน ชาวสวนทั่วไปมักจะปลูกกันในพื้นที่เล็กๆ

การเล่นใหญ่ปลูกเต็มพื้นที่กว้างขวางแบบฐานสาธิตของเทียนเหอเป็นอะไรที่ไม่เคยมีมาก่อน ราคาหน้าสวนของพริกหวานในมณฑลกานซู่ที่ตกแค่ชั่งละ 8 เหมา ยิ่งทำให้บริษัทเมล็ดพันธุ์ตะวันตกรายใหญ่เจ็บใจจนแทบกระอักเลือด

ถึงกับด่ากราดว่าเทียนเหอกำลังปั่นป่วนตลาด!

พริกหวานในยุคนี้ยังถือเป็นผักเกรดพรีเมียม ราคาแพงหูฉี่ ปกติก็ใช้เป็นแค่เครื่องเคียงเท่านั้น

จู่ๆ บริษัทเมล็ดพันธุ์เทียนเหอก็เล่นไม้นี้ ราคาพริกหวานก็ร่วงดิ่งลงเหวไปเลย

แถมยังโปรโมตแบบไม่สนต้นทุนอีก บริษัทเมล็ดพันธุ์อย่างเซิ่งหนีซือ เซียนเจิ้งต๋า และรุ่ยเค่อซือวั่ง จึงถูกโจมตีจนตั้งตัวไม่ติด

การโปรโมตของบริษัทเมล็ดพันธุ์เทียนเหอมันไม่สนต้นทุนเลยจริงๆ!

แคมเปญโฆษณาและการโปรโมตภาพลักษณ์องค์กรต่างๆ ถูกปล่อยออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน

ทั้งโฆษณาทีวี ใบปลิว ป้ายผ้า โฆษณาตามกำแพง แผ่นซีดี ล้วนแต่กระจายตัวเข้าถึงชาวบ้านในชนบทอย่างทั่วถึงราวกับปูพรม

โดยเฉพาะโฆษณาทางทีวี

ช่วงนี้เป็นช่วงโลว์ซีซันของการตลาดเมล็ดพันธุ์ ไม่มีคู่แข่งมาแย่งเวลาออกอากาศ ค่าโฆษณาก็ถูก แถมยังมีโฆษณาแทรกน้อย

สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นบางช่อง ถึงกับเอาโฆษณาเมล็ดพันธุ์พริกของเทียนเหอมาฉายวนไปวนมาซ้ำๆ ซากๆ

เมืองหลาน

ที่บ้านของเฒ่าเฉิน

พริกหวานในไร่ถูกเก็บเกี่ยวจนหมดแล้ว พื้นที่สองหมู่ทำรายได้ไปกว่า 10,000 หยวน ทำเอาสองตายายยิ้มแก้มปริไปตลอดช่วงฤดูใบไม้ร่วง

หลังจากถอนต้นพริกทิ้ง สองตายายก็รีบลงมือปลูกผักกาดขาวต่อทันที

ชีวิตประจำวันเริ่มมีเวลาว่างมากขึ้น

เฒ่าเฉินยังคงหนีไม่พ้นกิจกรรมบันเทิงอย่างการเล่นไพ่ทุกวัน แต่ทุกคืนเขาจะมาโผล่อยู่หน้าทีวีขาวดำที่บ้านอย่างตรงเวลา

สองตายายชอบดูรายการตลกภาษาถิ่นเรื่อง 《เมืองหลานแสนสุข》 การได้ยินภาษาที่คุ้นเคยทำให้รู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก

วันนี้ ช่วงที่รายการใกล้จะจบ

เฒ่าเฉินกะจะไปเข้าห้องน้ำแล้วกลับมานอน แต่ในทีวีขาวดำกลับมีนักแสดงท้องถิ่นที่เขาคุ้นหน้าสองคนกำลังเล่นละครสั้นอยู่บนจอ

เขาหยุดดูอยู่ครู่หนึ่ง

เนื้อเรื่องของละครสั้นมันคล้ายกับประสบการณ์ของเขากับเจ้าหมิงจื้อ ครอบครัวหนึ่งใช้เมล็ดพันธุ์พริกของเทียนเหอ ส่วนอีกครอบครัวไปใช้เมล็ดพันธุ์ของที่อื่น

เงินลงทุนกับผลผลิตที่ได้ย่อมแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว

เนื้อเรื่องสนุกสนาน ฟังภาษาถิ่นก็คุ้นหู เฒ่าเฉินเลยหัวเราะร่วนออกมาอย่างอารมณ์ดี

"เมล็ดพันธุ์เทียนเจียวหมายเลข 1 เครื่องจักรปั๊มผลผลิตพริกขนานแท้"

"ลงทุนน้อยลง ได้กำไรดีขึ้น"

พอได้ยินสโลแกนโฆษณาที่เข้าใจง่าย เฒ่าเฉินก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าตาม

เมล็ดพันธุ์พริกของเทียนเหอ ใครได้ลองใช้เป็นต้องรู้ซึ้ง

ในเวลาเดียวกัน ครอบครัวของเจ้าหมิงจื้อก็กำลังดูทีวีอยู่เหมือนกัน สองปีก่อนบ้านเขากอบโกยเงินมาได้ก้อนโต เลยเปลี่ยนมาใช้ทีวีสีตั้งนานแล้ว

ทีวีกำลังฉายข่าวอีกช่องหนึ่ง เกษตรกรสาธิตการปลูกพริกในเมืองหลานกำลังให้สัมภาษณ์จากประสบการณ์ตรง

"ปีนี้สหกรณ์ของเราปลูกพริกหวานไปสองร้อยกว่าหมู่ ใช้ต้นกล้าที่เทียนเหอจัดหาให้ทั้งหมดเลยครับ"

"ปีแรกที่ปลูกพวกเรายังไม่มีประสบการณ์ แต่โชคดีที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรของเทียนเหอมาให้คำปรึกษาด้านเทคนิค อธิบายกลไกการทำงาน ทำให้การปลูกพริกหวานราบรื่นมาก"

"สหกรณ์ปลูกพริกหวานชือหงหมายเลข 1 ไปสองร้อยหมู่ รายได้เฉลี่ยต่อหมู่คือ 8,000 กว่าหยวน รวมแล้วขายได้ตั้งหนึ่งล้านหกแสนกว่าหยวนเลยทีเดียว"

หน้าจอทีวี ไม่รู้ว่ามีอีกกี่คนที่คันไม้คันมืออยากทำตามเหมือนกับครอบครัวของเจ้าหมิงจื้อ

รายได้ต่อหมู่ตั้ง 8,000 กว่าหยวนเชียวนะ!

สีหน้านั้นแทบจะเหมือนตอนดูคัมภีร์เศรษฐีเลย แววตาเป็นประกายวาววับ!

การโปรโมตของเทียนเหอแทรกซึมลึกเข้าไปในใจผู้คน

ผ่านไปไม่ถึงสองวัน

ป้ายผ้าเรียบง่ายก็ถูกนำไปแขวนไว้ในจุดที่เห็นได้ชัดเจนในหมู่บ้าน ตัวอักษรสีสันสดใสเขียนไว้ว่า "พริกหวานชือหงหมายเลข 1 ผลสวย ขายได้ราคาแพง!"

เฒ่าเฉิน เจ้าหมิงจื้อ และเกษตรกรคนอื่นๆ ก็ทยอยได้รับ 'ใบปลิว' ที่เทียนเหอแจกจ่าย ใบปลิวทำออกมาสวยงามมาก บางครอบครัวในชนบทถึงกับเอาไปแปะไว้ที่บ้านเหมือนเป็น 'ภาพวาด' ประดับฝาผนัง

ที่บริษัทเมล็ดพันธุ์เซิ่งหนีซือ

ชิวเจี้ยนชิง ผู้รับผิดชอบสำนักงานสาขาจิ่วเฉวียนนั่งเงียบกริบ บนใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวลใจ บนโต๊ะยังมีใบปลิวและปฏิทินของชือหงหมายเลข 1 วางอยู่

ใบปลิว + ปฏิทิน ของพวกนี้เกษตรกรเอาไปติดที่บ้านได้เป็นปีเลยนะ!

แต่ความสนใจของชิวเจี้ยนชิงกลับจดจ่ออยู่กับเนื้อหาในแผ่น VCD สิ่งนี้คือข้อมูลที่บริษัทเซิ่งหนีซือสาขาประเทศจีนรวบรวมมาจากพื้นที่อย่างโซ่วกวง

เมื่อเทียบกับฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือ เครื่องเล่น VCD จะเป็นที่แพร่หลายมากกว่าในพื้นที่ชนบทแถบชายฝั่งทะเลเหล่านี้

ประเด็นสำคัญคือเกษตรกรก็กระหายที่จะเรียนรู้เทคนิคและเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่นกัน

ชิวเจี้ยนชิงถอนหายใจเฮือกใหญ่

"บริษัทเมล็ดพันธุ์เทียนเหอวางหมากกระดานนี้ไว้ใหญ่โตจริงๆ!"

พนักงานขายที่นั่งดูอยู่ข้างๆ เขาก็รู้สึกสะเทือนใจไม่น้อย

ในทีวี นักวิชาการของเทียนเหอยังคงใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายเพื่ออธิบายเทคนิคต่างๆ ในการเพาะปลูกพริก

ตั้งแต่การเตรียมดิน การเพาะกล้า ไปจนถึงการดูแลรักษา แม้กระทั่งการเลือกช่วงเวลาเก็บเกี่ยวเพื่อหลีกเลี่ยงการขายชนกัน ก็มีคำแนะนำอย่างละเอียด

"ใบปลิวกับปฏิทินที่ทำออกมาอย่างดีมีประสิทธิภาพในการโปรโมตในชนบทสูงมาก แต่ก็มีต้นทุนที่สูงตามไปด้วย อันนี้คงไม่ต้องพูดอะไรมาก"

"แต่การเอาความรู้ด้านเทคนิคการเกษตรมาทำเป็นรายการพิเศษแจกให้ถึงมือเกษตรกร นอกจากจะได้ผลลัพธ์ที่ดีแล้ว ต้นทุนยังต่ำอีกด้วย"

ชิวเจี้ยนชิงสังเกตเห็นสีหน้าสงสัยของพนักงานขาย

"แผ่น VCD ที่ทำเองตกราคาแค่ 3-4 หยวนต่อแผ่นเท่านั้น ตอนนี้ทางสำนักงานใหญ่ก็กำลังเร่งมือทำอยู่เหมือนกัน"

หวังว่าจะยังตามทันนะ

ภาคตะวันตกเฉียงเหนือเหมาะแก่การผลิตเมล็ดพันธุ์พริกหวาน แต่ตลาดของเมล็ดพันธุ์พริกหวานส่วนใหญ่กลับไปกระจุกตัวอยู่ตามพื้นที่ชายฝั่ง

ตอนที่เสือมัวแต่งีบหลับ เทียนเหอก็แอบเจาะตลาดผักพรีเมียมริมชายฝั่งจนเป็นรอยร้าวแล้ว ถ้าไม่รีบสกัดกั้นไว้ ชิ้นเนื้อก้อนโตนี้ก็คงถูกเทียนเหอคาบไปกินแน่ๆ

จบบทที่ บทที่ 99 : ผลผลิตเมล็ดพันธุ์ | บทที่ 100 : พายุตั้งเค้า

คัดลอกลิงก์แล้ว