- หน้าแรก
- สัปยุทธ์พิภพเทวะ
- ตอนที่ 146 มีโฉมงามร่วมทาง
ตอนที่ 146 มีโฉมงามร่วมทาง
ตอนที่ 146 มีโฉมงามร่วมทาง
ตอนที่ 146 มีโฉมงามร่วมทาง
ตาเฒ่าซูจากไปแล้ว เหลือเพียงอี้อวิ๋นและหลินซินถงสองคน ยืนอยู่ท่ามกลางถิ่นทุรกันดาร
จันทร์กระจ่างฟ้า หลินซินถงสวมชุดกระโปรงสีขาว พลิ้วไหวราวกับนางเซียน อี้อวิ๋นสวมชุดเฟยอวี๋ฟู ท่วงท่าองอาจสูงส่งเช่นกัน
บนที่ราบกว้างใหญ่ ชายหนึ่งหญิงหนึ่งคู่นี้ ต่างก็สง่างามดั่งหยก
หลินซินถงเป็นคนเงียบขรึม ส่วนอี้อวิ๋นปกติก็ไม่ค่อยพูดจา ดังนั้นชั่วขณะหนึ่ง บรรยากาศจึงดูเงียบเหงาไปบ้าง
"ตาเฒ่าซู... เอ้อ... ท่านผู้เฒ่าซูไปแล้ว แม่นางหลินวางแผนจะทำอะไรในช่วงวันเหล่านี้หรือ?" อี้อวิ๋นเป็นฝ่ายทำลายความเงียบก่อน
เมื่อได้ยินสรรพนามที่อี้อวิ๋นเรียกซูเจี๋ยอย่างติดปาก หลินซินถงก็หลุดหัวเราะออกมา ชั่วขณะนั้นนางดูงดงามเปล่งประกายยิ่งนัก
"ก็ไม่มีเรื่องอะไรเป็นพิเศษ ท่านอาจารย์กำชับไม่ให้ข้าไปไกลเกินไป ก็คงจะวนเวียนอยู่แถวนี้แหละ ในส่วนลึกของเมฆารกร้าง มีสัตว์อสูรบรรพกาลบางตัวที่ข้าก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน"
"เป็นอย่างนี้นี่เอง..." อี้อวิ๋นใจขยับ พลางพูดโพล่งออกมาว่า "พรุ่งนี้ข้าจะต้องกลับไปยังเผ่าเหลียน หากแม่นางหลินไม่มีธุระอะไรจริงๆ ละก็..."
อี้อวิ๋นยังคิดคำนวณอยู่ในใจว่า ทุกคืนจะได้ฝึกยุทธ์กับหลินซินถง การได้ฝึกยุทธ์กับหลินซินถงทำให้อี้อวิ๋นได้รับประโยชน์ไม่น้อยเลยจริงๆ
"ตกลง" หลินซินถงตอบอย่างสั้นกระชับ ซึ่งทำให้อี้อวิ๋นชะงักไป เดิมทีเขาคิดว่าหลินซินถงอาจจะไม่เต็มใจ ไม่นึกเลยว่านางจะตอบรับทันที เขาถึงกับยังพูดไม่จบประโยคเสียด้วยซ้ำ
"เจ้าจะไปเผ่าเหลียนกับข้าหรือ?" อี้อวิ๋นยืนยันเรื่องนี้กับหลินซินถง
"ข้ามีแผนเช่นนั้นอยู่พอดี ข้ามีบางเรื่องที่ต้องการจะพิสูจน์ด้วย" หลินซินถงกล่าว
ดี! อี้อวิ๋นดีใจมากในใจ มีหลินซินถงร่วมทาง ความเร็วในการพัฒนาความแข็งแกร่งของเขาย่อมคาดการณ์ได้ เดิมทีเขายังคิดว่า การเดินทางกลับไปหาพี่สาวครั้งนี้ การบำเพ็ญเพียรอาจจะล่าช้าไปบ้าง แต่ตอนนี้ กลับไม่ต้องมีความกังวลในด้านนี้เลยแม้แต่น้อย
...
สายของวันที่สอง นักรบองครักษ์มังกรทองห้าคน เตรียมเสบียงอาหาร เนื้อสัตว์ ผัก และเสื้อผ้าบางส่วน เตรียมออกเดินทางกลับเผ่าเหลียน
คนเหล่านี้ล้วนมาเพื่อส่งอี้อวิ๋นกลับบ้าน การเดินทางในดินแดนรกร้าง อย่างน้อยต้องมีระดับพลังจื่อเสวี่ย และจะดีที่สุดหากถึงระดับจื่อเสวี่ยขั้นกลางหรือขั้นปลาย
แม้ความแข็งแกร่งของอี้อวิ๋นจะสูง แต่การเดินทางในดินแดนรกร้างเพียงลำพัง จางถันยังคงกังวลว่าอาจเกิดข้อผิดพลาดขึ้นได้
อี้อวิ๋นขี่แรดนอเดียวตัวใหญ่แยกต่างหาก นี่คือพาหนะส่วนตัวของอี้อวิ๋น รวมกับนักรบองครักษ์มังกรทองอีกห้าคน เป็นขบวนแรดนอเดียวทั้งหมดหกตัว นับว่าดูยิ่งใหญ่อลังการมาก
ในขณะที่พวกอี้อวิ๋นกำลังเก็บของ สมาชิกค่ายเตรียมทหารของเผ่าเหลียนก็พากันเดินลับๆ ล่อๆ มายังที่ไม่ไกล มองดูแรดนอเดียวทั้งหกตัวจากระยะไกลด้วยความขมขื่นในใจ
สมาชิกค่ายเตรียมทหารเหล่านี้ พวกเขามาที่เผ่าเถาเพื่อเข้าร่วมการคัดเลือกแห่งอาณาจักรเทพ อย่างไรก็ต้องกลับเผ่าเหลียน มิฉะนั้นเผ่าเถาไม่มีทางปล่อยให้พวกเขาอยู่ที่นี่เพื่อกินและดื่มฟรีๆ ตลอดไป
องครักษ์มังกรทองจะส่งผู้สมัครจากเผ่าเล็กๆ ที่ตกรอบกลับบ้าน แต่ก็ส่งเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ไม่สามารถส่งซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้
เห็นได้ชัดว่า หากสมาชิกค่ายเตรียมทหารของเผ่าเหลียนไม่สามารถเกาะขบวนนี้ไปได้ ต่อไปพวกเขาก็อย่าหวังว่าจะได้กลับไป องครักษ์มังกรทองไม่มีทางส่งพวกเขาเป็นการเฉพาะอีกครั้งแน่
ชายในค่ายเตรียมทหารหลายคนมองหน้ากัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความขมขื่น การอยู่ที่เผ่าเถาต่อไปไม่ได้ แต่หากกลับเผ่าเหลียน พวกเขาจะอธิบายอย่างไร?
ไม่มีหน้าจะกลับไปแล้วจริงๆ!
และที่สำคัญ หากอยากจะขออาศัยทางไปด้วย ยังต้องถามอี้อวิ๋นผู้เป็นเจ้าของเสียก่อนว่ายอมหรือไม่!
เมื่อก่อนพวกเขาติดตามเหลียนเฉิงอวี้ เห็นเหลียนเฉิงอวี้เป็นผู้นำ คอยถากถางดูหมิ่นอี้อวิ๋นสารพัด แต่ตอนนี้กลับต้องมาอ้อนวอนอี้อวิ๋น
คิดดูแล้ว พวกเขาเสียใจจนลำไส้แทบกลายเป็นสีเขียว หากอี้อวิ๋นทำให้พวกเขาลำบากใจ จงใจไม่พาพวกเขาไปด้วย พวกเขาก็คงได้แต่ปล่อยไปตามยถากรรม!
"จบสิ้นแล้ว เราไม่มีทางไปแล้ว อย่าว่าแต่จะกลับไปได้หรือไม่ ต่อให้กลับไปได้ นายน้อยเหลียนถูกตีจนอยู่ในสภาพนี้ เราจะไปอธิบายกับผู้อาวุโสเผ่าได้อย่างไร..."
ชายคนหนึ่งพูดด้วยใบหน้าขมขื่น
"เจ้ามันโง่หรือเปล่า!" ชายอีกคนที่อาวุโสกว่า ตบหน้าคนที่พูดเมื่อครู่ฉาดหนึ่ง "พวกเจ้าไม่รู้หรือว่า ฟ้ากำลังจะเปลี่ยนสีแล้ว ต่อไปอี้อวิ๋นคือเจ้านายคนใหม่! พวกเรารีบไปโขกศีรษะยอมรับผิดกับนายน้อยอวิ๋น การยอมรับเจ้านายคนใหม่สิถึงจะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง!"
คำพูดของชายที่ดูเฉลียวฉลาดคนนี้ ทำให้คนรอบข้างฟังแล้วรู้สึกมึนงงไปบ้าง
"พวกเรากลุ่มนี้ ฝีมือก็ไม่เอาไหน แถมไม่ใช่สาวงาม โขกศีรษะยอมรับผิดไปก็คงไม่มีประโยชน์หรอก"
การมาเผ่าเถาครั้งนี้ ได้เห็นยอดฝีมือจากทุกสารทิศ ได้เห็นพลังที่น่าตกตะลึงของอี้อวิ๋น คนในค่ายเตรียมทหารเหล่านี้รู้แจ้งแล้วว่า สิ่งที่เรียกว่าความแข็งแกร่งของพวกเขา เมื่อเทียบกับอี้อวิ๋นแล้ว ก็เป็นแค่ก้อนอาจมก้อนหนึ่ง
"นั่นก็ต้องแสดงจุดยืน ต่อไปพวกเราลงไร่ทำนา ทำตัวให้ดี อย่างน้อยก็ยังพอมีทางรอด ไม่อย่างนั้น นายน้อยอวิ๋นบดขยี้พวกเรา ก็ง่ายเหมือนบดขยี้แมลงตัวหนึ่งเท่านั้น"
ชายที่เฉลียวฉลาดคนนั้นรำพึง เขาตระหนักได้แล้วว่า ยุคสมัยที่เคยอาศัยการประจบประแจงเพื่อมีชีวิตรอดอาจผ่านพ้นไปแล้วไม่มีวันกลับมา คนกลุ่มนี้ต่อให้ไปคุกเข่าเลียแข้งเลียขาอย่างไร ก็คงไม่ได้รับความเมตตาจากอี้อวิ๋น แต่การคุกเข่าเลียเสียหน่อย อย่างน้อยก็ยังพอมีชีวิตอยู่ต่อไปได้
"แล้ว... แล้วนายน้อยเหลียนจะทำอย่างไร?" ชายที่ดูเซ่อซ่าคนหนึ่งถามเบาๆ
"นายน้อยเหลียน? แม่มันเถอะ ตอนนี้เขายังจะเป็นนายน้อยอะไรได้อีก เหลียนเฉิงอวี้ไอ้หลานเต่าตัวนี้ ทำเอาพวกข้าลำบากแท้ๆ!"
พอพูดถึงเหลียนเฉิงอวี้ ชายคนนี้ก็โมโหขึ้นมา หากไม่ใช่เพราะเหลียนเฉิงอวี้ พวกเขาก็คงไม่ต้องเป็นศัตรูกับอี้อวิ๋นอย่างไม่เผาผีเช่นนี้!
หลังจากปรึกษาหารือกันสารพัด ชายในค่ายเตรียมทหารก็ได้ตัดสินใจยอมรับอี้อวิ๋นเป็นเจ้านายแล้ว
พวกเขารวบรวมความกล้า ลากเหลียนเฉิงอวี้มาด้วย ต่างคนต่างผลักกันไปมาเพื่อเข้าพบอี้อวิ๋น
"ตุ้บ!"
สมาชิกค่ายเตรียมทหารเจ็ดแปดคนคุกเข่าลงเต็มพื้น ด้วยฐานะของอี้อวิ๋นในตอนนี้ การที่พวกเขาคุกเข่าให้จึงเป็นเรื่องธรรมดา
"นายน้อยอวิ๋น ท่านเป็นผู้ใหญ่มีเมตตา โปรดไว้ชีวิตพวกผู้น้อยด้วยเถิด!"
"นายน้อยอวิ๋น ผู้น้อยตามืดบอดมองไม่เห็นขุนเขาไท่ซาน ผู้น้อยสมควรตาย"
"นายน้อยอวิ๋น ต่อไปผู้น้อยจะเป็นขี้ข้าของท่าน ท่านสั่งให้ผู้น้อยไปตะวันออก ผู้น้อยไม่บังอาจไปตะวันตก ท่านสั่งให้ผู้น้อยจับหมา ผู้น้อยไม่บังอาจไปจับไก่"
ชายในค่ายเตรียมทหารหลายคน แต่ละคนแสดงสีหน้าโศกเศร้าเสียใจอย่างที่สุด ฝ่ามือใหญ่ราวกะพือลมตบเข้าที่ใบหน้าตัวเองไม่หยุด
เพียะ เพียะ เพียะ! เพียะ เพียะ เพียะ!
เพื่อแสดงความจริงใจ ชายหลายคนตบหน้าตัวเองจนเสียงดังสนั่น
เมื่อเห็นกลุ่มสมาชิกค่ายเตรียมทหารที่มีท่าทางขี้ข้าเช่นนี้ อี้อวิ๋นก็คร้านจะสนใจพวกเขา คนเหล่านี้ อี้อวิ๋นเห็นแล้วก็รู้สึกคลื่นไส้
อี้อวิ๋นเก็บของของตนไปพลาง โดยไม่พูดจาอะไร
พวกขี้ข้าหลายคนเห็นว่าอี้อวิ๋นไม่แสดงท่าที ก็คิดว่าตนเองตบหน้าตัวเองยังไม่จริงใจพอ จึงยิ่งลงแรงตบให้หนักขึ้น
เพียะ เพียะ เพียะ! เพียะ เพียะ เพียะ!
ใบหน้าของหลายคนตบจนบวมฉ่อง
อี้อวิ๋นได้ยินแล้วรำคาญใจเล็กน้อย "พวกเจ้าทำอะไรกัน?"
"โปรดนายน้อยอวิ๋นเมตตาด้วย" ชายคนหนึ่งพูดไปพลางตบหน้าตนเองไปพลาง "โปรดนายน้อยอวิ๋น พวกลูกน้องกลับบ้านด้วย..."
อี้อวิ๋นกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า "พวกเจ้าก็ตามมาเถอะ"
แม้คนเหล่านี้จะเป็นพวกสอพลอที่ชอบรังแกคนอ่อนแอและเกรงกลัวคนเข้มแข็ง แต่โดยเนื้อแท้แล้วก็ไม่ได้ก่อกรรมสังหารอะไรมากมาย อี้อวิ๋นก็จะไม่ลงมือทำอะไรพวกเขา
"ขอบพระคุณนายน้อยอวิ๋น!"
พวกขี้ข้าหลายคนซาบซึ้งใจอย่างที่สุด
ชายคนหนึ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดอย่างลังเลว่า "แล้ว... แล้วเหลียนเฉิงอวี้ไอ้โจรชั่วคนนี้จะทำอย่างไร?"
"ก็เอาไปด้วยสิ" อี้อวิ๋นพูดไปตามน้ำ เหลียนเฉิงอวี้พิการไปแล้ว เขาทำความผิดร้ายแรง ก่อกรรมสังหารไว้มากเกินไป พากลับไปที่เผ่า ย่อมมีราษฎรของเผ่าเหลียนจัดการเขาเอง
"ดี เอาไอ้หลานเต่านั่นไปด้วย รอให้ถึงเผ่าแล้ว ให้นายน้อยอวิ๋นจัดการ!"
ชายคนนั้นก็ช่างเฉลียวฉลาด ดังนั้นสมาชิกค่ายเตรียมทหารหลายคนจึงลากเหลียนเฉิงอวี้ที่กึ่งเป็นกึ่งตายออกมา
เหลียนเฉิงอวี้แววตาไร้ความรู้สึก ถูกชายฉกรรจ์หลายคนลากไปตามพื้น ใบหน้าเต็มไปด้วยฝุ่นละอองดิน
จากนั้น ชายสองคนก็โยนเหลียนเฉิงอวี้ลงในตะกร้าใบใหญ่บนหลังแรดนอเดียวตัวหนึ่งเหมือนโยนหมาตาย โดยไม่สนใจว่าเหลียนเฉิงอวี้จะสบายตัวหรือไม่
"แม่มันเถอะ เป็นเพราะเจ้าแท้ๆ ที่ทำให้ข้าต้องลำบาก!"
ชายคนหนึ่งใช้เท้าเหยียบลงบนใบหน้าของเหลียนเฉิงอวี้เพื่อระบายความแค้นในใจ
หางตาของอี้อวิ๋นเห็นฉากนี้เข้า ก็รู้สึกสะท้อนใจในใจ เมื่อไม่กี่วันก่อนยังเป็นเจ้านาย ไม่กี่วันต่อมากลับกลายเป็นนักโทษ ดินแดนรกร้างเป็นเช่นนี้เอง โหดร้าย ผู้เข้มแข็งเป็นใหญ่ ส่วนผู้อ่อนแอ... แม้แต่การจะมีชีวิตอยู่รอดก็นับว่าเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยอย่างหนึ่ง
ขบวนสัตว์ยักษ์ออกเดินทางแล้ว
สัตว์ยักษ์หกตัว วิ่งออกจากค่ายใหญ่ของเผ่าเถา ควบทะยานไปตลอดทาง ฝุ่นตลบอบอวล
อี้อวิ๋นหันกลับมามองอย่างครุ่นคิด คล้ายกับเห็นร่างในชุดขาวร่างหนึ่ง ยืนยิ้มให้เขาอยู่ที่หอคอยไกลๆ
หลินซินถงย่อมไม่เดินไปพร้อมกับอี้อวิ๋น ความจริงแล้ว ในองครักษ์มังกรทองไม่มีใครรู้เลยว่า หลินซินถงจะติดตามอี้อวิ๋นไปยังเผ่าเหลียน
---