- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นตาเฒ่าใกล้ลงโลง แต่ระบบดันสั่งให้ไปเต๊าะสาวเพื่อต่ออายุขัย
- บทที่ 3 - ไอ้ระบบ แกช่วยใส่ใจข้าหน่อยได้ไหม
บทที่ 3 - ไอ้ระบบ แกช่วยใส่ใจข้าหน่อยได้ไหม
บทที่ 3 - ไอ้ระบบ แกช่วยใส่ใจข้าหน่อยได้ไหม
ส่วนเนื้อหาที่ลึกซึ้งและซับซ้อนในหน้าหลังๆ นั้น เจียงผิงขี้เกียจจะอ่านต่อแล้ว
เอาเถอะ พรุ่งนี้ค่อยเอาไปลองวิชากับเหอชิงฮวนดูก็แล้วกัน
อย่างไรเสียนี่ก็เป็นโลกแห่งการฝึกตน แม้ตอนนี้จะไม่มีใครกล้ามาหาเรื่องเขา
แต่การทำให้ร่างกายแข็งแรงและอายุยืนยาวขึ้นก็เป็นเรื่องที่ดีไม่ใช่หรือ?
ไม่รู้เหมือนกันว่า ถ้าเมี่ยวอินออกจากด่านมาเห็นเขายังมีชีวิตอยู่สบายดี นางจะตกใจแค่ไหนกันนะ
ถึงตอนนั้น เขาจะจับเมี่ยวอินกดลงใต้ร่างให้จงได้ จะได้ไม่เหลือความเสียดายในชาตินี้อีก
เช้าวันรุ่งขึ้น พระอาทิตย์ยังไม่ทันพ้นขอบฟ้า เหอชิงฮวนก็รีบแจ้นมาที่สวนสมุนไพรเป็นคนแรก
นางทนรอไม่ไหวแล้ว เมื่อคืนก็นอนกระสับกระส่ายทั้งคืน มัวแต่กังวลว่าเมื่อวานเจียงผิงจะตื่นเต้นจัดจนหัวใจวายตายไปเสียก่อน
นางไม่ได้ร้องเรียกหรือเคาะประตู แต่นางผลักประตูพรวดพราดเข้าไปเลย
ภาพที่เห็นคือ เจียงผิงกำลังนั่งขัดสมาธิทำสมาธิอยู่บนเตียง
เหอชิงฮวนยืนเบิกตากว้างจ้องมองเจียงผิง ในใจแอบคิดว่า ‘นี่มันเรื่องอะไรกัน? หรือว่านี่จะเป็นอาการแสงสุดท้ายก่อนตาย?’
โบราณว่าไว้ คนที่ใกล้จะตาย มักจะมีช่วงเวลาหนึ่งที่ดูมีเรี่ยวมีแรงขึ้นมาอย่างประหลาด
เจียงผิงลืมตาขึ้น มองดูเหอชิงฮวนที่ยืนงงอยู่ตรงหน้าประตู
เขาเอ่ยขึ้นว่า “ยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะ รีบปิดประตูแล้วเข้ามาสิ”
เหอชิงฮวนแทบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองเดินเข้าไปหาเขาตอนไหน
เจียงผิงเอื้อมมือไปคว้าเอวคอดกิ่วของนางเข้ามากอดแน่น ไม่เปิดโอกาสให้นางปฏิเสธ
เขาจัดการกระชากเสื้อผ้าของนางออกอย่างรวดเร็ว ฝ่ามือใหญ่ตะปบเข้าที่ก้อนเนื้ออวบอิ่มทั้งสองข้างเต็มแรง
เหอชิงฮวนร้องอุทานออกมาเบาๆ
เจียงผิงในวันนี้ช่างต่างจากเมื่อวานราวกับเป็นคนละคน หรือว่าเขาจะเทยาเม็ดสีแดงในขวดนั้นกรอกปากจนหมดเกลี้ยงกันนะ?
เหอชิงฮวนรู้ดี นี่คงเป็นการดิ้นรนเฮือกสุดท้ายของเขาแล้ว ผ่านพ้นวันนี้ไป นางก็คงหลุดพ้นจากขุมนรกนี้เสียที
ทว่า หลังจากที่เจียงผิงเริ่ม ‘ทำกิจกรรมเข้าจังหวะ’ กับนางลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ เหอชิงฮวนก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ
ตลอดทั้งช่วงเช้า เจียงผิงไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพักเลย เขาดุดันราวกับพยัคฆ์ร้ายลงจากเขา ตักตวงความสุขจากเรือนร่างนางอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
จะไปโทษเจียงผิงก็ไม่ได้ เพราะเขากำลังฝึกคัมภีร์ผสานรักอยู่นี่นา!
นี่แค่ระดับเริ่มต้น เขาต้องใช้พละกำลังแทบจะทั้งหมดที่มี เพื่อโคจรพลังปราณให้ผ่านจุดต่างๆ ตามตำราอย่างยากลำบาก
เนื่องจากเป็นการฝึกครั้งแรก เขาจึงยังไม่ค่อยคุ้นชิน กว่าจะโคจรพลังปราณได้ครบรอบก็ปาเข้าไปค่อนวัน
งานนี้คนที่รับเคราะห์ก็คือเหอชิงฮวน ในที่สุดนางก็นอนหมดสภาพอยู่บนเตียง เรี่ยวแรงจะขยับปลายนิ้วยังไม่มีเลย
นางคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก คนที่มีอาการแสงสุดท้ายก่อนตายมันจะอึดถึกทนได้ขนาดนี้เชียวหรือ?
ระดับพลังของนางคือขั้นเก้าแห่งขอบเขตหลอมรวมลมปราณ ซึ่งถือว่าบรรลุถึงจุดสูงสุดแล้ว อีกเพียงก้าวเดียวก็จะเข้าสู่ขอบเขตสร้างรากฐาน ทว่านางกลับต้องมาโดนตาแก่ขอบเขตขั้นห้าใกล้ตายคนนี้สูบพลังจนแทบลุกไม่ขึ้น! นางคิดไม่ออกจริงๆ
ช่างเถอะ คิดไม่ออกก็ไม่ต้องคิด!
ทนๆ เอาหน่อย ผ่านวันนี้ไปได้ ตาแก่นี่ก็คงสิ้นใจตายแล้วล่ะ
จังหวะนั้นเอง เจียงผิงก็ประทับริมฝีปากจูบลงบนหน้าผากของเหอชิงฮวนอย่างแผ่วเบา
เขาเรียกชื่อนางเสียงนุ่มนวล “ชิงฮวน...” ก่อนจะหยิบโอสถเม็ดหนึ่งยัดใส่มือนาง
ทันทีที่กลิ่นหอมของโอสถลอยเตะจมูก เหอชิงฮวนก็ดีดตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงทันที ความง่วง ความเหนื่อยล้า ปลิวหายไปเป็นปลิดทิ้ง
อันที่จริงคือนางไม่มีอารมณ์จะมาเหนื่อยแล้วต่างหากล่ะ!
นางเคยเห็นยาสร้างรากฐานมาก่อน จึงมองปราดเดียวก็รู้ทันทีว่านี่คือของแท้ล้านเปอร์เซ็นต์!
แถมยาเม็ดนี้ยังมีผิวสัมผัสเรียบเนียน โปร่งใสเป็นประกาย เห็นได้ชัดเลยว่าเป็นโอสถระดับสูงลิบลิ่ว
เจียงผิงค่อยๆ ก้าวลงจากเตียง หันหลังให้เหอชิงฮวน
เหอชิงฮวนมองแผ่นหลังที่ตั้งตรงของเจียงผิง พลางคิดในใจ ‘เจียงผิงคงมาถึงขีดจำกัดแล้วจริงๆ สินะ น้ำมันตะเกียงคงใกล้จะหมดเต็มทีแล้ว’
ไม่รู้ว่าผีสางตนไหนเข้าสิง จู่ๆ เหอชิงฮวนก็กระโดดลงจากเตียง สวมกอดเอวของเจียงผิงจากด้านหลัง
นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ศิษย์พี่เจียง ขอให้ท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพเถิด ข้าสัญญาว่าจะสร้างป้ายหลุมศพให้ท่าน และจะไปเยี่ยมเยียนท่านบ่อยๆ นะเจ้าคะ”
ได้ยินคำพูดนั้น ร่างของเจียงผิงถึงกับกระตุกวาบ! ตอนนั้นเองที่เขาเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า ยัยเด็กนี่มันคิดว่าเขาใกล้จะตายแล้วจริงๆ นี่หว่า!
เจียงผิงดึงตัวเหอชิงฮวนที่อยู่ด้านหลังเข้ามากอดไว้ในอ้อมอก
เขาพูดสั่งเสีย (ที่ไม่ได้แปลว่าใกล้ตาย) “ต่อไปก็อย่าลืมแวะมาบำเพ็ญเพียรคู่กับข้าทุกวันล่ะ
อ้อ แล้วเจ้าก็นั่งทะลวงขอบเขตสร้างรากฐานมันตรงนี้เลยก็แล้วกัน สวนสมุนไพรนี่อุดมไปด้วยไอพลังฟ้าดินหนาแน่น เหมาะเจาะพอดี”
เหอชิงฮวนคิดในใจ ‘ตาแก่นี่ แสงสุดท้ายริบหรี่เต็มทีแล้วยังจะปากแข็งอีก เอาเถอะ ข้าจะไม่แฉท่านก็แล้วกัน’
แต่นางก็ยอมรับข้อเสนอของเจียงผิง เพราะที่นี่เหมาะแก่การทะลวงระดับจริงๆ
เหอชิงฮวนจัดการแต่งตัวให้เรียบร้อย แล้วโยนยาสร้างรากฐานเข้าปาก ยาเม็ดนั้นละลายหายไปในลำคอทันที
นางติดแหงกอยู่ที่ระดับเก้ามานานแสนนาน พอได้ยาสร้างรากฐานมาเป็นตัวช่วย การทะลวงระดับจึงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย เพียงพริบตาเดียว นางก็สามารถเลื่อนขั้นได้สำเร็จ!
บัดนี้นางกลายเป็นศิษย์ขอบเขตสร้างรากฐานแล้ว!
คราวนี้นางก็สามารถก้าวเข้าสู่สายใน และมีสิทธิ์ฝึกเคล็ดวิชาไท่อี้ซ่างชิงได้แล้ว!
เหอชิงฮวนมองเจียงผิงด้วยสายตาซาบซึ้งใจ เจียงผิงเพียงแค่ส่งยิ้มบางๆ ตอบกลับไป
เพราะในระหว่างที่เขากำลังบำเพ็ญเพียรคู่กับนางเมื่อครู่นี้ เขาก็สัมผัสได้ถึงคอขวดของระดับหลอมรวมลมปราณขั้นหกเช่นเดียวกัน
แต่ด้วยความที่หัวทึบราวกับท่อนไม้จนถึงตอนนี้ เขาก็ยังหาวิธีทะลวงระดับไม่เจอสักที เลยได้แต่นั่งติดแหงกอยู่อย่างนั้น
เหอชิงฮวนบอกลาเจียงผิง นางบอกว่าจะต้องไปรายงานตัวที่ศิษย์สายใน
แถมยังบอกอีกว่า หลังจากเข้าสายในแล้ว นางอาจจะต้องยุ่งอยู่กับการฝึกตน
คงไม่สามารถมาอยู่เป็นเพื่อนเขาได้ทุกวัน
“แต่ศิษย์พี่เจียงไม่ต้องเป็นห่วงไปนะเจ้าคะ เป็นคนของท่านแล้ว ข้าเหอชิงฮวน ตอนเป็นก็จะเป็นคนของท่าน ตอนตายก็จะเป็นผีของท่านเจ้าค่ะ”
จังหวะนั้นเอง ระบบก็ดังแจ้งเตือนขึ้นอีกครั้ง
[ความประทับใจของนางเอกเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ปลดล็อกฟังก์ชันใหม่ 'ร้านค้าแลกเปลี่ยน']
ตอนนั้นเอง เจียงผิงก็เห็นระบบแจ้งว่าเขามีคะแนนสะสม 1 คะแนน
เขาเองก็งงเป็นไก่ตาแตก ว่าไอ้ 1 คะแนนนี้มันคำนวณมาจากไหน
เจียงผิงเลื่อนดูของในร้านค้าไปมา ข้าวของพวกนั้นไม่ได้ดึงดูดความสนใจเขาเลยสักนิด
สิ่งที่เขาต้องการมีเพียงอย่างเดียว นั่นก็คือ อายุขัย!
ในที่สุดเขาก็หาเมนูแลกเปลี่ยนยาหมื่นบรรพชนจนเจอ มันต้องใช้คะแนนสะสม 2 คะแนน
แล้วไอ้คะแนนสะสมนี่มันคิดคำนวณยังไงกันล่ะเนี่ย?
ช่างเถอะ คิดไม่ออกก็ไม่ต้องคิด อย่างน้อยเขาก็มีอายุขัยเพิ่มมาอีกห้าสิบปีแล้วล่ะน่า!
วิหารหยินหยาง เป็นสำนักที่มีศิษย์หญิงเยอะกว่าศิษย์ชาย
ตราบใดที่ศิษย์ชายไม่ได้เป็นพวกไร้น้ำยาถึงขั้นปีนขึ้นเตียงยังลำบากเหมือนเจียงผิง
ขอแค่ได้เข้าเป็นศิษย์สายใน ศิษย์ชายทุกคนก็จะมีคู่บำเพ็ญเพียรกันทั้งนั้น
เจียงผิงเดินออกจากกระท่อม พลางทอดถอนใจ ‘การมีอายุขัยยืนยาวนี่มันช่างดีเสียนี่กระไร’
ขณะนั้นเอง ก็มีศิษย์หญิงสองคนเดินเข้ามาในสวนสมุนไพร
ตามกฎแล้ว เจียงผิงในฐานะศิษย์รับใช้สายนอก พูดกันตามตรงก็คือ ‘หมาเฝ้าสวน’ ดีๆ นี่เอง
เขาจะต้องเป็นฝ่ายทำความเคารพศิษย์สายในทั้งสองคนนี้ก่อน
แต่คนทั้งสำนักต่างก็รู้ดีว่าเจียงผิงมีหลินเมี่ยวอินคอยหนุนหลังอยู่ ซึ่งนางก็คือว่าที่เจ้าวิหารในอนาคต
ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าล่วงเกินเจียงผิง ถึงแม้เขาจะทำตัวกร่างไปบ้าง ก็ไม่มีใครกล้าปริปากบ่น
ตอนนั้นเอง เจียงผิงก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาอยากจะลองทดสอบดูว่า เขาสามารถเพิ่มระดับความประทับใจกับศิษย์หญิงสองคนนี้ได้หรือไม่
หลังจากทักทายกันเสร็จ ศิษย์หญิงทั้งสองก็เอ่ยขึ้น “ศิษย์พี่เจียง พวกข้าต้องการสมุนไพรอายุสองร้อยปีสักสองต้นน่ะ”
เจียงผิงยิ้มกว้างจนปากแทบจะฉีกถึงรูหู เขายกมือขึ้นตบหน้าอกตัวเองดังป้าบ! แต่แรงไปหน่อยเลยไอค่อกแค่กออกมา
‘สังขารข้านี่มันไม่ไหวจริงๆ เล้ย!’ เขาแสร้งกระแอมไอก่อนจะพูดต่อ “ต่อไปนี้หากพวกเจ้ามาที่สวนสมุนไพรแห่งนี้ อยากได้สมุนไพรต้นไหนก็เด็ดไปได้ตามสบายเลย หากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ข้าจะรับหน้าแทนพวกเจ้าเอง!”
เจียงผิงคิดในใจ ‘นี่ข้าแสดงความจริงใจสุดๆ ไปเลยนะ พวกเจ้าต้องซาบซึ้งจนน้ำตาไหลแน่ๆ ระดับความประทับใจมันต้องพุ่งปรี๊ดแล้วสิ’
แต่เขารอแล้วรอเล่า ไอ้ระบบก็เงียบกริบเป็นเป่าสาก รอจนเหงือกแห้งมันก็ไม่มีวี่แววว่าจะแจ้งเตือนอะไรเลย
ตอนนี้เจียงผิงชักจะนั่งไม่ติดแล้ว เขาสบถด่าในใจ ‘ไอ้ระบบ บิดาแกสิ! แกช่วยใส่ใจข้าหน่อยได้ไหมฮะ!
วันๆ ไม่ส่งหนังสือโป๊มาให้ ก็ชอบมาเครื่องพังเอาตอนหน้าสิ่วหน้าขวาน
สักวันข้าคงถูกแกหลอกจนตายแน่ๆ!’
ศิษย์หญิงสองคนนั้นมองเจียงผิงราวกับเห็นตัวประหลาด พวกนางเด็ดสมุนไพรไปไม่น้อยเลยทีเดียว ก่อนกลับยังไม่ลืมกล่าวขอบคุณเขาด้วย
แต่ระบบก็ยังคงเงียบกริบ...
เจียงผิงยอมแพ้แล้ว งานนี้เขาเสียทั้งขึ้นทั้งล่องจริงๆ
ไม่ได้การแล้ว! ขืนปล่อยให้ไอ้ระบบมันทำตัวเฮงซวยแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ เขาต้องแย่แน่ๆ!
คล้อยหลังศิษย์หญิงสองคนนั้นไปได้ไม่นาน จู่ๆ กลางอากาศอันว่างเปล่าก็ปรากฏร่างของสตรีวัยกลางคนผู้เลอโฉมผู้หนึ่ง
ส่วนที่ควรจะนูนก็นูน ส่วนที่ควรจะโค้งเว้าก็โค้งเว้าได้รูปสวยงาม
(จบแล้ว)