- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นตาเฒ่าใกล้ลงโลง แต่ระบบดันสั่งให้ไปเต๊าะสาวเพื่อต่ออายุขัย
- บทที่ 4 - แล้วข้าจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย
บทที่ 4 - แล้วข้าจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย
บทที่ 4 - แล้วข้าจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย
เมื่อเจียงผิงช้อนตาขึ้นมอง ก็พบว่าผู้ที่มาเยือนมิใช่ใครอื่น แต่เป็นถึงเจ้าวิหารหยินหยาง... เสิ่นเพ่ยจือ!
ในจังหวะนั้นเอง ไอ้ระบบตัวดีที่ไม่เคยพึ่งพาอะไรได้ จู่ๆ ก็ส่งเสียงแจ้งเตือนขึ้นมาดื้อๆ:
[ความประทับใจ 20%]
เจียงผิงถึงกับยืนอึ้งเป็นไก่ตาแตก คิดในใจว่า ‘20% เหรอ?
แล้วมันจะให้อะไรข้าเป็นรางวัลฟะเนี่ย?’
ทว่าระบบกลับเงียบกริบราวกับคนใบ้กิน ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ เล็ดลอดออกมาอีกเลย
เจียงผิงหงุดหงิดจนแทบคลั่ง เขาจำได้แม่นยำว่าตอนที่ความประทับใจของเหอชิงฮวนแตะ 50% ระบบยังใจป้ำแจกยาสร้างรากฐานมาให้เลย
‘นี่มันจะยากเย็นแสนเข็ญไปหน่อยมั้ง! จะให้ข้าไปทำคะแนนความประทับใจกับเจ้าวิหารเนี่ยนะ?
เพ้อเจ้อชัดๆ!
ไอ้ 20% นี่ ระบบมันคงเห็นว่าข้าใกล้จะตายแล้วน่าสงสาร ก็เลยเวทนาแจกให้ฟรีๆ ล่ะมั้ง’
แต่วินาทีต่อมา คนที่ยืนอึ้งกิมกี่กลับไม่ใช่เจียงผิง แต่เป็นเสิ่นเพ่ยจือต่างหาก!
นางเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ ในใจเต็มไปด้วยความฉงน ‘นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ไหนว่าตาแก่นี่เหลืออายุขัยแค่ปีเดียวไง?
แล้วทำไมจู่ๆ ถึงได้มีอายุขัยโผล่เพิ่มมาตั้งห้าสิบปี?
ไปกินสมุนไพรต่ออายุขัยที่ไหนมา?
เป็นไปไม่ได้หรอก! ไม่มีทางเด็ดขาด! ในสวนสมุนไพรมีอะไรอยู่บ้าง ข้าย่อมรู้ดีกว่าใคร!
ต่อให้เป็นยาโอสถขั้นสูง ก็ไม่มีทางให้ผลลัพธ์ปาฏิหาริย์ขนาดนี้ได้
หรือว่าจะเป็นโอสถเซียนในตำนาน?
ยิ่งเป็นไปไม่ได้เข้าไปใหญ่! ขนาดโอสถเซียนข้ายังไม่เคยเห็นสักครั้ง
แล้วตาแก่ใกล้ลงโลงนี่จะไปหาของพรรณนั้นมาจากไหนกัน!’
เสิ่นเพ่ยจือพยายามตั้งสติ จ้องมองเจียงผิงด้วยสายตาคมกริบดุจเหยี่ยว
นางตวาดเสียงแข็ง “เจียงผิง! เจ้าเล่นตุกติกใช้มนต์ดำคาถาอาคมอันใด ถึงได้เสกอายุขัยเพิ่มมาได้ตั้งห้าสิบปี?
ตอนแรกข้ากะจะพาเจ้าไปภูเขาด้านหลังวิหารหยินหยาง เพราะรับปากเมี่ยวอินเอาไว้ว่าจะหาทำเลวิวสวยๆ ให้เจ้า จะได้มีที่ฝังศพดีๆ ตอนเจ้าสิ้นบุญ
ที่แท้เจ้าก็หลอกเมี่ยวอิน ซ้ำยังกล้าตบตาข้าอีกงั้นรึ!”
เจียงผิงตอนนี้เหมือนมดบนกระทะร้อน กระวนกระวายใจจนแทบนั่งไม่ติด
บ่นอุบอิบในใจ ‘เรื่องของไอ้ระบบนี่ข้าจะเอาไปเล่าให้ท่านฟังได้ยังไงล่ะโว้ย!’
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ไอ้ระบบเฮงซวยก็โผล่มาสร้างเรื่องอีกจนได้!
มันแจ้งเตือนว่า: [ความประทับใจของนางเอก -30%]
เจียงผิงแทบจะร้องไห้ออกมาเป็นสายเลือด คร่ำครวญในใจ ‘นี่มันเวรกรรมอะไรของข้าเนี่ย!
ลำพังแค่จะไปทำความรู้จักมักคุ้นกับเสิ่นเพ่ยจือก็ยากยิ่งกว่าปีนขึ้นสวรรค์อยู่แล้ว การจะเพิ่มระดับความประทับใจยิ่งไม่ต้องพูดถึง!
แล้วดูสิ! ตอนนี้คะแนนร่วงกราวรูดดิ่งลงเหวไปเลย!’
เจียงผิงแอบคิดอย่างหวาดระแวง หรือว่าเพราะเขาชอบด่าไอ้ระบบบ่อยๆ
มันก็เลยจงใจเตะตัดขาเขาหรือเปล่า?
ทำไมพอเจอนางเอกคนที่สองถึงได้ซวยซ้ำซ้อนขนาดนี้ แถมแจ็กพอตยังไปตกที่เจ้าวิหารอีกต่างหาก!
เจียงผิงเงยหน้าขึ้นมองเสิ่นเพ่ยจือ ถึงแม้นางจะมีอายุอานามไม่ใช่น้อยๆ แล้ว
แต่รูปร่างหน้าตานี่สิ... จึ๊งสุดๆ! สวยหยดย้อยไร้ที่ติ คำว่า ‘อวบอิ่มสมส่วน’ ดูจะเหมาะสมกับนางมากที่สุด
ตอนนี้เสิ่นเพ่ยจือรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัวเพราะสายตาร้อนแรงของเจียงผิงที่จ้องมองมา
นางคิดในใจ ‘ชักจะทะแม่งๆ แล้วสิ ข้าตั้งใจมาซักไซ้ไล่เลียงความจริงนะ
ทำไมถึงโดนสายตาของศิษย์รับใช้สายนอกมองซะจนน่าขนลุกขนาดนี้ โดยเฉพาะชายกระโปรงของข้าที่ถูกสายลมพัดเลิกขึ้นมานิดหน่อยเมื่อครู่
ตาแก่นี่แทบจะถลนลูกตาออกมามองเลยเชียว!’
ผลก็คือ วินาทีต่อมา เจียงผิงรู้สึกถึงรสชาติเค็มๆ ปะแล่มๆ ในปาก พอเอามือแตะดูก็พบว่าเลือดกำเดามันไหลย้อยเข้าปากไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้!
เสิ่นเพ่ยจือขมวดคิ้วแน่น ด่ากราดในใจ ‘ตาเฒ่าหัวงู! มัวแต่คิดเรื่องอกุศลอะไรอยู่เนี่ย!’
เห็นได้ชัดว่าตอนนี้เสิ่นเพ่ยจือเริ่มจะฟิวส์ขาดแล้ว แต่เพราะเห็นแก่คำขอร้องของลูกศิษย์สุดที่รัก นางจึงไม่อยากจะต่อความยาวสาวความยืดกับเจียงผิง
ส่วนเรื่องอายุขัยที่เพิ่มขึ้นมาตั้งห้าสิบปีนั่น
ช่างมันเถอะ! รอให้เมี่ยวอินออกจากด่านเมื่อไหร่ ข้าจะยกตำแหน่งเจ้าวิหารให้นางไปเลย แล้วปล่อยให้พวกเขาสองคนไปจัดการปัญหาหัวใจกันเอาเอง ข้าขอล้างมือไม่ยุ่งเกี่ยวแล้ว!
คิดได้ดังนั้น เสิ่นเพ่ยจือก็สะบัดขวดหยกใส่เจียงผิง ภายในขวดบรรจุยาเม็ดสีแดงเอาไว้เต็มเปี่ยม
นี่คือของที่หลินเมี่ยวอินฝากฝังให้ท่านอาจารย์ช่วยเตรียมไว้ให้ก่อนที่นางจะเข้าเก็บตัว
เสิ่นเพ่ยจือส่ายหน้าอย่างระอาใจ คิดในใจ ‘คนใกล้จะตายอยู่รอมร่อ กินยาพวกนี้เข้าไปตั้งมากมายจะไปมีประโยชน์อะไร ในหัวคงมีแต่เรื่องต่ำทรามล่ะสิ!’
นางรู้สึกสงสารลูกศิษย์ของตัวเองจับใจ และไม่อยากจะคาดคั้นอะไรเจียงผิงอีกต่อไป
นางไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมตาแก่นี่ถึงได้ใจกล้าหน้าด้าน จ้องมองนางตาเป็นมันขนาดนี้
แถมตัวนางเองก็ดันรู้สึกหวิวๆ หวั่นไหวแปลกๆ ขึ้นมาซะงั้น!
เสิ่นเพ่ยจือสะบัดหน้าเดินหนีไป ทิ้งให้เจียงผิงยืนถอนหายใจเฮือกใหญ่
“เมี่ยวอินเอ๊ย เมี่ยวอิน ข้าล่ะถูกเจ้าทำร้ายเข้าให้แล้วจริงๆ!
จะใช้ใครมาส่งยาโด๊ปสีแดงนี่ก็ได้ ทำไมต้องลำบากท่านอาจารย์ของเจ้าด้วยเล่า!
แต่นั่นยังไม่ใช่ปัญหาใหญ่หรอก ข้ามันหน้าหนาอยู่แล้ว
ประเด็นคือไอ้ระบบดันเสือกจัดให้เสิ่นเพ่ยจือเป็นเป้าหมายภารกิจด้วยนี่สิ! แล้วข้าจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย!”
เจียงผิงหงุดหงิดจนแทบจะเป็นบ้า เขาไม่รู้เลยว่าถ้าทำภารกิจนี้ไม่สำเร็จ จะมีภารกิจใหม่โผล่มาให้ทำหรือเปล่า
อุตส่าห์วาดฝันไว้ซะดิบดีว่าจะตั้งหน้าตั้งตาฝึกฝนยกระดับพลัง
ที่ไหนได้! โดนเตะสกัดดาวรุ่งกลับไปนับหนึ่งใหม่ซะงั้น
แค่เจอภารกิจเดียวก็เล่นเอาไปไม่เป็นเลยทีเดียว!
เจียงผิงอยากจะต่อรองกับไอ้ระบบดูว่าพอจะเปลี่ยนภารกิจได้ไหม แต่ไอ้เจ้าระบบนี่มันก็ผีเข้าผีออก บทจะพูดก็พูด บทจะเงียบก็เงียบ
ตอนแรกเขากะจะด่ามันให้เปิง แต่พอนึกถึงความยากระดับนรกแตกของภารกิจเสิ่นเพ่ยจือแล้ว เขาก็จำต้องกลืนน้ำลายลงคอ ไม่กล้าหือ กลัวว่าไอ้ระบบมันจะสรรหาเรื่องปวดหัวมาให้เขาอีก
ตอนนี้เจียงผิงก็ไม่มีอะไรทำแล้ว เขาเดินคอตกกลับเข้ากระท่อม นั่งขัดสมาธิหลับตาอยู่บนเตียง
คิดจะลองทดสอบดูว่า เขาสามารถฝึกเคล็ดวิชาผสานรักระดับเริ่มต้นด้วยตัวเองเพียงลำพังได้หรือไม่
ถึงยังไงเขาก็เป็นคนใฝ่รู้ใฝ่เรียนนี่นา!
ผลปรากฏว่า นั่งจุมปุ๊กอยู่บนเตียงจนตกบ่าย เจียงผิงก็ได้รับประโยชน์อย่างมหาศาล!
เขาสามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นหกได้สำเร็จ!
แถมไม่ได้แค่ทะลวงระดับนะ เขายังรู้สึกได้อีกว่าพลังฝีมือและระดับการฝึกตนของเขายังสามารถพัฒนาต่อไปได้อีก ซึ่งมันเหนือความคาดหมายของเขาไปมาก
แต่ทว่า ร่างกายอันบอบบางของเขากลับไม่เอื้ออำนวยให้เลื่อนระดับต่อไปได้อีกแล้ว
ขืนดึงดันทะลวงระดับต่อไป ร่างกายนี้คงแหลกสลายเป็นผุยผงแน่ๆ
เส้นลมปราณในร่างกายรองรับพลังปราณที่อัดแน่นไม่ไหว เจียงผิงจึงจำใจต้องหยุดพัก
เขาต้องหาทางปรับเปลี่ยนโครงสร้างร่างกายนี้ให้แข็งแกร่งขึ้น แต่ถ้าไม่มีภารกิจให้ทำ การจะยกระดับพลังก็คงเป็นได้แค่ฝันกลางวัน
จังหวะนั้นเอง เจียงผิงก็ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากข้างนอก
ฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว ใครจะมาเพ่นพ่านแถวนี้อีก?
หลังจากที่ทะลวงระดับมาสู่ขั้นหก ประสาทสัมผัสทั้งห้าของเขาก็เฉียบคมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เป็นพวกนางสองคนอีกแล้ว! ศิษย์หญิงแสนสวยสองคนที่มาเด็ดสมุนไพรเมื่อตอนเช้านั่นเอง
แม่นางสองคนนี้ไม่แม้แต่จะทักทายเขาด้วยซ้ำ เดินดุ่มๆ เข้าไปเตรียมจะเด็ดสมุนไพรหน้าตาเฉย
เจียงผิงไม่ยอมหรอก! เขาเปิดประตูพุ่งพรวดออกไปตะโกนลั่น
“วางลงเถอะ! เอาสมุนไพรทั้งหมดวางไว้ตรงนั้นเลย!
ใครอนุญาตให้พวกเจ้าเด็ดฮะ! ได้รับอนุญาตจากข้าแล้วหรือยัง?”
ศิษย์หญิงสองคนถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก ก็เมื่อเช้าเจียงผิงยังปากหวานบอกว่าให้พวกนางเด็ดสมุนไพรในสวนได้ตามสบายอยู่เลยนี่นา แล้วทำไมจู่ๆ ตาแก่นี่ถึงได้พลิกลิ้นเปลี่ยนสีหน้าไปซะล่ะ
เจียงผิงไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งนั้น ตะคอกกลับเสียงกร้าว “วางของลง แล้วไสหัวไปให้พ้น!”
ระดับพลังของศิษย์หญิงสองคนนี้สูงกว่าเจียงผิงหลายขุมนัก
ถ้าพวกนางคิดจะลงมือฆ่าเจียงผิง ต่อให้มีเจียงผิงสิบคนก็ไม่ครณามือ
แต่พวกนางไม่กล้าลงมือหรอก เหตุผลก็ง่ายๆ ตาแก่นี่มีว่าที่เจ้าวิหารหยินหยางอย่างหลินเมี่ยวอินคอยคุ้มกะลาหัวอยู่น่ะสิ!
ศิษย์หญิงทั้งสองยอมทิ้งสมุนไพรลงพื้น แล้วเดินกระแทกเท้าปึงปังออกจากสวนสมุนไพรด้วยความฉุนเฉียว
ก่อนไป พวกนางยังไม่วายตวัดสายตาอาฆาตมาดร้ายใส่เจียงผิงคนละที สายตาแบบนั้นราวกับจะกินเลือดกินเนื้อกันให้ได้
เจียงผิงแคร์ที่ไหนล่ะ! ในเมื่อไม่ใช่เป้าหมายภารกิจ อยากจะได้สมุนไพรไปฟรีๆ เหรอ? ฝันไปเถอะ!
หลังจากที่ศิษย์หญิงสองคนนั้นจากไปได้ไม่นาน พวกนางก็เดินย้อนกลับมาอีกครั้ง คราวนี้พาชายหนุ่มหน้าตาดีแต่งตัวภูมิฐานมาด้วยคนหนึ่ง
หมอนี่หน้าตาดีก็จริง แต่ดูท่าทางคงจะ ‘ฝึกหนัก’ (เรื่องพรรค์นั้น) มากไปหน่อย ท่าเดินถึงได้คล้ายกับเจียงผิงเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้ไม่มีผิด
แค่ไม่ได้เดินโงนเงนเป็นคนแก่เท่านั้นเอง
ทั้งสามคนเดินกร่างเข้ามาในสวนสมุนไพร เจียงผิงมองระดับพลังของชายหนุ่มคนนี้ไม่ออก แต่รู้แค่ว่ามันต้องเก่งกว่าเขาแบบเทียบไม่ติดแน่ๆ เป็นพวกที่เขาไม่ควรไปแหย่หนวดเสือเด็ดขาด
(จบแล้ว)