- หน้าแรก
- มีพรสวรรค์ระดับพระเจ้าแท้ๆ แต่ไหงดันต้องมาเกาะเมียกินซะงั้น
- บทที่ 27 ความลับ
บทที่ 27 ความลับ
บทที่ 27 ความลับ
หยางเซี่ยมองดูหนานกงหยาที่กำลังหลับสนิท ก่อนจะเริ่มป้อนยาถอนพิษให้กับหนานกงชิงและคนอื่นๆ
หนานกงชิง หนานกงโก่ว และหนานกงเวยล้วนเป็นผู้ชาย เขาจึงรีบป้อนยาน้ำพิษน้ำตาหนามม่วงห้วงนิทราให้พวกเขากินอย่างรวดเร็ว
เขาปล่อยให้พวกนั้นนอนหลับต่อไปโดยไม่คิดจะปลุก
หนานกงซิ่วฉินมีบุคลิกเหมือนพี่สาวจริงๆ ตอนที่เขาประคองเธอขึ้นมา เขาก็ได้กลิ่นหอมชื่นใจลอยมาเตะจมูก
เขาไม่แน่ใจว่ามันเป็นกลิ่นน้ำหอมหรือกลิ่นกายตามธรรมชาติของเธอ
มันเป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่ฉุนเหมือนกลิ่นดอกไม้ แต่กลับเย้ายวนใจเป็นอย่างมาก
เขาเผยอปากของพี่ซิ่วฉินออก เทน้ำยาพิษน้ำตาหนามม่วงห้วงนิทราลงไป เชิดหน้าของเธอขึ้นเล็กน้อย และรอจนเห็นลำคอของเธอขยับกลืนลงไปจึงค่อยวางร่างของพี่ซิ่วฉินลง
จากนั้นเขาก็ประคองพี่หลานขึ้นมา ทว่ารูปร่างของพี่หลานนั้นอวบอิ่มซ่อนรูปจริงๆ หญิงสาวขี้อายแบบนี้กลับมีหน้าอกหน้าใจไม่ต่ำกว่าคัพดีเลยทีเดียว
เรือนร่างอันอ่อนนุ่มของเธอทำให้หยางเซี่ยเผลอสติหลุดไปชั่วขณะ มันใหญ่โตจริงๆ
หยางเซี่ยรวบรวมสติที่แตกกระเจิง แล้วป้อนยาให้กับหนานกงหลาน อดไม่ได้ที่จะพินิจมองใบหน้าอันจิ้มลิ้มของเธออย่างละเอียด
อาจเป็นเพราะธาตุความมืดในตัวหยางเซี่ย หรืออาจเป็นเพราะพรสวรรค์จ้าวแห่งเงาก็เป็นได้
หยางเซี่ยจึงสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนแม้ในยามที่ยังคงมืดมิดก่อนรุ่งสาง
ใบหน้าของเธอเป็นรูปไข่ มีกรอบหน้าที่ชัดเจน ริมฝีปากอวบอิ่มราวกับกลีบดอกไม้ดูน่ารักน่าชัง และมีจมูกเชิดรั้นเล็กๆ ที่ดูงดงาม
เธอมีนัยน์ตาหงส์ที่กลมโต พร้อมด้วยแพขนตางอนยาวที่ทำให้เธอดูมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ
หืม? ทำไมตาของเธอถึงเบิกโพลงกว้างขนาดนั้นล่ะ?
หยางเซี่ยและหนานกงหลานสบตากัน บรรยากาศรอบข้างพลันแข็งทื่อไปชั่วขณะ
บ้าไปแล้ว พี่หลาน ทำไมพี่ถึงตื่นเร็วขนาดนี้ล่ะ? ไม่เห็นเหรอว่าพวกพี่ชิงยังนอนหลับเป็นตายเหมือนหมูอยู่เลย?
"สวัสดีครับพี่หลาน!"
หยางเซี่ยฝืนยิ้มออกมาบนใบหน้าที่แข็งทื่อ
การถูกจับได้ว่าแอบมองทำให้หยางเซี่ยรู้สึกทำตัวไม่ถูก
"พี่หลานครับ มันไม่ใช่อย่างที่พี่คิดนะ ผมก็แค่กำลังป้อนยาให้พี่เท่านั้นเอง"
"ไม่สิ ผมกำลังป้อนยาถอนพิษให้พี่ต่างหาก พี่ถูกวางยานะ"
ทำไมยิ่งอธิบายมันถึงยิ่งดูแย่ลงไปอีกเนี่ย!
"ฉะ... ฉันรู้จ้ะ ฉันมีวิญญาณยุทธ์ธาตุไม้ เลยค่อนข้างไวต่อพืชพรรณ ทำให้ดูดซับฤทธิ์ยาได้เร็วมาก พอเธอป้อนยาถอนพิษให้ ฉันก็เลยตื่นขึ้นมาแทบจะทันที"
หนานกงหลานเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนหยางเซี่ยแทบจะไม่ได้ยินหากหูของเขาไม่ดีพอ
"ตอนนี้... เธอปล่อยฉันได้หรือยังจ๊ะ?"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หยางเซี่ยก็รีบคลายอ้อมแขนที่ประคองหนานกงหลานอยู่ออกทันที
ทว่าในขณะที่ชักมือกลับ ด้วยความรวดเร็วเกินไป เขาจึงเผลอไปปัดโดนยอดเขางามตระหง่านคู่นั้นเข้าอย่างจัง
"อื้อ~"
ให้ตายเถอะ ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะครับพี่หลาน ได้โปรดอย่าทำเสียงแบบนั้นสิ
แต่มันก็ใหญ่มากจริงๆ ถุยๆๆ นี่ฉันกำลังคิดบ้าอะไรอยู่เนี่ย?
"เอ่อ คือตอนป้อนยามันจำเป็นต้องประคองน่ะครับ ฮ่าๆ ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะครับพี่หลาน"
"ฉะ... ฉันเข้าใจแล้วจ้ะ แต่เธอช่วยบอกฉันหน่อยได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
หนานกงหลานลุกขึ้นยืนแล้วจัดระเบียบเสื้อผ้าของตัวเองเล็กน้อย
"มีกลุ่มคนสวมหน้ากากหัวหมูพยายามลอบโจมตีพวกเรา แล้วก็ใช้ยาสลบชนิดรุนแรงที่มีชื่อว่าพิษน้ำตาหนามม่วงห้วงนิทรากับพวกเรา ส่วนยาถอนพิษที่ผมป้อนให้พี่เมื่อกี้ก็นี่เลยครับ นี่คือยาน้ำพิษน้ำตาหนามม่วงห้วงนิทรา"
ขณะที่พูด หยางเซี่ยก็ชูขวดยาน้ำพิษน้ำตาหนามม่วงห้วงนิทราให้หนานกงหลานดูด้วย
หนานกงหลานเอื้อมมือมารับขวดไปลองดมดู
"แล้วพวกนั้นอยู่ที่ไหนล่ะ แล้วเธอได้ยาถอนพิษมาได้ยังไง?"
"พวกนั้นอยู่ที่..."
หยางเซี่ยเกือบจะชี้มือไปยังจุดที่เขาต่อสู้กับพวกสวมหน้ากากหัวหมูตามสัญชาตญาณ
ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าหยางอีและคนอื่นๆ จัดการเก็บกวาดสนามรบไปจนหมดเกลี้ยงแล้ว ตอนนี้ไม่มีร่องรอยของใครให้เห็นเลยแม้แต่คนเดียว
บัดซบเอ๊ย พวกนั้นดันเก็บกวาดซะสะอาดสะอ้านเกินไป เขาน่าจะสั่งให้หยางอีกับคนอื่นๆ ทิ้งอะไรไว้บ้าง ตอนนี้อธิบายยากแล้วสิ หลักฐานทุกอย่างถูกเขาลบไปหมดแล้ว
แถมเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหยางอีเอาพวกนั้นไปไว้ที่ไหน!
เขารีบสั่งการหยางอีทันทีให้ค้นตัวพวกนั้น เพื่อหาสิ่งของที่สามารถยืนยันตัวตนและของมีค่าทุกอย่าง
พลาดท่าซะแล้ว เขาอุตส่าห์ลืมปล้นศพไปซะสนิท
ใช่แล้ว เอาเทอร์มินัลส่วนตัวสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ของพวกมันกลับมาด้วย แล้วก็หยิบหน้ากากหัวหมูมาสักอันด้วยล่ะ หยางเซี่ยรีบส่งกระแสจิตไปบอกหยางอี
"เดี๋ยวผมจะให้พี่ดู แต่ตอนนี้ยังมีร่องรอยการต่อสู้เหลืออยู่นะครับ เดี๋ยวผมพาพี่ไปดู"
เมื่อเห็นสายตาที่เริ่มเคลือบแคลงสงสัยของหนานกงหลาน หยางเซี่ยก็รีบอธิบาย
หยางเซี่ยชี้มือไปยังต้นไม้รอบๆ บางต้นยังมีรอยถูกชนจนหักโค่น โดยเฉพาะต้นที่หยางเซี่ยถูกซัดจนกระเด็นไปกระแทก ซึ่งตอนนี้หักโค่นเป็นสองท่อน
ที่ชัดเจนที่สุดก็คือ จุดที่หยางเซี่ยซัดชายสวมหน้ากากหัวหมูชุดเหลือง ยังคงมีหลุมยุบขนาดใหญ่ปรากฏอยู่บนพื้นดิน
หนานกงหลานมองดูร่องรอยเหล่านี้และก็เชื่อคำพูดของหยางเซี่ยจริงๆ
เพราะเธอพบว่าหนานกงชิงและคนอื่นๆ ไม่มีใครตื่นขึ้นมาเลย พวกเขาทุกคนกำลังหลับสนิท
แม้ว่าหนานกงหลานจะเพิ่งเข้าร่วมทีมได้ไม่นาน แต่เธอก็รู้ดีว่าหนานกงชิงและคนอื่นๆ ไม่มีทางทำเรื่องผิดพลาดระดับอนุบาลแบบนี้แน่นอน
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่จะไม่มีใครตื่นขึ้นมาคอยเฝ้ายามในตอนกลางคืน
ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว คือพวกเขาถูกวางยา
"ถ้าอย่างนั้น หยางเซี่ย คนของลัทธิอี้เสินพวกนั้นไปไหนแล้วล่ะ?"
หนานกงหลานไม่ทันคิดถึงความเป็นไปได้ที่หยางเซี่ยจะเป็นคนจัดการล้างบางพวกมันทั้งหมด หยางเซี่ยที่เพิ่งจะเลื่อนระดับเป็นผู้ฝึกยุทธ์ได้ไม่นานจะไปทำแบบนั้นได้อย่างไร?
แล้วหยางเซี่ยทำยังไงถึงปกป้องทุกคนให้ปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนได้ ในขณะที่คนของลัทธิอี้เสินหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย? ในเมื่อพวกมันใช้ยาสลบ พวกมันคงไม่ล้มเลิกความตั้งใจกลางคันหรอกจริงไหม?
หนานกงหลานรู้สึกสับสนมากและอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามถึงข้อสงสัยของเธอ
"พวกคนของลัทธิอี้เสินน่ะเหรอครับ? ผมฆ่าพวกมันทิ้งหมดแล้ว ป่านนี้ศพคงกลายเป็นอาหารของพวกสัตว์อสูรต่างมิติไปแล้วมั้ง"
ทว่าคำพูดอันราบเรียบของหยางเซี่ยกลับทำให้หัวใจของหนานกงหลานรู้สึกหวั่นวิตก
แต่หนานกงหลานก็ไม่เชื่ออยู่ดี ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่หนึ่งจะไปสังหารพวกสาวกของลัทธิอี้เสินได้ยังไง? ไอ้พวกนั้นไม่ได้จัดการได้ง่ายๆ ซะหน่อย
หนานกงหลานยิ่งสับสนหนักเข้าไปอีก แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย?
ในตอนนั้นเอง หยางอีก็กลับมาพร้อมกับแบกของถุงใหญ่
"นายท่าน ข้านำทุกอย่างกลับมาแล้วครับ ข้าวางมันไว้หลังต้นไม้ที่ท่านนอนเมื่อครู่นี้"
มาได้จังหวะพอดีเลยหยางอี ฉันคงต้องพึ่งนายเพื่อล้างมลทินให้ฉันแล้วล่ะ
"พี่หลาน รอเดี๋ยวนะครับ"
พูดจบ หยางเซี่ยก็เดินไปหลังต้นไม้เพื่อหยิบของเหล่านั้น
เขาโยนพวกมันลงตรงหน้าหนานกงหลาน นั่นคือนิฬิกาเทอร์มินัลส่วนตัวสำหรับผู้ฝึกยุทธ์กว่าสิบเรือน และหน้ากากหัวหมูอีกหนึ่งใบ
นอกจากนี้ยังมีกองสิ่งของเบ็ดเตล็ดอีกจำนวนหนึ่ง
เทอร์มินัลส่วนตัวสำหรับผู้ฝึกยุทธ์นั้นมีค่ามากที่สุด ไม่ต้องพูดถึงเงินเหรียญต้าโจวและคัมภีร์วิชาลับที่อยู่ข้างใน ลำพังแค่เทอร์มินัลส่วนตัวสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ก็มีมูลค่ามหาศาลแล้ว
ในบรรดาสิ่งของเบ็ดเตล็ดเหล่านั้น มีเพียงป้ายหยกหัวหมูเท่านั้นที่ดึงดูดความสนใจของหยางเซี่ย นอกเหนือจากนั้น ทุกอย่างดูเหมือนขยะในสายตาของเขา
หนานกงหลานกำลังรู้สึกงุนงงไปหมดแล้วในเวลานี้!
ในขณะที่หนานกงหลานกำลังเคลือบแคลงสงสัย หยางเซี่ยก็ลากกองสิ่งของเหล่านั้นออกมาจากหลังต้นไม้
เมื่อเห็นเทอร์มินัลส่วนตัวสำหรับผู้ฝึกยุทธ์นับสิบเรือนและหน้ากากหัวหมู หนานกงหลานก็ถึงกับตกตะลึง
หรือว่าคนของลัทธิอี้เสินพวกนั้นจะตายกันหมดแล้วจริงๆ?
หยางเซี่ยเป็นคนทำอย่างนั้นเหรอ? เขาทำได้ยังไงกัน?
"พี่หลาน นี่ไงครับหลักฐาน ลองดูสิครับ"
ขณะที่จัดการกับของที่ยึดมาได้ หยางเซี่ยก็ไม่ลืมที่จะอธิบายให้หนานกงหลานฟังไปด้วย
"ฉันเชื่อเธอ แต่เธอทำได้ยังไงกัน?"
หนานกงหลานจ้องมองหยางเซี่ยด้วยดวงตากลมโตแสนสวยของเธอ ท่าทางดูน่ารักน่าเอ็นดูเป็นอย่างมาก
"พี่หลาน นั่นมันความลับของผมครับ ถ้าพี่อยากรู้ พี่ก็ต้องเก็บเป็นความลับให้ผมด้วยนะ"
หยางเซี่ยพูดจาเป็นปริศนา แสร้งทำตัวลึกลับ
"ตกลงจ้ะ" หนานกงหลานตอบกลับอย่างตรงไปตรงมาผิดปกติ
"ความจริงแล้ว ผมไม่ได้เป็นคนฆ่าพวกมันหรอกครับ"
มีเหตุผล หนานกงหลานคิดในใจ
"จริงๆ แล้ว พรสวรรค์ของผมโดดเด่นมาก ท่านนายกเทศมนตรีเลยส่งผู้พิทักษ์มาให้ผมคนนึง ผู้พิทักษ์ของผมไปเจอคนของลัทธิอี้เสินกลุ่มนี้เข้า ก็เลยจัดการฆ่าพวกมันทิ้ง แล้วค่อยมาปลุกผม"
"พี่หลาน พี่ห้ามเอาเรื่องนี้ไปบอกใครเด็ดขาดเลยนะครับ ไม่อย่างนั้น ถ้าข่าวเรื่องที่ผมมีผู้พิทักษ์รั่วไหลออกไป คราวหน้าผมอาจจะตายจริงๆ ก็ได้"
"พี่หลาน นี่คือความลับของพวกเราสองคน พี่ต้องเก็บรักษามันไว้ให้ดีเลยนะครับ"
หยางเซี่ยคิดเรื่องนี้มาพักใหญ่แล้ว หากเขาเปิดเผยความสามารถที่แท้จริงออกไป ย่อมต้องดึงดูดความสนใจจากลัทธิอี้เสินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และถึงตอนนั้น เขาก็จะไม่สามารถปกป้องหนานกงหยาได้ดีพอ แถมตัวเขาเองก็จะต้องตกอยู่ในอันตรายด้วย
เขาอยากเผชิญกับความเสี่ยงแบบนี้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าบอกว่าเขาเป็นคนจัดการล้างบางพวกมันทั้งหมดด้วยตัวเอง พี่หลานก็คงไม่เชื่ออยู่ดี
การแต่งเรื่องผู้พิทักษ์ที่ไม่มีอยู่จริงขึ้นมาเพื่อกันตัวเองออกจากเรื่องวุ่นวาย ทำให้เขาสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ต่อไป และยังแอบปกป้องหนานกงหยาแบบลับๆ ได้อีกด้วย
"ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง หยางเซี่ย ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะไม่แพร่งพรายความลับของเธอแน่นอน"
ข้อสงสัยของหนานกงหลานได้รับการไขกระจ่างแล้ว
นั่นสิ ทำไมคนที่มีพรสวรรค์ระดับ D ถึงสามารถกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ได้ภายในเวลาแค่สิบวันล่ะ? ตอนที่ท่านผู้นำตระกูลส่งหยางเซี่ยมาเข้าร่วมทีมของพวกเธอ ท่านได้ส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องของเขามาให้ด้วย ซึ่งตอนนั้นเธอก็ยังรู้สึกสับสนอยู่เลย
พรสวรรค์ระดับต่ำจะไปดึงดูดความสนใจของท่านผู้นำตระกูลได้อย่างไร? หยางเซี่ยต้องซ่อนพรสวรรค์ที่แท้จริงของตัวเองไว้แน่ๆ
ความแข็งแกร่งของคนจากลัทธิอี้เสินคงไม่กระจอกแน่ๆ มีเพียงผู้พิทักษ์ของเขาเท่านั้นแหละที่จะฆ่าพวกมันได้
ไม่อย่างนั้น พวกเราที่โดนพิษพิษน้ำตาหนามม่วงห้วงนิทราจนหลับไหลไม่ได้สติกันหมด จะเอาอะไรไปต่อกรกับคนของลัทธิอี้เสินพวกนั้นได้ล่ะ?
"ตกลงจ้ะ หยางเซี่ย ฉันสัญญากับเธอ ฉันจะเก็บความลับของเธอไว้อย่างแน่นอน"
หนานกงหลานทำหน้าจริงจัง ราวกับกำลังบอกว่า 'ฉันจะไม่แพร่งพรายความลับของเธอเด็ดขาด'
หยางเซี่ยอยากจะขำพรืดออกมาดังๆ แต่ก็ต้องพยายามกลั้นเอาไว้สุดฤทธิ์