- หน้าแรก
- หนีตายวันสิ้นโลกด้วยเรือเหาะ กฎข้อแรก ห้ามรับพวกภาระขึ้นเรือ
- บทที่ 43 - คนเมาในบาร์
บทที่ 43 - คนเมาในบาร์
บทที่ 43 - คนเมาในบาร์
บทที่ 43 - คนเมาในบาร์
รถม้าของเพอร์เฟกต้าภายใต้การควบคุมของเบฟาได้แล่นเข้าสู่ถนนที่ดูค่อนข้างสกปรกและวุ่นวายอย่างรวดเร็ว เมื่อเทียบกับเขตเมืองใหม่ที่พวกเธอเพิ่งจากมา ที่นี่ก็เห็นได้ชัดว่าดูไร้ระเบียบและสกปรกกว่ามาก
แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าพอจะมีความเป็นระเบียบอยู่บ้าง อย่างน้อยถนนก็ผ่านการวางผังเมืองมาแล้ว และถนนก็มีคนคอยกวาดทำความสะอาด
แต่ก็จำกัดอยู่แค่เพียงการวางผังถนนและมีคนคอยทำความสะอาดถนนเท่านั้น
ส่วนอาคารบ้านเรือนสองข้างทาง ล้วนแต่เป็นการสร้างขึ้นมาอย่างลวกๆ และผิดกฎหมาย มองดูเหมือนเอาของมาต่อกันมั่วๆ ไปหมด
และตัวถนนเองก็พูดได้แค่ว่าไม่มีขยะที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า นอกเหนือจากนั้น น้ำเน่าเสียและคราบสกปรกที่สะสมมานานปีก็ย้อมอิฐหินสองข้างทางให้กลายเป็นสีดำสนิท
ดังนั้นในสถานการณ์ปกติ คนที่มีฐานะอย่างเพอร์เฟกต้า ย่อมไม่มีทางย่างกรายเข้ามาในสถานที่แบบนี้ง่ายๆ แน่นอน
เพราะแม้แต่พื้นรองเท้าของเธอ ก็ยังสะอาดกว่าเสื้อผ้าบนตัวของคนที่นี่เสียอีก
โชคดีที่เพอร์เฟกต้าไม่ใช่คนที่ใส่ใจเรื่องพวกนี้มากนัก ตอนที่เธอลงจากรถม้า เธอเพียงแค่ปรายตามองคนเมาที่เพิ่งถูกโยนออกมาจากอาคารตรงหน้าด้วยความรังเกียจเล็กน้อย เธอยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดปากและจมูกเพื่อหลีกเลี่ยงกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ จากนั้นก็เดินเข้าไปในบาร์ที่มีรูปผู้หญิงแต่งหน้าจัดจ้านวาดอยู่ตรงประตู
สมาชิกพิเศษอีกคนหนึ่งของทีมสำรวจที่เจมส์ช่วยเธอรับสมัคร นัดพบเธอที่บาร์แห่งนี้นี่แหละ
หากเป็นคุณหนูตระกูลขุนนางปกติ คงจะต้องรีบปฏิเสธและถอยหนีจากสถานที่แบบนี้แน่นอน ต่อให้จะมีความอยากรู้อยากเห็นอยู่บ้าง ก็จะไม่มีทางเหยียบย่างเข้ามาในสถานที่แบบนี้เด็ดขาด
เพราะที่นี่นอกจากจะสกปรก วุ่นวาย และเสื่อมโทรมแล้ว ยังมีปัญหาที่ร้ายแรงมากอีกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือความไร้ระเบียบ
ที่นี่คือรอยต่อระหว่างเขตชุมชนแออัดกับเขตเมืองใหม่ เป็นที่ซ่องสุมของพวกที่พอจะมีเงินอยู่บ้าง แต่กลับไม่ค่อยเคารพกฎหมาย เมื่อเวลาผ่านไป ความปลอดภัยในสังคมก็เริ่มเสื่อมทรามลง จนกลายมาเป็นเนื้อร้ายของเมืองลังดอน
แต่เนื่องจากความไร้ระเบียบ ธุรกิจสีเทาบางอย่างจึงได้รับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด
ท้ายที่สุดแล้ว ก็มีเพียงแค่พื้นที่กำกวมเช่นนี้เท่านั้นแหละ ที่จะก่อให้เกิดธุรกิจสีเทาขึ้นมาได้
เขตเมืองใหม่ที่ดูมีระดับขึ้นมาหน่อย จำเป็นต้องรักษากฎและระเบียบ ชนชั้นกลางมุ่งหวังที่จะยกระดับตัวเองให้เทียบเท่ากับชนชั้นสูง อุตสาหกรรมที่ดำเนินกิจการส่วนใหญ่จึงเอนเอียงไปทางร้านกาแฟและร้านค้า ซึ่งเป็นธุรกิจที่ถูกกฎหมาย
ส่วนเขตชุมชนแออัดที่ต่ำต้อยกว่านั้น ก็จะมีความไร้ระเบียบและวุ่นวายมากกว่า หรือก็คือสิ่งที่เรียกว่าธุรกิจมืดนั่นเอง
หากมีคุณหนูตระกูลขุนนางที่ไร้เดียงสาคนไหนกล้ามายังสถานที่แบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะอิทธิพลของตระกูลแข็งแกร่งพอ และมีบอดี้การ์ดที่พึ่งพาได้คอยติดตามอยู่ข้างกาย
หรือไม่ก็... ถูกคนจับไปรีดไถค่าไถ่ ถ้าโชคดีก็อาจจะหนีรอดออกมาได้ แต่ถ้าโชคไม่ดี ก็ต้องไปตามหาตัวตามสถานบริการทางเพศในแถบนี้เท่านั้นแหละ
และแน่นอนว่าย่อมมีคนที่โชคร้ายกว่านั้น อาจจะลอยขึ้นอืดเป็นศพเปลือยกายอยู่ในคูเมืองลังดอนในอีกไม่กี่วันให้หลังก็เป็นได้
สถานะความเป็นขุนนางไม่ใช่ยันต์กันตายหรอกนะ ในแต่ละปีเมืองลังดอนก็มีพวกลูกหลานขุนนางที่สติไม่ค่อยจะดีตายไปตั้งหลายคน หรือแม้แต่พวกที่มีบรรดาศักดิ์ก็ใช่ว่าจะไม่เคยมี
สำหรับจักรวรรดิแล้ว การตายของขุนนางที่สติไม่ค่อยจะดีไม่กี่คน ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรเลย
จักรวรรดิวิกตอเรียไม่ได้มีกฎเกณฑ์ปัญญาอ่อนประเภทที่ว่า สามัญชนฆ่าขุนนางถือเป็นการลบหลู่ขุนนางอะไรทำนองนั้น
ก็มีเพียงแค่หากมีขุนนางประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในพื้นที่สีเทาแบบนี้ สภาขุนนางก็จะสั่งให้กองกำลังป้องกันเมืองและตำรวจเข้ามาจัดการกวาดล้างสถานที่เหล่านี้ให้หมด จากนั้นก็นำแก๊งหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องไปตัดหัวก็จบเรื่อง
แต่สำหรับเพอร์เฟกต้าแล้ว หากเธอมาเกิดเรื่องในสถานที่แบบนี้เข้าจริงๆ นั่นแหละถึงจะเรียกว่าเรื่องสยองขวัญ
เธอใช้ไม้เท้าสีเงินที่ถือติดมือมาตลอดดันประตูบาร์ที่ดูเหมือนจะถูกคนจับจนขึ้นเงา เสียงดังอึกทึกครึกโครมก็ดังสวนออกมาในทันที
พร้อมกันนั้นก็ยังมีกลิ่นเหม็นที่ผสมปนเปกันระหว่างกลิ่นแอลกอฮอล์ กลิ่นอ้วก กลิ่นแป้งราคาถูก กลิ่นเท้า กลิ่นตัว และกลิ่นอื่นๆ อีกมากมาย โชคดีที่เพอร์เฟกต้ายกผ้าขึ้นมาปิดจมูกและปากไว้ก่อนแล้ว แต่เธอก็ยังรู้สึกว่ามันเหม็นมากอยู่ดี
ภายใต้การคุ้มกันของเบฟา เธอเดินเข้าไปในบาร์พร้อมกับขมวดคิ้วแน่น
พร้อมกับแอบตัดสินใจในใจว่า หากริชาร์ด โอคอนเนลล์คนนี้ทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจล่ะก็ เธอจะโยนเขาลงไปในคูเมืองเพื่อให้สร่างเมา เป็นการลงโทษที่เขาทำให้เธอต้องย่างกรายเข้ามาในสถานที่น่ารังเกียจแห่งนี้
อย่างไรก็ตาม เมื่อเพอร์เฟกต้าเดินเข้ามาในบาร์โดยมีเบฟาเดินตามหลัง เธอยังไม่ทันจะได้มองหาคนที่เธอต้องการจะพบ ก็มีคนสังเกตเห็นการปรากฏตัวของเธอเสียก่อน
วันนี้เพอร์เฟกต้าสวมชุดกระโปรงสีน้ำเงินเข้ม เป็นชุดที่เธอสั่งให้ช่างตัดเสื้อตัดให้คล้ายกับชุดสูทกระโปรงขนาดเล็กในโลกเดิม เป็นชุดลำลองที่ดูเรียบง่ายแต่ไม่สูญเสียความสุภาพเรียบร้อย
เพื่อให้เข้ากับชุดนี้ เธอจึงจงใจเกล้าผมขึ้นไป และสวมหมวกทรงสูงใบเล็กที่ต้องใช้เข็มกลัดหมวกยึดไว้ ทำให้เธอดูมีท่าทางขี้เล่นซุกซนเล็กน้อย
หากชุดนี้ไปปรากฏอยู่ในเขตขุนนางหรือเขตคนรวย ก็ถือว่าเป็นชุดที่ปกติและเหมาะสมมาก
แต่เมื่อมาปรากฏตัวอยู่ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้คนหลากหลายประเภทเช่นนี้ ก็ดูจะแปลกแยกและไม่เข้ากับสถานที่เอาเสียเลย
จนถึงขั้นที่เมื่อเพอร์เฟกต้าเดินเข้ามา ความโดดเด่นนี้ก็ดึงดูดความสนใจของผู้คนจำนวนมาก
ทว่าเมื่อพวกผู้ชายเหล่านั้นเห็นว่าเธอเป็นเพียงเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ พวกเขาก็ลดความระแวดระวังลงทันที โดยคิดว่าเธอคงเป็นเพียงคุณหนูตระกูลขุนนางที่หลงทางเข้ามาที่นี่
เห็นได้ชัดว่า การปรากฏตัวของคุณหนูตระกูลขุนนางในสถานที่เช่นนี้ ยากที่จะทำให้พวกคนเมาที่ดื่มจนแอลกอฮอล์ขึ้นสมองเหล่านี้รู้สึกเกรงกลัวได้ เพราะแม้แต่ในวันปกติ พวกเขาก็ยังยากที่จะมีความรู้สึกดีๆ หรือความเคารพยำเกรงต่อพวกขุนนางอยู่แล้ว
ดังนั้นเหตุการณ์จึงดำเนินไปตามพล็อตเรื่องนิยายน้ำเน่าเกรดสาม ชายร่างกำยำในชุดกะลาสีเรือที่เมามายคนหนึ่งเดินเข้ามาหา และพยายามจะลวนลามเพอร์เฟกต้า "เฮ้ แม่หนูน้อย มาตามหาใครเหรอ? หรือว่าพ่อหนุ่มชู้รักของเธอไม่ยอมกลับบ้าน? ฮ่าฮ่าฮ่า..."
ชายขี้เมาคนนั้นพูดพลางยื่นมือสกปรกๆ ของเขามาทางเพอร์เฟกต้า
อย่างไรก็ตาม เมื่อเผชิญหน้ากับชายร่างกำยำที่กำลังเมามายตรงหน้า เพอร์เฟกต้าเพียงแค่หมุนไม้เท้าในมือ พลิกกลับมาถือในลักษณะเหมือนการจับดาบ จากนั้นก็ฟาดเข้าที่ปลายแขนของมือสกปรกที่ยื่นมาหาเธออย่างแรง
ตามมาด้วยเสียง "กร๊อบ" ดังสนั่น ท่อนแขนข้างนั้นบิดเบี้ยวไปในมุมที่ไม่ควรจะเป็น
เห็นได้อย่างชัดเจนว่า แขนของเขาถูกฟาดจนหักเสียแล้ว
"อ๊าก! นังตัวแสบ!" หลังจากเสียงร้องโหยหวนจบลง ชายขี้เมาก็เริ่มร้องเรียกพรรคพวกทันที และตะโกนใส่เพอร์เฟกต้าว่า "ฉันจะฆ่าแก!"
เมื่อเห็นว่าเพื่อนของตนถูก "รังแก" ขี้เมาคนอื่นๆ ในบาร์ที่เป็นพวกเดียวกับชายคนนี้ก็ไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆ ทั้งสิ้น พวกเขาพากันพุ่งเข้ามาหาเพอร์เฟกต้าทันที
บางคนถึงกับทุบขวดเหล้าให้แตกแล้วถือไว้ในมือ ดูเหมือนต้องการจะใช้มันแทนอาวุธ
ส่วนคนอื่นๆ ในบาร์เมื่อเห็นเช่นนั้น ก็ทำท่าทางเหมือนพวกชอบดูความวุ่นวายโดยไม่สนว่าเรื่องจะลุกลามใหญ่โต พวกเขาพากันผิวปากส่งเสียงเชียร์ ในขณะที่ยังคงกรอกน้ำปัสสาวะม้า(เหล้าห่วยๆ) เข้าปากตัวเองต่อไป
"เบฟา จัดการพวกมัน" เพอร์เฟกต้าลดไม้เท้าในมือลง ส่วนหุ่นเชิดเล่นแร่แปรธาตุที่อยู่ด้านหลังเธอ ก็เด้งใบมีดยาวครึ่งเมตรออกมาจากแขนทั้งสองข้างแล้ว พร้อมกับพุ่งเข้าไปโจมตีใส่พวกคนเมาตรงหน้าตามคำสั่งของเพอร์เฟกต้า
(จบแล้ว)