เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 - บนหัวอาจถูกทาสีเขียวได้ทุกเมื่อ?

บทที่ 7 - บนหัวอาจถูกทาสีเขียวได้ทุกเมื่อ?

บทที่ 7 - บนหัวอาจถูกทาสีเขียวได้ทุกเมื่อ?


บทที่ 7 - บนหัวอาจถูกทาสีเขียวได้ทุกเมื่อ?

นายน้อยเหยียนไม่สนใจเธอ! แม้แต่จะส่งเสียงหึในลำคอยังขี้เกียจทำ เขาหันหน้าหนีกลับไปสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ต่อ

"โธ่เอ๊ย ก็ฉันยังไม่ตื่นนี่นา! อาการหงุดหงิดตอนตื่นนอนมันรุนแรงมากนะ! พอเห็นเป็นเบอร์แปลก ถ้าไม่ไล่ให้เขาไสหัวไป หรือนายน้อยอยากให้ฉันไปอ่อยผู้ชายแปลกหน้าที่ไหนก็ไม่รู้ล่ะคะ?"

ถึงแม้นายน้อยเหยียนจะทำหน้าบึ้งตึง ไม่แม้แต่จะชายตามองเธอ แต่จู๋เชี่ยนอิ่งก็ยังคงอธิบายแก้ตัวด้วยสีหน้าใสซื่อบริสุทธิ์

ผู้ช่วยพิเศษที่ตอนแรกแอบไม่พอใจและรังเกียจจู๋เชี่ยนอิ่งเอามากๆ เพราะเธอทำให้เจ้านายของเขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคนราวกับโดนผีหลอกในช่วงสองวันนี้

แต่ตอนนี้ เขากลับอดไม่ได้ที่จะมองจู๋เชี่ยนอิ่งด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่เพียงแต่ชื่นชมในความกล้าหาญของเธอ แต่ยังทึ่งในไหวพริบและความกล้าที่จะตอกกลับเจ้านายของเขาอีกด้วย

พูดตามตรง เขาติดตามนายน้อยเหยียนมาสิบปี ยังไม่เคยกล้าใช้คำพูดแบบนี้กับนายน้อยเหยียนเลยสักครั้ง!

ถึงแม้ว่า ในมุมมองของเขา การทำแบบนี้จะดูผิดต่อเจ้านายไปสักหน่อย แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะยกนิ้วโป้งกดไลก์ให้จู๋เชี่ยนอิ่งในใจ!

ส่วนนายน้อยเหยียนที่ตอนแรกโมโหจนแทบจะพ่นไฟ แต่ไม่มีที่ระบาย ตั้งใจไว้ว่ารอเธอมาถึง จะต้องสั่งสอนให้เข็ดหลาบเพื่อจัดระเบียบ 'สามี' เสียหน่อย

แต่พอได้ฟังคำพูดของเธอ เขาก็ชะงักไปนิด คิดตามอย่างจริงจัง แล้วก็ต้องยอมรับว่า คำพูดของเธอเมื่อกี้ ถึงจะดูแถๆ ไปหน่อย แต่มันก็มีเหตุผลไม่ใช่เหรอ?

ลองคิดดูสิ ถ้าคนที่โทรไปเมื่อเช้าไม่ใช่เขา แต่พูดประโยคเดียวกันกับเธอ แล้วเธอคุยตอบโต้กลับไปอย่างสนุกสนาน นั่นไม่เท่ากับว่า บนหัวของเขาอาจจะถูกทาสีเขียว (โดนสวมเขา) ได้ทุกเมื่อหรอกหรือ?

พอคิดแบบนี้ ความโกรธในใจของนายน้อยเหยียนก็มลายหายไปจนหมดสิ้น ในใจให้อภัยเธอไปแล้ว แต่ปากยังแข็ง ทำหน้าขรึมถามเสียงแข็ง "เธอไม่รู้หรือไงว่าเป็นเบอร์ฉัน?"

จู๋เชี่ยนอิ่งยักไหล่อย่างใสซื่อ "ก็ไม่รู้น่ะสิคะ คุณเคยบอกฉันเหรอ?"

นายน้อยเหยียนลองนึกดู เออแฮะ เขายังไม่เคยให้เบอร์ติดต่อเธอจริงๆ ด้วย!

เอาเถอะ ถือซะว่าเป็นความสะเพร่าของเจ้าฉินซิวก็แล้วกัน!

นายน้อยเหยียนกำลังถลึงตาใส่ฉินซิว ตำหนิด้วยสายตาว่าทำงานบกพร่อง แต่แล้วก็ได้ยินเสียงบ่นพึมพำดังเข้าหู "มือถือเครื่องนั้นเพิ่งซื้อมาใหม่เชียวนะ..."

ที่แท้ เสียง "ปัง" เมื่อเช้า ก็คือเสียงปามือถือทิ้งงั้นสิ?

นายน้อยเหยียนรู้สึกขำในใจ แต่ยังคงปั้นหน้าตึง ถามเสียงเย็น "ปามือถือทิ้งเหรอ?"

จู๋เชี่ยนอิ่งเบ้ปาก ตอบกลับด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจนิดๆ "ใช่สิคะ! เช้าตรู่ก็มีคนโทรมาบอกว่าอยากจะนอนกับฉัน จะไม่ให้ปาทิ้งได้ไงล่ะ?"

นายน้อยเหยียนแทบสำลัก!

เยี่ยม ยัยเด็กนี่กะจะเอาชนะให้ได้เลยใช่มั้ย!

"อยากได้เครื่องไหน บอกเขาไป!" นายน้อยเหยียนโบกมืออย่างรำคาญ โยนภาระไปให้ฉินซิว

จู๋เชี่ยนอิ่งชำเลืองมองฉินซิว ถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ "เครื่องไหนก็ได้จริงๆ เหรอคะ?"

การเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของเธอ นายน้อยเหยียนย่อมมองเห็นอย่างชัดเจน รู้สึกทั้งฉุนทั้งขำ นึกในใจว่านี่เขาหาตุ๊กตาทองคำกลับมาทำเมียหรือเปล่าเนี่ย?

"วางใจเถอะ สามีเธอรวยมาก!"

คำพูดที่โอ่อ่าของนายน้อยเหยียน ไม่เพียงแต่ทำให้จู๋เชี่ยนอิ่งอ้าปากค้างด้วยความตกใจ แม้แต่ผู้ช่วยพิเศษที่มั่นใจว่ารู้จักเขาดีที่สุด ก็ยังอึ้งจนตาค้าง!

นี่เจ้านายของเขา ยอมรับแล้วใช่ไหมว่าผู้หญิงแซ่จู๋คนนี้คือนายหญิงน้อยของตระกูลเหยียน?

"ขอบคุณค่ะสามี! ฉันขอ 6s สีโรสโกลด์นะคะ..." ปากจู๋เชี่ยนอิ่งพูดจาหวานเจี๊ยบ แต่ในใจกลับหนาวสั่น แอบกระอักเลือดอยู่เงียบๆ!

"ความทะเยอทะยานของเธอมีแค่นี้เองเหรอ?" นายน้อยเหยียนสีหน้ายังคงไม่ค่อยดีนัก แต่น้ำเสียงกลับแฝงรอยยิ้มจางๆ

จู๋เชี่ยนอิ่งแค่นเสียงฮึ เธอไม่มีทางบอกเขาหรอกว่า ชื่อคุณหนูห้าตระกูลจู๋ของเธอฟังดูหรูหราอลังการ แต่เงินในกระเป๋ากลับกรอบแกรบสิ้นดี

"เปล่าสักหน่อย! ฉันน่ะมีความทะเยอทะยานสูงจะตาย! แต่ฉันไม่ใช่คนใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายนี่นา! อีกอย่าง เงินของคุณก็เหมือนเงินของฉันไม่ใช่เหรอ... ก็ต้องประหยัดหน่อยสิ!"

เห็นได้ชัดว่าคำพูดของจู๋เชี่ยนอิ่งถูกใจนายน้อยเหยียนมาก มุมปากของเขายกขึ้นอย่างไม่รู้ตัว พยักพเยิดหน้าไปทางฉินซิว "ให้คนรีบส่งมา"

ฉินซิวรับคำสั่ง แล้วหมุนตัวไปจัดการทันที

จู๋เชี่ยนอิ่งเห็นน้ำแข็งบนใบหน้านายน้อยเหยียนละลายลงบ้าง จึงรวบรวมความกล้าเอ่ยปาก "นายน้อยคะ..."

"หืม?" นายน้อยเหยียนปรือตามองเธออย่างเกียจคร้าน

"ขอถามหน่อยค่ะ... มีนมไหมคะ?"

นายน้อยเหยียนไม่คิดเลยว่า เธอจะถามอย่างระมัดระวังขนาดนี้ เพียงเพื่อขอนมซึ่งเป็นของชิ้นเล็กๆ แบบนี้?

"เอานมไปทำไม?"

ในความคิิดของนายน้อยเหยียน นมคือของที่เขาดื่มตอนเด็กๆ ตั้งแต่เขารู้สึกว่าตัวเองโตเป็นผู้ใหญ่ นมก็หายไปจากโต๊ะอาหารและเมนูของเขาอย่างถาวร

จู๋เชี่ยนอิ่งพอจะเดาอะไรได้บางอย่างจากคำถามย้อนกลับของเขา จึงเปลี่ยนไปขอของที่หาง่ายกว่าแทน "เอ่อ ไม่มีนมก็ไม่เป็นไรค่ะ งั้นขนมปังล่ะคะ? หรือบิสกิตก็ได้!"

ถึงแม้จู๋เชี่ยนอิ่งจะไม่รู้ว่านายน้อยเหยียนให้คนขับรถไปรับเธอมาทำไม แต่ไม่ว่าเขาจะให้ทำอะไรต่อไป สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ต้องจัดการกับท้องที่ร้องประท้วงไม่หยุดของเธอเสียก่อน

ตอนนี้นายน้อยเหยียนถึงได้เข้าใจ สายตาของเขาจงใจกวาดผ่านหน้าท้องของเธอแวบหนึ่ง "หิวเหรอ?"

"ใช่สิคะ ฉันไม่ได้กินอะไรมายี่สิบกว่าชั่วโมงแล้ว!" จู๋เชี่ยนอิ่งตัดข้าวต้มเหลือครึ่งชามที่กินไปเมื่อคืนกลางดึกออกไปหน้าตาเฉย!

นายน้อยเหยียนมองเธออย่างกังขา ดูเป็นคนฉลาดหลักแหลม ทำไมถึงปล่อยให้ตัวเองอดอาหารตั้งยี่สิบกว่าชั่วโมงได้ล่ะ โกหกหรือเปล่า? แค่พูดเรียกร้องความสงสารจากเขาเฉยๆ สินะ?

จู๋เชี่ยนอิ่งเห็นความสงสัยในแววตาของเขา จึงเอามือกุมท้องแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาทันที

"นายน้อยคะ คุณลืมไปแล้วเหรอ? เมื่อวานเช้าเรายังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย ก็โดนจับขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปทิ้งไว้ก้นหุบเขา พอฉันรอดตายปีนขึ้นมาจากหุบเขาได้ คุณพากลับมาอาบน้ำที่บ้านคุณ คุณก็ไม่ได้ให้ฉันกินอะไรเหมือนกันไม่ใช่เหรอคะ?"

พอเธอเตือนความจำ นายน้อยเหยียนก็ต้องพยักหน้ายอมรับว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจริงๆ และพวกชายฉกรรจ์ก็ได้รับคำสั่งจากเขา ให้จู่โจมสาวงามทั้งสิบคนโดยไม่ทันตั้งตัว แล้วโยนพวกเธอที่กำลังท้องว่างลงไปก้นหุบเขา

ในสถานการณ์ที่ทั้งหิวและหวาดกลัว ไม่ว่าใครก็ต้องเลือกใช้โทรศัพท์มือถือติดต่อขอความช่วยเหลือจากโลกภายนอกเป็นอันดับแรกอยู่แล้ว

ความจริงแล้ว ในแผนการของเขาตั้งแต่แรก ไม่มีใครสามารถรอดพ้นออกมาจากหุบเขาด้วยกำลังของตัวเองได้หรอก

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมแม่ของเขาถึงบอกว่า ผู้หญิงที่ผ่านการคัดเลือกทั้งห้าด่านของเขามาได้ ไม่มีทางเป็นมนุษย์โลกแน่นอน!

ถ้าไม่ได้เห็นกับตา นายน้อยเหยียนก็คงไม่เชื่อหรอกว่าจะมีคนสามารถใช้พละกำลังของตัวเองหนีรอดออกมาจากหุบเขาลึกได้จริงๆ

นั่นหมายความว่า ในแผนการของนายน้อยเหยียน จู๋เชี่ยนอิ่งคือข้อยกเว้น! และยังเป็นความบังเอิญด้วย!

ตอนนั้น จู๋เชี่ยนอิ่งแค่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแวบหนึ่ง แต่ไม่ได้โทรออก กลับเอาเก็บใส่เป้ไปพร้อมกับอุปกรณ์ยังชีพอื่นๆ แล้วก็นั่งยองๆ ศึกษาแผนที่อย่างละเอียด ก่อนจะลุกขึ้นยืน ก้าวยาวๆ มุ่งหน้าไปยังหน้าผาสูงชันโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย...

รายละเอียดพวกนี้ นายน้อยเหยียนเพิ่งจะสังเกตเห็นตอนที่กรอวิดีโอดูซ้ำไปซ้ำมาเมื่อคืน จนถึงตอนนี้ เขายังอธิบายไม่ถูกเลยว่า ตัวเองรู้สึกทึ่งและสับสนแค่ไหนตอนที่เห็นร่างผอมเพรียวนั้นพยายามปีนป่ายขึ้นไปอย่างยากลำบาก...

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 7 - บนหัวอาจถูกทาสีเขียวได้ทุกเมื่อ?

คัดลอกลิงก์แล้ว