- หน้าแรก
- สัญญารักฉบับมาเฟีย ภรรยาตัวแสบของนายน้อยเหยียน
- บทที่ 6 - ด่าฉันว่าอันธพาล? ไล่ฉันไปให้พ้น?
บทที่ 6 - ด่าฉันว่าอันธพาล? ไล่ฉันไปให้พ้น?
บทที่ 6 - ด่าฉันว่าอันธพาล? ไล่ฉันไปให้พ้น?
บทที่ 6 - ด่าฉันว่าอันธพาล? ไล่ฉันไปให้พ้น?
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น จู๋เชี่ยนอิ่งที่คลุมโปงแกล้งตายอยู่บนเตียง ต้องทนรำคาญกับเสียงโทรศัพท์ที่ดังกริ๊งกร๊างไม่หยุดหย่อน นึกว่าปล่อยทิ้งไว้เดี๋ยวมันก็เงียบไปเอง แต่มันกลับดื้อด้านยิ่งกว่าจู๋เชี่ยนอิ่งเสียอีก พอเงียบไปได้วินาทีสองวินาที ก็กลับมาส่งเสียงกรีดร้องอย่างไม่ลดละอีกครั้ง
สุดท้าย จู๋เชี่ยนอิ่งผู้พ่ายแพ้ ก็ต้องยื่นมือออกมาจากผ้าห่ม คลำสะเปะสะปะไปบนโต๊ะข้างเตียง หยิบมันเข้ามาในผ้าห่ม แล้วกดรับสายทันที
"ฮัลโหล? ใคร? เช้าตรู่แบบนี้ไม่หลับไม่นอนหรือไง?" น้ำเสียงกระแทกกระทั้นราวกับกินดินปืนเข้าไป เต็มไปด้วยอารมณ์หงุดหงิดของคนเพิ่งตื่นนอน
"ฉันไม่ให้เธอหลับ แต่เธอต้องให้ฉันนอนด้วย!" น้ำเสียงทุ้มต่ำเกียจคร้านของผู้ชายดังเข้าหูจู๋เชี่ยนอิ่งที่กำลังอารมณ์เสียสุดๆ
มารบกวนการนอนตอนเช้าตรู่แบบนี้ก็ถือว่าโทษหนักแล้ว!
แถมคำพูดของเขาที่สื่อความหมายสองแง่สองง่ามอย่างชัดเจน ก็ไม่ต่างอะไรกับการราดน้ำมันลงบนกองไฟในใจจู๋เชี่ยนอิ่ง
"ไอ้โรคจิตปากมอมที่ไหนเนี่ย ไสหัวไปเลยนะ!"
จู๋เชี่ยนอิ่งที่อัดอั้นตันใจตวาดกร้าวใส่ ยังไม่ทันวางสาย ก็ยื่นมือถือออกไปนอกผ้าห่มแล้วปาทิ้งทันที
ฝั่งนายน้อยเหยียนที่อยู่ปลายสาย ตอนแรกก็โดนด่าว่าเป็นโรคจิต ตามด้วยเสียงคำรามดุจสิงโตไล่ให้เขาไสหัวไป! ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยก็พลันบึ้งตึงขึ้นมาทันที ยังไม่ทันได้ตอบโต้ เสียง "ปัง" ก็ดังลั่นเข้าหู ตามด้วยเสียงสัญญาณสายหลุดดัง ตื๊ดๆๆ
มันจะมากไปแล้วนะ กล้าด่าเขาว่าเป็นโรคจิตเหรอ?
โตมาจนป่านนี้ มีแต่คนประจบประแจงเรียกเขาว่านายน้อย แต่คนที่ด่าเขาว่าเป็นโรคจิต ผู้หญิงคนนี้คือคนแรกและคนเดียวในประวัติศาสตร์เลย
นี่ยังไม่ได้แต่งเข้าบ้านเลยนะ ถ้าแต่งเข้ามาจริงๆ ไม่ขึ้นไปขี่คอเขาฉี่ใส่หัวเลยรึไง?
เห็นใบหน้าหล่อเหลาของเจ้านายดำทะมึนด้วยความโกรธ ฉินซิวผู้ช่วยพิเศษสารพัดประโยชน์ ก็จำใจต้องออกโรงอีกครั้ง
"นายท่านจู๋ครับ ผมฉินซิว ผู้ช่วยพิเศษของนายน้อยเหยียน รบกวนตามคุณหนูห้าของบ้านคุณให้ทีครับ"
ในตระกูลจู๋ ลูกๆ จะถูกเรียงลำดับตามเพศ จู๋เชี่ยนอิ่งเป็นลูกสาวคนที่ห้าจากทั้งหมดหกคนของนายท่านจู๋ คนนอกจึงเรียกเธอว่าคุณหนูห้าตระกูลจู๋
จู๋เชี่ยนอิ่งเพิ่งจะได้หูสะอาดไปพักเดียว ไม่ทันไรก็ได้ยินเสียงเคาะประตูอีกแล้ว
"อิ่งเอ๋อร์ รีบตื่นเร็ว คนขับรถของนายน้อยเหยียนจะมารับลูกในอีกครึ่งชั่วโมงนะ"
จู๋เชี่ยนอิ่งโดนโทรศัพท์รังควานจากคนแปลกหน้าจนตาสว่างไปหมดแล้ว แต่เธอยังคงซุกตัวอยู่บนเตียงไม่อยากลุก พอได้ยินเสียงเรียกของพ่อจากหน้าประตู ใจจริงก็อยากจะตะโกนด่าว่า "ไสหัวไป" ซะเหลือเกิน!
แต่เธอเป็นคนฉลาด ตอนนี้ คนที่ทำให้เธอมีอำนาจในตระกูลจู๋จนสามารถไล่ใครให้ไสหัวไปก็ได้ มีเพียงคนเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ นายน้อยเหยียน!
"หนูรู้แล้วค่ะ..."
ก่อนที่เธอจะกำไพ่เด็ดไว้ในมืออย่างแน่นหนา ไม่ว่านายน้อยเหยียนคนนั้นจะสั่งให้ทำอะไร เธอก็ต้องทน!
สำหรับจู๋เชี่ยนอิ่งแล้ว ต่อให้เป็นนรก อย่างน้อยก็ยังดีกว่าต้องทนอยู่ในบ้านหลังนี้ล่ะนะ
ยิ่งไปกว่านั้น ถึงแม้นายน้อยเหยียนคนนี้จะดูไร้เหตุผลไปบ้าง แต่เขาก็สามารถมอบอะไรหลายๆ อย่างให้เธอได้ การยอมอดทนสักหน่อยก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร อีกอย่าง ตอนอยู่บ้านตระกูลจู๋ เธอก็ฝึกวิชาความอดทนจนบรรลุขั้นสุดยอดมาตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือไง?
คนขับรถของตระกูลเหยียนก็เป็นคนตรงต่อเวลาเป๊ะเหมือนกับนายน้อยเหยียน ครึ่งชั่วโมงต่อมา เขาก็มายืนตัวตรงแหน่วอยู่ที่ห้องนั่งเล่นของตระกูลจู๋
"นายท่านจู๋ นายน้อยสั่งให้ผมมารับคุณหนูห้าตระกูลจู๋ หรือก็คือว่าที่นายหญิงน้อยกลับไปสักหน่อยครับ ตอนเย็นจะมาส่ง"
ใครๆ ก็บอกว่าหมาของคนรวยยังดูดีกว่าคนธรรมดาทั่วไป ท่าทางจะจริง คนขับรถคนนี้พูดจาไม่มีความเกรงใจหรือปรึกษาหารือเลยสักนิด ใช้ประโยคบอกเล่าตรงๆ ความหมายชัดเจนมากว่า ไม่ว่าตระกูลจู๋จะยอมปล่อยตัวหรือไม่ เขาก็ต้องพาตัวคุณหนูห้าตระกูลจู๋ไปให้ได้
แน่นอนว่านายท่านจู๋ไม่มีทางขัดขืน ตรงกันข้าม เขากลับยิ้มหน้าบานเดินไปส่งจู๋เชี่ยนอิ่งขึ้นรถด้วยตัวเอง ตอนปิดประตูรถ ยังจงใจตะโกนสั่งเสียเสียงดัง ราวกับกลัวว่าคนขับรถจะไม่ได้ยิน "อิ่งเอ๋อร์ ถ้าคืนนี้ดึกเกินไป ไม่กลับมาก็ไม่เป็นไรนะ พ่อไม่ใช่คนหัวโบราณหรอก!"
"อ้อ หนูรู้แล้วค่ะ!" จู๋เชี่ยนอิ่งพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย แต่ในใจกลับกลอกตาบนมองแรง พ่อคงอยากให้นายน้อยเหยียนกินหนูคืนนี้เลยล่ะสิ ตำแหน่งพ่อตาของพ่อจะได้ไม่หลุดลอยไปไหน!
รถแล่นออกจากคฤหาสน์ตระกูลจู๋ไปแล้ว นายท่านจู๋ถึงได้ยิ้มกริ่มเอามือไพล่หลังเดินกลับเข้าบ้าน
เมื่อเห็นรถแล่นออกจากประตูบ้านมาแล้ว จู๋เชี่ยนอิ่งก็อดรนทนไม่ไหว ถามข้อสงสัยในใจออกไป "พี่คะ นายน้อยเหยียนให้มารับฉันไปทำไมเหรอ?"
ดูจากพฤติกรรมของนายน้อยเหยียนเมื่อวาน เขาไม่ได้ดูชอบเธอสักเท่าไหร่ คิดดูก็รู้ นายน้อยเหยียนคนนี้ก็คงตกอยู่ในสภาวะ 'น่าสงสาร' ที่โดนผู้ใหญ่บังคับให้แต่งงานเลยต้องจำยอมทำตามคำสั่ง
แถมตอนจากกันเขาก็พูดชัดเจน ให้เธอกลับไปรอที่บ้านอย่างสงบ รอเขาไปสู่ขอ
ตอนนี้ยังไม่ได้สู่ขอ จะมารับเธอไปทำไม?
"เรียนคุณจู๋ ผมไม่ทราบรายละเอียดครับ"
กฎระเบียบของตระกูลเหยียนเข้มงวดมาก สิ่งที่ไม่ควรพูด คนรับใช้จะไม่หลุดปากพูดออกมาแม้แต่คำเดียว
เมื่อเข้าใจจุดนี้ จู๋เชี่ยนอิ่งก็เลยหยิบหูฟังมาเสียบ ฟังเพลงพลางหลับตาพักผ่อนตลอดทาง จนกระทั่งรถแล่นเข้ามาในสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลเหยียนที่กว้างขวางราวกับสวนป่า
คนขับรถพาจู๋เชี่ยนอิ่งเดินเข้ามาในบ้าน มองไปแต่ไกล เธอก็เห็น 'ผู้สนับสนุนหลัก' ในอนาคตของเธอนั่งอยู่บนโซฟา ตรงหน้ามีโต๊ะตัวเล็กๆ วางแล็ปท็อปอยู่
ส่วนท่าน 'ผู้สนับสนุน' ก็กำลังจ้องหน้าจอเขม็ง นิ้วรัวแป้นพิมพ์ดังรัวๆ
เหอะ ที่แท้นายน้อยท่านนี้ก็รู้จักทำงานด้วยเหรอเนี่ย? เธอนึกว่าเขาจะเป็นแค่พวกคุณชายกินชามนอนชาม อาศัยบารมีบรรพบุรุษทำตัวกร่างไปวันๆ ซะอีก!
"นายน้อยเหยียน คุณบอกให้ฉันรออยู่ที่บ้านอย่างสงบไม่ใช่เหรอคะ แล้วทำไมถึงเรียกฉันมาแต่เช้าล่ะ?"
เสียงของจู๋เชี่ยนอิ่งไม่ดังนัก แต่แฝงไปด้วยความไม่พอใจอยู่กลายๆ
เมื่อวานเธอปีนขึ้นมาจากหุบเขาลึก พลังงานถูกสูบไปจนหมดเกลี้ยง พอกลับถึงบ้านเจอหน้าบรรดาคุณนายกับใบหน้าอมทุกข์ของแม่ ก็ยิ่งพาลหงุดหงิดและอึดอัดใจ ไม่ได้กินข้าวเย็นก็ล้มตัวลงนอนเลย พอตื่นมากลางดึกไปหาของกินในครัว ก็เจอแค่ข้าวต้มเหลือครึ่งชาม เธอกินอย่างตะกละตะกลามโดยไม่ปริปากบ่น แล้วกลับไปนอนต่อ เช้านี้โดนโทรศัพท์บ้าบอปลุกขึ้นมา จนป่านนี้ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย
ท้องร้องจ๊อกๆ มาทั้งคืน เปลี่ยนเป็นใครก็ต้องอารมณ์บูดกันทั้งนั้น
แต่ถึงเธอจะอารมณ์บูด อารมณ์ของนายน้อยเหยียนกลับบูดกว่า
ใบหน้าหล่อเหลาที่เงยขึ้นมาตามเสียงเรียก ดำทะมึนสูสีกับเปาบุ้นจิ้น ใบหน้าเย็นชาราวกับก้อนน้ำแข็งที่เพิ่งงัดออกมาจากห้องเย็น
สายตาคมกริบกวาดมองมาที่เธอ "เธอด่าฉันว่าไอ้โรคจิต? แล้วไล่ให้ฉันไสหัวไปงั้นเหรอ?"
จู๋เชี่ยนอิ่งหิวจนตาลาย สมองลัดวงจรไปเรียบร้อยแล้ว ประกอบกับคำถามที่ไม่มีปี่มีขลุ่ยของเขา ทำให้เธอทำหน้ามึนงงและไร้เดียงสาออกมาอย่างอดไม่ได้
"เอ๊ะ?"
ผู้ช่วยพิเศษเห็นเจ้านายเตรียมจะระเบิดอารมณ์ ก็รีบก้มตัวกระซิบเตือนจู๋เชี่ยนอิ่งเสียงเบา "คุณจู๋ครับ เมื่อเช้านายน้อยเหยียนโทรหาคุณ..."
จู๋เชี่ยนอิ่งกลอกตากลิ้งไปมา สมองค่อยๆ กลับมาทำงานเป็นปกติทีละนิด จากนั้นก็ทำหน้าตกใจสุดขีด ทั้งๆ ที่ผู้ช่วยพิเศษเพิ่งเตือนเธอไปหมาดๆ แต่เธอกลับแกล้งถามหน้าซื่อตาใส "นายน้อยเหยียน คนเมื่อเช้าคือคุณเองเหรอคะ?"
นายน้อยเหยียนไม่สนใจเธอ! แม้แต่จะส่งเสียงหึในลำคอยังขี้เกียจทำ เขาหันหน้าหนีกลับไปสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ต่อ
"โธ่เอ๊ย ก็ฉันยังไม่ตื่นนี่นา! อาการหงุดหงิดตอนตื่นนอนมันรุนแรงมากนะ! พอเห็นเป็นเบอร์แปลก ถ้าไม่ไล่ให้เขาไสหัวไป หรือนายน้อยอยากให้ฉันไปอ่อยผู้ชายแปลกหน้าที่ไหนก็ไม่รู้ล่ะคะ?"
(จบแล้ว)