- หน้าแรก
- สัญญารักฉบับมาเฟีย ภรรยาตัวแสบของนายน้อยเหยียน
- บทที่ 5 - นายน้อยเหยียนถูกผีเข้าหรือไง?
บทที่ 5 - นายน้อยเหยียนถูกผีเข้าหรือไง?
บทที่ 5 - นายน้อยเหยียนถูกผีเข้าหรือไง?
บทที่ 5 - นายน้อยเหยียนถูกผีเข้าหรือไง?
แต่ความเหนื่อยล้าทางกาย ก็ยังไม่เท่าความเหนื่อยล้าทางใจ
พอเห็นสีหน้าที่แตกต่างกันไปของพ่อและบรรดาคุณนายทั้งหลาย หัวใจของเธอ ก็เหมือนจะพันกันยุ่งเหยิงเป็นก้อนไหมพรมไปแล้ว
บางที การได้หนีออกจากกรงขังแห่งนี้ ถึงแม้จะต้องแลกด้วยการแต่งงานกับผู้ชายที่เธอไม่ได้รัก มันก็อาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้!
เมื่อคิดได้ดังนั้น จู๋เชี่ยนอิ่งก็พลิกตัว ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง พยายามพามุ่งหน้าเข้าสู่ห้วงนิทรา
อาจจะเป็นเพราะเหนื่อยมากจริงๆ การนอนหลับครั้งนี้เธอจึงหลับสนิทมาก เรื่องวุ่นวายไร้สาระที่มักจะมาป่วนในความฝันของเธอ วันนี้กลับไม่มีโผล่มาให้เห็นแม้แต่เงา
จนกระทั่งเธอตื่นขึ้นมา ลืมตา ก็พบกับความมืดมิดรอบตัว หันไปมอง แสงจันทร์สลัวๆ สาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามา ทำให้เธอรู้สึกราวกับหลุดเข้าไปในดินแดนแห่งความฝันอันเลือนราง
เธอที่ตอนนี้สูญเสียการรับรู้เรื่องเวลาไปแล้ว ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นอย่างเกียจคร้าน ไปนั่งอยู่บนขอบหน้าต่าง เอียงคอมองแสงไฟริบหรี่ในสวนนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย
...
และในเวลาเดียวกัน ณ คฤหาสน์ตระกูลเหยียน นายน้อยเหยียนผู้ไม่รู้ว่าถูกผีตัวไหนเข้าสิง กำลังนั่งดูวิดีโอทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับจู๋เชี่ยนอิ่งในการคัดเลือกครั้งนี้ย้อนหลังอยู่
"นายน้อยครับ สองทุ่มแล้ว ได้เวลาทานอาหารเย็นแล้วครับ!"
ผู้ช่วยพิเศษผู้ทำหน้าที่อย่างแข็งขัน ตอนนี้รู้สึกหวาดหวั่นเป็นอย่างยิ่ง เขารับใช้เจ้านายท่านนี้มาเกือบสิบปี นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้านายยอมเปลี่ยนนาฬิกาชีวิตตัวเองเพื่อเรื่องอะไรสักอย่างหรือใครสักคน
ปกติแล้ว เจ้านายท่านนี้จะทานอาหารเย็นตอนหนึ่งทุ่มตรงเป๊ะไม่เคยขาด พอสองทุ่ม ก็จะลงไปแช่ตัวในอ่างอาบน้ำ รับการนวดด้วยแรงดันน้ำไปพร้อมกับดูหนังสบายๆ
แต่วันนี้ ผู้ช่วยพิเศษต้องคอยเตือนเจ้านายทุกๆ สิบนาที จนถึงตอนนี้ ก็เป็นครั้งที่หกเข้าไปแล้ว
"อ้อ..."
เช่นเดียวกับห้าครั้งก่อนหน้านี้ สิ่งที่ผู้ช่วยพิเศษได้รับกลับมา คือคำตอบรับส่งๆ อย่างขอไปทีจากเจ้านายของเขา
ผู้ช่วยพิเศษรู้สึกโทษตัวเองอย่างหนักในความไร้ความสามารถและบกพร่องต่อหน้าที่ เขากังวลว่าเจ้านายของเขา คงจะถูกผีเข้าจริงๆ!
แต่ในความเป็นจริง เจ้านายท่านนี้ก็แค่กำลังรู้สึกเบื่อหน่ายและเซ็งจัดในช่วงนี้ แต่ตอนนี้ เขากลับค้นพบเครื่องมือคลายเครียดที่น่าสนใจสุดๆ เข้าแล้วต่างหาก!
ถ้าจะให้เล่าอย่างละเอียด ต้นเหตุที่ทำให้เจ้านายท่านนี้ต้องรู้สึกเบื่อหน่ายและเซ็งจนหมดหนทางแบบนี้ นับนิ้วไปมา ก็นับได้แค่คนเดียว นั่นก็คือแม่ของเขาเอง
และครั้งนี้ ก็ไม่มีข้อยกเว้น
เรื่องนี้ ต้องย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน คฤหาสน์ตระกูลเหยียนที่เงียบเหงามานานกว่าครึ่งปี จู่ๆ ก็กลับมาคึกคักวุ่นวายปั่นป่วนไปหมด
สาเหตุคืออะไรน่ะเหรอ?
นั่นก็คือคุณนายเหยียน หรือก็คือแม่ของนายน้อยเหยียน กลับมาน่ะสิ
พูดถึงแม่ของนายน้อยเหยียนคนนี้ เธอคือ 'วีรสตรี' ที่ทำให้ทั้งวงการใต้ดินและบนดินต้องขวัญผวา สรุปสั้นๆ ก็คือ เป็นตัวแม่ที่ร้ายกาจสุดๆ
เธอมาจากวงการนักเลง แต่สมัยสาวๆ กลับไปถูกตาต้องใจกับพ่อของนายน้อยเหยียน ซึ่งเป็นนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่มีฐานอำนาจทางการเมืองหนุนหลังอย่างแข็งแกร่ง แต่ตัวเองกลับโลดแล่นอยู่ในวงการธุรกิจจนเป็นที่ยำเกรง
เหมือนในละครน้ำเน่าเป๊ะ ทั้งคู่ต้องสูญเสียเวลาดีๆ ในชีวิตไปมากมายเพราะภูมิหลังและความหยิ่งทะนงของตัวเอง กว่าจะรู้ว่าควรทะนุถนอมกันและกัน ก็ปาเข้าไปอายุสามสิบกว่าแล้ว
สุดท้ายทั้งคู่ก็แต่งงานกัน ตอนอายุสี่สิบถึงได้คลอดเหยียนหาน หรือก็คือนายน้อยเหยียน ลูกชายคนเดียวคนนี้ออกมา พอเหยียนหานอายุสิบแปด สองตายายก็โยนธุรกิจอันใหญ่โตมโหฬารทั้งบนดินและใต้ดินให้เหยียนหานดูแลอย่างไม่รับผิดชอบสุดๆ แล้วพากันไปเที่ยวรอบโลกใช้ชีวิตคู่รักอย่างสุขีสโมสร
และครั้งนี้ จุดประสงค์ที่คุณนายเหยียนกลับมา กลับไม่ใช่เพื่อมาเยี่ยมลูกชายสุดที่รัก แต่กลับมาเพื่อยื่นคำขาดให้เหยียนหานต่างหาก
"ลูกจ๋า แม่แก่แล้ว อยากอุ้มหลานแล้ว ลูกลองดูสิว่าถูกใจสาวบ้านไหน ก็รับๆ มาสักคนเถอะ คลอดหลานให้แม่เล่นสักคนสิ!"
คำพูดของคุณนายเหยียนฟังดูอ้อมค้อม ไม่ได้แข็งกร้าวอะไรเลย แต่ภายในนั้นกลับแฝงประเด็นสำคัญที่แทงใจดำเหยียนหานอย่างจังอยู่หลายจุด
หนึ่งคือ ถึงแม้เหยียนหานจะดูเหมือนไม่ค่อยลงรอยกับแม่ของเขานัก แต่จริงๆ แล้ว เขาเป็นลูกกตัญญูที่หาตัวจับยากคนหนึ่งเลยทีเดียว
สองคือ ปีนี้คุณนายเหยียนอายุหกสิบแปดแล้ว อีกไม่นานก็จะเข้าสู่เลขเจ็ด ถ้าหากนายน้อยเหยียนยังคงใช้ชีวิตเสเพลต่อไปอีกสักสองสามปี เธออาจจะไม่มีชีวิตอยู่รออุ้มหลานจริงๆ ก็ได้
แน่นอนว่า ถึงคุณนายเหยียนจะอายุหกสิบแปด แต่ร่างกายเธอกลับแข็งแรงมาก หน้าตาก็ดูเหมือนคนอายุสี่สิบต้นๆ รูปร่างก็ไม่ต่างอะไรกับสาววัยรุ่นวัยสามสิบที่กำลังเปล่งปลั่ง
และตัวเธอเอง ก็ไม่เคยยอมรับความแก่ต่อหน้าลูกชายและสามีเลย
ก็เพราะเธอไม่เคยยอมแก่นี่แหละ ครั้งนี้เธอถึงกับยอมพูดเองว่าตัวเองแก่แล้ว ก็เลยทำเอาเหยียนหานกลุ้มใจจนพูดไม่ออก
ทำยังไงได้ ถึงจะรู้เต็มอกว่าแม่กำลังเล่นแง่หาวิธีบังคับให้เขาแต่งงานมีลูก เขาก็ต้องยอมรับชะตากรรม
ด้วยเหตุนี้ ถึงได้เกิดเป็นมหกรรมการคัดเลือกภรรยาของนายน้อยเหยียนที่ดึงดูดความสนใจของคนทั้งประเทศขึ้นมา
"นายน้อยครับ โทรศัพท์จากนายหญิงครับ!" ผู้ช่วยพิเศษที่ลุกลี้ลุกลนเหมือนมดบนกระทะร้อน ประคองโทรศัพท์มายื่นให้นายน้อยเหยียนราวกับได้สมบัติล้ำค่า สำหรับเขาในตอนนี้ นายหญิงเหยียนคือผู้มีพระคุณและผู้ช่วยชีวิตคนสำคัญของเขาเลยทีเดียว!
นายน้อยเหยียนกดปุ่มหยุดชั่วคราวเสียงดัง "แป๊ก" รับโทรศัพท์มา แล้วครางตอบอย่างเกียจคร้าน "ท่านแม่..."
"ไอ้ลูกหมา ไม่รู้จักจริงจังอีกแล้วนะ! ฟังเจ้าหนูฉินซิวบอกว่า แกหาเมียเจอแล้วเหรอ?" ฉินซิว ก็คือชื่อของผู้ช่วยพิเศษสารพัดประโยชน์ที่อยู่ข้างกายนายน้อยเหยียนนั่นเอง
"จุ๊ๆ ท่านแม่พูดแบบนี้ ทำเหมือนลูกชายตัวเองไร้น้ำยาซะงั้น! ลูกชายสุดที่รักของแม่คนนี้ ทั้งหล่อ ทั้งเก่ง แถมยังรวยล้นฟ้า อยากจะหาเมียสักคน มันจะยากตรงไหน?"
ระหว่างที่พูด นายน้อยเหยียนก็สลับสายวิดีโอคอลไปขึ้นจอใหญ่ ภาพบนหน้าจอเปลี่ยนจากจู๋เชี่ยนอิ่งกลายเป็นคุณนายเหยียน
"เสี่ยวหานหาน แกแน่ใจนะ ว่าไอ้วิธีคัดเลือกห้าด่านของแกเนี่ย คนที่ผ่านเข้ามาได้ เป็นมนุษย์โลกจริงๆ?"
คุณนายเหยียนในหน้าจอ หน้าตาสง่างามดูภูมิฐาน ไม่ค่อยเหมือนเหยียนหานเท่าไหร่นัก แต่ที่หว่างคิ้วกลับมีรังสีอำมหิตคล้ายๆ กับเหยียนหานแฝงอยู่
นายน้อยเหยียนถึงกับขนลุกซู่!
"ถงเสี่ยวหวย เลิกเรียกผมว่าเสี่ยวหานหานสักที!" นายน้อยเหยียนปรี๊ดแตกกลางคัน!
เช่นเดียวกับเหยียนหาน คุณนายเหยียนผู้เป็นวีรสตรีหญิงแกร่งคนนี้ ก็มีชื่อที่ไม่เข้ากับนิสัยและบุคลิกของเธอเอาเสียเลย!
คุณนายเหยียนที่ยังคงความสวยพริ้งอยู่ในหน้าจอหัวเราะเบาๆ "เอาล่ะลูก แม่ไม่พูดมากแล้ว แม่กับพ่อแกจองตั๋วเครื่องบินพรุ่งนี้แล้ว บ่ายๆ ถึงบ้าน จำไว้ล่ะ พาเมียแกมารอรับพวกเราที่บ้านดีๆ ด้วย!"
(จบแล้ว)