- หน้าแรก
- รวยไม่ไหวแล้วโว้ยยยยย
- บทที่ 104 ต้องยอมรับเลยว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดา
บทที่ 104 ต้องยอมรับเลยว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดา
บทที่ 104 ต้องยอมรับเลยว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดา
ตู้เจี้ยนผิงเริ่มดูอย่างตั้งใจ
หน้าที่สี่ หน้าที่ห้า หน้าที่หก...
ทุกๆ หน้าล้วนเต็มไปด้วยข้อมูลเนื้อๆ เน้นๆ
ยิ่งดูเขาก็ยิ่งประหลาดใจ
แผนการฉบับนี้ ไม่ใช่อะไรที่คนนอกวงการจะเขียนขึ้นมาส่งๆ ได้ง่ายๆ อย่างแน่นอน
มีข้อมูลรองรับ มีการอนุมานตามหลักเหตุผล และมีการประเมินแนวโน้ม
หลายๆ จุดตรงกับความคิดของเขาอย่างไม่ได้นัดหมาย
แต่กลับละเอียดกว่า ไกลกว่า และกล้ากว่าที่เขาคิดไว้มาก
อย่างเช่นบทวิเคราะห์เกี่ยวกับว่านเคอ
เกาหยางระบุใน PPT ว่า ในอีกสี่ห้าปีข้างหน้า ว่านเคอจะกลายเป็นผู้นำในวงการอสังหาริมทรัพย์ และจะมีกำไรสุทธิเป็นอันดับหนึ่งของวงการติดต่อกันถึงห้าปี
อีกทั้งเพื่อเป็นการพิสูจน์มุมมองนี้ของตัวเอง เกาหยางยังได้แจกแจงข้อมูลในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาของว่านเคอ วิเคราะห์กลยุทธ์การวางแผน ที่ดินสำรอง และทีมผู้บริหาร จนได้ข้อสรุปว่า ตอนนี้คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการลงทุนกับว่านเคอ
ตู้เจี้ยนผิงจ้องมองตาไม่กะพริบ
เขาเลื่อนลงไปดูต่อ
จงไฮ่ เป่าลี่ ว่านต๋า...
ทุกบริษัท เกาหยางล้วนทำบทวิเคราะห์เอาไว้อย่างละเอียด
ทั้งข้อมูล แนวโน้ม ความเสี่ยง และโอกาส ล้วนชัดเจนแจ่มแจ้ง
พอเปิดไปด้านหลัง ก็ยังมีช่วงเวลาสำคัญ
ปี 2012 ราคาบ้านจะมีการปรับตัวลดลง แต่ก็ถือเป็นโอกาสในการลงทุน
ปี 2013 นโยบายผ่อนปรน ตลาดจะดีดตัวกลับ
ปี 2014 จะเป็นช่วงขาขึ้นอีกระลอก
ทุกช่วงเวลา ล้วนมีหลักฐานการวิเคราะห์อ้างอิง
ตู้เจี้ยนผิงดูหน้าสุดท้ายจบ ก็เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ระบายลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่
เขาจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ นิ่งเงียบไปพักใหญ่
ในหัวสับสนวุ่นวายไปหมด
แผนการฉบับนี้ เป็นหนึ่งในรายงานการวิเคราะห์ที่เป็นมืออาชีพที่สุด ละเอียดที่สุด และกล้าที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาในปีนี้
ไม่สิ ไม่ใช่แค่หนึ่งใน
แต่มันคือฉบับที่เป็นมืออาชีพที่สุดต่างหาก
เขาทำงานด้านการลงทุนมาหลายปี เคยเห็นรายงานมานับไม่ถ้วน
มีทั้งของธนาคารเพื่อการลงทุน ของบริษัทที่ปรึกษา และของทีมงานภายใน
แต่ที่พอจะเทียบชั้นกับรายงานฉบับนี้ได้นั้น แทบจะนับนิ้วได้เลย
แถมการคาดการณ์แนวโน้มในอีกสี่ห้าปีข้างหน้าอย่างกล้าหาญ โดยมีข้อมูลต่างๆ มารองรับนั้น แค่จุดนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เขามองอีกฝ่ายด้วยความทึ่ง
และรายงานฉบับนี้ กลับมาจากฝีมือของนักศึกษามหาวิทยาลัยอายุสิบแปดปีคนหนึ่ง
เกาหยาง
เขานึกถึงใบหน้าเปื้อนยิ้มของลูกสาวเมื่อครู่นี้ นึกถึงคำพูดของเธอที่ว่า 'นี่คือแผนการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่เพื่อนหนูตั้งใจทำมาให้พ่อโดยเฉพาะเลยนะคะ'
ในใจเขาก็พลันรู้สึกบอกไม่ถูกขึ้นมา
ไอเด็กนั่น ตกลงเป็นใครมาจากไหนกันแน่?
เขานิ่งเงียบไปพักใหญ่ จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลา
เห็นว่าใกล้จะห้าทุ่มแล้ว
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วส่งข้อความหาผู้ช่วย
"พรุ่งนี้เช้า รวบรวมข้อมูลของบริษัทว่านเคอ จงไฮ่ เป่าลี่ และว่านต๋า สี่บริษัทนี้มาให้หน่อย เน้นดูงบการเงินและที่ดินสำรองในช่วงสามปีที่ผ่านมานะ"
พิมพ์เสร็จ เขาก็วางโทรศัพท์มือถือไว้ข้างๆ แล้วมองไปที่ PPT บนหน้าจออีกครั้ง
จากนั้นเขาก็ปิดคอมพิวเตอร์ ลุกขึ้นยืน แล้วเดินออกจากห้องหนังสือ
พอกลับมาที่ห้องนอน เสิ่นจิ้งชิวก็หลับไปแล้ว
เขาล้มตัวลงนอนอย่างเบามือ จ้องมองเพดานอยู่ตั้งนานก็ยังนอนไม่หลับ
ในหัวเต็มไปด้วยข้อมูล กราฟ และบทวิเคราะห์พวกนั้น
แล้วก็ชื่อนั้น
เกาหยาง
เจ็ดโมงเช้าวันรุ่งขึ้น ตู้เจี้ยนผิงเดินลงไปกินข้าวเช้าที่ชั้นล่าง
เสิ่นจิ้งชิวที่นั่งอยู่ข้างโต๊ะอาหารแล้ว พอเห็นเขาเดินลงมาก็ชะงักไปนิดหนึ่ง
"เหล่าตู้ เมื่อคืนคุณนอนไม่หลับเหรอ?"
ตู้เจี้ยนผิงมีรอยคล้ำใต้ตาสองข้าง ถุงใต้ตาแทบจะย้อยลงมาถึงคาง เขานั่งลง ยกชามโจ๊กขึ้นมาซดไปคำหนึ่ง แสร้งทำเป็นใจเย็นแล้วตอบว่า "ก็พอได้"
เสิ่นจิ้งชิวเลิกคิ้ว "พอได้งั้นเหรอ? คุณดูตาสิ ดำเป็นหมีแพนด้าเลย"
ตู้เจี้ยนผิงไม่พูดอะไร เอาแต่ซดโจ๊กต่อไป
ตู้มู่เฉิงเดินลงมาจากชั้นบนด้วยท่าทางงัวเงีย เธอเดินมานั่งที่โต๊ะอาหาร พอเห็นหน้าผู้เป็นพ่ออย่างตู้เจี้ยนผิงก็ชะงักไปเล็กน้อย
"พ่อคะ ตาพ่อเป็นอะไรน่ะ?"
ตู้เจี้ยนผิงยังคงปากแข็ง "ไม่เป็นไร แค่นอนไม่หลับน่ะ"
ตู้มู่เฉิงถามต่อด้วยความเป็นห่วง "นอนไม่หลับ? เมื่อคืนพ่อขึ้นไปนอนตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอคะ?"
ตู้เจี้ยนผิงตอบอ้อมแอ้ม "อืม แต่หลังจากนั้นก็นอนไม่หลับ"
ตู้เจี้ยนผิงไม่มีทางยอมรับต่อหน้าลูกสาวหรอกว่า ที่เขานอนไม่หลับ เป็นเพราะแผนการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในอีกห้าปีข้างหน้าที่เกาหยางทำขึ้นมานั้น มันน่าทึ่งเกินไปต่างหาก
กินข้าวเช้าเสร็จ ตู้เจี้ยนผิงก็ขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ชั้นบน ถือกระเป๋าเอกสารเดินออกจากบ้าน ส่วนแฟลชไดร์ฟอันนั้น เขาก็เก็บใส่อย่างระมัดระวังลงในกระเป๋าเพราะกลัวหาย
มาถึงบริษัท ก็เพิ่งจะแปดโมงครึ่งนิดๆ
เขาเดินเข้าไปในห้องทำงาน นั่งลง แล้วกดโทรศัพท์ภายใน
"เสี่ยวเฉิน มานี่หน่อย"
ไม่นานนัก ผู้ชายหนุ่มคนหนึ่งก็เคาะประตูเดินเข้ามา อายุราวๆ ยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปด สวมแว่นตา ใส่เสื้อเชิ้ตกางเกงสแล็ก ดูทะมัดทะแมงดี เพียงแต่ใต้ตาก็ดำคล้ำนิดๆ สภาพพอๆ กับตู้เจี้ยนผิงเลย
"ประธานตู้ ข้อมูลที่คุณต้องการครับ" เสี่ยวเฉินวางปึกเอกสารที่จัดการเรียบร้อยแล้วลงบนโต๊ะ
ตู้เจี้ยนผิงปรายตามองเขา "เมื่อคืนนอนดึกเหรอ?"
เสี่ยวเฉินหัวเราะแห้งๆ สองที รู้สึกเหมือนอยากร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา คนอื่นไม่รู้หรอกว่าเขานอนดึกหรือเปล่า แต่ตู้เจี้ยนผิงจะไม่รู้ได้ยังไงล่ะ?
เมื่อคืนตอนห้าทุ่มเล่นโทรปลุกเขาให้ลุกจากเตียงมาจัดเตรียมข้อมูล ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่เงินเดือนสูงลิ่วเดือนละสองหมื่นล่ะก็ เขาไม่มีทางทำหรอก
"ก็พอนอนได้ครับ ทำเสร็จตอนตีสามกว่า"
ตู้เจี้ยนผิงพยักหน้า แล้วเปิดดูเอกสารพวกนั้น
ว่านเคอ จงไฮ่ เป่าลี่ ว่านต๋า งบการเงิน ที่ดินสำรอง รายการโครงการ และรายงานการวิเคราะห์อุตสาหกรรมในช่วงสามปีที่ผ่านมาของทั้งสี่บริษัท ถูกจัดเรียงเอาไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
เขาตรวจสอบข้อมูลไปทีละรายการ
เริ่มจากของว่านเคอ
ข้อมูลในงบการเงิน ทั้งรายได้ กำไร อัตราหนี้สิน ล้วนใกล้เคียงกับที่เกาหยางแจกแจงไว้ใน PPT
ที่ดินสำรอง เกาหยางบอกว่าว่านเคอมีการวางแผนในเมืองหลักระดับหนึ่งและระดับสองเอาไว้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งข้อมูลก็แสดงให้เห็นว่าเป็นแบบนั้นจริงๆ
รายการโครงการ โครงการสำคัญเหล่านั้น ที่เกาหยางพูดถึงใน PPT ก็ล้วนอยู่ในนี้ทั้งหมด
ตู้เจี้ยนผิงตรวจสอบทีละรายการ
ข้อมูลบางส่วน มีความคลาดเคลื่อนจากที่เกาหยางเขียนไว้ใน PPT เล็กน้อย
ต่างกันไม่มาก แค่หนึ่งหรือสองเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ถือว่ามีความคลาดเคลื่อน
สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ เกาหยางใช้เวลาทำ PPT ฉบับนั้นแค่ชั่วโมงกว่าๆ ข้อมูลหลายอย่างถูกเขียนขึ้นจากความทรงจำ บวกกับข้อมูลบางอย่างที่หาได้ในอินเทอร์เน็ตก็ไม่ค่อยแม่นยำนัก และเกาหยางเองก็ไม่มีเวลามานั่งตรวจสอบทีละอย่าง
แต่ภาพรวม ทั้งช่วงเวลาสำคัญ บทวิเคราะห์บริษัทพวกนี้ ล้วนตรงกันทั้งหมด
ตู้เจี้ยนผิงดูของว่านเคอจบ ก็ดูของจงไฮ่ต่อ
มีเบื้องหลังเป็นรัฐวิสาหกิจ ข้อมูลมั่นคงมาก เหมือนกับที่เกาหยางพูดไว้เป๊ะ
พอมาดูของเป่าลี่ ก็ถือว่ามีความมั่นคงดีเช่นกัน
สุดท้ายมาดูของว่านต๋า การวางแผนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ ก็เริ่มแสดงให้เห็นถึงศักยภาพแล้วจริงๆ
เขาดูหน้าสุดท้ายจบ ก็เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ระบายลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่
ความสงสัยในใจมลายหายไปจนหมดสิ้น
แผนการฉบับนี้ แม้ข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ จะไม่แม่นยำนัก แต่ภาพรวมกลับถูกต้องทั้งหมด
ช่วงเวลาสำคัญ แนวโน้ม การประเมิน ทุกอย่างล้วนตรงกับสิ่งที่เขาคิดเอาไว้ ซ้ำยังมองได้ไกลและชัดเจนกว่าที่เขาคิดเสียอีก
เขานึกถึงช่วงเวลาที่นอนไม่หลับเมื่อคืน เขาพลิกไปพลิกมาขบคิดถึงแผนการฉบับนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าเกาหยางคนที่ทำแผนการนี้ออกมาได้ จะต้องไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน
ตอนนี้พอตรวจสอบข้อมูลเสร็จ เขาก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้นไปอีก
ตู้เจี้ยนผิงรีบยกหูโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วกดเบอร์โทรศัพท์ภายในทันที
"แจ้งแผนกการลงทุนด้วยว่า ตอนสิบโมงมีประชุม"
สิบโมงตรง ที่ห้องประชุม
คนในแผนกการลงทุนนั่งล้อมวงกันหน้าสลอน ไม่มีใครรู้เลยว่าวันนี้ประธานตู้มีเรื่องอะไรจะพูด
ตู้เจี้ยนผิงเดินเข้ามา นั่งลง แล้วพูดเข้าประเด็นทันที