เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 105 ซื้อรถ

บทที่ 105 ซื้อรถ

บทที่ 105 ซื้อรถ


"ต่อไปบริษัทจะปรับทิศทางการลงทุน โดยจะเน้นลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และเน้นร่วมมือกับว่านเคอเป็นหลัก"

คนที่นั่งอยู่ด้านล่างต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

มีคนยกมือขึ้น "ประธานตู้ครับ ก่อนหน้านี้พวกเราก็เคยลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ? ผลลัพธ์ไม่ค่อยน่าพอใจเท่าไหร่นะครับ"

ตู้เจี้ยนผิงเอ่ยปากทันที "นั่นเป็นเพราะเลือกโครงการไม่ถูก แต่ว่านเคอไม่เหมือนกัน"

เขาหยิบยกเนื้อหาใน PPT ฉบับนั้นมาพูดเฉพาะประเด็นสำคัญรอบหนึ่ง

ทั้งข้อได้เปรียบของว่านเคอ การวางแผน และการคาดการณ์แนวโน้มในอนาคต

คนที่อยู่ด้านล่างนั่งฟัง บางคนก็พยักหน้า บางคนก็ขมวดคิ้ว

มีคนตั้งคำถามขึ้นมา "ประธานตู้ครับ บทวิเคราะห์พวกนี้มาจากไหนเหรอครับ?"

ตู้เจี้ยนผิงไม่ได้ตอบ เพียงแค่บอกว่า "พวกคุณไปเตรียมตัวตามทิศทางนี้ก็พอ"

เขาชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อ "ต่อไปบริษัทจะดึงกระแสเงินสดออกมาอย่างน้อยห้าสิบล้าน เพื่อลงทุนในโครงการสำคัญของว่านเคอ รายละเอียดเดี๋ยวเสี่ยวเฉินจะส่งให้พวกคุณหลังเลิกประชุม"

ภายในห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบไปหลายวินาที

ห้าสิบล้าน ไม่ใช่จำนวนเงินน้อยๆ เลย

แต่น้ำเสียงของตู้เจี้ยนผิง ฟังดูไม่ได้ล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย

วันรุ่งขึ้น เกาหยางมีเรียนรวมตอนแปดโมงเช้าแค่คาบเดียว

พอเรียนเสร็จ เขาก็แวะไปเดินดูที่เน็ตคาเฟ่ก่อนรอบหนึ่ง

ในร้านยังคงเหมือนเดิมคือไม่มีที่นั่งว่างเลย วันนี้ตอนเช้าเฉินอวี่ก็มีเรียน จึงทำได้แค่ให้พนักงานคนอื่นช่วยดูแลร้านไปก่อน

เกาหยางมองดูรอบๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีปัญหาอะไรก็เดินออกมา

เขานั่งรถแท็กซี่ไปที่โรงเรียนสอนขับรถ

ครั้งก่อนสอบปฏิบัติในสนามเสร็จแล้ว ส่วนวิชาที่เหลือยังไม่ได้จองคิว วันนี้เขาไปถึงก็พุ่งตรงไปหาโค้ชทันที

โค้ชแซ่โจว อายุสี่สิบกว่าปี พอเห็นเกาหยางมาก็รีบถามอย่างกระตือรือร้น "วันนี้มาฝึกขับรถเหรอ?"

เกาหยางส่ายหน้า "ไม่ฝึกครับ อยากสอบเลย"

โค้ชโจวชะงักไปนิดหนึ่ง "สอบเลยเหรอ? เธอจองคิวไว้แล้วเหรอ?"

"ไม่ได้จองครับ แต่อยากสอบวันนี้เลย"

โค้ชโจวมองเขาด้วยความลำบากใจนิดๆ "นี่มัน... ถ้าไม่ได้จองคิวไว้ก็สอบไม่ได้หรอกนะ"

เกาหยางล้วงอั่งเปาซองหนึ่งออกมาจากกระเป๋า แล้วยื่นส่งให้

"โค้ชโจวครับ รบกวนช่วยผ่อนปรนให้หน่อยนะครับ"

โค้ชโจวรับอั่งเปาไป บีบๆ ดูความหนา นัยน์ตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที

เขามองซ้ายมองขวา แล้วลดเสียงลงต่ำ "ได้ เดี๋ยวฉันไปถามให้ เธอรออยู่นี่แหละ"

เขาเดินเข้าไปหาคนข้างใน

เกาหยางยืนรออยู่ด้านนอก

ผ่านไปสิบกว่านาที โค้ชโจวก็เดินออกมาพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า

"เรียบร้อย แทรกคิวให้แล้ว วันนี้ตอนบ่ายสองสอบปฏิบัติบนถนนจริง สอบเสร็จวันนี้ก็ได้ใบขับขี่เลย"

เกาหยางพยักหน้า "ขอบคุณครับ"

โค้ชโจวโบกมือ "เกรงใจอะไรกัน"

บ่ายสองโมงตรง เกาหยางปรากฏตัวที่สนามสอบตรงเวลาเป๊ะ

การสอบปฏิบัติบนถนนจริง สำหรับเขามันง่ายเกินไป ชาติก่อนขับรถมาไม่รู้กี่ปีต่อกี่ปีแล้ว สภาพถนนแบบไหนบ้างที่ไม่เคยเจอ?

ขึ้นรถ ออกตัว เพิ่มลดเกียร์ เปลี่ยนเลน จอดเทียบฟุตบาท ทุกอย่างไหลลื่นรวดเดียวจบ

ผู้คุมสอบมองเขาทีหนึ่ง ไม่พูดอะไร ติ๊กเครื่องหมายถูกลงในใบประเมินทันที

สอบเสร็จเดินออกมา เกาหยางก็ถือใบรายงานผลคะแนนไปที่ช่องทำบัตร รออยู่ครึ่งชั่วโมง ใบขับขี่สดๆ ร้อนๆ ก็ออกมา

เดินออกจากสนามสอบ โค้ชโจวยังคงยืนรออยู่ตรงนั้น

พอเห็นเกาหยางเดินออกมา เขาก็รีบเดินเข้าไปหา "ผ่านไหม?"

เกาหยางพยักหน้า

โค้ชโจวยกนิ้วโป้งให้ "เก่งมาก คนทั่วไปไม่ราบรื่นแบบเธอหรอกนะ"

เกาหยางล้วงอั่งเปาออกมาจากกระเป๋าอีกซอง แล้วยื่นให้เขา

"โค้ชโจวครับ ช่วงนี้ลำบากคุณแล้ว"

โค้ชโจวชะงักไปนิดหนึ่ง เขามองอั่งเปาซองนั้น ความหนาพอๆ กับซองเมื่อกี้เลย หนึ่งพันหยวนอีกแล้ว

เขารู้สึกเกรงใจนิดๆ "นี่... เสี่ยวหยางอา เธอเกรงใจกันเกินไปแล้ว"

เกาหยางยังคงยัดซองใส่กระเป๋าเสื้อของโค้ชโจวต่อไป "รับไว้เถอะครับโค้ช ช่วงนี้รบกวนคุณมามากแล้ว"

เกาหยางไม่ได้สนใจเงินเล็กน้อยแค่นี้หรอก ขอแค่ช่วยให้เขาประหยัดเวลาได้ก็พอ

โค้ชโจวรับไป ยิ้มจนตาหยีเป็นสระอิ

ออกจากโรงเรียนสอนขับรถ เขายืนอยู่ริมถนน ล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาดูเวลา

บ่ายสามโมงกว่าแล้ว

วันนี้ตู้มู่เฉิงมีเรียนเต็มวัน ตอนนี้ก็น่าจะยังเรียนอยู่

เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วยื่นมือออกไปโบกรถแท็กซี่

"พี่ครับ ไปโชว์รูมแลนด์โรเวอร์แถวๆ นี้หน่อยครับ"

คนขับมองเขาผ่านกระจกมองหลังแวบหนึ่ง ไม่ได้ถามอะไรมากนัก แล้วออกรถไป

ยี่สิบกว่านาทีต่อมา รถแท็กซี่ก็มาจอดอยู่ที่หน้าโชว์รูมแลนด์โรเวอร์แห่งหนึ่งในเขตเหอซี

หน้าร้านค่อนข้างใหญ่ ผนังกระจกใสแจ๋วเป็นประกายเงาวับ ที่หน้าประตูมีรถจัดแสดงจอดอยู่หลายคัน ล้วนเป็นรถคันใหญ่บึกบึน ดูภูมิฐานไม่เบา

เกาหยางลงจากรถ แล้วเดินเข้าไปด้านใน

พอผลักประตูเข้าไป แอร์เย็นฉ่ำก็ปะทะเข้าหน้า

ภายในร้านกว้างขวางมาก ไฟส่องสว่างไสว รถยนต์รุ่นต่างๆ ของแลนด์โรเวอร์จอดเรียงรายอยู่ตรงนั้น ถูกเช็ดจนเงาวับ มีคนใส่ชุดสูทสองสามคนกำลังดูรถอยู่ทางนั้น โดยมีพนักงานขายคอยเดินตาม น้ำเสียงที่พูดคุยกันก็เต็มไปด้วยความนอบน้อม

เกาหยางเพิ่งจะเดินเข้ามา พนักงานขายหญิงคนหนึ่งที่อยู่หลังเคาน์เตอร์ต้อนรับตรงประตู ก็ลุกขึ้นยืนทันที

อายุราวๆ ยี่สิบห้ายี่สิบหก ผมยาว สวมชุดพนักงานสีดำ สวมรองเท้าส้นสูง ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มแบบมืออาชีพ สายตามองสำรวจเกาหยางตั้งแต่หัวจรดเท้าแวบหนึ่งตามความเคยชิน

วันนี้เกาหยางสวมเสื้อยืดธรรมดาๆ จับคู่กับกางเกงลำลอง ดูยังไงก็เหมือนนักศึกษา

พนักงานขายหญิงรู้สึกเอะใจ

คนที่มาโชว์รูมแลนด์โรเวอร์ ถ้าไม่ใช่เถ้าแก่ก็ต้องเป็นผู้บริหารระดับสูง หรืออย่างน้อยๆ ก็ต้องเป็นเถ้าแก่รายย่อย

การแต่งตัวล้วนพิถีพิถัน ทั้งนาฬิกา เข็มขัด รองเท้าหนัง มองปราดเดียวก็รู้ว่าราคาไม่ถูก

แต่ชายหนุ่มคนนี้ แต่งตัวธรรมดาเกินไป แถมยังดูเด็กเกินไปด้วย

ปฏิกิริยาแรกของเธอคือ หมอนี่น่าจะมาหาคน

อาจจะเป็นลูกหรือน้องชายของเพื่อนร่วมงานคนไหนสักคน

แต่เธอก็ไม่ได้แสดงออกทางสีหน้า

ทำงานสายนี้มาสามปี เธอเข้าใจสัจธรรมข้อหนึ่งดีว่า อย่าเพิ่งด่วนสรุปอะไรง่ายๆ

คนที่ดูจนอาจจะจนจริงๆ หรืออาจจะเป็นคนรวยที่ทำตัวติดดินก็ได้

ส่วนคนที่ดูรวยก็อาจจะแค่แกล้งรวยก็ได้เหมือนกัน

ถึงยังไงขอแค่ต้อนรับอย่างเป็นมิตร ไม่ไปล่วงเกินใครเข้า นั่นแหละสำคัญที่สุด!

บนใบหน้าเธอยังคงประดับด้วยรอยยิ้มแบบมืออาชีพ แล้วเดินเข้าไปต้อนรับอย่างกระตือรือร้น

เธอค้อมตัวลงเล็กน้อย "สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับค่ะ ไม่ทราบว่าคุณลูกค้ามาดูรถหรือมาหาคนคะ?"

เกาหยางตอบ "มาดูรถครับ"

"ได้ค่ะ เชิญทางนี้เลยค่ะ ฉันเป็นที่ปรึกษาการขายชื่อหลี่เสี่ยวเหมิงค่ะ ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าแซ่อะไรคะ?"

เกาหยางตอบ "แซ่เกาครับ"

หลี่เสี่ยวเหมิงเดินนำเขาเข้าไปด้านใน พลางถามไปพลาง "คุณเกาคะ ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าอยากดูรถรุ่นไหนคะ? ทางเรามีรุ่นเรนจ์โรเวอร์ เรนจ์โรเวอร์สปอร์ต ดิสคัฟเวอรี และดีเฟนเดอร์ จอดอยู่ในโชว์รูมทั้งหมดเลยค่ะ"

เกาหยางตอบ "ขอดูเรนจ์โรเวอร์ก่อนครับ"

เมื่อเทียบกับรถเก๋งแล้ว เกาหยางค่อนข้างสนใจแลนด์โรเวอร์ เรนจ์โรเวอร์มากกว่า

ถึงแม้หลี่เสี่ยวเหมิงจะประเมินว่าร้อยทั้งร้อยเกาหยางคงซื้อไม่ไหว แต่เธอก็ยังคงเดินนำเกาหยางไปหยุดอยู่ที่หน้าเรนจ์โรเวอร์สีดำคันหนึ่งอย่างกระตือรือร้น

รถคันนี้ตัวถังใหญ่โต รูปทรงเหลี่ยมจัด พอจอดอยู่ตรงนั้นก็ดูน่าเกรงขามเอามากๆ

หลี่เสี่ยวเหมิงเริ่มอธิบาย "นี่คือเรนจ์โรเวอร์รุ่นเครื่องยนต์ซูเปอร์ชาร์จ 3.0V6 กำลังสูงสุด 340 แรงม้า ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบฟูลไทม์ ช่วงล่างถุงลม หลังคาพาโนรามิคซันรูฟ เบาะหนังแท้..."

หลี่เสี่ยวเหมิงอธิบายได้อย่างคล่องแคล่วมาก เธอแจกแจงข้อดีของเรนจ์โรเวอร์คันตรงหน้าอย่างละเอียดครบถ้วนทุกแง่มุม อีกทั้งตอนที่เกาหยางถามคำถามขึ้นมาเป็นระยะ เธอก็คอยอธิบายให้อย่างไม่รู้จักรำคาญ แต่น้ำเสียงของเธอกลับไม่มีความเร่งเร้าประเภทที่ว่า 'จะต้องให้คุณซื้อให้ได้' เจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย

พนักงานขายคนอื่นๆ ภายในร้านย่อมเห็นภาพที่หลี่เสี่ยวเหมิงกำลังอธิบายให้เกาหยางที่ดูเหมือนนักศึกษาฟังอย่างละเอียดเช่นกัน แต่พวกเขาก็ไม่ได้พูดจาถากถางแบบในละครน้ำเน่าแต่อย่างใด

สมัยนี้คนที่เข้ามาเป็นพนักงานขายในโชว์รูมแลนด์โรเวอร์ได้ ล้วนเป็นพวกเจนโลกกันทั้งนั้น

ไม่มีใครมานั่งถากถางลูกค้าที่เดินเข้ามาในร้านโดยไม่มีเหตุผลหรอก เพราะสำหรับพวกเขาแล้ว มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยสักนิด

จบบทที่ บทที่ 105 ซื้อรถ

คัดลอกลิงก์แล้ว