- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นจอมนาง ทำไมศิษย์พี่ของข้าถึงเพี้ยนนัก
- บทที่ 28: ออกเดินทางร่วมกัน
บทที่ 28: ออกเดินทางร่วมกัน
บทที่ 28: ออกเดินทางร่วมกัน
บทที่ 28: ออกเดินทางร่วมกัน
"ศิษย์น้องหญิง การเดินทางครั้งนี้เจ้าจะต้องไปกับข้า"
หลินหมิงกล่าวกับซูเหลียนเสวี่ย
"นี่คือคำสั่งของท่านอาจารย์"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซูเหลียนเสวี่ยก็รู้ว่าตนไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ จึงทำได้เพียงยอมรับอย่างจนใจ
นางไม่รู้ว่าท่านอาจารย์กำลังคิดอะไรอยู่ ทั้งที่ศิษย์พี่เป็นคนไปทำภารกิจแท้ๆ แล้วทำไมนางต้องตามไปด้วยเล่า?
วันรุ่งขึ้น
หลินหมิงพาซูเหลียนเสวี่ยมายังประตูภูเขาของสำนัก พวกเขาเดินไปยังจุดนัดพบตามตำแหน่งที่ศิษย์ประจำหอภารกิจแจ้งไว้เพื่อรอคอย
ที่นั่นมีศิษย์อีกสี่คนยืนรออยู่ก่อนแล้ว เห็นได้ชัดว่าพวกเขาคือผู้ร่วมภารกิจในครั้งนี้
"ศิษย์พี่หลิน"
ชายหนุ่มผู้หนึ่งเป็นฝ่ายเอ่ยทักทายหลินหมิงขึ้นก่อน
ผู้คนไม่น้อยจำอดีตศิษย์เพียงคนเดียวแห่งยอดเขาจื่อเฉินผู้นี้ได้ และด้วยชื่อเสียงของซูเหลียนเสวี่ย ก็ยิ่งทำให้หลายคนจดจำหลินหมิงไปโดยปริยาย
"พวกเจ้าคือกลุ่มที่จะเดินทางไปตรวจสอบยังราชวงศ์ต้ายานใช่หรือไม่?"
หลินหมิงมองทั้งสี่คนแล้วถาม
ชายสอง หญิงสอง ทุกคนล้วนมีระดับการบ่มเพาะอยู่ในขั้นแท่นวิญญาณ
"ใช่ขอรับ ศิษย์พี่หลิน"
จูหยวนคงเป็นคนแรกที่พยักหน้ารับ
เขาลอบมองซูเหลียนเสวี่ยพร้อมกับรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่ศิษย์พี่ผู้นี้พานางมาทำภารกิจด้วย
ในตอนนั้นเอง เรือปราณลำหนึ่งก็ทะยานมาจากแดนไกล มันลอยวนอยู่เหนือร่างของพวกเขา ก่อนจะค่อยๆ ร่อนลงจอดอย่างช้าๆ
นี่คือเรือปราณที่มุ่งหน้าไปยังราชวงศ์ต้ายาน
หลังจากทั้งสี่แสดงป้ายรับรองภารกิจ พวกเขาก็ก้าวขึ้นเรือปราณได้อย่างราบรื่น ทว่าเนื่องจากซูเหลียนเสวี่ยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับภารกิจ นางจึงต้องซื้อป้ายผ่านทางเพิ่มเติมเพื่อขึ้นเรือ
หลินหมิงเป็นคนจ่ายค่าโดยสารเรือปราณให้ในทันที
ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ถูกจดลงบัญชีหนี้สินของซูเหลียนเสวี่ย เมื่อใดที่นางสามารถหาศิลาวิญญาณได้ในภายหลัง นางจะต้องนำมาใช้คืนเขาทุกเม็ด
"ศิษย์พี่ช่างตระหนี่ถี่เหนียวเสียจริง"
ซูเหลียนเสวี่ยบ่นพึมพำเบาๆ
นางไม่คาดคิดเลยว่าศิษย์พี่จะมาคิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องแค่นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนางไม่ได้อยากมาทำภารกิจกับเขาตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ
"ครั้งหน้าหากเจ้าคิดจะนินทาศิษย์พี่ล่ะก็ ข้าขอแนะนำให้ทำตอนที่ข้าไม่อยู่จะดีกว่านะ"
หลินหมิงปรายตามองซูเหลียนเสวี่ยแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ"
ซูเหลียนเสวี่ยกล่าวพลางมองหลินหมิง
ดูเหมือนว่าแม่หนูนี่จะค่อยๆ เปิดใจมากขึ้น ไม่ได้เอาแต่เก็บตัวเงียบกริบราวกับน้ำท่วมปากเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
นี่คือสิ่งที่หลินหมิงยินดีที่จะได้เห็น เขาไม่อยากให้ศิษย์น้องหญิงผู้เลอโฉมของตนต้องกลายเป็นคนอมพะนำ เพราะมันคงจะน่าเบื่อหน่ายพิลึก
นอกจากพวกเขาทั้งหกคนแล้ว ยังมีศิษย์คนอื่นๆ อีกจำนวนไม่น้อยที่ก้าวขึ้นมาบนเรือปราณ แม้จุดหมายปลายทางสุดท้ายของเรือลำนี้คือราชวงศ์ต้ายาน แต่มันก็จะแวะจอดตามจุดต่างๆ ระหว่างทางด้วยเช่นกัน
"ศิษย์พี่หลิน พวกเรามาทำความรู้จักกันสักหน่อยเถอะขอรับ ในเมื่อเราต้องร่วมทำภารกิจเดียวกัน"
จูหยวนคงกล่าวกับหลินหมิง
"เอาสิ"
หลินหมิงพยักหน้ารับ
ในช่วงเวลาต่อจากนี้ พวกเขาทั้งหกคนจะต้องลงมือปฏิบัติภารกิจร่วมกัน ดังนั้นการทำความรู้จักคุ้นเคยกันไว้ก่อนย่อมเป็นเรื่องที่ดีที่สุด
"ข้าขอเริ่มก่อน ข้าคือจูหยวนคง ศิษย์แห่งยอดเขาซ่างหยาง ขั้นแท่นวิญญาณสวรรค์ชั้นที่สาม"
จูหยวนคงกล่าว
"ฟางจินเฉิน ศิษย์แห่งยอดเขาซ่อนกระบี่ ขั้นแท่นวิญญาณสวรรค์ชั้นที่สี่"
ฟางจินเฉินเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย ด้านหลังของเขามีกระบี่เล่มหนึ่งสะพายอยู่
"ถงหลิงเวย ศิษย์แห่งยอดเขาตัดนภา ขั้นแท่นวิญญาณสวรรค์ชั้นที่สอง"
"ตู้เยว่ ศิษย์แห่งยอดเขาตัดนภา ขั้นแท่นวิญญาณสวรรค์ชั้นที่สาม"
"หลินหมิง ศิษย์แห่งยอดเขาจื่อเฉิน ขั้นแท่นวิญญาณสวรรค์ชั้นที่สี่"
"และนี่คือศิษย์น้องหญิงของข้า ซูเหลียนเสวี่ย นางไม่ได้มีส่วนร่วมในภารกิจครั้งนี้"
หลินหมิงกล่าว
คนทั้งสี่ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจกับเรื่องนี้นัก
เพราะถึงอย่างไร ซูเหลียนเสวี่ยก็เป็นเพียงศิษย์เข้าใหม่ ระดับความแข็งแกร่งของนางคงจะยังป้วนเปี้ยนอยู่ในขั้นหลอมกายาเท่านั้น นางย่อมไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะรับภารกิจลาดตระเวนอยู่แล้ว
"ภารกิจของพวกเราในครั้งนี้คือการใช้เข็มทิศค้นหามารลาดตระเวนตรวจสอบนครหลวงแห่งราชวงศ์ต้ายาน ส่วนแผนการจัดการโดยละเอียดนั้น เอาไว้พวกเราไปถึงนครหลวงแล้วค่อยหารือกันอีกทีก็แล้วกัน"
จูหยวนคงอธิบายเสริม
การแบ่งงานอย่างเจาะจงคงต้องรอให้เดินทางไปถึงนครหลวงเสียก่อน เพราะอย่างไรระยะทางจากสำนักไปยังราชวงศ์ต้ายานนั้นห่างไกลกันมาก ต่อให้โดยสารเรือปราณ ก็ยังต้องใช้เวลาถึงสองวันกว่าจะไปถึง
พวกเขาจำต้องใช้เวลาสองวันนี้รอนแรมอยู่บนเรือปราณ
"ถ้าเช่นนั้น ข้าขอตัวกลับไปพักผ่อนก่อนล่ะ"
เมื่อตกลงกันได้แล้ว หลินหมิงก็หันหลังเดินกลับไปยังห้องพักของตนเอง
ซูเหลียนเสวี่ยเองก็กลับเข้าห้องพักของตนเช่นกัน ทว่าทันทีที่ก้าวพ้นประตูห้อง นางก็เริ่มลงมือบ่มเพาะทันที
นางไม่อยากปล่อยเวลาให้สูญเปล่า อีกอย่างก็ไม่มีสิ่งใดให้ทำอยู่แล้วด้วย
...
"ศิษย์ของนังแพศยาอวิ๋นหัวเดินทางออกจากภูเขาหยวนซวี มุ่งหน้าไปยังราชวงศ์ต้ายานแล้ว"
ท่ามกลางสุสานอันมืดมิดทะมึน บุรุษในชุดคลุมสีดำเอ่ยพึมพำกับป้ายหลุมศพเบื้องหน้า
"นังแพศยานั่น..."
น้ำเสียงเย็นเยียบชวนขนหัวลุกดุจสตรีดังสะท้อนก้องกังวานมาจากทั่วทุกสารทิศภายในสุสาน
"ในเมื่อพวกเราสังหารนังแพศยาอวิ๋นหัวไม่ได้ ถ้าเช่นนั้นก็ส่งศิษย์ของมันไปลงนรกแทนก็แล้วกัน"
"ประจวบเหมาะกับที่แผนการในต้ายานกำลังจะเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายพอดี"
บุรุษชุดดำกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าเอง ข้าจะสงเคราะห์ส่งมันเดินทางไปปรโลกเป็นอย่างดี จากนั้นค่อยให้มันไปเผชิญหน้ากับนังแพศยาอวิ๋นหัว"
สิ้นเสียงสะท้อน ท่อนแขนอันซีดเซียวผิดมนุษย์มนาดันทะลุผืนดินขึ้นมาจากด้านหลังป้ายหลุมศพ
...
สองวันต่อมา
นครขนาดมหึมาปรากฏขึ้นสู่สายตา ณ เบื้องล่าง
นครหลวงเยียน
อันเป็นที่ตั้งของนครหลวงแห่งราชวงศ์ต้ายาน
แม้ว่าขุมกำลังของราชวงศ์ต้ายานจะเทียบไม่ติดกับภูเขาหยวนซวีเลยแม้แต่น้อย ทว่าราชวงศ์ของพวกเขาก็อุดมไปด้วยยอดฝีมือระดับเจินจวินขั้นปี่อั้น ทำให้ที่นี่นับเป็นขุมกำลังที่แข็งแกร่งพอตัวแห่งหนึ่งในดินแดนชิงหยวน
เรือปราณร่อนลงจอดบนภูเขาลูกใหญ่ซึ่งตั้งอยู่นอกเขตนครหลวงของราชวงศ์ต้ายาน
บนภูเขามีอารามเต๋าแห่งหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ มันคือจุดประจำการของภูเขาหยวนซวีที่ตั้งอยู่ในราชวงศ์ต้ายาน
ในฐานะดินแดนใต้อาณัติของภูเขาหยวนซวี ราชวงศ์ต้ายานย่อมต้องมีบุคลากรจากภูเขาหยวนซวีประจำการอยู่ ซึ่งบุคคลเหล่านั้นก็ล้วนดำรงตำแหน่งเป็นถึงราชครูของแคว้น
อย่างไรก็ตาม โดยปกติแล้ว ภูเขาหยวนซวีจะไม่เข้าไปก้าวก่ายกิจการภายในของราชวงศ์ต้ายาน เว้นเสียแต่ว่าพวกเขาต้องเผชิญกับการรุกรานจากขุมกำลังภายนอก หรืออย่างเช่นในกรณีนี้ ที่จำเป็นต้องลงพื้นที่เพื่อกวาดล้างขุมกำลังวิถีมาร
เรือปราณค่อยๆ ร่อนลงจอดอย่างนิ่มนวลบนลานกว้างหน้าอารามเต๋า จากนั้นคนทั้งหกก็ทยอยก้าวลงจากเรือ
"คารวะท่านอาจารย์อาทุกท่าน ข้ามารอรับพวกท่านที่นี่ตามคำสั่งของท่านอาจารย์ขอรับ"
ชายหนุ่มผู้หนึ่งที่มารอรับพวกเขาอยู่ก่อนแล้วเอ่ยขึ้นด้วยความนอบน้อม
"นำทางไปสิ"
หลินหมิงพยักหน้า
คณะเดินทางเดินตามชายหนุ่มเข้าไปในอารามเต๋า จนกระทั่งมาถึงหน้าห้องแห่งหนึ่ง
"คารวะศิษย์พี่"
พวกเขาประสานมือคารวะชายชราที่อยู่ภายในห้อง
ตามข้อมูลที่ได้รับจากหอภารกิจ ชายชราผู้นี้คือศิษย์แห่งยอดเขาซ่างหยาง และระดับการบ่มเพาะของเขาก็บรรลุถึงขั้นคลังวิญญาณแล้ว
เนื่องจากเขาไม่อาจก้าวหน้าในเส้นทางการบ่มเพาะได้อีกต่อไป เขาจึงอาสาเดินทางมายังราชวงศ์ต้ายานเพื่อรับตำแหน่งราชครู
เรื่องเช่นนี้ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดามากในภูเขาหยวนซวี บรรดาศิษย์ที่ยากจะยกระดับการบ่มเพาะ หรือมีอายุล่วงเลยมาถึงเกณฑ์ที่กำหนด มักจะยื่นเรื่องขอออกไปประจำการภายนอก เพื่อทำคุณประโยชน์ให้แก่สำนักและใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายของตนให้คุ้มค่า
หรือไม่เช่นนั้น พวกเขาก็จะลงจากเขาไปตั้งรกราก สร้างครอบครัว ก่อตั้งตระกูล เพื่อคอยส่งมอบสายเลือดใหม่ๆ เข้าสู่สำนัก
"ศิษย์น้องทุกท่าน ข้าทราบจุดประสงค์ในการมาเยือนของพวกเจ้าดี วันนี้พวกเจ้าจงพักผ่อนกันให้เต็มที่เถิด พรุ่งนี้ข้าจะเป็นคนพาพวกเจ้าเข้าไปในตัวเมืองเอง"
ไป๋เฉิงพยักหน้ารับ
เขาย่อมต้องให้ความร่วมมือกับภารกิจของสำนักอย่างไม่มีข้อแม้ใดๆ อยู่แล้ว