- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นจอมนาง ทำไมศิษย์พี่ของข้าถึงเพี้ยนนัก
- บทที่ 3: ทางเลือกของซูเหลียนเสวี่ย
บทที่ 3: ทางเลือกของซูเหลียนเสวี่ย
บทที่ 3: ทางเลือกของซูเหลียนเสวี่ย
บทที่ 3: ทางเลือกของซูเหลียนเสวี่ย
ไม่ว่าจะเป็นการรับประกันว่าจะได้เลื่อนขั้นเป็นเซียน หรือการสืบทอดตำแหน่งเจ้าแห่งยอดเขาคนต่อไป...
ข้อเสนอสารพัดถูกหยิบยื่นให้ซูเหลียนเสวี่ย ทำเอาบรรดาศิษย์รอบข้างถึงกับนั่งไม่ติดด้วยความอิจฉาตาร้อน
"บ้าเอ๊ย ทำไมถึงไม่ใช่ข้ากันนะ?"
"ก็เพราะเจ้าไม่มีพรสวรรค์ระดับเก้าปล้องครึ่งน่ะสิ"
พรสวรรค์ระดับเก้าปล้องครึ่งนั้นคู่ควรกับข้อเสนออันยั่วยวนใจจากเหล่าเจ้าแห่งยอดเขาเหล่านี้อย่างไม่ต้องสงสัย
ในยามนี้ ศิษย์รอบข้างต่างภาวนาอยากจะไปยืนแทนที่ของซูเหลียนเสวี่ยใจแทบขาด
ทว่าซูเหลียนเสวี่ยกลับยังคงท่าทีเฉยเมย นางไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับข้อเสนอเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย
ถึงอย่างไร ในฐานะอดีตยอดฝีมือระดับจักรพรรดิ เงื่อนไขจอมปลอมพวกนี้ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษสำหรับนาง
ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนที่จะขึ้นมาบนนี้ ซูเหลียนเสวี่ยได้ตัดสินใจเอาไว้แล้วว่านางต้องการจะเข้าร่วมกับยอดเขาใด
ซูเหลียนเสวี่ยทอดสายตาไปยังจุดที่หลินหมิงยืนอยู่
และสายตาของหลินหมิงก็บังเอิญสบเข้ากับดวงตาของนางพอดี
ศิษย์น้องหญิงคนนี้คงไม่โง่เขลาถึงขั้นอยากจะมาอยู่ยอดเขาจื่อเฉินของเราหรอกมั้ง?
หลินหมิงคิดในใจ
แต่เขาก็รีบปัดความคิดที่ดูเป็นไปไม่ได้นี้ทิ้งไปอย่างรวดเร็ว
มันจะเป็นไปได้อย่างไรเล่า?
ศิษย์น้องหญิงผู้นี้ไม่มีทางเลือกยอดเขาจื่อเฉินแน่ พวกเขาไม่มีข้อเสนอดีๆ ไปยื่นให้นางเลย หลินหมิงรู้จักรสนิยมและนิสัยอาจารย์ของตนดีกว่าใคร
นอกจากหน้าตาสะสวยแล้ว นางก็พึ่งพาอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง
อีกทั้งในพิธีคารวะขุนเขาครั้งที่ผ่านๆ มา ศิษย์คนใดก็ตามที่ต้องการจะเข้าร่วมยอดเขาจื่อเฉิน ล้วนถูกปฏิเสธกลับไปโดยไม่มีข้อยกเว้น
นั่นคงเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงไม่มีศิษย์คนไหนเลือกยอดเขาจื่อเฉินเลย พวกเขาทั้งหมดคงคิดว่าหลินหมิงแค่มานั่งประดับบารมีเท่านั้น
"ศิษย์ปรารถนาที่จะเข้าร่วมยอดเขาจื่อเฉินเจ้าค่ะ"
ซูเหลียนเสวี่ยกล่าวขณะจ้องมองมาที่หลินหมิง
สิ้นประโยคนั้น ทุกคนในที่นั้นต่างตกตะลึงงัน
ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าซูเหลียนเสวี่ยจะเมินเฉยต่อยอดเขาทั้งห้าที่มาพร้อมกับข้อเสนอสุดหรู แล้วเจาะจงเลือกยอดเขาจื่อเฉิน
ชั่วขณะหนึ่ง พวกเขาพากันสงสัยว่าซูเหลียนเสวี่ยพูดผิดไปหรือเปล่า
"เจ้าแน่ใจรึ?"
ร่องรอยแห่งความประหลาดใจพาดผ่านใบหน้าของผู้อาวุโสใหญ่โอวหยางรุ่ย ก่อนที่เขาจะเอ่ยปากถามย้ำ
สายตาของเจ้าแห่งยอดเขาทั้งห้าก็ตกมารวมอยู่ที่ซูเหลียนเสวี่ยเช่นกัน พวกเขาเองก็คลางแคลงใจว่านางอาจจะตัดสินใจผิดพลาดที่เลือกยอดเขาจื่อเฉิน
จริงอยู่ที่เจ้าแห่งยอดเขาจื่อเฉินอย่างเจินจวินอวิ๋นหัวจะเป็นศิษย์พี่หญิงของพวกเขา แต่นางเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับการบ่มเพาะจนปล่อยปละละเลยยอดเขาจื่อเฉินให้ทรุดโทรม
นางไม่ยอมรับศิษย์ และกิจการทุกอย่างล้วนตกเป็นภาระของหลินหมิง ศิษย์ที่นางเก็บมาจากข้างนอกเมื่อสิบแปดปีก่อน
แม้แต่พวกเขาเอง ปีหนึ่งๆ ยังได้เจอหน้าเจินจวินอวิ๋นหัวเพียงไม่กี่ครั้ง
นับประสาอะไรกับพวกเขา แม้กระทั่งศิษย์พี่ใหญ่อย่างหลินหมิงก็แทบจะไม่ได้เจอนางเลย
ในสายตาของพวกเขา การที่ซูเหลียนเสวี่ยไปเข้าร่วมยอดเขาจื่อเฉินถือเป็นการทิ้งขว้างพรสวรรค์ของนางไปอย่างเปล่าประโยชน์
มีเพียงการเข้าร่วมกับพวกเขาเท่านั้น ที่พรสวรรค์ของนางจะถูกดึงออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่
"เจ้าค่ะ ศิษย์เพียงปรารถนาที่จะเข้าร่วมยอดเขาจื่อเฉิน"
ซูเหลียนเสวี่ยกล่าวด้วยสีหน้าแน่วแน่
"ซูเหลียนเสวี่ย ยอดเขาจื่อเฉินไม่เหมาะกับเจ้าหรอก ข้าขอแนะนำให้เจ้าลองคิดทบทวนดูให้ดีอีกครั้ง"
เจ้าแห่งยอดเขาฉินเว่ยเฟิงรีบกล่าวขึ้นทันที
เขาไม่อยากเห็นพรสวรรค์อันเจิดจรัสเช่นนี้ต้องสูญเปล่า
"โอ้? ท่านอาจารย์อาฉิน ท่านมีปัญหาอะไรกับยอดเขาจื่อเฉินของข้าอย่างนั้นหรือขอรับ?"
หลินหมิงเอ่ยพร้อมกับมองหน้าเจ้าแห่งยอดเขาฉินเว่ยเฟิง
"หลานศิษย์ เจ้าเองก็รู้อยู่แก่ใจดีว่าอาจารย์ของเจ้าเป็นคนเช่นไร"
เจ้าแห่งยอดเขาฉินเว่ยเฟิงกล่าว
เขาไม่กล้าพูดจาให้ร้ายศิษย์พี่หญิงอวิ๋นหัวต่อหน้าผู้อื่น จึงทำได้เพียงพูดจาอ้อมค้อมเท่านั้น
"ท่านอาจารย์ของข้าเป็นคนเช่นไรรึขอรับ? รบกวนท่านอาจารย์อาฉินช่วยชี้แจงให้กระจ่างที ข้าจะได้นำไปถ่ายทอดให้นางฟังในภายหลัง"
หลินหมิงกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้ม
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจ้าแห่งยอดเขาฉินเว่ยเฟิงก็หุบปากฉับทันที เขาไม่อยากมี 'การแลกเปลี่ยนฉันมิตร' กับศิษย์พี่หญิงอวิ๋นหัวหรอกนะ นั่นอาจถึงฆาตเอาได้ง่ายๆ
"พอได้แล้ว"
ผู้อาวุโสใหญ่โอวหยางรุ่ยเอ่ยขัดจังหวะการสนทนาของพวกเขา
อันที่จริงเขาก็เห็นด้วยกับเจ้าแห่งยอดเขาฉินเว่ยเฟิง แต่ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของตัวศิษย์เอง อย่างมากพวกเขาก็ทำได้แค่ชี้แนะ ไม่อาจบีบบังคับได้
"หลานศิษย์หลิน ยอดเขาจื่อเฉินเต็มใจจะรับซูเหลียนเสวี่ยหรือไม่?"
ผู้อาวุโสใหญ่โอวหยางรุ่ยเอ่ยถาม
"เจ้าเต็มใจที่จะเข้าร่วมยอดเขาจื่อเฉินของข้าจริงๆ อย่างนั้นรึ?"
หลินหมิงหันไปถาม
"ศิษย์เต็มใจเจ้าค่ะ"
ซูเหลียนเสวี่ยพยักหน้ารับ
"ดีมาก นับจากวันนี้เป็นต้นไป เจ้าคือศิษย์ของยอดเขาจื่อเฉิน"
หลินหมิงพยักหน้า
ต่อเหตุการณ์นี้ เจ้าแห่งยอดเขาทั้งห้า ผู้อาวุโสใหญ่ และศิษย์โดยรอบต่างก็รู้สึกประหลาดใจและไม่ประหลาดใจในเวลาเดียวกัน
พวกเขาประหลาดใจที่ยอดเขาจื่อเฉินยอมรับศิษย์จริงๆ
แต่พวกเขาไม่ประหลาดใจเลยที่คนมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับซูเหลียนเสวี่ยจะถูกรับเลือก นั่นเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก
"ตามข้ามา"
หลินหมิงลุกขึ้นยืน เดินไปอยู่ข้างๆ ซูเหลียนเสวี่ย แล้วเอ่ยขึ้น
"ศิษย์ได้รับคำสั่งจากท่านอาจารย์ให้มารับศิษย์หนึ่งคน บัดนี้ภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว ข้าคงไม่อยู่ร่วมพิธีที่เหลือต่อขอรับ"
หลินหมิงกล่าวกับผู้อาวุโสใหญ่และเจ้าแห่งยอดเขาทั้งห้า
ในเมื่อหน้าที่ลุล่วงแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ร่วมพิธีคารวะขุนเขาต่อให้เสียเวลาอีก
"ไปเถอะ"
ผู้อาวุโสใหญ่พยักหน้า
ที่แท้มันก็เป็นความประสงค์ของศิษย์พี่หญิงใหญ่เอง ถ้างั้นก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่
แต่เห็นจะมีเพียงท่านเจ้าสำนักของพวกเขาเท่านั้นกระมัง ที่สามารถเกลี้ยกล่อมให้ศิษย์พี่หญิงใหญ่ยอมรับศิษย์ได้
ซูเหลียนเสวี่ยเดินตามหลินหมิงและออกจากลานจัตุรัสของสำนักไป
สำหรับซูเหลียนเสวี่ยแล้ว การเข้าร่วมยอดเขาจื่อเฉินคือตัวเลือกอันดับแรกของนาง
นางจะพิจารณายอดเขาอื่นก็ต่อเมื่อยอดเขาจื่อเฉินไม่ยอมรับนางเท่านั้น
และเหตุผลของเรื่องนี้สามารถสรุปได้สั้นๆ ในคำเดียวคือคำว่า อิสระ
ในฐานะอดีตยอดฝีมือระดับจักรพรรดิ นางไม่ได้ขาดแคลนประสบการณ์ในการบ่มเพาะหรือทักษะวิชาใดๆ สิ่งเดียวนางขาดก็คือทรัพยากรเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น นางไม่อยากถูกควบคุมหรือผูกมัดมากจนเกินไป
เพื่อการนี้ ก่อนหน้าที่จะมีพิธีคารวะขุนเขาอย่างเป็นทางการ นางได้สืบค้นข้อมูลของเจ็ดยอดเขาแห่งหยวนซวี และพบว่ายอดเขาจื่อเฉินมีคนเพียงแค่สองคน นั่นคือเจินจวินอวิ๋นหัวผู้เป็นเจ้าแห่งยอดเขาซึ่งอยู่ในขั้นปี่อั้น และศิษย์ของนาง
สาเหตุที่ยอดเขาจื่อเฉินมีคนน้อยนิด ส่วนใหญ่เป็นเพราะเจินจวินอวิ๋นหัวหมกมุ่นอยู่กับการบ่มเพาะ และมองว่าการจัดการเรื่องราวภายในยอดเขาเป็นเรื่องน่ารำคาญ
แม้แต่ศิษย์ของนาง ก็เป็นเพียงคนที่นางสุ่มเก็บมาจากข้างนอกเท่านั้น
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ทุกอย่างบนยอดเขาจื่อเฉินค่อนข้างมีอิสระ และไม่จำเป็นต้องคอยรับมือกับผู้คนมากมาย ซึ่งนี่คือสิ่งที่ซูเหลียนเสวี่ยให้ความสำคัญ
ปัญหาเดียวก็คือยอดเขาจื่อเฉินอาจจะไม่รับนางเข้าสำนัก เพราะถึงอย่างไร ในพิธีคารวะขุนเขาครั้งก่อนๆ ศิษย์ที่มีพรสวรรค์ระดับแปดปล้องครึ่งก็ยังถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยมาแล้ว
แต่ตอนนี้ปัญหานั้นได้หมดไปแล้ว นางประสบความสำเร็จในการเข้าร่วมยอดเขาจื่อเฉิน
ลำดับต่อไป นางจำเป็นต้องวางแผนเส้นทางการบ่มเพาะของตน
ซูเหลียนเสวี่ยเดินตามหลินหมิงมาจนถึงยอดเขาจื่อเฉิน ซึ่งดูเผินๆ เหมือนภูเขาทั่วไปที่ไม่มีอะไรสะดุดตา
"ในฐานะศิษย์ เราจะพักอาศัยกันอยู่บริเวณกลางภูเขา"
หลินหมิงกล่าวกับซูเหลียนเสวี่ย
"ส่วนท่านอาจารย์ นางจะพำนักอยู่ในถ้ำเซียนบนยอดเขา"
ซูเหลียนเสวี่ยพยักหน้ารับเบาๆ ขณะรับฟังหลินหมิง
"ตามข้ามาเพื่อเข้าพบท่านอาจารย์เถอะ"
หลินหมิงนำทางซูเหลียนเสวี่ยขึ้นไปยังยอดเขา แน่นอนว่าวันแรกที่ศิษย์น้องหญิงมาถึงยอดเขา นางก็ต้องเข้าไปคารวะผู้เป็นอาจารย์เสียก่อน
ทว่าเมื่อพวกเขามาถึงยอดเขาและยืนอยู่เบื้องหน้าถ้ำเซียน หลินหมิงก็ตระหนักได้ว่าเขายังคงประเมินอาจารย์ของตนต่ำเกินไป
หมอกสีขาวปกคลุมไปทั่วถ้ำเซียนของเจินจวินอวิ๋นหัว
มีเพียงเหตุผลเดียวเท่านั้นสำหรับการปรากฏการณ์เช่นนี้
ท่านอาจารย์ไม่ได้ความของเขาชิงเก็บตัวฝึกตนไปเสียแล้ว
นางเล่นโยนภาระศิษย์น้องหญิงตัวน้อยมาให้เขาทั้งหมดหน้าตาเฉย!