เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 73 - ข้ายังใช้จ่ายไม่เท่ามันเลย

บทที่ 73 - ข้ายังใช้จ่ายไม่เท่ามันเลย

บทที่ 73 - ข้ายังใช้จ่ายไม่เท่ามันเลย


บทที่ 73 - ข้ายังใช้จ่ายไม่เท่ามันเลย

หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น หลินเฉินก็มองดูท้องฟ้า แล้วเอ่ยขึ้นว่า "ช่างฝีมือทุกท่าน คืนนี้พักผ่อนกันให้เต็มที่ พรุ่งนี้ข้าจะมาใหม่ เพื่อมาหารือกับพวกท่านเรื่องวิธีหลอมเหล็กกล้า การที่คุณชายอย่างข้าจะตบหน้าไอ้เต่าซุนจนบวมเป่งได้หรือไม่ ก็ต้องพึ่งพาทุกท่านแล้ว"

"คุณชายหลินวางใจได้เลยขอรับ พวกเราจะขอถวายชีวิตให้เลย!"

หลินเฉินถึงได้กล่าวอย่างพึงพอใจ "กลับบ้าน!"

จูเหนิงก็ดูเหตุการณ์ทั้งหมดมาโดยตลอด ขณะที่กำลังเดินทางกลับไปพร้อมกับหลินเฉินและเฉินอิง เขาก็อดไม่ได้ที่จะถาม "พี่เฉิน ทำแบบนี้มันจะคุ้มค่าหรือ?"

หลินเฉินหัวเราะร่วน "จูเหนิง การลงทุนครั้งนี้ คุ้มค่าอย่างแน่นอน หากพ่อของเจ้ารู้เรื่องนี้เข้า เจ้าก็ไปบอกพ่อของเจ้าเลยว่า หากอาวุธและชุดเกราะรุ่นใหม่ของข้าถูกสร้างออกมาแล้วล่ะก็ อย่าว่าแต่หกหมื่นตำลึงเลย ต่อให้เป็นหกแสนตำลึง พวกแม่ทัพในราชสำนักก็ต้องมากราบกรานขอให้ข้าผลาญเงินให้พวกเขายังได้!"

เมื่อเห็นว่าหลินเฉินมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม จูเหนิงก็อดไม่ได้ที่จะถามคำถามต่อไปอีกข้อ "แล้วพี่เฉินพอกลับไปถึงบ้าน ท่านจะโดนพ่อท่านอัดไหม?"

รอยยิ้มของหลินเฉินชะงักไปเล็กน้อย "ก็คงจะไม่หรอกมั้ง สเตตัสข้าอัปค่าความคล่องตัวมาเต็มหลอด พอเปิดสกิลวิ่งเร็ว ข้าก็เดินสเต็ปงูโยกหลบรัวๆ พ่อข้าตีข้าไม่โดนหรอกน่า"

เมื่อมาถึงจวนอวี๋กั๋วกง จูเหนิงก็ลงจากรถม้า และเดินเข้าไปในจวน

จากนั้นก็เตรียมตัวไปทานข้าว แต่ฮูหยินจูกลับกำลังนั่งรออยู่

"เหนิงเอ๋อร์ วันนี้เจ้าไปทำอะไรมา?"

"ท่านแม่ ข้าออกไปเที่ยวเล่นกับหลินเฉินมาขอรับ"

"สนุกไหมล่ะ?"

ฮูหยินจูเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม

"สนุกมากเลยขอรับ วันนี้พวกเราไปป่วนกรมอาวุธมา ทำให้เจี้ยนเจิ้งคนนั้นหน้าเขียวปัด แต่กลับพูดอะไรไม่ออกเลยสักคำ"

รอยยิ้มของฮูหยินจูแข็งค้าง "แล้วมีอะไรอีกไหม?"

"ยังมีอีกขอรับ วันนี้พี่เฉินผลาญเงินไปตั้งหกหมื่นตำลึง ข้าหวังว่าครั้งหน้าข้าจะได้ทำแบบเขาบ้าง"

ฮูหยินจูอดไม่ได้ที่จะเขกหัวจูเหนิงไปหนึ่งที "พ่อเจ้าได้ตีเจ้าตายแน่ๆ เดี๋ยวพอพ่อเจ้ากลับมา แล้วเจอหน้าเจ้า เจ้าห้ามพูดแบบนี้เด็ดขาดเลยนะ"

แม้ว่าจูเจ้ากั๋วจะอยากให้จูเหนิงเล่นกับหลินเฉิน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอยากให้จูเหนิงไปเรียนรู้นิสัยล้างผลาญของหลินเฉิน แต่อยากให้เรียนรู้ความฉลาดหลักแหลมของหลินเฉินต่างหาก

ผ่านไปไม่นานนัก จูเจ้ากั๋วก็กลับมาจากการทำงาน เขานั่งลงที่โต๊ะอาหาร ฮูหยินจูจึงสั่งให้สาวใช้ยกอาหารส่วนที่ยังไม่ได้แตะต้องออกมาก่อนหน้านี้มาเสิร์ฟทันที

"เหนิงเอ๋อร์กลับมาหรือยัง?"

"กลับมาแล้วเจ้าค่ะ"

ฮูหยินจูสั่งให้บ่าวรับใช้ไปตามจูเหนิงมา จากนั้นจูเจ้ากั๋วก็ซักไซ้ไล่เลียงว่าหลังจากออกจากพระราชวังแล้ว พวกเขาไปทำอะไรกันบ้าง

เดิมทีจูเหนิงอยากจะโกหก แต่พอนึกถึงคำพูดที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของหลินเฉิน เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจบอกความจริง

"ท่านพ่อ วันนี้พี่เฉินพาช่างฝีมือไปที่โรงเป่าแก้ว แล้ววันนี้ก็ไม่ได้ทำอะไรเลย แค่เอาเงินหกหมื่นตำลึงที่เบิกมาจากโรงรับฝากเงิน ไปแจกจ่ายจนหมดเกลี้ยงเลยขอรับ"

"อะไรนะ?"

จูเจ้ากั๋วเบิกตากว้าง "เขาแจกจริงๆ รึ??"

"ใช่แล้วขอรับท่านพ่อ"

จูเจ้ากั๋วรู้สึกปวดฟันจี๊ดขึ้นมาทันที ช่างเป็นลูกล้างผลาญเสียจริงๆ

จูเหนิงยังกล่าวต่ออีก "แต่พี่เฉินบอกไว้ว่า ถึงเวลาที่เขาหลอมอาวุธและชุดเกราะออกมาได้ เมื่อขุนนางฝ่ายบู๊ในราชสำนักได้เห็น ต่อให้ต้องจ่ายหกแสนตำลึง พวกเขาก็ยินดีที่จะจ่าย"

"เหนิงเอ๋อร์ พ่อให้เจ้าตามหลินเฉินไป ก็ไม่ใช่เพื่อให้เจ้าไปเรียนรู้นิสัยล้างผลาญของเขา และไม่ใช่เพื่อให้เจ้าไปเรียนรู้นิสัยขี้โม้ของเขาด้วย แต่พ่ออยากให้เจ้าเรียนรู้ความฉลาดหลักแหลมของเขา อาวุธและชุดเกราะแบบไหนกัน ที่จะมีมูลค่าถึงหกแสนตำลึง?"

จูเจ้ากั๋วส่ายหัว "อาวุธของราชวงศ์ต้าเฟิงของพวกเรา ก็นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว เขาจะปรับปรุงให้มันดีไปกว่านี้ได้อย่างไร?"

จูเหนิงร้องอ้อออกมาคำหนึ่ง แต่ลึกๆ ในใจ เขาก็ยังเชื่อมั่นในตัวหลินเฉินอยู่ดี

......

หลินเฉินกลับมาถึงจวนหลิน เขาพยายามจะย่องเงียบๆ เข้าไป แต่กลับถูกบ่าวรับใช้บอกว่า "นายน้อย นายท่านรอท่านอยู่ในห้องขอรับ"

หลินเฉินพึมพำกับตัวเอง รู้ว่าหนีไม่พ้นแน่ๆ

"ได้ เดี๋ยวข้าตามไป"

หลินเฉินสูดลมหายใจเข้าลึก ทำใจดีสู้เสือแล้วเดินเข้าไปในห้อง ก็พบว่าหลินหรูไห่นั่งอยู่ตรงนั้น

"ท่านพ่อ"

หลินเฉินเอ่ยเรียก

แต่สิ่งที่ผิดคาดก็คือ หลินหรูไห่ไม่ได้ด่าทออะไรออกมาเลย เพียงแต่พูดว่า "ยังไม่ได้กินข้าวใช่ไหม นั่งลงกินอะไรสักหน่อยสิ"

หลินเฉินรู้สึกแปลกใจ ตาเฒ่านี่มีอาการไม่ค่อยปกตินะเนี่ย

"ไม่ต้องมามองข้าแบบนั้น พ่อของเจ้าคนนี้เป็นถึงกั๋วกง ไม่ได้โง่เขลาหรอกนะ พ่อจะถามเจ้าแค่ประโยคเดียว"

"ว่ามาสิ"

"การประลองกับกรมอาวุธในครั้งนี้ เจ้าจะสามารถเอาชนะได้หรือไม่?"

หลินหรูไห่จ้องมองหลินเฉินอย่างไม่วางตา แม้ว่าก่อนหน้านี้ หลินเฉินจะสร้างความประหลาดใจให้เขามาแล้วถึงสองครั้งก็ตาม

ครั้งแรกคือเรื่องสุราเซียน ซึ่งในตอนนี้ สุราเซียนกลายเป็นสุราที่ขายดีที่สุดในเมืองหลวงอย่างแท้จริง

ครั้งที่สองคือเรื่องพันธมิตรการขนส่งทางน้ำเมืองหลวง หลินเฉินสามารถควบคุมพันธมิตรการขนส่งไว้ในกำมือได้อย่างเบ็ดเสร็จ ซ้ำยังสามารถไปมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับฝ่าบาทได้อีก

แน่นอนว่า พฤติกรรมล้างผลาญตลอดหลายปีที่ผ่านมาของหลินเฉิน ก็ยังคงฝังรากลึกอยู่ในใจของหลินหรูไห่ การจะเปลี่ยนมุมมองให้ได้ภายในระยะเวลาสั้นๆ นั้น เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากทีเดียว

"ท่านพ่อ ท่านวางใจได้เลย ครั้งนี้ข้าจะอัดไอ้เจี้ยนเจิ้งซุนนั่น จนมันต้องคุกเข่าร้องขอชีวิตเลยทีเดียว!"

หลินเฉินเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ

หลินหรูไห่พยักหน้า "ดี กินข้าวเถอะ"

หลินเฉินรู้สึกแปลกใจ "ท่านพ่อ ท่านจะไม่ถามอะไรอีกหน่อยหรือ?"

"จะถามอะไรอีกล่ะ? ต่อให้ข้าถามไป แล้วเจ้าจะยอมเปลี่ยนใจงั้นรึ?"

หลินเฉินคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วส่ายหน้าทันที "ไม่เปลี่ยนหรอก"

"งั้นข้าก็จะไม่ถามแล้ว จะได้ไม่ต้องมานั่งเป็นกังวลใจอยู่ตลอดเวลา"

อีกด้านหนึ่ง ณ จวนซู่ชินอ๋อง

นกแก้วกับนกขุนทองยังคงส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้ว ซุนอิงชวนยืนโค้งคำนับอยู่ด้านหลังอย่างนอบน้อม

"ไอ้ลูกล้างผลาญนั่น ช่างใจกล้าบ้าบิ่นดีนัก ถึงกับกล้าไปฉกคนถึงในกรมอาวุธ"

ซุนอิงชวนก้มหน้าลงต่ำ "ท่านอ๋อง ข้าน้อยเองก็คาดไม่ถึงเลยว่ามันจะสามารถฉกคนไปได้เยอะขนาดนี้ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ผลแพ้ชนะในการประลองก็ยากที่จะคาดเดาแล้วพ่ะย่ะค่ะ"

ซู่ชินอ๋องเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "การประลองครั้งนี้ เจ้าจะต้องชนะให้ได้ แม้ว่าจะมีช่างฝีมือส่วนหนึ่งออกไป แต่ก็ยังมีช่างฝีมือส่วนใหญ่ที่ยังอยู่ ความได้เปรียบก็ยังคงเป็นของเรา"

"พ่ะย่ะค่ะ"

"ต้องชนะให้ได้ ไม่อย่างนั้น ข้าก็คงไม่อาจปกป้องเจ้าได้อีก"

คำพูดของซู่ชินอ๋องแฝงความหมายลึกซึ้ง

ซุนอิงชวนรู้สึกหนาวสะท้านขึ้นมาจับใจ เขารีบกล่าวอย่างหนักแน่น "ข้าน้อยจะต้องชนะให้ได้พ่ะย่ะค่ะ!"

พระราชวัง ภายในตำหนักไท่จี๋

เริ่นเทียนติ่งเพิ่งจะจัดการราชกิจเสร็จสิ้น จึงเอ่ยถามขึ้น "วันนี้ไอ้ลูกล้างผลาญนั่นไปทำอะไรมาบ้าง?"

หลวี่จิ้น ขันทีคนสนิท รีบยกน้ำแกงเมล็ดบัวที่เตรียมไว้เข้ามาถวาย พลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม "ฝ่าบาท วันนี้ไอ้ลูกล้างผลาญนั่นฉกช่างฝีมือของกรมอาวุธไปได้ไม่น้อยเลยพ่ะย่ะค่ะ"

"เขาก็ฉลาดไม่เบา"

เริ่นเทียนติ่งยิ้มออกมา

"จากนั้นตลอดทั้งช่วงบ่าย เขาก็ให้คนไปเบิกเงินที่โรงรับฝากเงิน แล้วก็นำมาแจกจ่ายให้กับช่างฝีมือเหล่านั้น ส่วนช่างฝีมือของโรงเป่าแก้วก่อนหน้านี้ ก็ได้รับส่วนแบ่งไปด้วยพ่ะย่ะค่ะ"

เริ่นเทียนติ่งชะงักไป "รวมแล้วเขาแจกเงินไปเท่าไหร่?"

"หกหมื่นตำลึงพ่ะย่ะค่ะ"

เริ่นเทียนติ่งนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ไอ้ลูกล้างผลาญ ข้ายังใช้จ่ายไม่เท่ามันเลย

เขาโบกพระหัตถ์ "ปล่อยเขาไปเถอะ เจ็ดวันให้หลังก็รู้ผลเอง ข้าเชื่อว่า ไอ้ลูกล้างผลาญคนนี้ จะต้องนำความประหลาดใจมาให้ข้าอย่างแน่นอน จริงสิ ข้าให้เจ้าจัดคนไปสืบเรื่องการยักยอกทรัพย์สินในกรมอาวุธ ได้เบาะแสอะไรมาบ้างไหม?"

"ได้เรื่องแล้วพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท เรื่องการแขวนป้ายรับตำแหน่งนั้น เป็นความจริง ส่วนเรื่องยักยอกทรัพย์ ตอนนี้ได้ให้คนนำบัญชีของกรมอาวุธมาตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว ก่อนถึงวันประลองในอีกเจ็ดวันข้างหน้า จะต้องได้ผลสรุปแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ"

"ดี"

ดวงตาของเริ่นเทียนติ่งทอประกายล้ำลึก หากสืบสวนจนพบว่ามีการยักยอกทรัพย์สินจริง พระองค์ก็จะลงดาบเชือดไก่ให้ลิงดูเสียที

เมื่อคิดได้ดังนี้ ในดวงตาของเริ่นเทียนติ่งก็ปรากฏรังสีอำมหิตพาดผ่าน!

......

ค่ำคืนผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว

เมืองหลวงต้อนรับวันใหม่อีกครา ซาลาเปาร้อนๆ กรุ่นกลิ่นหอมปรากฏขึ้นพร้อมกับท้องฟ้าที่เริ่มสว่างไสว

และวีรกรรมล้างผลาญของหลินเฉิน ก็กลายเป็นหัวข้อสนทนาอันโอชะในหมู่ชาวบ้านทั่วทั้งเมืองหลวงอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องสงสัยเลย

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 73 - ข้ายังใช้จ่ายไม่เท่ามันเลย

คัดลอกลิงก์แล้ว