- หน้าแรก
- เมื่ออันธพาลตระกูลกั๋วกงขอรันวงการสุราเซียน
- บทที่ 62 - แมลงกินข้าวสารแห่งต้าเฟิง พวกเจ้าคู่ควรจะร่วมวงกับข้าหรือ?
บทที่ 62 - แมลงกินข้าวสารแห่งต้าเฟิง พวกเจ้าคู่ควรจะร่วมวงกับข้าหรือ?
บทที่ 62 - แมลงกินข้าวสารแห่งต้าเฟิง พวกเจ้าคู่ควรจะร่วมวงกับข้าหรือ?
บทที่ 62 - แมลงกินข้าวสารแห่งต้าเฟิง พวกเจ้าคู่ควรจะร่วมวงกับข้าหรือ?
ขณะที่พูด เจียงกว่างหรงก็ลากหลินเฉินไปที่ห้องเล็กๆ ด้านข้างห้องหนึ่ง ภายในห้องนั้นมีคนสี่คนอยู่ก่อนแล้ว พวกเขากำลังยืนล้อมวงรอบโต๊ะตัวหนึ่ง ท่าทางดูคึกคักตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
"ใหญ่ ใหญ่ ใหญ่!"
"เล็ก! ต้องเล็กสิวะ!"
ยังมีคุณชายหนุ่มอีกคนกำลังร้องตะโกน "ซื้อแล้วห้ามเปลี่ยนมือ ซื้อแล้วห้ามเปลี่ยนมือ ประเดี๋ยวห้ามตุกติกนะโว้ย"
เขาเขย่าถ้วยลูกเต๋าในมือไปมา เสียงลูกเต๋ากระทบกันดังกราว ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นสุดขีด ส่วนคุณชายอีกสามคนที่อยู่ตรงหน้า ก็ตบตั๋วเงินในมือลงบนโต๊ะ
"รอบนี้ข้าแทงเล็ก ยังไงก็ต้องเล็กแน่ๆ!"
"งั้นข้าแทงใหญ่แล้วกัน"
คุณชายอีกคนหนึ่งกำลังจะวางเดิมพัน พอเห็นเจียงกว่างหรงเดินเข้ามา ก็ร้องเรียกอย่างตื่นเต้น "กว่างหรง มาๆๆ เจ้าก็มาลงเดิมพันด้วยสิ เจ้าจะแทงใหญ่หรือแทงเล็ก"
เจียงกว่างหรงหัวเราะลั่น "เรื่องนี้ข้าลงคนเดียวไม่ได้หรอก ขอแนะนำให้พวกเจ้ารู้จัก บุตรชายของอิงกั๋วกง"
ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกไป คุณชายหลายคนที่กำลังเล่นทอยลูกเต๋าอยู่ ก็มีท่าทีเคารพยำเกรงขึ้นมาทันที
"บุตรชายของอิงกั๋วกง? ลูกล้างผลาญที่สร้างชื่อเสียจนโด่งดัง และมีเรื่องชู้สาวไปทั่วคนนั้นน่ะหรือ?"
"ก็คืออันธพาลน้อยที่กล้ามีเรื่องชกต่อยกับบุตรชายของเจิ้นกั๋วกง และกล้าเดินกร่างไปทั่วคนนั้นใช่ไหม?"
"สวรรค์ ไม่นึกไม่ฝันเลยว่า พี่หลินจะมากรมอาวุธด้วย นี่คือความภาคภูมิใจของกรมอาวุธ และเป็นความภาคภูมิใจของพวกเราด้วย มาๆๆ พี่หลิน เชิญนั่ง"
หลินเฉินถูกลากไปนั่งบนเก้าอี้โดยตรง
หลินเฉินในตอนนี้รู้สึกชาไปทั้งตัว นี่ตนเองถูกกลุ่มลูกหลานผู้ดีตีนแดงมองว่าเป็นไอดอลให้เคารพบูชาไปแล้วหรือเนี่ย?
เดี๋ยวนะ ชื่อเสียงของข้ามันดูแย่ขนาดนั้นเลยหรือ?
หลินเฉินอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปาก "พี่น้องทั้งหลาย ความจริงแล้วข้าก็แค่มีชื่อเสียงจอมปลอมแพร่งพรายอยู่ข้างนอกนิดหน่อย ไม่ได้สลักสำคัญอะไรหรอก"
"พี่หลิน ท่านอย่าถ่อมตัวไปเลย พวกเรายกย่องให้ท่านเป็นแบบอย่างมาตลอดนะ ข้าเองก็หวังว่าสักวันหนึ่งจะกลายเป็นลูกล้างผลาญที่โด่งดังไปทั่วเมืองหลวงได้เหมือนอย่างท่าน รอคราวหน้าข้าจะพยายามไปที่หอหงซิ่วเจาให้บ่อยขึ้น จะไปผลาญเงินให้หนักๆ ข้าจะเรียกแม่นางสักสามคน ไม่สิ ข้าจะเรียกสิบคนเลย!"
หลินเฉินตกตะลึงสุดขีด เขามองดูรอยคล้ำใต้ตาที่บ่งบอกถึงการใช้ชีวิตเสเพลอย่างหนักของอีกฝ่าย "พี่ชาย เจ้า จะเพลาๆ ลงหน่อยดีไหม?"
ตอนนี้เขาดูเหมือนจะเข้าใจความรู้สึกของบิดาตนเองขึ้นมาบ้างแล้ว กลุ่มลูกล้างผลาญ ลูกคุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อพวกนี้ มันเป็นพวกเสเพลของแท้เลยนี่หว่า นี่กะจะนอนกินนอนใช้บนบุญบารมีของบรรพบุรุษเพื่อรอวันตายไปวันๆ เลยใช่ไหม?
ถุย ช่างน่าสะอิดสะเอียนเสียจริง พวกแมลงกินข้าวสารแห่งต้าเฟิง!
ในใจของหลินเฉินเริ่มเกิดความดูถูกเหยียดหยาม พวกเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาร่วมวงกับข้า?
แม้ว่าหลินเฉินจะล้างผลาญเงินทอง และเที่ยวหอนางโลม แต่เขาจะเหมือนกับพวกลูกคุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อพวกนี้ได้ยังไง?
เงินที่เขาล้างผลาญในตอนนี้ มันคือเงินของเขาเองนะ
"ต่อไปข้าควรจะใส่ใจเรื่องชื่อเสียงบ้างดีไหม? รู้สึกว่าสิ่งที่ท่านพ่อพูดมันก็ถูกนะ การมีพวกพ้องเป็นพวกลูกคุณหนูเสเพลอยู่รอบตัว มันทำให้ระดับของข้าดูตกต่ำลงจริงๆ"
ขณะที่หลินเฉินกำลังคิด เจียงกว่างหรงก็พูดขึ้นอีก "พี่หลิน ในเมื่อท่านมาแล้ว งั้นตามธรรมเนียม รอให้กรมอาวุธผลิตยุทโธปกรณ์รอบนี้เสร็จ ความดีความชอบในครั้งนี้ ท่านต้องได้รับส่วนแบ่งเยอะที่สุด"
หลินเฉินดึงสติกลับมา อดไม่ได้ที่จะถาม "ทำไมข้าถึงได้เยอะที่สุดล่ะ?"
"ง่ายนิดเดียว ก็พี่หลินเป็นถึงบุตรชายของกั๋วกง เป็นบรรดาศักดิ์ระดับสูงสุด ข้าเป็นบุตรชายของโหวเจวี๋ย ส่วนพวกเขาเป็นบุตรชายของป๋อเจวี๋ย พวกเราก็จัดสรรตามลำดับอาวุโสและฐานะสิ แบบนี้ถึงจะยุติธรรม"
หลินเฉินตกตะลึงอีกครั้ง แบบนี้ก็เล่นได้ด้วยหรือ?
"พวกเจ้า ไม่มีปัญหาเลยหรือ?"
หลินเฉินอดไม่ได้ที่จะถาม
"ไม่มีปัญหา พวกเราล้วนต้องเรียนรู้จากพี่หลิน ปราชญ์ท่านว่าไว้ เดินร่วมกันสามคน ย่อมต้องมีอาจารย์ของข้าอยู่ด้วย พี่หลิน ท่านก็คืออาจารย์ของพวกเราไงล่ะ"
หลินเฉินสูดลมหายใจเข้าลึก "อย่าเลยๆๆ หากพูดถึงเรื่องกิน ดื่ม เที่ยว เล่น ข้าต่างหากที่ควรจะเรียนรู้จากพวกเจ้า"
หลังจากยื้อยุดฉุดดึงกันไปมา ก็ถือว่าเริ่มสนิทสนมกันขึ้นมาบ้าง
แม้ว่าในใจของหลินเฉินจะดูถูกพวกเขา แต่ภายนอกก็ยังคงยิ้มแย้มแจ่มใส
"การที่เรามาแขวนชื่อรับตำแหน่งแบบนี้ ไม่ต้องทำอะไรเลยหรือ?"
"ไม่ต้องเลยพี่หลิน ก็แค่แขวนชื่อเอาไว้เฉยๆ รายละเอียดเรื่องงานก็ปล่อยให้พวกใต้เท้าเจี้ยนเจิ้ง ใต้เท้าเจี้ยนเฉิง เขาจัดการไป พวกเราแค่โผล่หน้ามาตอนที่เจี้ยนเจิ้งเรียกตัวก็พอแล้ว ทั้งสบายและยังได้ความดีความชอบอีก จะมีอะไรดีไปกว่านี้อีกล่ะ"
คุณชายอีกคนพูดเสริม "ใช่แล้วพี่หลิน คืนนี้พวกเราจะเป็นเจ้ามือ เลี้ยงที่หอหงซิ่วเจาดีไหม?"
"เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าพี่หลินเป็นขาประจำของหอหงซิ่วเจา ขนาดนางโลมอันดับหนึ่งยังมาเปิดประตูต้อนรับให้เขาเลย พี่หลินคงจะเบื่อแล้วล่ะ มิสู้ข้าพาพี่หลินไปหอนางโลมที่พวกชาวหูเปิดดีกว่า สาวๆ ที่นั่นร้อนแรงมากนะขอบอก ได้บรรยากาศแบบต่างแดนสุดๆ"
เมื่อหลินเฉินได้ยิน ดวงตาก็เป็นประกาย "โอ้? มีหอนางโลมที่มีกลิ่นอายต่างแดนด้วยหรือ?"
"แน่นอนสิ เมืองหลวงกว้างใหญ่ขนาดนี้ มีอะไรบ้างที่ไม่มี ไว้คราวหน้าพวกเราค่อยไปกัน"
"ได้เลยๆ"
หลินเฉินตอบส่งเดชไปอย่างนั้น
จากนั้น ไม่รู้ว่าในกลุ่มนั้นมีใครคนหนึ่ง หัวเราะออกมาด้วยเสียง หึหึ หึหึหึ
หากมีใครอื่นมาเห็นภาพนี้เข้า คงต้องถอนหายใจและกล่าวคำว่า 'ผีเน่ากับโลงผุ' แน่นอน
ส่วนหลินเฉินก็ฉวยโอกาสสืบถามความคืบหน้าเกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาของกรมอาวุธในครั้งนี้
"พี่หลิน เรื่องการวิจัยและผลิตยุทโธปกรณ์ของกรมอาวุธ ข้าบอกได้แค่ว่า เงินที่เบื้องบนจัดสรรลงมา ส่วนหนึ่งจะต้องถูกแบ่งมาถึงหัวพวกเราด้วย ไม่อย่างนั้นท่านคิดว่าความดีความชอบพวกนี้จะตักตวงมาได้อย่างไร?"
หลินเฉินวิญญาณตื่นตัวทันที "ยังต้องแบ่งเงินให้พวกเราอีกหรือ?"
"แน่นอนสิพี่หลิน ทุกครั้งที่ได้รับเงินจัดสรร กรมอาวุธจะทำการปรับปรุงอาวุธและชุดเกราะแบบใหม่ ซึ่งงบประมาณที่ใช้ในส่วนนี้ก็ไม่ใช่น้อยๆ แต่ในความเป็นจริง การปรับปรุงแต่ละครั้งก็ทำแค่พอผ่านๆ ไปเท่านั้น เงินที่เหลือจากส่วนนี้ ก็จะตกมาเป็นของพวกเราไปโดยปริยาย"
คุณชายอีกคนเสริม "ยังต้องนับรวมใต้เท้าเจี้ยนเฉิงและเจี้ยนเจิ้งด้วยนะ"
"ใช่ๆๆ พวกเขาจะลืมไม่ได้เด็ดขาด"
หลินเฉินฟังแล้วถึงกับอึ้งไปเลย นี่มันพวกปลวกชัดๆ!
มิน่าล่ะถึงได้บอกว่าท้องพระคลังว่างเปล่า แค่กรมอาวุธกรมเดียวยังเล่นตุกติกได้ขนาดนี้ มีการทุจริตคอร์รัปชันสารพัดรูปแบบ แล้วแบบนี้ท้องพระคลังจะมีเงินเหลือได้อย่างไร?
หลินเฉินอดไม่ได้ที่จะถาม "ไม่โดนตรวจสอบหรือ?"
"จะตรวจสอบอะไรกันเล่า นี่มันเป็นกฎที่อนุญาตให้ทำได้ อีกอย่าง การใช้ชีวิตในเมืองหลวงนั้นไม่ง่ายเลย ค่าใช้จ่ายของพวกเราไม่ใช่น้อยๆ นะ"
หลินเฉินครุ่นคิดครู่หนึ่ง "คุณชายทั้งหลาย แล้วผลงานของกรมอาวุธในครั้งนี้ถือว่าใหญ่ไหม?"
"ถือว่าใหญ่ แต่พอแบ่งกันแล้ว ก็เหลือไม่เท่าไหร่หรอก แต่คุณชายหลินไม่ต้องห่วง ถึงตอนนั้นพวกเราจะให้เสมียนเขียนฎีกาขยายความเพิ่มสีสันให้ รับรองว่าจะจัดสรรความดีความชอบให้ท่านมากกว่าคนอื่นแน่นอน"
"ใช่ๆๆ พี่หลิน ท่านคือผู้ที่พวกเราเคารพรัก จะยอมให้ท่านเสียเปรียบได้อย่างไร"
หลินเฉินทั้งขำทั้งโมโห
ในขณะนั้นเอง เสมียนคนหนึ่งก็เดินเข้ามาบอก "คุณชายทุกท่าน ใต้เท้าเจี้ยนเจิ้งกำลังจะมาแล้วขอรับ"
เจียงกว่างหรงรีบกล่าวทันที "ดีล่ะ พวกเราเก็บของกันเถอะ"
พวกเขาเก็บถ้วยลูกเต๋าเข้าที่
"พี่หลิน ใต้เท้าเจี้ยนเจิ้งผู้นี้ ท่านต้องระวังหน่อยนะ แม้ว่าเขาจะทำเป็นหลับตาข้างหนึ่งลืมตาข้างหนึ่ง แต่ถ้าทำเกินเหตุจนไปทำให้เขาโกรธ แล้วถูกไล่ออกจากกรมอาวุธ มันจะยุ่งยากเอาได้"
"ใช่แล้ว ตำแหน่งเจี้ยนเจิ้งเป็นถึงขุนนางขั้นสามเชียวนะ มีอำนาจมากเลยล่ะ"
"แต่ก็ไม่ต้องกังวลมากไปหรอก ใต้เท้าเจี้ยนเจิ้งผู้นี้เป็นคนของซู่ชินอ๋อง ท่านพ่อของข้าเคยไปเยี่ยมเยือนถึงจวนมาแล้ว"
บรรดาคุณชายผลัดกันพูดคนละประโยคสองประโยค ทำให้หลินเฉินที่ได้ฟัง รู้สึกสะท้านอยู่ในใจ
เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ เมืองหลวงนี้มีน้ำลึกมาก เส้นสายก็โยงใยซับซ้อนไปหมด
"โชคดีจริงๆ ที่ตัวข้าเองก็เป็นถึงบุตรชายของกั๋วกง"
หลินเฉินเดินตามเจียงกว่างหรงและคนอื่นๆ ไปยังห้องอีกห้องหนึ่ง ซึ่งใต้เท้าเจี้ยนเจิ้งและเจี้ยนเฉิงก็อยู่ที่นั่นพอดี
"ใต้เท้าเจี้ยนเจิ้ง"
เจียงกว่างหรงและพรรคพวกทำความเคารพ
หลินเฉินเองก็เอ่ยคำว่าใต้เท้าเจี้ยนเจิ้งเช่นกัน จากนั้นเขาก็สังเกตเห็นว่า ใต้เท้าเจี้ยนเจิ้งผู้สูงวัยคนนั้น เมื่อมองมาที่ตน ก็ขมวดคิ้วเข้าหากันทันที
(จบแล้ว)