- หน้าแรก
- เมื่ออันธพาลตระกูลกั๋วกงขอรันวงการสุราเซียน
- บทที่ 5 - พนันขันต่อ
บทที่ 5 - พนันขันต่อ
บทที่ 5 - พนันขันต่อ
บทที่ 5 - พนันขันต่อ
"หลงจู๊บัญชี? แกจะขอยืมตัวหลงจู๊บัญชีของข้าไปทำไม?"
"ง่ายนิดเดียว ร้านใหม่เพิ่งเปิด ยังไม่มีเถ้าแก่ จะรับสมัครคนใหม่ในเวลาสั้นๆ ก็ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ ให้หลงจู๊บัญชีของท่านไปขัดตาทัพก่อนสักสองสามวันสิ"
หลินหรูไห่พิจารณาหลินเฉินอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง "ไอ้ลูกทึ่ม นี่แกจะเปิดร้านจริงๆ รึ?"
"ก็ใช่น่ะสิ เงินก็ทุ่มลงไปแล้ว ง้างธนูแล้วไม่มีลูกศรให้หันกลับหรอกนะ"
หลินหรูไห่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ได้ ข้าจะเรียกหลงจู๊บัญชีมา ให้เจ้ายืมตัวไปสักสองสามวัน ขอแค่แกไม่ก่อเรื่องก็พอ จำไว้ให้ดีนะ หากจะเปิดร้านที่ตลาดฝั่งตะวันออก ห้ามไปก่อเรื่องเด็ดขาด ตลาดฝั่งตะวันออกกับฝั่งตะวันตกในเมืองหลวง ตลาดฝั่งตะวันออกมีขุนนางผู้ใหญ่และคนใหญ่คนโตเยอะกว่า หากแกไปก่อเรื่องที่นั่น ฐานะกั๋วกงของพ่อแกคนนี้ก็อาจจะคุ้มครองแกไว้ไม่ได้นะ"
"รู้แล้วๆ"
หลินเฉินเดินออกไปอย่างไม่ใส่ใจนัก
หลินหรูไห่ถอนหายใจ ไอ้ลูกทึ่มเอ๊ยไอ้ลูกทึ่ม แกอย่าไปก่อเรื่องอีกเลยนะ
ในขณะเดียวกัน เรื่องเคล็ดวิชาหมักสุราจากเทพเซียนในเมืองหลวงที่หลินเฉินจงใจให้แพร่กระจายออกไป ก็ถูกบอกเล่าปากต่อปากผ่านพวกเด็กๆ จนกลายเป็นเรื่องที่รู้กันทั่วเมืองหลวง
ป้ายชื่อร้านที่หลินเฉินสั่งทำ ก็ถูกแขวนขึ้นไปแล้ว ใช้ชื่อว่า สุราเซียน
ข่าวนี้แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเวยเจิงได้ยิน ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะ
"ข่าวลือเรื่องสุราเซียนในเมือง เป็นฝีมือของไอ้หลินเฉินนั่นสร้างเรื่องขึ้นมา ขำตายชัก สุราเซียนอะไรกัน ก็แค่เรียกร้องความสนใจเท่านั้นแหละ"
เพื่อนคนหนึ่งเอ่ยขึ้นว่า "คุณชายเวย พรุ่งนี้ร้านเขาก็เปิดพอดี ไม่สู้พวกเราไปดูด้วยกันเสียเลยล่ะ? จะได้ไปดูด้วยว่าสุราเซียนของหลินเฉินน่ะ รสชาติมันเหมือนเยี่ยวหม้าหรือเปล่า"
"ฮ่าฮ่าฮ่า ดี ข้าจะไปพร้อมกับพวกเจ้า ครั้งนี้ ข้าจะต้องฉีกหน้ามันให้ยับเลยคอยดู"
ไม่นานนัก ก็มาถึงวันเปิดร้าน หลินเฉินพาอิงเอ๋อร์ รวมทั้งบ่าวรับใช้และหลงจู๊บัญชี มุ่งหน้าไปยังตลาดฝั่งตะวันออก
พอไปถึงตลาดฝั่งตะวันออก ผู้คนก็พลุกพล่านเบียดเสียด และที่หน้าร้าน 'สุราเซียน' ของตัวเอง ก็มีคนมุงดูอยู่ไม่น้อยเลย
หลินเฉินยิ้มแย้มแจ่มใส กางพัดจีบในมือออก "อิงเอ๋อร์ เจ้าดูคนพวกนี้สิ เหมือนอะไร?"
อิงเอ๋อร์อึ้งไป "นายน้อย เหมือนอะไรหรือเจ้าคะ?"
"เหมือนถุงเงินที่เดินได้ไงล่ะ เงินก้อนโตขาวๆ พวกนี้ กำลังจะตกเป็นของนายน้อยอย่างข้าแล้ว"
อิงเอ๋อร์ถอนหายใจ อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็พูดไม่ออก เกรงว่าครั้งนี้นายน้อยคงต้องเจ็บตัวกลับมาอีกแน่
หลินเฉินเดินออกมาด้วยใบหน้าเปี่ยมความมั่นใจ มาถึงหน้าประตู สั่งให้บ่าวรับใช้เตรียมตัวเปิดร้าน
มีคนในฝูงชนด้านหน้าเอ่ยถามขึ้นว่า "ขอเรียนถามคุณชายท่านนี้ ท่านคือเถ้าแก่ของร้านสุราเซียนใช่หรือไม่?"
"ใช่แล้ว"
หลินเฉินยิ้ม "เทพเซียนได้ถ่ายทอดเคล็ดวิชาหมักสุราแก่ข้า ข้าย่อมต้องนำมาแบ่งปันให้กับทุกคน เพื่อให้ทุกท่านได้ลิ้มรสสุราเซียนนี้"
เพิ่งจะสิ้นเสียง เวยเจิงก็พาคนเดินแหวกฝูงชนออกมา
"ตดเหม็นๆ น่ะสิ"
คนอื่นๆ หันไปมองเวยเจิง เวยเจิงยิ้มเยาะ "ทุกคนฟังข้าให้ดีนะ คนตรงหน้านี้ ก็คือบุตรชายของอิงกั๋วกงผู้เลื่องชื่อ สวะแห่งเมืองหลวง หลินเฉิน! อย่างมันเนี่ยนะ จะได้รับการถ่ายทอดวิชาหมักสุราจากเทพเซียน? พวกท่านคิดว่าคนที่วันๆ เอาแต่กินดื่มเที่ยวเล่น จะรู้วิธีหมักสุราหรือ? ข้าว่าที่ทุกคนจ่ายเงินซื้อไป สิ่งที่ได้มา คงจะเป็นเยี่ยวหม้าเสียมากกว่า"
พอคำพูดนี้หลุดออกไป คนอื่นๆ ต่างก็มีสีหน้าตกใจและลังเล
"อะไรนะ เขาคือหลินเฉินคนนั้นหรอกรึ?"
"สวรรค์ ได้ยินว่าเมื่อไม่นานมานี้เขายังไปมีเรื่องชกต่อยกับบุตรชายของเจิ้นกั๋วกงอยู่เลย นึกไม่ถึงว่าจะมาเปิดโรงเตี๊ยมแบบนี้"
"ละ... ลูกผู้ดีเสเพลแบบนี้จะหมักสุราเป็นรึ?"
เมื่อเวยเจิงได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของคนรอบข้าง เขาก็ยิ่งยิ้มกริ่ม หันไปมองหลินเฉิน "เป็นไงล่ะคุณชายหลิน สงสัยว่าวันนี้ร้านเจ้าเปิดปุ๊บก็คงต้องปิดกิจการปั๊บแล้วล่ะ ใครจะมาซื้อสุราของเจ้า?"
เพื่อนคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ เขาก็หัวเราะผสมโรง "ใช่ ข้าว่าคุณชายหลินคงจะเล่นพนันจนหมดตัวแล้วล่ะ ได้ยินว่าเมื่อหลายวันก่อน เขายังเอาของเก่าและภาพวาดของพ่อเขาไปจำนำจนหมดเกลี้ยง นี่ก็เลยคิดจะใช้เรื่องหมักสุรามาหลอกลวงต้มตุ๋นล่ะสิ"
อิงเอ๋อร์ร้อนใจ "พวกเจ้าว่าใครกัน?"
คนมุงดูเรื่องสนุกรอบข้างก็เริ่มเยอะขึ้น หลินเฉินกลับใช้พัดจีบในมือกางออก ขวางอิงเอ๋อร์เอาไว้
"อิงเอ๋อร์ หมากัดเจ้า เจ้ายังจะกัดมันกลับอีกหรือ? จัดการกับหมา อย่าใช้วิธีกัด ต้องตีต่างหาก และต้องตีให้พวกมันเจ็บปวดทรมานด้วย!"
พูดจบ ในดวงตาของหลินเฉินก็ประกายแววดุดัน "เวยเจิง วันนี้นายน้อยเปิดร้านวันแรก แกก็กล้ามาก่อกวน ใส่ร้ายป้ายสี ข้าว่าแกคงคันหนังตึงแล้วใช่ไหม? สุราของนายน้อยเป็นเคล็ดวิชาที่เทพเซียนถ่ายทอดมาให้เชียวนะ!"
พอเวยเจิงเห็นท่าทีดุดันของหลินเฉิน ในใจก็หวั่นเกรงเล็กน้อย แต่นึกขึ้นได้ว่ามีคนอยู่เยอะขนาดนี้ จึงแค่นเสียงหัวเราะเยาะ "เคล็ดวิชาเทพเซียนบ้าบออะไรล่ะ บนโลกนี้มันไม่มีเรื่องที่เทพเซียนมาถ่ายทอดวิชาอะไรให้ทั้งนั้นแหละ"
"นั่นเป็นเพราะแกยังไม่เคยเจอต่างหากล่ะ เวยเจิง ในเมื่อแกกล้าใส่ร้ายป้ายสี งั้นแกกล้ามาพนันกับข้าไหมล่ะ?"
"ได้สิ จะพนันอะไร?"
"ง่ายมาก ก็พนันว่าสุราร้านข้า กับสุราที่ร้านแก ของใครรสชาติดีกว่ากัน!"
พอเวยเจิงได้ยิน ก็อดไม่ได้ที่จะระเบิดเสียงหัวเราะลั่น "หลินเฉิน แกแน่ใจนะ?"
ในแววตาของเวยเจิงเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน สุราหมักของตระกูลเขาเป็นร้านเก่าแก่ ฝีมือการหมักนานนับสิบปี ในเมืองหลวงก็ถือว่าไม่เป็นสองรองใคร หลินเฉินคิดจะมาแข่งกับเขา นี่มันรนหาที่ตายชัดๆ!
"แน่ใจสิ แกเอาสุราในร้านแกออกมา ส่วนข้าก็จะเอาสุราในร้านข้าออกมา ให้ทุกคนที่อยู่ที่นี่ได้ลองชิมกันดู ว่าสุราบ้านแกอร่อยกว่า หรือสุราเคล็ดวิชาเซียนของข้าอร่อยกว่ากัน"
"ตกลง!"
เวยเจิงเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
"ถ้าข้าชนะ เวยเจิง ข้าไม่เอาอะไรมาก แกต้องมาสู้กับข้าสักตั้ง คนแพ้ พอกลับไปแล้วห้ามไปฟ้องใคร ให้บอกว่าตัวเองเดินหกล้มเอง"
หลินเฉินเริ่มถลกแขนเสื้อ
หนังตาของเวยเจิงกระตุกกึก เขาอยากจะมาป่วนหลินเฉินก็จริง แต่ก็ไม่กล้าสู้กับหลินเฉิน ใครๆ ก็รู้ว่าเวลาหลินเฉินต่อยตีนั้น บ้าระห่ำไม่คิดชีวิตขนาดไหน
เพื่อนของเวยเจิงที่อยู่ข้างๆ กลับเอ่ยขึ้นว่า "คุณชายเวย ไม่ต้องกลัว ครั้งนี้พวกเราชนะแน่!"
"ใช่ มันเป็นแค่สวะเมืองหลวงจะไปรู้เรื่องสุราได้ยังไง? สุราของตระกูลท่านข้าเคยชิมแล้ว รสชาตินับว่าติดหนึ่งในสิบของเมืองหลวงเชียวนะ!"
เวยเจิงคิดทบทวนดู ก็เห็นด้วยตามนั้น หากครั้งนี้เขาชนะ ไอ้ลูกล้างผลาญนี่ต้องเปิดร้านวันแรกแล้วเจ๊งแน่ๆ แถมยังต้องขาดทุนไปอีกหลายร้อยตำลึง
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เวยเจิงก็รู้สึกสะใจมาก จึงตอบตกลงทันที "อยากพนัน ก็พนันเลย แต่ถ้าข้าชนะ หลินเฉิน ต่อไปเวลาเจอหน้าคุณชายอย่างข้า แกต้องก้มหัวเรียกข้าว่าท่านพ่อด้วยความเคารพยำเกรงนะเว้ย!"
โอ้ว!
บรรดาเพื่อนๆ ของเวยเจิงพากันส่งเสียงเชียร์ ส่วนเวยเจิงก็กางพัดจีบในมือออกอย่างลำพองใจ ผู้คนที่มุงดูอยู่รอบข้างก็พากันซุบซิบนินทา ในดวงตาฉายแววตกตะลึง
"คุณชายเวยกับไอ้ลูกล้างผลาญนี่จะงัดกันแล้วรึ?"
"ก็ใครใช้ให้ไอ้ลูกล้างผลาญตระกูลหลินเลือกทำเลได้เหมาะเจาะขนาดนี้ล่ะ ดันมาเปิดร้านตรงข้ามร้านตระกูลเวยพอดี นี่มันแย่งลูกค้ากันชัดๆ?"
"ต่อให้ไม่แย่งลูกค้า ข้าว่าสุราของไอ้ลูกล้างผลาญหลินก็คงไม่อร่อยหรอก จะมีสุราเซียนอะไรนั่นที่ไหนกัน"
หลินเฉินแค่นเสียงหัวเราะ "ได้ ขอแค่แกชนะให้ได้ก็แล้วกัน"
อิงเอ๋อร์ร้อนใจ รีบกระซิบที่ข้างกาย "นายน้อย ท่านทำแบบนี้ก็จะก่อเรื่องอีกแล้วนะเจ้าคะ ถึงตอนนั้นนายท่านต้องโกรธจนอกแตกตายแน่ๆ"
"ไม่ต้องกลัว คนอื่นเขาปีนเกลียวข้ามหัวมาขนาดนี้แล้ว ข้าจะไม่ตบหน้ามันสั่งสอนได้ยังไง? ก็แค่ลูกชายโหวเจวี๋ยเท่านั้นแหละ วันนี้ข้าจะทำให้มันรู้สำนึกซะบ้างว่าสีเลือดมันแดงสดแค่ไหน!"
หลินเฉินเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
ไม่นานนัก เวยเจิงก็เรียกบ่าวรับใช้ของบ้านตัวเอง ให้ไปเอาสุราในร้านออกมา ส่วนร้านสุราของหลินเฉินก็เปิดออก ให้บ่าวรับใช้นำสุราเข้าไป แล้วหยิบสุราออกมาหนึ่งไห
(จบแล้ว)