- หน้าแรก
- เกิดใหม่ยุค 80 ขอใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ให้รวยทะลุฟ้า
- บทที่ 20 - ของขวัญสำหรับตู้ปิน
บทที่ 20 - ของขวัญสำหรับตู้ปิน
บทที่ 20 - ของขวัญสำหรับตู้ปิน
บทที่ 20 - ของขวัญสำหรับตู้ปิน
"ซื้อให้พี่เขาทำไมล่ะ ตอนนี้หน้าที่หลักของพี่คือตั้งใจเรียนหนังสือ เอาของพวกนี้ไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก" แม่ตู้ถามด้วยความสงสัย
"แม่ครับ แม่ก็เห็นว่าช่วงนี้พี่เขาตั้งใจเรียนมากขนาดไหน แต่คนเราก็ต้องมีการพักผ่อนบ้างจริงไหมครับ ให้พี่เขาได้ฟังเพลงสบายๆ ก่อนนอนบ้างก็ดีนะครับ แถมการฟังเพลงยังช่วยให้หลับสบายขึ้นด้วย" ตู้เฉินอธิบายเหตุผลให้แม่ฟัง
"อีกอย่างเราก็ไม่ได้เอาให้พี่เขาไปเลยเสียหน่อย พ่อกับแม่ก็เป็นคนเก็บไว้เอง เวลาพี่เรียนก็ไม่ต้องให้ ให้ฟังแค่ตอนก่อนนอนสักพักก็พอแล้ว วิทยุเทปที่บ้านเราเครื่องมันใหญ่เทอะทะ ไม่สะดวกหรอกครับ แถมเปิดเพลงตอนกลางคืนเสียงก็จะไปรบกวนเพื่อนบ้านด้วย ถ้าใช้ซาวด์อะเบาท์ใส่หูฟังพี่ก็ฟังได้สบายใจไม่ต้องกลัวกวนใครเลย"
พ่อตู้ฟังแล้วก็พยักหน้าเห็นด้วย อันที่จริงพ่อตู้เองก็ค่อนข้างถูกใจซาวด์อะเบาท์เครื่องนี้เหมือนกัน ธรรมดาของผู้ชายย่อมชอบของเล่นไฮเทคแบบนี้อยู่แล้ว ที่ตู้เฉินและตู้ปินชอบเสียงดนตรีก็เป็นเพราะได้อิทธิพลมาจากพ่อนี่แหละ พ่อตู้เป่าเมาท์ออร์แกนและขลุ่ยเก่งมาก ต่อมาตอนที่ตู้ปินเข้าเรียนสายอาชีพก็ฝึกเล่นกีตาร์ด้วยตัวเอง ส่วนตู้เฉินก็เรียนเล่นคีย์บอร์ด
ตู้เฉินคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงพูดต่อ "แล้วตอนนี้พี่อยู่มัธยมต้นแล้ว ต้องเรียนภาษาอังกฤษด้วย ของสิ่งนี้ก็เอาไว้ให้พี่ฝึกฟังภาษาอังกฤษยามว่างได้ด้วยนะครับ"
"แบบนี้ก็มีประโยชน์ดีเหมือนกันนะ" แม่ตู้ยิ้มแก้มปริ
สำหรับคนเป็นพ่อแม่แล้ว ขอแค่เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อการเรียนของลูก จะต้องเสียเงินเท่าไหร่ก็ยอมจ่ายทั้งนั้น
เมื่อเห็นว่าเย็นมากแล้ว ทั้งสามคนก็เดินซื้อของใช้เข้าบ้านอีกเล็กน้อยก่อนจะเดินไปรอรถที่ป้าย ระหว่างทางกลับบ้านพ่อกับแม่ของตู้เฉินก็คุยกันเสียงเบา ตู้เฉินแอบฟังอยู่เงียบๆ ก็รู้ว่าพวกเขากำลังคุยเรื่องเปิดร้าน การมาสำรวจตลาดขายส่งในวันนี้ทำให้พ่อกับแม่มีความมั่นใจในการเปิดร้านมากขึ้นไปอีกขั้น
ไม่นานนักพวกเขาก็กลับถึงบ้าน ตอนนี้ตู้ปินยังไม่เลิกเรียน พ่อแม่ตู้จึงเข้าครัวไปเตรียมมื้อเย็น ส่วนตู้เฉินก็เข้าห้องใหญ่ไปนั่งเขียนต้นฉบับต่อ (การบ้านเขาจัดการเสร็จตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว)
สักพักตู้ปินก็กลับจากโรงเรียน กับข้าวก็เสร็จพอดี มื้อนี้มีกับข้าวที่เหลือจากตอนเที่ยงและพ่อแม่ทำเพิ่มให้อีกสองสามอย่าง เวลาอาหารเย็นคือช่วงเวลาพูดคุยสังสรรค์ของครอบครัว ตอนเที่ยงเวลามีน้อย กินเสร็จก็ต้องรีบงีบหลับพักผ่อน บ่ายก็ต้องแยกย้ายกันไปทำงานไปเรียน แต่ช่วงหลังมื้อเย็นยังมีเวลาว่างอีกเยอะก่อนจะถึงเวลานอน จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ทุกคนในครอบครัวจะได้นั่งคุยกัน
"พ่อตู้ พรุ่งนี้เราลองไปดูร้านที่หน้าโรงเรียนกันอีกทีดีไหม ถ้าดูแล้วเข้าท่าก็ตกลงเช่าเลยแล้วกัน" การไปเดินตลาดเมื่อเช้านี้และได้รู้ราคาส่งของสินค้า ทำให้แม่ตู้มั่นใจสุดๆ
"ได้ พรุ่งนี้ไปดูกันอีกรอบ แล้วเราแวะซื้อบุหรี่สักสองคอตตอนกับเหล้าสักสองขวดติดไม้ติดมือไปฝากเหล่าจางด้วยเลย" พ่อตู้ตอบกลับ วันนี้เขาเองก็มั่นใจเต็มเปี่ยมเหมือนกัน ยิ่งบวกกับทำเลทองหน้าโรงเรียนแล้ว ถ้าจะทำจนเจ๊งก็คงต้องฝีมือห่วยขั้นเทพจริงๆ
"พ่อครับแม่ครับ พ่อกับแม่จะเปิดร้านจริงๆ เหรอครับ งั้นต่อไปผมจะชวนเพื่อนๆ ไปซื้อของร้านเราเยอะๆ เลย" ตู้ปินพูดแทรกขึ้นมา
ตู้ปินเองก็ตั้งหน้าตั้งตารอให้ที่บ้านเปิดร้านเหมือนกัน ธรรมดาของเด็กก็มักจะอยากให้บ้านตัวเองเป็นร้านขายของชำอยู่แล้ว จะได้มีขนมกินมีของเล่นให้เล่นตลอดเวลา ถึงแม้ช่วงนี้ตู้ปินจะดูโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก แต่ลึกๆ แล้วเขาก็ยังมีความเป็นเด็กอยู่ ต่างจากตู้เฉินที่ร่างเป็นเด็กแต่จิตวิญญาณข้างในคือคุณลุงวัยกลางคน
"พ่อตู้ ถ้าเราเปิดร้านแล้วลูกๆ จะทำยังไงล่ะ ปกติใครจะเป็นคนดูแลพวกเขาล่ะ" แม่ตู้เริ่มเป็นกังวลเรื่องลูกๆ อีกแล้ว
"แม่ครับ ผมว่าร้านตรงนั้นพื้นที่ค่อนข้างกว้าง ด้านในสุดเราเอาเตียงสองชั้นมาตั้งได้นะครับ ตอนเที่ยงผมกับพี่ก็ไปนอนพักที่นั่นได้เลย อยู่ใกล้โรงเรียนนิดเดียว ได้นอนพักนานขึ้นด้วย ส่วนเรื่องทำกับข้าวตอนเที่ยงก็ทำกินกันที่ร้านนั่นแหละครับ" ตู้เฉินเสนอไอเดีย
ความจริงแล้วตอนเที่ยงยังไงก็ไม่มีทางได้นอนหลับสนิทหรอก เพราะช่วงบ่ายก่อนประตูโรงเรียนจะเปิด เด็กนักเรียนจะมารวมตัวกันอยู่หน้าโรงเรียนเยอะมาก และช่วงเวลานี้แหละคือช่วงที่ขายของดีที่สุด อาศัยแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนเข้าเรียนกับหลังเลิกเรียนมันฉุกละหุกเกินไป ขายอะไรไม่ค่อยได้หรอก ช่วงก่อนเข้าเรียนภาคบ่ายที่เด็กๆ มารอหน้าโรงเรียนนี่แหละคือนาทีทองกอบโกยเงิน
พ่อแม่ของตู้เฉินไม่ได้นึกถึงจุดนี้ พวกเขาคิดแค่ว่าที่ตู้เฉินพูดมาก็มีเหตุผล อีกอย่างถ้าตกลงเปิดร้านไปแล้วจะให้เปลี่ยนใจทีหลังก็คงไม่ได้ แล้วตู้เฉินก็เชื่อว่าการไม่ได้นอนพักกลางวันแค่นี้ไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อเขากับพี่ชายหรอก
"อืม ที่ลูกรองพูดมาก็มีเหตุผลนะ ตอนเที่ยงเราก็ทำกับข้าวและกินกันที่ร้านนั่นแหละ กินเสร็จก็พักผ่อนที่นั่นเลย เดี๋ยวพ่อจะลองหาเตียงสองชั้นจากที่ทำงานมาสักสองเตียงแล้วกัน" พ่อตู้คิดตามแล้วก็เห็นด้วย
"งั้นก็ตกลงตามนี้ พรุ่งนี้เราไปดูสถานที่กันอีกรอบ แล้วไปหาเหล่าจางเพื่อตกลงเรื่องเช่าให้เรียบร้อยเลย ตัดหน้าคนอื่นก่อนที่เขาจะแย่งเอาไป"
คุยกันไปกินกันไปจนมื้อเย็นจบลง แม่ตู้เก็บกวาดถ้วยชาม ส่วนตู้เฉินก็หยิบซาวด์อะเบาท์ที่เพิ่งซื้อมาวันนี้ยื่นให้ตู้ปิน
"พี่ครับ นี่เป็นของขวัญที่ผมกับพ่อแม่ซื้อให้พี่ในวันนี้ พี่ลองดูสิว่าชอบไหม" ตู้เฉินเรียกพี่ชายที่กำลังจะเดินเข้าห้องเล็กไปอ่านหนังสือ
"ของขวัญให้พี่เหรอ" ตู้ปินชี้หน้าตัวเองด้วยความประหลาดใจ
ก็ไม่แปลกที่ตู้ปินจะไม่อยากเชื่อ เพราะนี่ไม่ใช่ช่วงเทศกาลอะไรทำไมถึงมีของขวัญให้เขา อีกอย่างในยุคนี้ไม่ค่อยมีธรรมเนียมการซื้อของขวัญให้เด็กนัก แค่เลี้ยงดูให้อิ่มท้องก็บุญแล้ว ขนาดวันเกิดยังไม่ค่อยจะมีของขวัญเลย
การที่พ่อแม่ยอมซื้อของขวัญให้ตู้ปินในครั้งนี้ หนึ่งคือเพราะช่วงนี้ครอบครัวพอจะมีเงินเหลือเก็บบ้างแล้ว สองคือช่วงนี้ตู้ปินทำตัวดีขึ้นมากจริงๆ และสามคือช่วงนี้พ่อแม่ของตู้เฉินอารมณ์ดีเป็นพิเศษจากเรื่องราวดีๆ ที่เกิดขึ้นหลายอย่าง พอรวมกันเข้าพวกเขาก็เลยยอมใจอ่อนซื้อซาวด์อะเบาท์ให้ตู้ปิน
"ใช่แล้ว น้องเป็นคนเสนอไอเดียซื้อให้แก พ่อกับแม่เห็นว่าช่วงนี้แกตั้งใจเรียนขึ้นเยอะ ไม่ค่อยห่วงเล่นเหมือนเมื่อก่อน ก็เลยซื้อให้เป็นรางวัล ลองดูสิว่าชอบหรือเปล่า" พ่อตู้พูดกับตู้ปินด้วยรอยยิ้ม
ตู้ปินรีบแกะกล่องกระดาษออกอย่างตื่นเต้น ซาวด์อะเบาท์เครื่องนี้เป็นสีดำ ถ้าเป็นสมัยนี้คงมองว่าเป็นของโบราณแถมยังหน้าตาเชยระเบิด แต่ในสายตาของตู้ปินตอนนั้น ซาวด์อะเบาท์เครื่องนี้มันล้ำสมัยสุดๆ เพื่อนๆ รอบตัวเขายังไม่มีใครเคยมีของแบบนี้ใช้เลย
ตัวเครื่องมีช่องเสียบสายไฟและแถมถ่านขนาดเอเอมาให้สองก้อน ตู้ปินรีบใส่ถ่านอย่างรวดเร็ว รับม้วนเทปมาจากตู้เฉินแล้วกดเล่นเพลง เสียงเพลงไพเราะก็ดังขึ้นทันที
"พี่ครับ เวลาฟังก็ใช้หูฟังอันนี้นะ เสียงจะดีกว่าเยอะเลย" ตู้เฉินหยิบหูฟังส่งให้พี่ชาย
"อืม พี่รู้แล้ว ขอบใจมากนะเฉินเฉิน ขอบคุณครับพ่อ ขอบคุณครับแม่ ผมชอบของขวัญชิ้นนี้มากๆ เลยครับ" ตู้ปินถือซาวด์อะเบาท์ไว้ในมืออย่างทะนุถนอม พลิกดูซ้ายดูขวา มองมุมไหนก็ถูกใจไปหมด
"แกชอบก็ดีแล้ว แต่พ่อต้องขอเตือนไว้ก่อนนะ ซื้อมาให้เพื่อเอาไว้คลายเครียดเป็นครั้งคราว แกห้ามเอาเครื่องนี้ไปฟังที่อื่นเด็ดขาด ให้ฟังได้เฉพาะตอนอยู่บ้านก่อนนอนเท่านั้น แล้วก็เอาไว้ใช้ฟังเทปภาษาอังกฤษทบทวนบทเรียน ห้ามเอาไปอวดเพื่อนที่โรงเรียนเด็ดขาด เข้าใจไหม ถ้าผลสอบแกตกลงหรือครูฟ้องว่าแกไม่ตั้งใจเรียน พ่อจะยึดคืนทันที ได้ยินที่พ่อพูดไหม" พ่อตู้กำชับเสียงเข้ม
"รับทราบครับพ่อ พ่อวางใจได้เลย ผมจะตั้งใจเรียนให้มากขึ้น แล้วก็จะใช้เครื่องนี้ฝึกฟังภาษาอังกฤษอย่างจริงจังครับ" ตู้ปินให้คำมั่นสัญญา
"พี่ครับ สู้ๆ นะ ถ้าพี่ทำได้อย่างที่พูด วันหลังพี่อยากได้เทปของนักร้องคนไหนก็มาบอกผมนะ ผมมีเงินค่าขนม เดี๋ยวผมซื้อให้พี่เอง" ตู้เฉินให้กำลังใจพี่ชาย
"ได้เลยเฉินเฉิน แกเตรียมเสียเงินค่าขนมได้เลย" ตู้ปินตอบกลับอย่างอารมณ์ดี
แต่จะว่าไปแล้ว ตู้เฉินมีเงินเยอะกว่าตู้ปินจริงๆ นั่นแหละ เงินค่าขนมปกติเขาก็เก็บออมไว้หมด แถมถึงแม้เขาจะไม่ยอมรับเงินค่าเรื่อง แต่พ่อกับแม่ก็เพิ่มเงินค่าขนมให้เขามากกว่าเดิมเยอะ เพราะพวกเขารู้ดีว่าตู้เฉินไม่เคยใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ไม่เคยซื้อขนมหรือของเล่นแพงๆ อย่างมากก็ซื้อพวกเครื่องเขียนหรือหนังสือรวมเรียงความ ดังนั้นต่อให้ให้เงินค่าขนมเพิ่ม พวกเขาก็ไว้ใจและไม่กังวลเลยสักนิด
[จบแล้ว]