- หน้าแรก
- เกิดใหม่ยุค 80 ขอใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ให้รวยทะลุฟ้า
- บทที่ 19 - ซาวด์อะเบาท์
บทที่ 19 - ซาวด์อะเบาท์
บทที่ 19 - ซาวด์อะเบาท์
บทที่ 19 - ซาวด์อะเบาท์
ครอบครัวตู้ทั้งสามคนเดินทอดน่องกลับเข้ามาในตลาด ช่วงบ่ายผู้คนในตลาดเริ่มบางตาลงแล้ว ช่วงเช้าส่วนใหญ่จะเป็นพ่อค้าแม่ค้าที่มารับของไปขาย ส่วนช่วงบ่ายจะเป็นลูกค้าทั่วไปที่มาเดินซื้อของปลีกย่อย
พอคนไม่เยอะพวกตู้เฉินก็เลยไม่ต้องรีบร้อน พวกเขาเดินดูของไปเรื่อยๆ จนถึงโซนอาหารแห้ง ที่นี่มีร้านขายขนมขบเคี้ยวสารพัดชนิด พวกเขาใช้วิธีเดียวกับช่วงเช้าคือเดินเข้าไปถามไถ่พูดคุยทีละร้าน พอสำรวจจนเป็นที่พอใจแล้วเห็นว่าเวลายังเหลือ ทั้งครอบครัวจึงตัดสินใจเดินเล่นในตลาดกันต่อ
เดินไปได้สักพักพวกเขาก็ผ่านร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ตู้เฉินจึงตัดสินใจเดินเข้าไปดู
ตรงหน้าร้านมีตู้กระจกตั้งอยู่ ด้านในมีของชิ้นเล็กๆ อย่างนาฬิกาดิจิทัล ซาวด์อะเบาท์ และหูฟังวางเรียงรายอยู่ ส่วนบนผนังด้านหลังก็มีนาฬิกาควอตซ์แขวนไว้ บนพื้นก็มีพัดลมกับวิทยุเทปคาสเซ็ตแบบคู่วางอยู่ ทุกอย่างดูมีกลิ่นอายของยุคสมัยนี้อย่างเต็มเปี่ยม
"คุณน้าครับ นาฬิกาดิจิทัลตรงนี้ขายยังไงครับ" ตู้เฉินมองนาฬิกาในตู้กระจกด้วยความสนใจแล้วเอ่ยถาม
"หนูน้อย หนูชอบเรือนไหนล่ะ เดี๋ยวน้าหยิบออกมาให้ดูนะ"
เถ้าแก่เนี้ยเจ้าของร้านดูอายุยังไม่มาก น่าจะราวๆ สามสิบต้นๆ
"คุณน้าครับ ผมหมายถึงราคาขายส่งน่ะครับ ต้องซื้อกี่เรือนถึงจะได้ราคาส่งครับ"
เถ้าแก่เนี้ยรู้สึกแปลกใจ ตอนแรกนึกว่าเด็กคนนี้แค่อยากได้นาฬิกาไปใส่เล่น ไม่คิดว่าจะมาถามหาราคาส่ง เธอหันไปมองหน้าพ่อแม่ของตู้เฉิน พอเห็นว่าผู้ใหญ่ไม่ได้พูดอะไรก็ยิ่งแปลกใจเข้าไปใหญ่ที่ผู้ใหญ่บ้านนี้ปล่อยให้เด็กตัวแค่นี้มาเจรจาการค้าแทน
"แล้วหนูสนใจแบบไหนล่ะจ๊ะ แต่ละแบบราคาก็ไม่เท่ากันนะ" เถ้าแก่เนี้ยตอบพร้อมรอยยิ้ม
"แบบที่ถูกที่สุดคือแบบไหนครับ ขอแค่ใช้งานได้แล้วก็เดินตรงก็พอ อ้อ แล้วแบบที่มีบอกวันที่ด้วยราคาเท่าไหร่ครับ" ตู้เฉินชี้ไปที่นาฬิกาเรือนหนึ่งแล้วถาม
"หนูน้อย แบบถูกที่สุดเรือนละห้าหยวนจ้ะ ส่วนแบบที่มีวันที่ก็เรือนละสิบหยวน ถ้าซื้อเยอะน้าลดให้ได้อีกนะ" ไหนๆ ตอนนี้ก็ว่างไม่มีลูกค้า เถ้าแก่เนี้ยจึงชวนตู้เฉินคุยต่อ
"คุณน้าช่วยหยิบออกมาให้ผมดูหน่อยได้ไหมครับ"
เถ้าแก่เนี้ยเปิดตู้กระจกหยิบนาฬิกาสองเรือนนั้นส่งให้ตู้เฉิน เขารับมาพลิกดูไปมา งานประกอบก็งั้นๆ แต่ดีไซน์ถือว่าใช้ได้ แถมรุ่นราคาถูกก็มีให้เลือกหลายสีติดอยู่แค่อย่างเดียวคือเขาคิดว่าของพวกนี้อาจจะปล่อยออกยากสักหน่อย รุ่นถูกเขาตั้งใจจะขายให้เด็กประถม ส่วนรุ่นมีวันที่เตรียมไว้ขายเด็กมัธยมต้น
"คุณน้าครับ นาฬิกาพวกนี้เดินตรงไหมครับ"
เรื่องนี้สำคัญมาก ถ้าขายให้เด็กประถมเรื่องเวลาเพี้ยนนิดหน่อยคงไม่เป็นไร แต่ถ้าขายเด็กมัธยมต้นเวลาต้องเป๊ะเท่านั้น
"ก็พอใช้ได้นะจ๊ะ อาทิตย์นึงอาจจะคลาดเคลื่อนสักสิบกว่านาที"
ตู้เฉินพยักหน้ารับ ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้
"ถ้าซื้อเยอะได้ราคาเท่าไหร่ครับ"
คราวนี้เถ้าแก่เนี้ยไม่ได้ตอบตู้เฉินทันที แต่หันไปมองหน้าพ่อแม่ของเขาแทน
พ่อแม่ของตู้เฉินเห็นดังนั้นจึงรีบอธิบายว่าวันนี้พวกเขามาสำรวจตลาดเพื่อเตรียมตัวเปิดร้าน ที่ปล่อยให้ลูกชายเป็นคนถามก็เพื่อฝึกให้เด็กได้ลองทำ เถ้าแก่เนี้ยพยักหน้าเข้าใจทันทีว่านี่คือลูกค้าตัวจริง
"ถ้าซื้อห้าสิบเรือนขึ้นไป น้าลดให้อีกเรือนละหนึ่งหยวนจ้ะ" เถ้าแก่เนี้ยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบ
"ตกลงครับคุณน้า เดี๋ยวอีกสองสามวันพอร้านที่บ้านเปิดแล้วผมจะมาซื้อของกับคุณน้านะครับ" ตู้เฉินไม่ได้ต่อราคาเพิ่ม วันนี้เขาไม่ได้ตั้งใจจะมาซื้อของอยู่แล้ว แค่มาหยั่งเชิงดูเท่านั้น ถ้าไปต่อราคาจนเขาใจอ่อนยอมลดให้แล้วสุดท้ายไม่ซื้อ มันจะดูน่าเกลียดเกินไป
"คุณน้าครับ แล้วซาวด์อะเบาท์เครื่องนี้ราคาเท่าไหร่ครับ" ตู้เฉินชี้ไปที่ซาวด์อะเบาท์ในตู้กระจกอีกครั้ง
"โห หนูน้อยรู้จักซาวด์อะเบาท์ด้วยเหรอ น้าจะบอกให้นะ ของพวกนี้น้าเพิ่งรับมาขาย กำลังฮิตมากเลยนะในเมืองใหญ่ๆ แต่ราคามันค่อนข้างสูงนะจ๊ะ เครื่องละร้อยยี่สิบหยวนเลยล่ะ"
เถ้าแก่เนี้ยรู้สึกประหลาดใจที่ตู้เฉินรู้จักซาวด์อะเบาท์ ตอนไปรับของมาเธอไม่กล้าเอามาเยอะ รับมาแค่สิบกว่าเครื่องเท่านั้นเพราะราคามันแพงกลัวจะขายไม่ออก แล้วก็เป็นไปตามคาดจนถึงตอนนี้เธอยังขายไม่ได้สักเครื่องเลย แต่ราคาที่เธอบอกตู้เฉินไปเมื่อกี้คือราคาขายปลีก
"แพงไปครับคุณน้า ผมดูแล้วนี่น่าจะผลิตที่มณฑลหนานเยว่ ไม่ใช่แบรนด์ดังอะไรด้วย เผลอๆ อาจจะเป็นโรงงานครอบครัวทำเองด้วยซ้ำ คุณน้าบอกราคาเน็ตๆ มาดีกว่าครับ" ตู้เฉินฟังราคาก็รู้ทันทีว่าบวกกำไรไปเยอะมาก ถึงแม้ว่าร้านแถวนี้จะรับของมาขายต่อเป็นทอดที่สามหรือสี่แล้ว แต่ราคาก็ไม่น่าจะสูงขนาดนี้
"แหม หนูน้อยนี่เก่งจริงๆ รู้ด้วยว่าผลิตที่หนานเยว่ ว่าแต่หนูจะซื้อไปใช้เองหรือว่าจะรับไปขายล่ะจ๊ะ" พอเห็นว่าตู้เฉินรู้ลึกถึงแหล่งผลิต เถ้าแก่เนี้ยก็ไม่กล้ามองข้ามเด็กคนนี้อีกต่อไป ปกติผู้ใหญ่ทั่วไปยังไม่ค่อยสนใจเลยว่าของพวกนี้ผลิตที่ไหน
แต่เถ้าแก่เนี้ยเองก็ฉลาดเอาการ เธอสงวนท่าทีไว้ก่อนแล้วหลอกถามจุดประสงค์ของตู้เฉิน ราคาซื้อไปใช้เองกับราคาขายส่งย่อมไม่เหมือนกัน
"แน่นอนว่าผมอยากจะรับไปลองขายดูสิครับ แต่ยังไงก็ต้องซื้อไปลองใช้เองสักเครื่องก่อนจริงไหมครับ" ตู้เฉินตอบแบบกั๊กๆ ไม่ฟันธง
"หนูน้อยนี่ฉลาดพูดจริงๆ น้าชอบเด็กฉลาดแบบหนูนะ เอาอย่างนี้ น้าให้ราคาทุนไปเลย แปดสิบหยวน หนูรับไปลองใช้ดูก่อนแล้วกัน"
"แพงไปครับคุณน้า หกสิบหยวนก็พอ แล้วแถมหูฟังให้ผมด้วยนะ" ซาวด์อะเบาท์สมัยนี้มักจะมีลำโพงในตัวหน้าตาเห่ยๆ ติดมาด้วยซึ่งตู้เฉินไม่ชอบเอาเสียเลย เขาจึงขอหูฟังแถมไปด้วย
ตู้เฉินกะราคาไว้แล้วว่าถ้าขายหกสิบหยวนเถ้าแก่เนี้ยก็ยังมีกำไร ซาวด์อะเบาท์พวกนี้ไม่ได้มีเทคโนโลยีซับซ้อนอะไร ราคาทุนตอนรับมาก็น่าจะอยู่ราวๆ สี่สิบห้าถึงห้าสิบหยวน หูฟังน่ะแถมมาตั้งแต่ตอนออกจากโรงงานแล้ว แต่พวกพ่อค้ามักจะเอามาแยกขายต่างหาก เพราะงั้นตู้เฉินจึงกล้าขอของแถมแบบไม่ต้องเกรงใจ
พ่อแม่ของตู้เฉินเองก็เพิ่งเคยเห็นลูกชายต่อราคาเป็นครั้งแรก ตอนเช้าตู้เฉินเน้นฟังมากกว่าพูด ไม่คิดเลยว่าพอถึงเวลาต่อราคาลูกชายจะกดราคาได้โหดขนาดนี้
"หนูน้อย ราคานี้มันต่ำไปหน่อยนะจ๊ะ เพิ่มให้อีกนิดเถอะ จะให้น้าขาดทุนก็กะไรอยู่นะ" เถ้าแก่เนี้ยยิ้มแหย
ถึงภายนอกเถ้าแก่เนี้ยจะดูเหมือนไม่อยากขาย แต่ในใจลึกๆ แล้วเธออยากปล่อยของจะแย่ ตู้เฉินเดาถูกเป๊ะ ราคาทุนของซาวด์อะเบาท์รุ่นนี้อยู่ที่สี่สิบห้าหยวน ดังนั้นราคาที่ตู้เฉินต่อรองมาเธอจึงยังมีกำไรอยู่
แหล่งรับของของเธอคือพ่อค้าส่งรายใหญ่ในเมืองหลงเฉิงซึ่งมีเส้นสายทางฝั่งหนานเยว่เยอะ แถมเธอกับพ่อค้ารายนี้ก็ค้าขายกันมานาน เขาจึงให้ราคาพิเศษกับเธอ ซาวด์อะเบาท์คุณภาพเดียวกันนี้ร้านอื่นรับมาแพงกว่าเธอเกือบสิบหยวน
ความจริงแล้วเถ้าแก่เนี้ยกำลังกลุ้มใจกับซาวด์อะเบาท์ล็อตนี้อยู่พอดี ครั้งนี้เธอคาดการณ์ตลาดพลาดไปหน่อย เธอคิดว่าราคามันไม่ได้แพงมากแต่นึกไม่ถึงว่าจะไม่มีใครมารับไปขายต่อเลย ของพวกนี้ไม่ใช่ของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน ถ้าขายปลีกราคาตั้งร้อยกว่าหยวน คนมาถามน่ะเยอะแต่คนซื้อน่ะแทบไม่มี ถึงของจะค้างสต็อกไม่เยอะแค่ห้าสิบเครื่อง แต่มันก็เป็นเงินก้อนใหญ่พอสมควร ตอนนี้ถ้าขายออกได้สักเครื่องเธอก็แทบจะจุดพลุฉลองแล้ว อย่าว่าแต่กำไรเลย ต่อให้เท่าทุนหรือยอมขาดทุนนิดหน่อยเธอก็อยากจะรีบโละสต็อกนี้ให้หมดๆ ไป
"คุณน้าไม่ต้องมาหลอกผมหรอกครับ ผมรู้ว่าราคานี้คุณน้ายังได้กำไรอยู่ ครั้งนี้ผมซื้อไปลองใช้ดูก่อน ถ้าของมันดีจริงวันหลังพ่อกับแม่ผมต้องมารับของเพิ่มแน่นอน ถึงตอนนั้นราคาคงไม่ใช่หกสิบหยวนแล้วนะครับ" ตู้เฉินพูดยิ้มๆ ถึงจะยิ้มแต่เขาก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้แม้แต่ก้าวเดียว
เถ้าแก่เนี้ยดูทรงแล้วคงจะหลอกให้ตู้เฉินเพิ่มเงินไม่ได้แน่ เธอทำหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบตกลง "เอาล่ะๆ เห็นแก่ความตั้งใจจริงของหนู น้าให้หกสิบหยวนก็ได้ แต่ถ้าใช้ดีแล้วอย่าลืมกลับมารับของร้านน้านะ น้ารับรองว่าจะให้ราคาส่งที่ถูกใจแน่นอน ตกลงไหม"
"ไม่มีปัญหาครับ ดีล คุณน้าครับ งั้นผมขอเทปคาสเซ็ตแถมให้ผมอีกสักสองสามม้วนด้วยนะครับ พ่อครับแม่ครับ รบกวนจ่ายเงินให้หน่อยครับ" ตู้เฉินหันไปยิ้มประจบพ่อกับแม่
เถ้าแก่เนี้ยรู้สึกอ่อนใจเล็กน้อย แถมหูฟังแล้วยังต้องแถมเทปคาสเซ็ตอีก แต่ก็เอาเถอะ ของแถมพวกนี้ราคาไม่กี่บาท แถมๆ ไปก็แล้วกัน
เนื่องจากปกติแล้วตู้เฉินเป็นเด็กดีแถมไม่เคยใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย พ่อแม่ของเขาจึงไม่ถามอะไรให้มากความและยอมควักเงินจ่ายให้แต่โดยดี จนกระทั่งเดินออกจากร้านมาได้สักพัก พ่อตู้ถึงได้เอ่ยปากถาม
"ลูก ที่บ้านเราก็มีวิทยุเทปอยู่แล้วนี่นา ทำไมถึงต้องซื้อซาวด์อะเบาท์มาอีกเครื่องล่ะ"
"นั่นสิลูก แถมเล่นเจ้านี่ต้องคอยซื้อถ่านใส่เรื่อยๆ อีก มันเปลืองเงินนะ" แม่ตู้แอบเสียดายเงินเล็กน้อย
"พ่อครับแม่ครับ เครื่องนี้ผมไม่ได้จะเอามาใช้เองหรอกครับ ผมตั้งใจจะซื้อให้พี่ชายครับ"
[จบแล้ว]