- หน้าแรก
- ไกด์จำยอมของหกเซนติเนล
- บทที่ 13: ได้โปรดช่วยเขาด้วย
บทที่ 13: ได้โปรดช่วยเขาด้วย
บทที่ 13: ได้โปรดช่วยเขาด้วย
ร่างกายของเซี่ยอวี่ฟื้นฟูขึ้นมากแล้ว และซ่างเหยียนซูก็จัดหารห้องบำบัดจิตส่วนตัวให้ตามที่เคยสัญญาไว้
เซี่ยเจวี๋ยแวะมาหาเธอ ทว่าเธอกลับอยากให้พี่ชายรีบกลับไปประจำตำแหน่งของตัวเองเสียมากกว่า เนื่องจากในปัจจุบันพวกสัตว์อสูรปนเปื้อนกำลังระบาดหนัก และสถานการณ์ส่วนหน้ายังคงตึงเครียดอย่างยิ่ง โดยเฉพาะไกด์ระดับสูงอย่างเขา เขตสงครามย่อมมีความต้องการตัวเป็นอย่างมาก
แต่เซี่ยเจวี๋ยกลับปฏิเสธ
เขาใช้มือข้างหนึ่งค้ำศีรษะ ท่าทางที่เคยอ่อนโยนแฝงไว้ด้วยความเกียจคร้านเล็กๆ "นี่เป็นครั้งแรกที่น้องจะเปิดห้องบำบัดจิตและให้คำปรึกษาเซนทิเนลด้วยตัวเองอย่างเป็นเอกเทศ ในฐานะพี่ชาย พี่ก็ต้องอยู่ตรงนี้เพื่อเป็นกำลังใจให้น้องสิ"
เขาใช้ข้ออ้างว่ารู้สึกเป็นห่วงที่เซี่ยอวี่ต้องทำหน้าที่บำบัดจิตให้เซนทิเนลเพียงลำพัง จึงดึงดันที่จะรั้งอยู่ภายในฐานทัพของเขตสงครามที่เก้าเพื่ออยู่เป็นเพื่อนเธอ เซี่ยอวี่จึงทำได้เพียงพาเขามาที่ห้องบำบัดจิตด้วยกัน
ต้องยอมรับว่านายทหารคนสนิทของผู้บัญชาการซางทำงานได้ว่องไวและมีประสิทธิภาพมาก รายงานที่ยื่นไปในวันแรก พอเข้าสู่วันที่สองก็ได้รับการอนุมัติทันที
ห้องบำบัดจิตแห่งนี้กลายเป็นสิทธิ์ขาดของเซี่ยอวี่แต่เพียงผู้เดียว ภายในห้องสะอาดสะอ้านและมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน เห็นได้ชัดว่านายทหารคนสนิทคนนั้นเป็นคนละเอียดรอบคอบมากเพียงใด
หลังจากเซี่ยเจวี๋ยหาเก้าอี้หย่อนก้นนั่งลงตามใจชอบ เซี่ยอวี่ก็นั่งลงบ้างแล้วเริ่มเลื่อนเปิดหน้าจอแสง
เธอกำลังตรวจสอบระบบลงทะเบียนเพื่อดูว่ามีเซนทิเนลคนไหนยื่นเรื่องขอรับการบำบัดจากเธอในวันนี้บ้าง
เงื่อนไขในการบำบัดจิตของเธอแตกต่างจากเจ้าของร่างเดิมโดยสิ้นเชิง ทุกอย่างมีการกำหนดราคาไว้อย่างชัดเจนและสมเหตุสมผลกว่าความต้องการอันเอารัดเอาเปรียบของเจ้าของร่างเดิมมากนัก
ทว่า หลังจากที่เธอเลื่อนหน้าจอแสงดูจนทั่ว ทั้งจากบนลงล่าง จากซ้ายไปขวา มันกลับว่างเปล่า
นั่นหมายความว่าไม่มีใครยื่นเรื่องขอให้เธอโยงกระแสจิตบำบัดให้เลยสักคน!
เซี่ยอวี่เต็มไปด้วยความงุนงง
เธอมองดูราคาที่ปรากฏบนหน้าจอแสง... หรือว่าเธอจะตั้งราคาไว้สูงเกินไป?
แต่เธอก็ตรรกะตรวจสอบตลาดมาก่อนแล้ว นี่คือราคากลางตามมาตรฐานทั่วไป ยิ่งไปกว่านั้นเธยังมีขีดความสามารถในการบำบัดเซนทิเนลระดับ S-Class ซึ่งเทียบเท่ากับไกด์ระดับ S-Class เลยด้วยซ้ำ เธอไม่ได้โก่งราคาเกินจริงเลยสักนิด
เซี่ยอวี่นั่งแหงนหน้าอยู่บนเก้าอี้ ข้อศอกค้ำยันกับโต๊ะพลางใช้ฝ่ามือรองคางเอาไว้
เธอถอนหายใจยาวออกมาอย่างเนือยๆ
ดูท่าว่าคำพูดที่เธอประกาศกร้าวในโรงอาหารเมื่อวานนี้ จะยังไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือพอ จนทำให้พวกเซนทิเนลเหล่านั้นไม่กล้าปักใจเชื่อ
นิ้วเรียวของเซี่ยอวี่ม้วนปอยผมข้างใบหูเล่นแก้เซ็ง
ทว่า ในขณะที่เธอกำลังขบคิดหาวิธีเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่ตนเอง เสียงเคาะประตูห้องบำบัดจิตก็พลันดังก้องขึ้นปุบปับ
"เซี่ยอวี่! เซี่ยอวี่! เธออยู่ในนั้นหรือเปล่า!"
นั่นเป็นเสียงของลู่ว่างเยี่ย
เซี่ยอวี่เดินไปเปิดประตู
ร่างของลู่ว่างเยี่ยปรากฏแก่สายตา ทว่าเขาไม่ได้มาคนเดียว บนแผ่นหลังของเขากำลังแบกร่างของใครบางคนเอาไว้ด้วย ชายหนุ่มบนหลังมีรูปร่างสูงโปร่งและช่วงแขนขาสมส่วน ศีรษะของเขาซบแน่นอยู่บนบ่าของลู่ว่างเยี่ย จากมุมที่เซี่ยอวี่ยืนอยู่ เธอเห็นเพียงเรือนผมหยักศกสีดำยาวประบ่าของเขาเท่านั้น
พร้อมกันนั้น กลิ่นคาวเลือดอันเข้มข้นก็ลอยมาปะทะจมูกอย่างรุนแรง
"เซี่ยอวี่!" ลู่ว่างเยี่ยแบกร่างนั้นเข้ามาด้านใน "ได้โปรดช่วยเขาด้วยเถอะ ในฐานทัพนี้มีแค่เธอคนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยเขาได้!"
คนที่เขาแบกมา... คืออวี่ต้าย
เซี่ยอวี่นิ่งเงียบไป
เมื่อเห็นเธอไม่ปริปากตอบ ลู่ว่างเยี่ยก็ทึกทักไปเองว่าเธอคงไม่อยากช่วย ชายหนุ่มแทบจะคุกเข่าอ้อนวอนเธอ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความวิตกกังวลระคนลนลาน "เซี่ยอวี่ ได้โปรดช่วยเขาเถอะ ค่าความคลุ้มคลั่งของเขามันพุ่งสูงเกินไปแล้ว ร่างกายของเขากำลังจะพังทลาย! มีแค่เธอเท่านั้นที่ช่วยเขาได้ ถ้าเธอไม่ช่วย... เขาต้องตายแน่ๆ!"
เซี่ยอวี่สัมผัสได้ว่าค่าความคลุ้มคลั่ง ของอวี่ต้ายพุ่งทะยานไปถึง 94% แล้ว
ตามหลักการแล้ว สภาพแบบนี้ควรจะถูกนำตัวเข้าสู่มาตรการควบคุมขั้นเด็ดขาดไปแล้วด้วยซ้ำ
ในชั่ววินาทีที่เซี่ยอวี่กำลังประเมินอาการของอวี่ต้ายโดยยังไม่ได้ตอบรับ ลู่ว่างเยี่ยก็ขบฟันแน่นก่อนจะทิ้งเข่าลงกระแทกพื้นดัง ตึง!
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยคุกเข่าให้เธอเสียเมื่อไหร่!
"ได้โปรดช่วยเขาด้วยเถอะ ขอแค่เธอช่วยเขา จะยื่นเงื่อนไขอะไรฉันก็ยอมทั้งนั้น... ต่อให้เธอต้องการตัวฉัน... ฉันก็ยอม"
คำพูดนั้นทำเอาเซี่ยอวี่สำลักน้ำลายจนต้องไอโขลกๆ
เธอก้มลงมองเซนทิเนลร่างสูงกำยำที่กำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า ชายหนุ่มช้อนสายตาขึ้นมองเธอ ดวงตาของเขาแดงก่ำและทอประกายเรืองรองจางๆ
"เขาก็เป็นเซนทิเนลระดับ S-Class เหมือนกัน ขนาดฉันเธอยังช่วยได้เลย เพราะงั้นเธอต้องช่วยเขาได้แน่ใช่ไหม?" ชายหนุ่มมองเซี่ยอวี่ด้วยสายตาแห่งความหวังและเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
"ฉันยังไม่ได้บอกเลยว่าจะไม่ช่วย"
เมื่อเห็นลู่ว่างเยี่ยตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ เซี่ยอวี่ก็อดไม่ได้ที่จะลอบถอนหายใจ
ความจริงต่อให้เธอไม่ยื่นมือเข้าช่วย อวี่ต้ายก็คงไม่ถึงขั้นเสียชีวิตหรอก ในฐานทัพที่มีเซนทิเนลระดับ S-Class อยู่หลายคนเช่นนี้ เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะฝากความหวังไว้กับเธอที่เป็นไกด์ระดับ S-Class เพียงคนเดียว ยิ่งไปกว่านั้นเท่าที่เธอรู้มา ผู้บัญชาการสูงสุดยังมีระดับพลังถึง SS-Class อีกด้วย
ในฐานทัพไม่มีไกด์ระดับ S-Class คนอื่นนอกจากเธอ การที่จะประคับประคองให้เซนทิเนลระดับสูงจำนวนมากยังมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์อยู่ได้ เซี่ยอวี่คิดว่าแม้ฐานทัพจะขาดแคลนไกด์ระดับสูง แต่ยาระงับอาการระดับ S-Class และ SS-Class น่าจะมีสำรองไว้มากพอสมควร
ถึงแม้ประสิทธิภาพของยาระงับอาการจะเทียบไม่ได้กับการบำบัดจิตโดยตรงจากไกด์ แต่มันก็ช่วยสะกดกลั้นอาการไว้ได้ชั่วคราว
ถ้าเธอไม่ช่วยเขา อวี่ต้ายก็คงถูกนำตัวไปเข้าสู่กระบวนการควบคุม ถูกฉีดยาระงับอาการ แล้วจับขังเดี่ยวเท่านั้นเอง
เซี่ยอวี่เบี่ยงตัวหลบ เผยให้เห็นเตียงนอนที่อยู่ด้านหลัง "พาเขาไปนอนบนนั้นซะ"
ลู่ว่างเยี่ยเงยหน้ามองเซี่ยอวี่ด้วยอาการมึนงงเล็กน้อย จนกระทั่งสายตาของทั้งสองประสานกัน เขาถึงเพิ่งได้สติ รีบยัดกายลุกขึ้นแล้วประคองร่างของอวี่ต้ายไปนอนลงบนเตียงอย่างระมัดระวัง
เซี่ยอวี่ทาบฝ่ามือลงบนศีรษะของอวี่ต้าย
ทว่าในตอนนั้นเอง เซี่ยเจวี๋ยที่นิ่งเงียบมาตลอดกลับเอื้อมมือมาจับข้อมือของเธอไว้แน่น "น้องจะบำบัดให้เขาจริงๆ เหรอ? เสี่ยวอวี่ หมอนี่เป็นระดับ S-Class นะ คิดทบทวนดีแล้วใช่ไหม? อีกอย่างค่าความคลุ้มคลั่งของเขามันทะลุ 90% ไปแล้ว ถ้าเกิดเขาคุ้มคลั่งอาละวาดขึ้นมากลางคัน พวกเราจะเอาเขาไม่อยู่นะ"
"ฉันจะปกป้องพวกคุณเอง!" ลู่ว่างเยี่ยรีบโพล่งรับประกันทันควัน ดวงตาของเขาฉายแววแรงกล้าขณะจับจ้องมาที่เซี่ยอวี่ "ฉันไม่มีวันปล่อยให้เธอต้องได้รับบาดเจ็บเด็ดขาด!"
สายตาเคลือบแคลงของเซี่ยเจวี๋ยกวาดมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า "ถึงนายกับเขาจะเป็นระดับ S-Class เหมือนกัน แต่พลังรบของเซนทิเนลในสภาวะคุ้มคลั่งน่ะเทียบไม่ได้กับสภาวะปกติเลยนะ ต่อให้นายสองคนรวมพลังกันก็ใช่ว่าจะสยบเขาได้ นายแน่ใจนะว่าจะปกป้องพวกเราได้จริง?"
"แน่ใจ!" ลู่ว่างเยี่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เซี่ยเจวี๋ยยังคงรุกไล่ต่อ "แล้วอะไรคือสิ่งค้ำประกันล่ะ?"
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ" ก่อนที่ลู่ว่างเยี่ยจะทันได้ตอบ เซี่ยอวี่ก็ตบหลังมือของเซี่ยเจวี๋ยเบาๆ เพื่อให้เขาคลายกังวล
"เสี่ยวอวี่!" เซี่ยเจวี๋ยเริ่มร้อนรน
เซี่ยอวี่ยื่นมือไปกดเปิดแผงควบคุมของห้องบำบัดจิต
เพียงแค่การขยับนิ้วไม่กี่ครั้ง โครงสร้างของห้องบำบัดจิตทั้งหมดก็พลันแปรเปลี่ยนไปในทันตา
สีหน้าของเซี่ยเจวี๋ยเปลี่ยนไปทันที "นี่มัน..."
"นี่คือระบบป้องกันภัยของห้องบำบัดจิตค่ะ"
ข้อสันนิษฐานของเธอถูกต้อง นายทหารคนสนิทของผู้บัญชาการซางเป็นคนละเอียดรอบคอบมากจริงๆ ด้วยระบบป้องกันระดับนี้ ต่อให้ผู้บัญชาการสูงสุดมาลงมือด้วยตัวเอง ก็คงไม่สามารถสร้างความเสียหายใดๆ ให้แก่ห้องนี้ได้
เซี่ยอวี่ไม่มีวันเอาชีวิตของตัวเองไปเสี่ยงดวงอยู่แล้ว
เมื่อเห็นดังนั้น เซี่ยเจวี๋ยจึงไม่ได้เอ่ยคัดค้านอะไรอีก
เซี่ยอวี่ปล่อยให้ลู่ว่างเยี่ยจัดท่าทางของอวี่ต้ายให้นอนราบดีๆ ก่อนจะเริ่มลงมือ เธอหันไปถามลู่ว่างเยี่ยอีกครั้ง "นายรู้ราคาของฉันใช่ไหม? การช่วยชีวิตเขาครั้งนี้ ฉันคิดค่าตอบแทนเป็นสามเท่า... นายรับได้หรือเปล่า?"
"ตกลง!" ลู่ว่างเยี่ยตอบรับโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด
เซี่ยอวี่ทาบฝ่ามือลงบนศีรษะของอวี่ต้าย ชายหนุ่มคนนี้มีใบหน้าที่หล่อเหลาหมดจด ริมฝีปากสีชาดตัดกับฟันขาวสะอาด พร้อมด้วยเรือนผมหยักศกยาวสลวย ในยามที่เขาหลับตาพริ้มเช่นนี้ เขากลับดูเชื่องและไร้พิษสงอย่างประหลาด
เซี่ยอวี่เริ่มโคจรพลังจิตของเธอ
'เจี้ยนมู่' นำพากระแสจิตของเธอเข้าสู่ทะเลวิญญาณของอวี่ต้าย... เซี่ยเจวี๋ยมองภาพเซี่ยอวี่ที่กำลังก้าวเข้าสู่ทะเลวิญญาณของอวี่ต้ายด้วยตาของตัวเอง
นั่นคือทะเลวิญญาณของเซนทิเนลระดับ S-Class
ตัวเขาเป็นเพียงระดับ A-Class จึงมีความสามารถบำบัดให้แก่เซนทิเนลที่ระดับต่ำกว่าแรงก์ A ลงไปเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นไกด์หรือเซนทิเนล 'ระดับพลัง' คือหุบเหวที่ไม่อาจก้าวข้ามได้เสมอ และยิ่งระดับสูงมากเท่าไหร่ ช่องว่างของพลังในแต่ละขั้นก็ยิ่งเด่นชัดมากขึ้นเท่านั้น
เขามองดูเซี่ยอวี่ที่วางมือลงบนศีรษะของเซนทิเนลระดับ S-Class
สัมผัสได้ถึงระลอกคลื่นพลังจิตที่ผันผวน
เซี่ยเจวี๋ยค่อยๆ กำหมัดแน่น
นี่คือน้องสาวของเขา... น้องสาวผู้เจิดจรัสเปล่งประกายมาตั้งแต่เกิด ต่อให้เธอจะเคยสูญเสียแกนพลังจิตไปจนทำให้ระดับร่วงหล่นลงไปอยู่อันดับล่างสุดอย่างแรงก์ F แต่เธอก็ดูเหมือนจะไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลยสักนิด
เธอยังคงเป็นศูนย์กลางของสายตาผู้คนอยู่เสมอ...
เซี่ยอวี่รุกคืบเข้าสู่ทะเลวิญญาณของอวี่ต้าย
โลกจิตวิญญาณของเขามีสภาพแตกต่างจากของลู่ว่างเยี่ยโดยสิ้นเชิง ทะเลวิญญาณของลู่ว่างเยี่ยคือผืนแผ่นดินที่แตกร้าวและเต็มไปด้วยเปลวเพลิงแผดเผา ทว่าทะเลวิญญาณของอวี่ต้ายกลับเป็นดินแดนรกร้างอันมืดมิดและอ้างว้าง
แสงสว่างในมิตินี้ริบหรี่เหน็บหนาว มีหมอกหนาทึบราวกับน้ำหมึกสีดำไหลเวียนสลับซับซ้อน บดบังจนแทบมองไม่เห็นเส้นทางใต้ฝ่าเท้า
เซี่ยอวี่ยื่นมือออกไป
ละอองแสงเรืองรองสีเขียวพลันสว่างวาบขึ้นระหว่างปลายนิ้วของเธอ
หมอกทมิฬเริ่มลอยวนเวียนรอบๆ แสงสีเขียวเหล่านั้น ก่อนจะค่อยๆ ก่อตัวม้วนรวมกันเป็นวงกลม
ส่งผลให้ทะเลวิญญาณที่เคยอึมครึมค่อยๆ สว่างไสวขึ้นทีละน้อย
ทว่าในครั้งนี้เซี่ยอวี่ไม่ได้ดิ่งลึกเข้าไปบำบัดขั้นรุนแรง นอกเหนือจากการจงใจทิ้งพลังไว้มากเกินไปในคราวเดียวจะดูเหลือเชื่อจนเกินไปแล้ว (เหตุการณ์แบบลู่ว่างเยี่ยให้มันเกิดขึ้นแค่ครั้งเดียวก็เกินพอ) เหตุผลหลักคือเธอไม่อยากไปกระตุ้นให้อาการคลุ้มคลั่งจากความต้องการของเซนทิเนลตื่นขึ้นมาอีกรอบ
ดังนั้น ทันทีที่ทะเลวิญญาณของอวี่ต้ายกลับมาสว่างขึ้นจางๆ เซี่ยอวี่ก็ถอนกระแสจิตกลับคืนมาทันที
ในวินาทีที่เธอเปิดเปลือกตาขึ้น ร่างของลู่ว่างเยี่ยก็ถลันเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยความร้อนใจ
เขาละล่ำละลักถาม "เขาเป็นยังไงบ้าง? อาการเป็นยังไงบ้าง?"
เซี่ยอวี่จัดระเบียบข้อมือเสื้อของตัวเองให้เรียบร้อย "เขาไม่เป็นไรแล้ว"
ลู่ว่างเยี่ยรีบเอื้อมไปเปิดไลท์เบรนของอวี่ต้าย แม้ว่าจะมีเพียงเจ้าของเท่านั้นที่ควบคุมระบบได้ แต่ข้อมูลสำคัญอย่างค่าความคลุ้มคลั่งจะแสดงผลทันทีที่หน้าจอเปิดสว่างขึ้น
'87%' ... ซึ่งเป็นระดับตัวเลขเดียวกับตอนที่ลู่ว่างเยี่ยบากหน้ามาขอความช่วยเหลือจากเธอในคราวก่อน
มันไม่ได้ลดฮวบลงไปมากมายอะไร
หากเทียบกับตอนของลู่ว่างเยี่ยแล้ว ถือว่าลดลงไปน้อยกว่ามาก แต่ถึงกระนั้น ลู่ว่างเยี่ยก็ลอบระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
เพราะข้อแตกต่างระหว่าง 94% กับ 87% มันไม่ใช่แค่ตัวเลข 7% ที่เย็นชาเท่านั้น แต่มันคือเส้นแบ่งความเป็นความตายของเซนทิเนล
ในขณะที่ลู่ว่างเยี่ยกำลังจะเอ่ยปากขอบคุณ เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็พลันดังกึกก้องมาจากด้านนอกห้องบำบัด
พร้อมกับกระแสเสียงคำสั่งอันเย็นเยียบของซ่างเหยียนซู "ล้อมที่นี่เอาไว้... หากจำเป็น ฉันอนุมัติให้วิสามัญได้ทันที"
เซี่ยอวี่ตวัดสายตามองตรงไปยังประตูห้อง
คราวนี้นายพลซางไม่ได้สวมเสื้อโค้ตตัวยาวเหมือนทุกที ชุดคอมแบทฟาทีกที่ตัดเย็บอย่างประณีตขับเน้นให้รูปร่างของเขาดูสูงโปร่ง ทรงพลัง เฉียบขาด และเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายอันน่าเกรงขามอย่างที่สุด