เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25: งานประชุมสั่งซื้อ ยักษ์ใหญ่รวมตัว!

บทที่ 25: งานประชุมสั่งซื้อ ยักษ์ใหญ่รวมตัว!

บทที่ 25: งานประชุมสั่งซื้อ ยักษ์ใหญ่รวมตัว!


มันเป็นวันอังคารที่แสนธรรมดาในช่วงกลางเดือนกันยายน ทว่าภายในศูนย์นิทรรศการกลับเนืองแน่นไปด้วยฝูงชนมหาศาล

เกาหยวนและสวี่ชิงโจวเดินทางมาถึงสายไปเล็กน้อย ทันทีที่พวกเขาก้าวเท้าเข้าสู่โถงจัดแสดง ก็ต้องตกตะลึงกับจำนวนผู้คนที่หนาตา คาดว่ามีผู้เข้าร่วมงานรวมตัวกันอยู่อย่างหนาแน่นไม่ต่ำกว่าหลายพันคน

บนเคาน์เตอร์จัดแสดงหลายจุดภายในศูนย์นิทรรศการ มีตัวอย่างชิ้นงานจริงของเส้นใย 'เอ็กซ์ทูไฟเบอร์' ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ล่าสุดของบริษัทคุนหลุน วางคู่กับแผ่นพับโฆษณาที่พิมพ์เนื้อหากระชับได้ใจความ โดยมีบรรดาพ่อค้าแม่ค้ากำลังก้มหน้าก้มตาอ่านและพิจารณาเนื้อหาอย่างละเอียดลออ

"ทำไมคนถึงเยอะขนาดนี้ล่ะเนี่ย?" เกาหยวนเอ่ยปากถามเฉาเฟยหยู่ด้วยความประหลาดใจหลังจากเดินตามหาจนเจอ "พวกเราส่งบัตรเชิญไปแค่สองร้อยใบไม่ใช่เหรอ?"

เฉาเฟยหยู่ยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผากพลางตอบว่า "พวกพ่อค้าจำนวนมากที่ไม่ได้รับบัตรเชิญพอได้ยินข่าวต่างก็พากันดั้นด้นมากันเอง ในเมื่อเราเปิดประตูทำธุรกิจ คนที่มาก็ถือเป็นแขกทั้งหมด เราจะขับไสไล่ส่งพวกเขาก็คงไม่เหมาะ"

"ก็จริงของแก" เกาหยวนพยักหน้าเห็นด้วยเล็กน้อย

เฉาเฟยหยู่เสริมอีกว่า "หลังจากนี้คงต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันไปก่อน ประเทศของเราเป็นตลาดขนาดมหึมาที่ครองส่วนแบ่งในตลาดเสื้อผ้าและรองเท้าทั่วโลกไปแล้วกว่าร้อยละห้าสิบ ความต้องการวัตถุดิบจึงสูงลิ่วเป็นเงาตามตัว ตอนนี้สิ่งที่ฉันเป็นกังวลที่สุดก็คือ กำลังการผลิตของเฉาต้าเคมิคอลไฟเบอร์ต่างหาก"

เกาหยวนรู้ดีว่าบริษัทเฉาต้าที่เป็นพันธมิตรของเขานั้นเป็นเพียงวิสาหกิจเอกชนขนาดกลาง หากต้องเผชิญกับสถานการณ์สุดขั้วอย่างยอดสั่งซื้อที่พุ่งทะยานขึ้นอย่างปุบปับ พวกเขาไม่มีทางรับมือได้ไหวอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม มาถึงขั้นนี้แล้วคงทำได้เพียงแก้ปัญหาไปตามสถานการณ์ ถึงแม้จะมีพ่อค้าแม่ค้ามาร่วมงานมากมาย แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะยอมควักกระเป๋าวางยอดสั่งซื้อล็อตใหญ่ในทันที เพราะนี่ก็ปาเข้าไปกลางเดือนกันยายนแล้ว บริษัทเสื้อผ้าแบรนด์ใหญ่ๆ ต่างก็เปิดตัวคอลเลกชันฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวกันไปหมดแล้ว

เกาหยวนเดินไปขอไมโครโฟนจากเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์นิทรรศการ และให้พวกเขาเปิดระบบกระจายเสียง จากนั้นเขาก็ก้าวขึ้นไปบนเวทีพลางกระแอมไอเคลียร์คอสองครั้ง

"ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่งานประชุมสั่งซื้อของพวกเราครับ ผมเกาหยวน เป็นผู้ดูแลของบริษัทคุนหลุน..."

"หมอนี่คือเกาหยวนงั้นเหรอ?!"

"หนุ่มขนาดนี้เลย? นึกว่าเป็นนักศึกษาอยู่ซะอีกนะเนี่ย"

"ซูเปอร์เส้นใยตระกูลเอ็กซ์ซีรีส์นั่น เป็นฝีมือการคิดค้นของเขาจริงดิ?"

"หน้าตาไม่ให้แต่ใจมันเสือจริงๆ พ่อหนุ่มคนนี้อายุยังน้อยแต่กลับสร้างความสำเร็จได้ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ น่าทึ่งมาก!"

หลังจากที่เกาหยวนแนะนำตัวและกล่าวต้อนรับสั้นๆ จบลง เสียงฮือฮาและวิพากษ์วิจารณ์ก็ระเบิดดังขึ้นจากอัฒจันทร์ผู้เข้าชมทันที

ในเวลานี้ ไม่มีใครในแวดวงอุตสาหกรรมสิ่งทอและเส้นใยเคมีที่ไม่รู้จักชื่อของเกาหยวน หากจะบอกว่าเขาคือบุคคลระดับตำนานของวงการก็คงไม่ใช่คำกล่าวที่เกินจริงเลยสักนิด

ทว่าใครจะไปคาดคิดว่า ราชาแห่งตำนานคนใหม่ในสมรภูมิเส้นใยเคมีคนนี้ แท้จริงแล้วจะมีอายุเพียงยี่สิบเอ็ดปีเท่านั้น ชายหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบๆ ตัดผมทรงสุภาพเรียบร้อย ท่าทางดูไม่ต่างอะไรกับนักศึกษามหาวิทยาลัยทั่วไป เรียกได้ว่ายังเยาว์วัยอย่างเหลือเชื่อ

แต่ก็เป็นคนหนุ่มท่าทางธรรมดาๆ คนนี้คือนี่แหละ ที่เป็นผู้คิดค้นเทคโนโลยีซูเปอร์เส้นใยเคมีที่จะต้องถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์อย่างแน่นอน

เส้นใยแห้งไวประเภทเอ็กซ์วันได้ทำลายการผูกขาดในระดับสากลของบริษัทดูปองท์ลงอย่างราบคาบ ด้วยประสิทธิภาพที่ทรงพลังและคุ้มค่าคุ้มราคาอย่างที่ไม่มีใครเทียบเคียงได้!

บริษัทแฟชั่นค้าปลีกแบบรวดเร็วหลายแห่งที่นำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ ต่างทำยอดขายถล่มทลายถล่มทลายในยุโรป และเปิดฉากห้ำหั่นอย่างดุเดือดถึงหน้าประตูบ้านของซาร่าและเอชแอนด์เอ็ม

ภาพเหตุการณ์และกระแสนิยมอันบ้าคลั่งเช่นนี้ เป็นสิ่งที่ไม่เคยมีใครกล้าจินตนาการถึงมาก่อนในอดีต!

ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ผู้ผลิตชาวจีน ซึ่งมักจะตกเป็นรองในเรื่องการตลาดและการสร้างแบรนด์มาโดยตลอด จะสามารถประกาศศักดาได้อย่างน่าภาคภูมิใจขนาดนี้?

บัดนี้ เมื่อย่างเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงอันหนาวเหน็บในยุโรป พวกเขาก็ได้เบนเข็มความสนใจและขยายตลาดไปยังเขตร้อนอย่างลาตินอเมริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งก็ประสบความสำเร็จอย่างน่าอัศจรรย์ใจไม่แพ้กัน

เหตุใดงานประชุมสั่งซื้อขนาดไม่ใหญ่นักในวันนี้ ถึงสามารถดึงดูดพ่อค้าแม่ค้าจากทั่วทุกสารทิศในประเทศให้หลั่งไหลมาได้มากมายขนาดนี้?

คำตอบนั้นง่ายมาก: เป็นเพราะผลกำไรที่จับต้องได้และการบอกเล่าปากต่อปากนั่นเอง

อันที่จริง จนถึงปัจจุบันนี้ เกาหยวนมีลูกค้าที่ทำสัญญาซื้อขายกันจริงๆ เพียงแค่สิบกว่ารายเท่านั้น และทั้งหมดล้วนเป็นบริษัทที่เน้นเจาะตลาดแฟชั่นค้าปลีกแบบรวดเร็วในต่างประเทศเป็นหลัก

ทว่ากลับเป็นบริษัทเหล่านี้เองที่ไม่เคยมีชื่อเสียงเรียงนามในประเทศมาก่อน แต่กลับสามารถบุกทะลวงและกวาดล้างตลาดในยุโรปได้อย่างราบคาบ แสดงให้เห็นถึงกระแสนิยมอันทรงพลังที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่ง!

ตัวแทนจัดซื้อชาวยุโรปจำนวนมากเริ่มหันมาทำธุรกิจซื้อมาขายไปในลักษณะนำสินค้าส่งออกกลับมาขายในประเทศ พวกเขาไปรษณีย์เสื้อผ้าแบรนด์สืออินและแบรนด์โกลบอลส่งกลับมายังประเทศจีน มันช่วยไม่ได้จริงๆ เพราะสืออินกรุ๊ปนั้นเน้นทำตลาดต่างประเทศแต่ไม่ได้ทำตลาดในไทย (จีน) เลย พวกเขาไม่มีหน้าร้านเปิดอยู่เลยแม้แต่แห่งเดียวในประเทศ ต่อให้คุณมีเงินอยากจะซื้อสินค้าของพวกเขามาใส่ก็ไม่มีช่องทางให้ซื้อ

สิ่งที่ทำให้ผู้ประกอบการในแวดวงเดียวกันต้องตาร้อนผ่าวด้วยความอิจฉายิ่งกว่าเดิมก็คือ บริษัทที่ได้ร่วมมือกับเกาหยวนต่างมีภาพลักษณ์องค์กรที่ยกระดับขึ้นอย่างก้าวกระโดด ใครจะกล้าเอ่ยปากวิจารณ์อีกว่าสืออินกรุ๊ปทำธุรกิจขายเสื้อผ้าแฟชั่นราคาถูก? พวกเขาได้ลอกคราบและเปลี่ยนผ่านกลายเป็นบริษัทแฟชั่นไฮเทคอย่างเต็มตัวไปแล้วไม่ใช่หรือไง!

แน่นอนว่า สำหรับบอสสวี่แห่งสืออินกรุ๊ปแล้ว นี่ไม่ใช่ข่าวดีสำหรับเขาในเวลานี้เลยสักนิด

ลองกวาดสายตามองไปรอบๆ สิ: ทั้งเวยเฉียว, เสินโจว, เฉินเฟิง, ไห่หลัน, ซานซาน, รู่หยี่, ซันชายน์, จี๋ฟา, ลู่ไท่, ต้าหยาง, หลี่หนิง... บรรดายักษ์ใหญ่ระดับแนวหน้าของจีน ทั้งที่มีชื่อเสียงโด่งดังและพวกเสือซ่อนเล็บต่างตบเท้าเข้าร่วมงานกันพร้อมหน้า!

และบริษัทเหล่านี้แหละ ไม่ว่าจะเปิดเผยตัวตนหรือไม่ก็ตาม คือกลุ่มผู้ผลิตที่ป้อนผลิตภัณฑ์สิ่งทอป้อนสู่ตลาดโลกถึงร้อยละหกสิบในแต่ละปี!

ตั้งแต่ถุงน่องคู่เล็กๆ ไปจนถึงชุดสูทสั่งตัดราคาตัวละหลายหมื่นหยวน คุณอาจจะคิดว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ดังระดับโลก ทว่าเนื้อแท้และจิตวิญญาณของมันยังคงเป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศจีน ทั้งสิ้น แต่ถึงอย่างนั้น บริษัทสิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูปของพวกเรากลับต้องเผชิญกับความจริงอันน่ากระอักกระอ่วนใจข้อหนึ่ง นั่นคือพวกเขายังไม่เชี่ยวชาญในเรื่องการสร้างแบรนด์ของตัวเอง...

ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มบริษัทผู้รับจ้างผลิตเสื้อผ้ากีฬารายใหญ่ที่สุดในโลกก็คือ บริษัทเสินโจวอินเตอร์เนชันแนลของจีน ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงด้วยรหัสหุ้น 02013 ผลิตภัณฑ์แบรนด์ไนกี้ อาดิดาส และยูนิโคล่ที่คุณควักเงินซื้อมาสวมใส่ ส่วนใหญ่แล้วก็ล้วนผลิตขึ้นจากโรงงานของบริษัทแห่งนี้ทั้งสิ้น

ทว่าคนส่วนใหญ่กลับไม่เคยรู้เลยว่า นอกเหนือจากการรับจ้างผลิตให้กับยักษ์ใหญ่เสื้อผ้าระดับสากลแล้ว เสินโจวอินเตอร์เนชันแนลยังมีแบรนด์ในเครือของตัวเองที่ชื่อว่า หม่าเวย์อพาร์เรล อีกด้วย

ดังนั้น คำถามจึงเกิดขึ้นในใจ ในเมื่อพวกเขาสามารถรับจ้างผลิตสินค้าส่งให้ยักษ์ใหญ่เสื้อผ้าระดับโลกได้ มาตรฐานการบริหารจัดการและกระบวนการผลิตของเสินโจวอินเตอร์เนชันแนลย่อมต้องอยู่ในระดับยอดเยี่ยม และแบรนด์ของตัวเองก็ควรจะทำยอดขายได้ถล่มทลายใช่ไหม?

คำตอบคือไม่ใช่เลย

ไม่เพียงแต่จะไม่ใช่ แต่ยังผิดพลาดอย่างมหันต์และน่าตลกสิ้นดี!

แบรนด์หม่าเวย์อพาร์เรลเผชิญกับภาวะขาดทุนย่อยยับมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งโรงงาน เรียกได้ว่าขาดทุนจนแทบหมดเนื้อหมดตัว!

จนกระทั้งในเดือนมีนาคม ปี 2019 เสินโจวอินเตอร์เนชันแนลก็ตัดสินใจสั่งปิดตัวแบรนด์หม่าเวย์อพาร์เรลลงอย่างเงียบเชียบและปิดข่าวเป็นความลับ

ทำไมพวกเขาถึงต้องแอบปิดตัวเงียบๆ โดยไม่ปริปากบอกใครสักคำล่ะ?

ก็เพราะพวกเขารู้สึกอับอายขายขี้หน้าเกินกว่าจะป่าวประกาศให้โลกรู้ เสินโจวอินเตอร์เนชันแนลผู้เป็นบริษัทรับจ้างผลิตเสื้อผ้ากีฬารายใหญ่อันดับหนึ่งของโลก ซึ่งมีมูลค่าการตลาดสูงถึงหนึ่งแสนหกหมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกง แต่อุตส่าห์ปั้นแบรนด์ของตัวเองขึ้นมาแท้ๆ กลับขาดทุนย่อยยับจนแม้แต่บรรพบุรุษยังจำไม่ได้ มันช่างเป็นเรื่องที่น่าขายหน้าเกินกว่าจะป่าวประกาศให้คนนอกรับรู้จริงๆ

และสถานการณ์ชวนสลดใจเช่นนี้ไม่ใช่กรณีที่เกิดขึ้นเพียงลำพัง

กลุ่มบริษัทรับจ้างผลิตชุดสูทและชุดทำงานสำหรับสุภาพสตรีรายใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง ต้าหยางทรานด์ส ศักยภาพในการผลิตของพวกเขาสูงส่งจนสามารถรับงานผลิตให้แบรนด์ระดับโลกอย่างเซนญ่า, อาร์มานี่, เอ็มแอนด์เอส, เมซีส์, พีแอนด์ซี และอาโอกิ ได้สบายๆ แต่พอหันมามองแบรนด์ของตัวเองล่ะ?

มีใครเคยได้ยินชื่อแบรนด์ทรานด์สบ้างไหม? มีใครเคยรู้จักแบรนด์โยวโซกุบ้างหรือเปล่า?

เกาหยวนยืนเด่นอยู่บนเวทีพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ เขาเห็นใบหน้าของเหล่าเพื่อนร่วมชาติ และดวงตาของทุกคนต่างก็เต็มไปด้วยความหวังอันแรงกล้า

ความหวังเหล่านั้นมีจุดเริ่มต้นมาจากกลยุทธ์การเปิดฉากบุกทะลวงรับฤดูร้อนที่เริ่มต้นขึ้นในเดือนสิงหาคม!

เป็นเพราะความดึงดันยึดมั่นของเกาหยวน บริษัทแฟชั่นค้าปลีกของจีนหลายแห่งซึ่งเดิมทีตกเป็นรองในสมรภูมิการแข่งขัน จึงสามารถก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และสร้างกระแสนิยมอันทรงพลังกดดันคู่แข่งได้อย่างแท้จริง!

แม้ว่าเงินค่าโฆษณาจะสูงลิ่วจนแทบไม่ได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ แต่วิ่งที่พวกเขาได้กลับคืนมาคือความเคารพยำเกรงจากคนทั้งโลก!

อย่าลืมว่านั่นคือยุโรป ซึ่งเป็นถิ่นเวทีเหย้าของกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูประดับโลกเลยนะ! พวกเขาไปประกาศชัยชนะถึงหน้าประตูบ้านของคู่แข่งเลยทีเดียว!

นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมในวันนี้พวกเราถึงได้เห็นภาพเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่ของบริษัทคุนหลุนในการจัดงานประชุมสั่งซื้อ โดยมียักษ์ใหญ่ในประเทศแห่แหนเดินทางมาโดยมิได้นัดหมายเพื่อมารวมตัวกันในดินแดนเจียงหนานแห่งนี้ นี่คือตัวอย่างที่คลาสสิกที่สุดของเอฟเฟกต์การบอกต่อปากต่อปาก

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเหล่าผู้นำและผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงอุตสาหกรรมมากมายขนาดนี้ เกาหยวนที่ยืนอยู่บนเวทีก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหม่าอยู่เล็กน้อย

ทว่าเขาก็สามารถดึงสติและกลับมาสุขุมได้อย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มเปิดประเด็นด้วยประโยคที่ไม่มีใครคาดคิดพร้อมรอยยิ้ม "โลกที่พวกเราอาศัยอยู่นี้ ได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงโดยที่เราไม่ทันรู้ตัวแล้วครับ"

"อย่าได้ไร้เดียงสาไปหน่อยเลย เรื่องราวต่างๆ มันไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้นหรอกครับ"

"ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ไม่มีใคร หรือองค์กรใดที่จะสามารถแยกตัวอยู่อย่างโดดเดี่ยวและเพิกเฉยต่อความเปลี่ยนแปลงนี้ได้"

เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ มุมปากของเกาหยวนก็ยกโค้งขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม

"ตอนที่ผมเดินทางมาถึงศูนย์นิทรรศการนี้เป็นครั้งแรกแล้วเห็นผู้คนมากมายขนาดนี้ พูดกันตามตรงเลยนะครัย ผมตกใจมากเลยล่ะ" เกาหยวนเอ่ยเย้าแหย่อย่างเป็นกันเอง "แต่ผมก็เข้าใจเหตุผลได้อย่างรวดเร็วว่าทำไมทุกท่านถึงพากันมาที่นี่"

"คำตอบนั้นง่ายมาก ทุกคนในที่นี้ล้วนเป็นคนฉลาด และตระหนักดีว่าบริษัทของตนไม่สามารถยืนหยัดอย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางกระแสธารอันเชี่ยวกรากนี้ได้ ทุกคนจึงเต็มไปด้วยความรู้สึกวิกฤต"

"ในอดีต พวกคุณยอมทำงานเป็นผู้รับจ้างผลิตส่งของให้บริษัทในยุโรปและอเมริกา แต่บัดนี้ สงครามได้เปิดฉากขึ้นแล้ว พวกเขากำลังทุ่มเม็ดเงินมหาศาลลงไปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อฟูมฟักและสร้างบริษัทรับจ้างผลิตแห่งใหม่ขึ้นมา เพื่อที่วันหนึ่งข้างหน้า... พวกเขาจะได้เขี่ยพวกคุณทิ้งและหาคนมาแทนที่"

"นี่ไม่ใช่คำพูดขู่ให้ขวัญเสียเพื่อเรียกร้องความสนใจนะครับ เพราะบนโลกใบนี้ ไม่มีใครที่เป็นคนสำคัญจนหาคนอื่นมาทดแทนไม่ได้ ต่อให้พรุ่งนี้จะไม่มีใครอยู่ ดวงอาทิตย์ก็ยังคงส่องแสงและลอยขึ้นจากขอบฟ้าตามปกติ"

"ในวันที่ 3 สิงหาคม ปี 2020 โรงงานผลิตคอมพิวเตอร์แห่งสุดท้ายของซัมซุงในประเทศจีนได้ปิดตัวลงอย่างเป็นทางการ และก่อนหน้านั้น พวกเขาก็ได้ถอนธุรกิจเกือบทั้งหมดออกไปเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ แผงวงจรหลัก หรือโทรทัศน์"

"จากกรณีนี้จะเห็นได้ว่า แม้แต่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความซับซ้อนและต้องพึ่งพาเทคโนโลยีขั้นสูง ก็ยังสามารถย้ายฐานการผลิตทั้งหมดไปอยู่เวียดนามได้หน้าตาเฉย ดังนั้น พวกคนที่เคยบอกว่าหากกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ระดับสากลทิ้งประเทศจีนไปแล้วจะต้องพบกับความพินาศย่อยยับ คงจะมองโลกในแง่ดีและคิดอะไรตื้นๆ เกินไปหน่อยแล้วล่ะครับ"

"บนโลกใบนี้ ใครๆ ก็สามารถถูกทดแทนได้ทั้งนั้น... มันขึ้นอยู่กับเรื่องของเวลาเท่านั้นเองครับ"

จบบทที่ บทที่ 25: งานประชุมสั่งซื้อ ยักษ์ใหญ่รวมตัว!

คัดลอกลิงก์แล้ว