- หน้าแรก
- ปฏิวัติอุตสาหกรรมโลก เริ่มต้นด้วยซูเปอร์โพลีเมอร์
- บทที่ 20: น่ากลัวขวัญผวา! ผิดมนุษย์มนา! เหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
บทที่ 20: น่ากลัวขวัญผวา! ผิดมนุษย์มนา! เหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
บทที่ 20: น่ากลัวขวัญผวา! ผิดมนุษย์มนา! เหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
เปิดฉากบุกทะลวงรับฤดูร้อน?
นั่นหมายถึงสงครามราคาตัดราคากันยับเยินอย่างไม่ต้องสงสัย
เบิร์กแมนชะงักไปเล็กน้อย รู้สึกเหลือเชื่ออยู่บ้าง ตัวเขาคลุกคลีทำธุรกิจกับพ่อค้าชาวจีนเหล่านั้นมานานหลายปีจนแทบจะคุ้นหน้าค่าตากันหมดแล้ว เหตุใดคนในบริษัทถึงยังต้องตื่นตระหนกตกใจกันขนาดนี้?
จนกระทั้งเบิร์กแมนเดินกลับมาที่แผนกวิจัยและพัฒนา (R&D) เขาจึงได้รู้รายละเอียดเชิงลึกของสถานการณ์จากปากของเพื่อนร่วมงาน
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุผลกลใด อยู่ๆ บริษัทแฟชั่นค้าปลีกยักษ์ใหญ่หลายแห่งของจีนก็พร้อมใจกันดำเนินหมากที่ไม่มีใครคาดคิด พวกเขาแห่กันกว้านซื้อพื้นที่โฆษณาบนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ ช่วงเวลาไพรม์ไทม์ของสถานีโทรทัศน์ ยิงโฆษณาออนไลน์ตรงสู่ผู้บริโภค รวมถึงทุ่มเงินซื้อป้ายบิลบอร์ดราคาแพงระยับตามย่านธุรกิจที่พลุกพล่านที่สุด
ทางบริษัทรู้สึกกระสับกระส่ายอย่างหนักก็เพราะขนาดของเม็ดเงินที่ฝั่งนั้นทุ่มลงมามันมหาศาลจนผิดปกติโบราณว่าไว้ 'สิ่งใดที่ผิดแปลกไปจากธรรมชาติ ย่อมแฝงไว้ด้วยสิ่งอัปมงคลเสมอ' การที่พวกวิสาหกิจจีนยอมละเลงเงินทองมากมายขนาดนี้ ลับหลังย่อมต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่ยังไม่ยอมเปิดเผยซ่อนอยู่แน่
และจากข้อมูลข่าวกรองในปัจจุบัน ความเป็นไปได้สูงสุดพุ่งเป้าไปที่ 'เอ็กซ์วันไฟเบอร์' อันลึกลับ
ไอเทมชิ้นนี้เปรียบเสมือนยาโด๊ปขนานแรงที่ทำให้พวกคู่แข่งสัญชาติจีนความฮึกเหิมพลันลุกโชนขึ้นมาทันตาเห็น พวกเขาเปิดฉากบุกโจมตีขนานใหญ่ ตั้งเป้าจะงัดข้อชนแหลกกับกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ข้ามชาติหลายรายที่ฝังรากลึกอยู่ในยุโรป
ยิ่งไปกว่านั้น เบิร์กแมนยังสังเกตเห็นอีกว่า ไม่ใช่แค่ตัวเขาคนเดียวที่ถูกสั่งให้ไปกว้านซื้อตัวอย่างสินค้าของคู่แข่งมาตรวจสอบ เพราะเพื่อนร่วมงานเกือบทุกคนต่างก็หิ้วถุงเล็กถุงใหญ่พะรุงพะรังมาทำงานกันทั้งนั้น
อันที่จริง กลยุทธ์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในวงการ หน้าที่สำคัญอย่างหนึ่งของบริษัทแฟชั่นค้าปลีกแบบรวดเร็วก็คือการกอปปี้เลียนแบบนั่นแหละ ทันทีที่มีสินค้าใหม่ออกวางตลาด พวกเขาก็จะรีบกว้านซื้อมา แกะแพตเทิร์น ปรับเปลี่ยนรายละเอียดนิดๆ หน่อยๆ เติมองค์ประกอบและคู่สีใหม่เข้าไป จากนั้นก็แปะตราสินค้าของตัวเองวางขายหน้าตาเฉย
เวลานี้ บรรดาหัวหน้าแผนกใหญ่ๆ ทั้งหมดถูกบิ๊กบอสเรียกตัวเข้าประชุมด่วน เบิร์กแมนกับเพื่อนร่วมงานจึงได้แต่นั่งจับกลุ่มคุยสัพเพเหระกันไปเรื่อย ทว่าไม่ว่าแผนกอื่นจะมีท่าทียังไง อย่างน้อยแผนกเทคนิคของพวกเขาก็ไม่มีวันเชื่อเด็ดขาดว่าพวกคนจีนจะสามารถพลิกกระดานกลับมาเป็นผู้ชนะได้
เป็นที่รู้กันดีทั่วโลก ซัพพลายเออร์ที่มีศักยภาพในการวิจัยและพัฒนาชั้นนำในอุตสาหกรรมเคมีวัสดุศาสตร์นั้น ล้วนเป็นบริษัทฝั่งตะวันตกทั้งสิ้นโดยไม่มีข้อยกเว้น ฝั่งจีนมีข้อได้เปรียบแค่เรื่องของกำลังการผลิตและต้นทุนที่ต่ำกว่าเท่านั้น แต่ถ้าถามถึงการคิดค้นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ขุมกำลังของยุโรปและอเมริกาต่างหากคือของจริง
ผ่านไปไม่นาน เครเวนสัน หัวหน้าแผนกเทคนิคก็เดินกลับมา เขารวบรวมทีมนักวิจัยของตนเองก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจัง "บิ๊กบอสให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก จากกระแสข่าวหลายทางชี้ตรงกันว่า รอบนี้บริษัทฝั่งจีนได้ครอบครองนวัตกรรมผ้าที่ทรงพลังมาก คุณสมบัติความแห้งไวของมันสูงกว่าผลิตภัณฑ์ระดับท็อปของดาว ดูปองท์ กรุ๊ป ถึงสามเท่าตัว"
สิ้นคำพูดของเครเวนสัน ห้องปฏิบัติการก็เดือดพล่านขึ้นมาทันที
"เป็นไปไม่ได้! สูงกว่าดัชนีความแห้งไวของคูลแมกซ์ถึงสามเท่าเนี่ยนะ? เทคโนโลยีเส้นใยเคมีแบบนั้นมันจะมีอยู่จริงบนโลกนี้ได้ยังไง!"
"ถ้าพวกคนจีนมีศักยภาพที่เหนือมนุษย์ขนาดนั้นจริง ทำไมพวกเขาไม่เดินสายไปรับรางวัลโนเบลสาขาเคมีเลยล่ะ?"
"ข่าวลือชัวร์ๆ มันต้องเป็นแค่ข่าวโคมลอยแน่! ถ้าจีนจะก้าวล้ำนำหน้าในสมรภูมิเคมีวัสดุศาสตร์ได้ขนาดนั้น ฉันยอมตัดหัวตัวเองไปให้กระต่ายกินเลยเอ้า!"
นักวิจัยครึ่งหนึ่งในห้องเอ่ยปากแสดงความไม่เชื่อถืออย่างเด็ดขาดว่านี่จะเป็นเรื่องจริง ในขณะที่อีกครึ่งหนึ่งกลับเลือกที่จะปิดปากเงียบ
เรื่องนี้เข้าใจได้ไม่ยาก เพราะผลิตภัณฑ์เส้นใยเคมีกระแสหลักส่วนใหญ่ในโลกปัจจุบันล้วนมาจากฝั่งตะวันตก ศักยภาพด้านเคมีวัสดุศาสตร์ของจีนยังอ่อนแอมาก นั่นคือฉันทามติของคนในแวดวงอุตสาหกรรมนี้ บรรดานักวิจัยจึงยากจะทำใจเชื่อว่าคู่แข่งในดินแดนตะวันออกอันไกลโพ้นจะแข็งแกร่งขึ้นมาแบบก้าวกระโดดชั่วข้ามคืน
"เงียบหน่อยทุกคน เงียบ!"
เครเวนสันตบโต๊ะฉาดใหญ่ สยบเสียงเซ็งแซ่ของทุกคนให้เงียบกริบ ก่อนจะกล่าวว่า "ไม่ว่าอย่างไร นี่คือคำสั่งลงมาจากบิ๊กบอส ทุกทีมจงหยุดงานวิจัยในมือทั้งหมดลงก่อน แล้วทุ่มกำลังตรวจสอบเอ็กซ์วันไฟเบอร์อย่างละเอียด สืบมาให้ได้ว่ามันคือตัวอะไรกันแน่"
ราตรีล่วงเลยมาจนดึกสงัด ทว่าห้องปฏิบัติการทางเทคนิค ณ สำนักงานใหญ่ของเอชแอนด์เอ็มกรุ๊ป ยังคงเปิดไฟสว่างโล่ง
หากเปรียบเทียบกับความคึกคักในช่วงกลางวันแล้ว เวลานี้บรรยากาศกลับเงียบงันราวกับป่าช้า ทุกคนจงใจลดระดับเสียงพูดคุยให้เบาที่สุด สีหน้าท่าทางของแต่ละคนดูเคร่งเครียดหมองหม่น ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับโจทย์ปัญหาที่น่าปวดหัวที่สุดในชีวิต
"ข้อมูลของทีมคุณก็คลอดออกมาแล้วเหมือนกันใช่ไหม?"
"ใช่"
"ผลลัพธ์เป็นยังไงบ้าง?"
"คุณสมบัติในการต่อต้านแบคทีเรียอยู่ในระดับแถวหน้าของโลก ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าพวกเขาทำได้ยังไง แต่ในตัวเอ็กซ์วันไฟเบอร์มันมีสารประกอบต้านเชื้อแบคทีเรียชนิดประจุบวกติดอยู่ ซึ่งสารนี้สามารถทำปฏิกิริยาพอลิเมอไรเซชันแบบกราฟต์เข้ากับหมู่อะมิโน หมู่ไฮดรอกซิล และหมู่คาร์บอกซิลในโมเลกุลได้โดยตรง จนเกิดเป็นพันธะไอออนิกที่คอยดักจับและทำลายแบคทีเรีย"
"บ้าน่า! เอ็กซ์วันไฟเบอร์ยังมีคุณสมบัติยับยั้งแบคทีเรียได้อีกงั้นเหรอ?!"
"ใช่ มันมีความสามารถในการต่อต้านแบคทีเรียในระดับนำหน้าของโลกเลยล่ะ"
"พระเจ้าช่วย... มันรู้สึกเหมือนฝันร้ายเลย สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้มันน่ากลัวเกินไปแล้ว"
นักวิจัยสองสามคนนั่งกระซิบกระซาบพูดคุยกันไปพลางยกลิ้มกาแฟแก้เซ็ง
มันเป็นความจริงที่ว่าคุณสมบัติด้านความแห้งไวคือจุดขายหลักของเอ็กซ์วันไฟเบอร์ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่มีความสามารถในด้านอื่นๆ เลย
หลังจากผ่านการทดสอบอย่างเข้มข้น ห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีสิ่งทอของเอชแอนด์เอ็มกรุ๊ปก็พบว่า ผ้าที่ทอขึ้นจากเอ็กซ์วันไฟเบอร์ยังมีคุณสมบัติเด่นอีกเป็นชุด เช่น การต่อต้านแบคทีเรีย การป้องกันไฟฟ้าสถิต และการป้องกันรอยยับย่น
พูดกันตามตรง หากแยกคุณสมบัติเหล่านี้ออกมาทีละข้อ มันก็คงไม่ถึงกับสร้างความสั่นสะเทือนอะไรมากมายขนาดนี้
ทว่ากุญแจสำคัญคือ คุณสมบัติระดับเทพทั้งหมดนี้มันเสือกมาฟิวชันรวมร่างอยู่ในผ้าผืนเดียว แถมยังมีทีเด็ดด้านความแห้งไวที่เหนือกว่าแชมป์โลกเดิมถึงสามเท่า! นี่มันเป็นเรื่องที่น่ากลัวขวัญผวา ผิดมนุษย์มนา และเหนือความคาดหมายอย่างที่สุด!
ทางด้านผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค ดร. เครเวนสัน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าในวงการเคมีวัสดุศาสตร์ กำลังนั่งจมจ่อมอยู่บนเก้าอี้ทำงาน สายตาจับจ้องไปยังตั้งเอกสารรายงานผลการทดสอบตรงหน้าชิ้นแล้วชิ้นเล่าราวกับวิญญาณออกจากร่าง
เพียงแค่ผ่านไปชั่วข้ามคืน ชายชราดูเหมือนจะแก่ชราลงไปอีกหลายปี ความรู้สึกไร้กำลังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนพรั่งพรูขึ้นมาเต็มอก อารมณ์ของเขาในวินาทีนี้ไม่ใช่ความโกรธแค้น และไม่ใช่ความอิจฉาริษยา แต่เป็นความหดหู่สิ้นหวัง
ประสบการณ์และความมั่นใจตลอดชั่วชีวิตที่เขาพากเพียรสะสมมาบัดนี้ได้พังทลายลงไม่มีชิ้นดี เอ็กซ์วันไฟเบอร์ได้บดขยี้มันจนแหลกละเอียด เจ้าสิ่งมีชีวิตที่ฝืนกฎธรรมชาติชิ้นนี้ได้สร้างปาฏิหาริย์ในวงการเคมีวัสดุศาสตร์ที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ขึ้นมา โดยการนวดเอาคุณลักษณะอันยอดเยี่ยมสารพัดสิ่งมารวมกันจนเข้าใกล้คำว่าความสมบูรณ์แบบ
"นี่น่าจะเป็นผลิตภัณฑ์เส้นใยเคมีที่เข้าใกล้คำว่าสมบูรณ์แบบที่สุด นับตั้งแต่ที่มนุษยชาติค้นพบเส้นใยเคมีเป็นครั้งแรกในปีคริสต์ศักราช 1848"
เครเวนสันวางรายงานผลการทดสอบลงพลางทอดถอนใจยาว น้ำเสียงแหบพร่าและโรยแรง
เฮ้อ~
บรรดาลูกศิษย์ก้นกุฏิและคนสนิทรอบกายต่างก็พากันถอนหายใจด้วยความเสียดายและอาลัย ในเมื่อแม้กระทั่งคุณเครเวนสันยังเอ่ยปากออกมาขนาดนี้ ดูท่าคงจะหมดหนทางเยียวยาแล้วจริงๆ
เบิร์กแมนผู้เป็นคนหนุ่มดวงตาแดงก่ำ ผมเผ้าชี้ฟูราวกับสัตว์ป่าบาดเจ็บที่ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ว่าจะยังไง
"เป็นไปไม่ได้! มันไม่มีทางมีวัสดุเส้นใยเคมีที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติอยู่บนโลกนี้หรอกครับ!" เบิร์กแมนเอ่ย เส้นเลือดปูดโปนขึ้นตรงหน้าผาก "เอ็กซ์วันไฟเบอร์ต้องมีจุดบกพร่องแน่ พวกเราต้องทดลองต่อไป พวกเราต้องหาจุดบกพร่องของมันให้เจอให้ได้ แล้วส่งไอ้พวกคนจีนสารเลวพวกนั้นลงนรกขุมที่สิบแปดไปซะ!"
หลังจากได้ยินคำพ่นประชดประชันเหล่านั้น เครเวนสันค่อยๆ ปรือเปลือกตาขึ้นมองเบิร์กแมนแวบหนึ่ง ก่อนจะเบือนหน้าทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง
ท้องฟ้าด้านนอกเริ่มเปลี่ยนสีและค่อยๆ สว่างขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ดวงอาทิตย์กำลังลอยเด่นขึ้นมาอีกครั้งจากทิศตะวันออกที่น่าตายแห่งนั้น
"จุดบกพร่องงั้นเหรอ?" เครเวนสันส่ายหน้าเบาๆ "เบิร์กแมน... เธอเป็นหนึ่งในนักเรียนที่ฉลาดที่สุดของฉันนะ แต่ฉันจำเป็นต้องบอกเธอตรงๆ ว่า เธอยังขาดวิสัยทัศน์และการมองภาพรวมที่กว้างไกลพอ"
"จนถึงป่านนี้เธอยังคิดว่านี่เป็นแค่เรื่องของบริษัทเสื้อผ้าแฟชั่นของพวกเราอีกงั้นเหรอ?"
"บอกความจริงให้รู้ไว้เถอะ เอ็กซ์วันไฟเบอร์ที่มีประสิทธิภาพฝืนธรรมชาติขนาดนี้ มันได้สั่นคลอนไปถึงรากฐานของโลกตะวันตกในสมรภูมิเส้นใยเคมีเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ มันไม่ใช่เรื่องที่พวกเราจะเข้าไปควบคุมได้อีกต่อไป"
"คิดด์?"
"ผมอยู่นี่ครับอาจารย์"
"จดบันทึกไว้ หลังจากนี้ให้ส่งรายงานผลการทดสอบเหล่านี้ ในนามของบริษัทและห้องปฏิบัติการของพวกเรา ไปยังดาว ดูปองท์ กรุ๊ป ที่อเมริกาเหนือ"
สวบๆๆ~
คิดด์รีบตวัดปากกาเขียนคำว่า 'ดาว ดูปองท์ กรุ๊ป อเมริกาเหนือ' ลงในสมุดบันทึกอย่างรวดเร็ว เตรียมพร้อมที่จะประสานงานต่อไป
ในเวลาเดียวกัน บรรดาคนหนุ่มสาวที่นั่งอยู่ในห้องทำงานต่างก็พากันตกตะลึง พวกเขาค่อยๆ เข้าใจความหมายเบื้องหลังคำพูดของคุณเครเวนสันแล้ว
ฝั่งจีน... มีสุดยอดปรมาจารย์ซ่อนตัวอยู่จริงๆ!
ดังนั้น นี่จึงไม่ใช่เรื่องที่พวกระดับพวกเขาจะไปต่อกรได้อีกต่อไป พวกเขาจำเป็นต้องอันเชิญเหล่ามหาอำนาจผู้ไร้เทียมทานแห่งโลกตะวันตกออกมา ซึ่งก็คือดาว ดูปองท์ กรุ๊ป ยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่งของโลกในด้านเคมีและวัสดุศาสตร์
"เยอรมนี... บีเอสเอเอฟกรุ๊ป"
คุณเครเวนสันเอ่ยชื่อบริษัทอภิมหาอำนาจอีกแห่งในแวดวงเคมีภัณฑ์ออกมา คิดด์รีบตวัดปากกาจดตามอย่างไว ในขณะที่คนอื่นๆ เริ่มมีอาการตื่นเต้นทวีคูณ
ดาว ดูปองท์ บวกกับ บีเอสเอเอฟ งั้นเหรอ? นั่นมันคือสองราชาผู้ปกครองอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ระดับโลกเลยนะ!
"สวิตเซอร์แลนด์... อิเนออสกรุ๊ป"
"อเมริกาเหนือ... เอ็กซอนโมบิลกรุ๊ป"
"เนเธอร์แลนด์... ไลออนเดลบาเซลกรุ๊ป"
"ญี่ปุ่น... มิตซูบิชิ เคมิคอล กรุ๊ป"
"เกาหลีใต้... แอลจี เคมิคอล กรุ๊ป"
"ฝรั่งเศส... อาเคม่ากรุ๊ป"
"เบลเยียม... โซลเวย์กรุ๊ป..."
ยิ่งรายชื่อของยักษ์ใหญ่อภิมหาอำนาจในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ผู้หยิ่งผยองถูกเอ่ยออกจากปากของคุณเครเวนสันทีละชื่อๆ บรรยากาศภายในห้องทำงานก็ค่อยๆ ดิ่งกลับคืนสู่ความเงียบงันอีกครั้ง
เนิ่นนานผ่านไป ในที่สุดคุณเครเวนสันก็หยุดพูด ส่วนสมุดบันทึกในมือของคิดด์เวลานี้ถูกเขียนขีดจนหนาแน่นไปด้วยตัวอักษร
สายตาของเขาคลาดผ่านใบหน้าของเหล่าลูกศิษย์และผู้ใต้บังคับบัญชา เครเวนสันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาปานน้ำแข็งว่า "คอยดูไปเถอะ ไอ้พวกคนจีนโง่เง่าพวกนั้น ยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ารอบนี้ตัวเองได้แหย่รังแตนและก่อเรื่องลุกลามใหญ่โตขนาดไหนไว้"