เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40 - ปากแข็ง

บทที่ 40 - ปากแข็ง

บทที่ 40 - ปากแข็ง


บทที่ 40 - ปากแข็ง

เช้าตรู่ เวินหว่านเดินออกจากห้องมาด้วยขอบตาดำคล้ำเป็นหมีแพนด้า

เสิ่นโจวที่กำลังรดน้ำต้นไม้ในลานบ้าน เห็นสภาพของนางก็ถึงกับชะงัก

"พี่เสี่ยวหว่าน เมื่อคืนนอนไม่หลับเหรอฮะ"

เวินหว่านอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา ความรู้สึกมากมายประดังประเดเข้ามาจนไม่รู้จะเริ่มอธิบายยังไงดี

"อย่าพูดถึงเลย"

คงเป็นเพราะอ้อมกอดอันกะทันหันของเวินเอินที่ทำให้นางตกใจสุดขีด

นางฝันร้ายตลอดทั้งคืน ในฝันมีแต่ภาพเวินเอินวิ่งไล่ตามขอสวมกอดนางสลับกับภาพที่นางถูกจับมัดขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวอย่างงงๆ

"จริงสิ แล้วเวินเอินล่ะ เขายังไม่ตื่นอีกเหรอ"

เสิ่นโจวทำหน้างง "เขาไม่ได้อยู่ในห้องนะฮะ เมื่อกี้ข้าไปเรียกเขาแล้ว แต่ในห้องไม่มีใครเลย"

เวินหว่านชะงักฝีเท้า "ไม่อยู่ในห้องเหรอ แล้วเขาจะไปไหนได้ล่ะ"

"งั้นเดี๋ยวข้าลองไปหาดูไหมฮะ" เสิ่นโจวเสนอ

เวินหว่านลังเลอยู่ครู่หนึ่ง "เราแยกย้ายกันหาดีกว่า จะได้เจอเร็วๆ เดี๋ยวก็ถึงเวลาอาหารเช้าแล้ว"

บริเวณเรือนเล็กมีพื้นที่ไม่มากนัก เสิ่นโจวไปทางตะวันออก เวินหว่านไปทางตะวันตก เพียงไม่นานก็หาจนทั่วทุกซอกทุกมุม แต่กลับไร้เงาของเวินเอิน

"เขาคงไม่ได้แอบหนีไปโดยไม่ลาหรอกนะ"

เวินหว่านส่ายหน้า "เป็นไปไม่ได้ เมื่อคืนยังกลัวข้าจะทิ้งเขาอยู่เลย วันนี้จะหนีไปเองได้ยังไง"

เสิ่นโจวคาดเดา "หรือว่าเขาจะกลับไปที่ร้านแกะย่าง เถ้าแก่คนนั้นเกือบจะตีเขาตายอยู่แล้ว เขาคงไม่โง่กลับไปหรอกมั้ง"

เวินหว่านถาม "เจ้าแน่ใจนะว่าหาครบทุกที่แล้วจริงๆ"

เสิ่นโจวครุ่นคิด "อ้อ ยังเหลืออีกที่หนึ่งฮะ แต่ที่นั่นไม่น่าจะมีใครไปนะฮะ"

"ที่ไหน"

เสิ่นโจวตอบ "คอกม้าเก่าฮะ เมื่อก่อนพี่อาไฉเคยเลี้ยงม้าไว้ที่นั่น แต่พอม้าพวกนั้นป่วยตาย คอกม้าก็ถูกทิ้งร้าง มันอยู่ค่อนข้างลึก ปกติก็ไม่มีใครไปแถวนั้นหรอกฮะ"

"ไปดูกันเถอะ"

เวินหว่านให้เสิ่นโจวนำทาง ทั้งสองคนมุ่งหน้าไปยังคอกม้าเก่า

เดินไปได้ไม่ไกล ก็ได้ยินเสียงโครมดังสนั่น คล้ายกับมีสิ่งปลูกสร้างพังทลายลงมา

สีหน้าของนางเคร่งเครียดขึ้นทันที รีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น

พอเลี้ยวพ้นมุมตึก นางก็เห็นเสิ่นอวี้ที่นั่งอยู่บนรถเข็นกำลังทำหน้าถมึงทึง

เวินเอินคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเสิ่นอวี้ มือของเสิ่นอวี้กำลังบีบคอเวินเอินอยู่ อาจเป็นเพราะหายใจไม่ออก ใบหน้าของเขาจึงแดงก่ำ เส้นเลือดดำปูดโปนขึ้นที่ลำคอ

ด้านข้างมีจินมู่ถือกระบี่ยาวจ่อไปทางเวินเอิน ท่าทางเหมือนพร้อมจะฟันทันทีหากเวินเอินขยับตัว

"หยุดเดี๋ยวนี้นะ!"

เวินหว่านพุ่งตัวเข้าไปขวาง ดึงแขนของเสิ่นอวี้ให้ถอยออกไป "เซี่ยวเว่ยโจว! ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้นะ!"

แววตาของเสิ่นอวี้มืดครึ้ม เขาปรายตามองนางแวบหนึ่ง ดูเหมือนจะลังเลอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะค่อยๆ คลายมือออก

เมื่อเป็นอิสระ เวินเอินก็สูดอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ ตามมาด้วยอาการไอสำลักอย่างรุนแรง

เวินหว่านเห็นท่าทางทรมานของเขา สีหน้าก็มืดครึ้มลง หันไปตวาดใส่เสิ่นอวี้ด้วยความโกรธจัด

"เซี่ยวเว่ยโจว เจ้าต้องการอะไรกันแน่!"

ตั้งแต่รู้จักกันมา เวินหว่านในสายตาของเสิ่นอวี้เป็นคนฉลาดและร่าเริงอยู่เสมอ ถึงแม้จะโกรธ นางก็ทำแค่ทำแก้มป่องเหมือนกระรอกน้อยน่ารักเท่านั้น

เขาไม่เคยเห็นนางโกรธเกรี้ยวขนาดนี้มาก่อน

เสิ่นอวี้ถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ

"เจ้าคิดว่าข้าจะทำอะไรเขาล่ะ" เสิ่นอวี้จ้องมองนางด้วยสายตาเย็นชา

เวินหว่านรู้สึกหวั่นเกรงกับสายตาของเขาอยู่บ้าง แต่นางก็ยังดื้อรั้นพูดต่อไป

"ข้าไม่รู้หรอกว่าเจ้าอยากจะทำอะไร แต่ข้าเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น! ถ้าข้ามาช้ากว่านี้อีกนิด เขาคงตายด้วยน้ำมือเจ้าไปแล้วใช่ไหมล่ะ"

"เขาไปทำผิดกฎหมายร้ายแรงอะไรมา เซี่ยวเว่ยโจวอย่างเจ้าถึงต้องการจะเอาชีวิตเขานักหนา"

"หรือว่าชีวิตของทาสคนหนึ่งมันไม่มีค่าอะไรเลยในสายตาเซี่ยวเว่ยโจวอย่างเจ้า เจ้าถึงคิดอยากจะฆ่าก็ฆ่าได้ตามอำเภอใจ"

คงเป็นเพราะเหตุการณ์สะเทือนขวัญเมื่อครู่นี้กระตุ้นความรู้สึกของนางมากเกินไป นางจึงไม่ได้คิดไตร่ตรองให้ดีก่อน ระเบิดอารมณ์โกรธออกมาจนหมดสิ้น

คำถามที่สาดซัดใส่เป็นชุด ทำให้ประกายแสงในดวงตาของเสิ่นอวี้ค่อยๆ มอดดับลง

และทำให้ความตั้งใจที่จะอธิบายในตอนแรกพลอยสูญสิ้นไปด้วย

"หึ" เสิ่นอวี้ปรายตามองนาง "ในสายตาเจ้า ข้าเป็นพวกเห็นชีวิตคนเป็นผักปลาขนาดนั้นเลยเหรอ"

เวินหว่านเม้มริมฝีปากแน่น ไม่ยอมตอบอะไร

เสิ่นอวี้ทำหน้าบึ้งตึง เอ่ยเรียก "จินมู่ ไปกันเถอะ"

จินมู่มองเจ้านายสลับกับเวินหว่าน "เซี่ยวเว่ย..."

"ข้าบอกให้ไป ไม่ได้ยินหรือไง"

สายตาคมกริบของเสิ่นอวี้ตวัดมอง ทำเอาจินมู่สะดุ้งเฮือกด้วยความหวาดกลัว

ท่านแม่ทัพใหญ่โกรธจัดเข้าให้แล้วจริงๆ

จินมู่ไม่กล้าพูดอะไรให้มากความ รีบรับคำสั่งเสียงขรึม "ขอรับ!"

จินมู่เข็นรถเข็นของเสิ่นอวี้ออกไป

เวินหว่านมองตามแผ่นหลังของพวกเขาทีค่อยๆ หายลับไป นางเหม่อมองอยู่นานจนกระทั่งเวินเอินกระตุกแขนเสื้อ นางจึงดึงสติกลับมาได้

"ไม่เป็นไรใช่ไหม" เวินหว่านถามเสียงเบา

เวินเอินส่ายหน้า ขยับเข้าไปเบียดตัวนางด้วยความหวาดกลัว

เวินหว่านมีเรื่องให้ครุ่นคิดมากมาย จึงไม่ได้ใส่ใจท่าทีของเขา นางถามต่อ "เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่ อย่ามาตอบทีละคำนะ ข้ารู้ว่าเจ้าพูดได้เป็นปกติ"

สีหน้าของนางดูจริงจัง ต่างจากปกติที่มักจะยิ้มแย้มร่าเริง

เวินเอินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเล่าว่า "พวกเขาจับตัวข้ามาที่นี่ เค้นถามว่าข้าเป็นใครมาจากไหน ชื่ออะไร แล้วมีจุดประสงค์อะไรถึงได้มาตีสนิทกับท่าน"

เมื่อได้ยินดังนั้น คิ้วของเวินหว่านก็ขมวดเข้าหากันแน่น

เวินเอินพูดต่อ "พี่สาว ข้าไม่ได้ตั้งใจจะมาตีสนิทกับท่านเลยนะ"

"ข้ารู้"

เวินหว่านถอนหายใจอย่างอ่อนแรง ตอนที่อยู่ร้านแกะย่าง แววตาสิ้นหวังของเขาไม่ใช่เรื่องหลอกลวงแน่นอน

คนที่ไม่มีแม้แต่ความตั้งใจจะมีชีวิตอยู่ จะเอาเวลาที่ไหนไปคิดแผนตีสนิทคนอื่นล่ะ

นางตบไหล่เวินเอินเบาๆ เพื่อปลอบประโลม "เอาล่ะ เรากลับกันเถอะ"

"อืม" เวินเอินรับคำ พยุงแขนของนางให้ลุกขึ้นยืน พลางแอบชำเลืองมองนางอย่างระมัดระวังเป็นระยะ

ยิ่งเขาทำตัวหวาดระแวงมากเท่าไหร่ เวินหว่านก็ยิ่งรู้สึกสงสารมากขึ้นเท่านั้น

"เวินเอิน เจ้าไม่ต้องกลัวนะ เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ไม่ใช่ความผิดของเจ้าหรอก เขาแค่ระแวงมากไปหน่อยเท่านั้นเอง"

เวินหว่านพยุงเขาเดินกลับไปได้ไม่กี่ก้าว ก็หยุดชะงัก

เวินเอินมองนางด้วยความสงสัย ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงหยุดเดิน

เวินหว่านเอ่ยเสียงเบา "เวินเอิน ความจริงแล้ว เซี่ยวเว่ยโจวไม่ได้เป็นคนเลวร้ายอะไรหรอก เขาอาจจะแค่อยากข่มขู่เจ้าเท่านั้น คงไม่ได้ตั้งใจจะเอาชีวิตเจ้าจริงๆ หรอก"

หลังจากสงบสติอารมณ์ลงได้ นางก็เริ่มคิดทบทวนและเข้าใจการกระทำของเสิ่นอวี้

เมื่อครู่นี้นางกำลังโกรธจัด ส่วนเขาก็เอาแต่ปากแข็ง ไม่ยอมแม้แต่จะอธิบาย นางจึงวู่วามจนขาดสติไป

พอลองคิดดูดีๆ ถ้าเขาต้องการจะฆ่าเวินเอินจริงๆ ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องให้คนพิการครึ่งท่อนอย่างเขาลงมือเองเลย แค่สั่งให้จินมู่ใช้กระบี่ฟันฉับเดียวก็จบเรื่องแล้ว

เวินเอินไม่คาดคิดเลยว่า หลังจากเกิดเรื่องร้ายแรงขนาดนั้น นางยังจะเข้าข้างผู้ชายคนนั้นอีก

แววตาของเขาหม่นลง ตอบรับเสียงเบา "อ้อ"

เวินหว่านลูบหัวเขาอีกครั้ง พร้อมส่งยิ้มให้ "เวินเอินของพวกเราเป็นเด็กดีที่สุดเลย เดี๋ยวข้าจะพาไปซื้อขนมอร่อยๆ กินดีไหม"

เวินเอินพยักหน้า "ตกลง"

เวินหว่านเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้ "จริงสิ เมื่อกี้ทำไมคอกม้าถึงพังลงมาล่ะ"

"ข้าผลักเองแหละ" เวินเอินตอบอย่างไม่ใส่ใจ

"อ้อ หืม" เวินหว่านทำหน้าสงสัยสุดขีด "เจ้าผลักเนี่ยนะ แขนขาผอมแห้งเป็นไม้เสียบผีแบบนี้ จะไปมีแรงผลักบ้านพังได้ยังไง หรือว่า เจ้ามีวรยุทธ์"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 40 - ปากแข็ง

คัดลอกลิงก์แล้ว