เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 - กระจกวิเศษจงบอกข้าเถิด

บทที่ 30 - กระจกวิเศษจงบอกข้าเถิด

บทที่ 30 - กระจกวิเศษจงบอกข้าเถิด


บทที่ 30 - กระจกวิเศษจงบอกข้าเถิด

ฮันส์เฒ่าพาพวกลูกเรือทั่วไปและคนที่ไม่ได้มีหน้าที่ต่อสู้ส่วนใหญ่ไปทำงานที่อู่ต่อเรือ

ส่วนซัลมานก็นำกองกำลังหลักกว่าสามสิบคนไปเปิดห้องพักที่โรงเตี๊ยมชื่อโรสแมรี่ซึ่งอยู่ไม่ไกล

ตอนที่ไบรอนไปหาเขาที่ลานกว้างส่วนตัว เขากำลังด่าทอไล่ตะเพิดหญิงบริการที่แต่งหน้าทาปากจัดจ้านคนหนึ่งออกไปอย่างเกรี้ยวกราด

"ถุย ดันมาเมินเสน่ห์ของฉันซะได้ สงสัยน้ำยาคงจะหมดแล้วล่ะมั้ง"

ตอนที่เดินสวนกัน ไบรอนแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินเสียงบ่นกระปอดกระแปดของหญิงสาว เขาเดินตรงดิ่งเข้าไปหาอีกฝ่ายโดยไม่แม้แต่จะปรายตามอง

หลังจากทำความเคารพ เขาก็อธิบายแผนการดัดแปลงเรือที่ได้รับการยืนยันจากฮันส์เฒ่าให้ซัลมานฟัง

"ฮ่าฮ่า คุณไบรอน ฉันมองคนไม่ผิดจริงๆ"

"ถึงฉันจะไม่ค่อยมีความรู้เรื่องการต่อเรือ แต่ฉันก็มองเห็นศักยภาพของการจัดวางใบเรือแบบใหม่นี้ ปล่อยให้ฮันส์เฒ่ากับลูกน้องจัดการไปเลยเต็มที่"

"นายอย่าไปใส่ใจคำนินทาว่าร้ายบนเรือเลย ตำแหน่งต้นเรือกระจอกๆ มันจะไปมีความหมายอะไร"

"รอให้เรือฉลามกินคนรับสมัครลูกเรือเพิ่ม จนปล้นเรือลำที่สองมาได้ และกลายเป็นกลุ่มโจรสลัดอย่างเต็มตัวเมื่อไหร่"

"นาย... ไบรอน ทิวดอร์ จะต้องได้เป็นกัปตันคนแรกภายใต้บังคับบัญชาของฉันอย่างแน่นอน"

เป็นไปตามคาด ทันทีที่ซัลมานเห็นแผนการดัดแปลงเรือโจรสลัดฉบับนี้ เขาก็รับมันไว้ด้วยความหน้าชื่นตาบาน

แต่กลับไม่ยอมตบรางวัลอะไรให้เขาเลย นอกจากคำพูดให้กำลังใจลมๆ แล้งๆ

"ท่านกัปตันชมเกินไปแล้ว นี่เป็นหน้าที่ของผมต่างหากล่ะครับ"

"ทุกคนทำเพื่อผม ผมก็ต้องทำเพื่อทุกคน เกียรติยศทั้งหมดล้วนเป็นของส่วนรวม"

"เมื่อเทียบกับภาพรวมของกลุ่มโจรสลัดแล้ว ผลประโยชน์ส่วนตัวของผมมันจะไปสลักสำคัญอะไรกัน"

"ผมตั้งใจว่าคืนนี้หลังจากทำหอยเชลล์อบวุ้นเส้น กุ้งอบน้ำมัน เครื่องในแกะต้มซุป เสิร์ฟพร้อมเบียร์ดำให้ท่านเสร็จแล้ว ผมก็จะย้ายไปอยู่ที่อู่ต่อเรือเลย"

"ผมจะไปคอยคุมงานพวกนั้นให้แน่ใจว่าจะไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ เกิดขึ้นแม้แต่นิดเดียว"

ไบรอนผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลยอมกลืนกินคำสัญญาเลื่อนลอยของซัลมานอย่างไม่ลังเล แถมยังเสนอตัวรับภาระเพิ่มอีกต่างหาก

"อ้อ จริงสิ ว่างๆ ผมว่าจะลองไปศึกษาตำราอาหารบลัดดี้แมรี่ดูสักหน่อย"

"เมนูในนั้นมันเปิดหูเปิดตาผมมากจริงๆ ไม่น่าเชื่อว่ามันจะมีเยอะกว่าสูตรอาหารที่ผมมีซะอีก ขอตัวก่อนนะครับ"

เขาโค้งคำนับอย่างนอบน้อมเช่นเคย ก่อนจะหันหลังผลักประตูเดินจากไป

เมื่อมองตามแผ่นหลังของไบรอนที่ค่อยๆ ลับสายตาไป ซัลมานที่แม้จะยังไม่ถึงเวลาค่ำคืนแต่ก็เริ่มปวดแปลบไปทั้งตัว อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ

"เพื่อส่วนรวมงั้นเหรอ ช่างเป็นลูกเรือตัวอย่างที่ทำเพื่อส่วนรวมจริงๆ ดีกว่าไอ้พวกลูกเรือคนอื่นๆ บนเรือรวมกันซะอีก"

"ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองขาดแกไม่ได้"

"ฉันล่ะอยากจะหาพ่อครัวฝีมือดีๆ มาแทนแก เพื่อให้ถูกตำราอาหารกลืนกินซะจริงๆ แต่คำสาปของฉันมันรอไม่ไหวแล้วน่ะสิ"

ถ้าไม่มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าอีกฝ่ายไม่ได้เป็นผู้มีพลังเหนือธรรมชาติจากสายใดสายหนึ่งล่ะก็

เขาคงจะคิดว่าพ่อบ้านขุนนางคนนี้ แท้จริงแล้วเป็นอัศวินผู้จงรักภักดีที่ยึดมั่นในคุณธรรมทั้งแปดประการ และคติพจน์ของอัศวินอย่างเคร่งครัดไปแล้ว

ตอนนี้ความรู้สึกของเขาค่อนข้างสับสนปนเป ทั้งอยากจะได้โลหิตแห่งการแปรสภาพมาเร็วๆ และอยากให้ไบรอนทนต่อไปได้อีกสักหน่อย

ยิ่งถูกตำราอาหารบลัดดี้แมรี่กลืนกินช้าเท่าไหร่ คุณภาพของโลหิตแห่งการแปรสภาพก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น และโอกาสที่จะช่วยให้เขาหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานก็จะยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย

"คุณไบรอน นายเป็นคนที่เห็นแก่ส่วนรวมขนาดนี้ คงจะไม่โกรธฉันหรอกนะ"

น่าเสียดายที่กัปตันโจรสลัดผู้เก่งแต่เลียนแบบท่าทางของชนชั้นสูง แต่กลับไม่เคยซึมซับแก่นแท้ของเล่ห์เหลี่ยมทางการเมืองของพวกขุนนางเลยสักนิด จะไม่รู้ตัวเลยว่า...

ในโลกที่ถูกปกครองด้วยชนชั้นขุนนาง และมีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่อยู่รอด พวกที่เอาแต่พร่ำบอกให้เห็นแก่ส่วนรวมน่ะ มีแต่พวกที่กอบโกยผลประโยชน์ไปจนอิ่มหนำสำราญแล้วเท่านั้นแหละ

ถ้าหากคนๆ นั้นดูภายนอกแล้วไม่เหมือนพวกที่ได้รับผลประโยชน์เลยล่ะก็

นั่นแสดงว่าเขาเองนั่นแหละคือผู้กุมชะตาของส่วนรวม

เวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงค่ำคืนอย่างรวดเร็ว

ที่อีกมุมหนึ่งของท่าเรือโจรสลัด กลุ่มคนในชุดคลุมเดินออกจากโรงเตี๊ยมที่พัก แล้วปะปนเข้าไปในฝูงชนที่กำลังเมามายอยู่บนท้องถนน

ดูเหมือนพวกโจรสลัดทั่วไปที่กำลังเตร็ดเตร่ตามสถานเริงรมย์ ไม่ได้เป็นที่สะดุดตาเลยแม้แต่น้อย

พวกเขาหยุดยืนอยู่ที่ริมทะเลซึ่งอยู่ห่างจากโรงเตี๊ยมโรสแมรี่เพียงหนึ่งช่วงถนน ก่อนจะรีบเดินเข้าไปในกังหันลมเก่าซอมซ่อหลังหนึ่ง

ใบพัดขนาดยักษ์หมุนส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดไม่หยุด เสียงดังกลบเสียงพูดคุยของกลุ่มคนเหล่านั้นจนมิด

เห็นได้ชัดว่าพวกเขาทำงานกันอย่างระมัดระวังมาก

เมื่อขึ้นมาถึงชั้นสองที่สร้างขึ้นอย่างลวกๆ ด้วยแผ่นไม้ กัปตันเรือผลึกขาวอย่างกระจกวิเศษเวสต์ ก็รีบสั่งให้ลูกเรือทำความสะอาดที่นี่ให้สะอาดหมดจดในทันที

ส่วนตัวเองก็เดินไปที่ริมหน้าต่าง มองลงไปยังอาคารอีกหลังที่อยู่ไม่ไกลนัก

"นิ้วลิง ที่นั่นใช่ไหม"

ชายหนุ่มร่างเตี้ยที่ใบหน้าอัปลักษณ์มีรอยแผลเป็นจากคมดาบเพิ่มขึ้นมา ทำให้ดูน่าเกลียดน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม รีบพยักหน้ารับทันที

"ไม่ผิดแน่ครับ สายของเราตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า พวกมันอยู่ที่โรงเตี๊ยมโรสแมรี่ถัดไปแค่บล็อกเดียวเองครับ"

"ระยะทางเส้นตรงไม่เกินร้อยเมตรแน่ๆ อยู่ตรงนี้เวทมนตร์ของท่านจะแสดงพลังออกมาได้เต็มที่เลยครับ"

ระหว่างที่พูดคุยกัน ลูกเรือโจรสลัดที่ตามมาด้วยก็จัดการทำความสะอาดชั้นสองจนสะอาดเอี่ยมอ่อง

พวกเขาถึงขั้นใช้น้ำยาทำความสะอาดสูตรพิเศษ ขัดถูแผ่นไม้ผุพังจนเงาวับ ทำให้เวสต์ที่เป็นโรคเจ้าระเบียบขั้นรุนแรงไม่สามารถหาข้อติได้เลยแม้แต่นิดเดียว

"เอาล่ะ พวกเจ้าไม่ต้องอยู่ที่นี่แล้ว ออกไปเฝ้าเวรยามข้างนอกให้หมด อย่าให้ใครเข้ามารบกวนตอนที่ข้ากำลังทำพิธีเด็ดขาด"

กระจกวิเศษเวสต์โบกมือไล่นิ้วลิงและลูกเรือคนอื่นๆ ให้ลงไปข้างล่าง

จากนั้นเขาก็ถือถุงผ้าใบเดินไปจัดเตรียมพิธีกรรมบนพื้น

แก่นแท้ของความรู้ต้องห้ามส่วนใหญ่ ล้วนเป็นเวทมนตร์เชิงพิธีกรรมทั้งสิ้น

อาศัยรูปแบบพิธีกรรมเฉพาะ เพื่อเชื่อมต่อพลังวิญญาณของตนเข้ากับกฎเกณฑ์บางอย่างของโลก ดวงวิญญาณ หรือตัวตนระดับสูงที่ไม่มีใครรู้จัก

โดยการละทิ้งตัวตนไปชั่วขณะ เพื่อให้จิตวิญญาณหลอมรวมกับตัวตนระดับสูง แล้วดึงเอาพลังอันแข็งแกร่งที่เหนือขีดจำกัด หรือแม้แต่พลังที่ตัวเองไม่มีออกมาใช้

เวสต์เริ่มต้นด้วยการนำเกลือทะเลผสมผงผลึกขาว มาวาดเป็นรูปดาวห้าแฉกบนพื้น

แล้วนำเทียนพิธีกรรมสีแดง น้ำเงิน เหลือง เขียว และดำ ไปวางไว้ตามมุมทั้งห้า ซึ่งเป็นตัวแทนของธาตุไฟ น้ำ ลม ดิน และธาตุที่ห้าคือจิตวิญญาณ

จากนั้นจึงหยิบขวดน้ำมันหอมระเหยสกัดจากพืชที่มีความหมายแฝงแตกต่างกันห้าขวดมาวางไว้ตรงหน้า

หญ้าตีนกวาง เป็นตัวแทนของ การปกป้อง การรักษา และการทำลายเวทมนตร์

วอร์มวูด เป็นตัวแทนของ พลังแห่งจิตใจ การปกป้อง และการอัญเชิญดวงวิญญาณ

กะหล่ำปลีเหม็น เป็นตัวแทนของ ข้อพิพาททางกฎหมาย

โกฐจุฬาลัมพา เป็นตัวแทนของ พลังแห่งจิตใจ ลางบอกเหตุ และการฉายภาพดวงดาว

หญ้าขน เป็นตัวแทนของ ความรัก และการล่าสัตว์

ขั้นตอนสุดท้ายคือนำกระจกเงินขนาดเท่าครึ่งตัวคนไปวางไว้ตรงกลางดาวห้าแฉก ส่วนตัวเองก็คุกเข่าลงตรงหน้ากระจก แล้วค่อยๆ ดำดิ่งเข้าสู่ภวังค์สมาธิ

เมื่อเสียงอึกทึกครึกโครมจากเมืองโจรสลัดด้านนอกค่อยๆ เงียบลง เวลาล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่ในเวลาตีหนึ่ง

กระจกวิเศษเวสต์ก็ลืมตาขึ้นมาทันที ประกายแสงแห่งจิตวิญญาณสีเงินจากดวงตาของเขาสาดส่องไปทั่วบริเวณชั้นสองของกังหันลม

"ได้เวลาแล้ว"

เขาหยิบกล่องจุดไฟสีเงินออกมาจุดเทียนพิธีกรรมตามมุมทั้งห้า

แล้วหยดน้ำมันหอมระเหยจากสมุนไพรทั้งห้าชนิดลงบนเปลวเทียนแต่ละเล่ม

ฟู่!

สายลมแห่งจิตวิญญาณพัดผ่านกังหันลม ก่อตัวเป็นม่านพลังที่มองไม่เห็น คอยปิดกั้นการสอดแนมจากพลังลึกลับ

กะหล่ำปลีเหม็นซึ่งเป็นตัวแทนของข้อพิพาททางกฎหมายเริ่มออกฤทธิ์ ทำให้กฎหมายของอ่าวสมอเหล็กสูญเสียอำนาจการควบคุมขั้นพื้นฐานในบริเวณนี้ไป

จากนั้นเขาก็หยิบผ้าขาวที่เปื้อนเลือดออกมาจากถุงผ้าใบ ซึ่งก็คือของเชลยที่นิ้วลิงนำมา

แอลกอฮอล์ระเหยได้เร็วกว่าน้ำมาก

กว่าที่นักฆ่าอย่างนิ้วลิงจะวิ่งหน้าตั้งกลับมาหากัปตันของตัวเอง อุณหภูมิร่างกายก็ทำให้แอลกอฮอล์ระเหยไปจนเกือบหมดแล้ว

เหลือเพียงโลหิตแห่งการแปรสภาพและเลือดของซัลมานที่ละลายอยู่ในเหล้า พร้อมกับกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ เท่านั้น

แม้แต่เวสต์ที่เป็นโรคเจ้าระเบียบขั้นรุนแรงก็ยังไม่สังเกตเห็นความผิดปกติ

ก็การที่โจรสลัดจะมีกลิ่นเหล้ารัมติดตัว มันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือไง

เขาใช้ผ้าขาวชุบน้ำสกัดดอกกุหลาบ นำไปวาดเป็นรูปวงกลมที่ส่งกลิ่นหอมอบอวลปนกลิ่นคาวเลือดบนผิวกระจกสีเงิน

บรรยากาศบนชั้นสองเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที

แม้จะมีแสงเทียนส่องสว่าง แต่ผิวกระจกสีเงินกลับหม่นหมองลงอย่างรวดเร็วจนมืดสนิท ราวกับว่ามีเงาดำทะมึนกำลังดิ้นพล่านอยู่ในโลกอีกใบหลังกระจกบานนั้น

ภาพกังหันลมโดยรอบบิดเบี้ยวและยุบตัวลงไปตามแสงเทียนที่สาดส่องไปยังกระจก ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างกำลังถูกดูดกลืนเข้าไปในนั้น

เวสต์ยังคงตีหน้าขรึม พลางร่ายคาถาด้วยภาษาอักษรรูนว่า

"กระจกวิเศษจงบอกข้าเถิด ศัตรูของข้าอยู่ที่ใด"

เขาท่องประโยคนี้ซ้ำกันสามรอบ

ทันใดนั้น ดวงตาสีเงินสว่างจ้าคู่หนึ่งก็เบิกโพลงขึ้นท่ามกลางความมืดมิดอันเหนียวหนืดไร้ก้นบึ้งภายในกระจก

นั่นคือวิญญาณปีศาจในกระจก!

เช่นเดียวกับโลหิตแห่งการแปรสภาพที่เป็นแก่นแท้ของสูตรโลหิตสกัดสารพัดชนิด

พลังของวิชาทำนายด้วยกระจกวิเศษทั้งหมด ล้วนมีวิญญาณปีศาจในกระจกตนนี้เป็นรากฐาน

ในเสี้ยววินาทีที่สบตากับวิญญาณปีศาจในกระจก เวสต์ก็หลับตาลง แล้วร่างของเขาก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น

ผลลัพธ์ของน้ำมันหอมระเหยจากสมุนไพรอีกสี่ชนิด เริ่มสำแดงฤทธิ์ตามลำดับ ได้แก่ การอัญเชิญดวงวิญญาณ การฉายภาพดวงดาว การล่าสัตว์ และการทำลายเวทมนตร์

ท่ามกลางกลิ่นหอมอบอวล วิญญาณปีศาจในกระจกตนนั้นก็เริ่มมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ขึ้นมา

มันสั่นไหวราวกับภาพกระตุก ก่อนจะพุ่งพรวดเข้าไปในส่วนลึกของโลกในกระจก

แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันใช้โลกในกระจกเป็นทางผ่าน เพื่อไปโผล่ที่กระจกอีกบานซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงหนึ่งช่วงถนนต่างหาก!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 30 - กระจกวิเศษจงบอกข้าเถิด

คัดลอกลิงก์แล้ว