- หน้าแรก
- จากเชลยสู่กัปตัน เปิดตำราสร้างกองเรือไร้พ่าย
- บทที่ 30 - กระจกวิเศษจงบอกข้าเถิด
บทที่ 30 - กระจกวิเศษจงบอกข้าเถิด
บทที่ 30 - กระจกวิเศษจงบอกข้าเถิด
บทที่ 30 - กระจกวิเศษจงบอกข้าเถิด
ฮันส์เฒ่าพาพวกลูกเรือทั่วไปและคนที่ไม่ได้มีหน้าที่ต่อสู้ส่วนใหญ่ไปทำงานที่อู่ต่อเรือ
ส่วนซัลมานก็นำกองกำลังหลักกว่าสามสิบคนไปเปิดห้องพักที่โรงเตี๊ยมชื่อโรสแมรี่ซึ่งอยู่ไม่ไกล
ตอนที่ไบรอนไปหาเขาที่ลานกว้างส่วนตัว เขากำลังด่าทอไล่ตะเพิดหญิงบริการที่แต่งหน้าทาปากจัดจ้านคนหนึ่งออกไปอย่างเกรี้ยวกราด
"ถุย ดันมาเมินเสน่ห์ของฉันซะได้ สงสัยน้ำยาคงจะหมดแล้วล่ะมั้ง"
ตอนที่เดินสวนกัน ไบรอนแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินเสียงบ่นกระปอดกระแปดของหญิงสาว เขาเดินตรงดิ่งเข้าไปหาอีกฝ่ายโดยไม่แม้แต่จะปรายตามอง
หลังจากทำความเคารพ เขาก็อธิบายแผนการดัดแปลงเรือที่ได้รับการยืนยันจากฮันส์เฒ่าให้ซัลมานฟัง
"ฮ่าฮ่า คุณไบรอน ฉันมองคนไม่ผิดจริงๆ"
"ถึงฉันจะไม่ค่อยมีความรู้เรื่องการต่อเรือ แต่ฉันก็มองเห็นศักยภาพของการจัดวางใบเรือแบบใหม่นี้ ปล่อยให้ฮันส์เฒ่ากับลูกน้องจัดการไปเลยเต็มที่"
"นายอย่าไปใส่ใจคำนินทาว่าร้ายบนเรือเลย ตำแหน่งต้นเรือกระจอกๆ มันจะไปมีความหมายอะไร"
"รอให้เรือฉลามกินคนรับสมัครลูกเรือเพิ่ม จนปล้นเรือลำที่สองมาได้ และกลายเป็นกลุ่มโจรสลัดอย่างเต็มตัวเมื่อไหร่"
"นาย... ไบรอน ทิวดอร์ จะต้องได้เป็นกัปตันคนแรกภายใต้บังคับบัญชาของฉันอย่างแน่นอน"
เป็นไปตามคาด ทันทีที่ซัลมานเห็นแผนการดัดแปลงเรือโจรสลัดฉบับนี้ เขาก็รับมันไว้ด้วยความหน้าชื่นตาบาน
แต่กลับไม่ยอมตบรางวัลอะไรให้เขาเลย นอกจากคำพูดให้กำลังใจลมๆ แล้งๆ
"ท่านกัปตันชมเกินไปแล้ว นี่เป็นหน้าที่ของผมต่างหากล่ะครับ"
"ทุกคนทำเพื่อผม ผมก็ต้องทำเพื่อทุกคน เกียรติยศทั้งหมดล้วนเป็นของส่วนรวม"
"เมื่อเทียบกับภาพรวมของกลุ่มโจรสลัดแล้ว ผลประโยชน์ส่วนตัวของผมมันจะไปสลักสำคัญอะไรกัน"
"ผมตั้งใจว่าคืนนี้หลังจากทำหอยเชลล์อบวุ้นเส้น กุ้งอบน้ำมัน เครื่องในแกะต้มซุป เสิร์ฟพร้อมเบียร์ดำให้ท่านเสร็จแล้ว ผมก็จะย้ายไปอยู่ที่อู่ต่อเรือเลย"
"ผมจะไปคอยคุมงานพวกนั้นให้แน่ใจว่าจะไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ เกิดขึ้นแม้แต่นิดเดียว"
ไบรอนผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลยอมกลืนกินคำสัญญาเลื่อนลอยของซัลมานอย่างไม่ลังเล แถมยังเสนอตัวรับภาระเพิ่มอีกต่างหาก
"อ้อ จริงสิ ว่างๆ ผมว่าจะลองไปศึกษาตำราอาหารบลัดดี้แมรี่ดูสักหน่อย"
"เมนูในนั้นมันเปิดหูเปิดตาผมมากจริงๆ ไม่น่าเชื่อว่ามันจะมีเยอะกว่าสูตรอาหารที่ผมมีซะอีก ขอตัวก่อนนะครับ"
เขาโค้งคำนับอย่างนอบน้อมเช่นเคย ก่อนจะหันหลังผลักประตูเดินจากไป
เมื่อมองตามแผ่นหลังของไบรอนที่ค่อยๆ ลับสายตาไป ซัลมานที่แม้จะยังไม่ถึงเวลาค่ำคืนแต่ก็เริ่มปวดแปลบไปทั้งตัว อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ
"เพื่อส่วนรวมงั้นเหรอ ช่างเป็นลูกเรือตัวอย่างที่ทำเพื่อส่วนรวมจริงๆ ดีกว่าไอ้พวกลูกเรือคนอื่นๆ บนเรือรวมกันซะอีก"
"ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองขาดแกไม่ได้"
"ฉันล่ะอยากจะหาพ่อครัวฝีมือดีๆ มาแทนแก เพื่อให้ถูกตำราอาหารกลืนกินซะจริงๆ แต่คำสาปของฉันมันรอไม่ไหวแล้วน่ะสิ"
ถ้าไม่มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าอีกฝ่ายไม่ได้เป็นผู้มีพลังเหนือธรรมชาติจากสายใดสายหนึ่งล่ะก็
เขาคงจะคิดว่าพ่อบ้านขุนนางคนนี้ แท้จริงแล้วเป็นอัศวินผู้จงรักภักดีที่ยึดมั่นในคุณธรรมทั้งแปดประการ และคติพจน์ของอัศวินอย่างเคร่งครัดไปแล้ว
ตอนนี้ความรู้สึกของเขาค่อนข้างสับสนปนเป ทั้งอยากจะได้โลหิตแห่งการแปรสภาพมาเร็วๆ และอยากให้ไบรอนทนต่อไปได้อีกสักหน่อย
ยิ่งถูกตำราอาหารบลัดดี้แมรี่กลืนกินช้าเท่าไหร่ คุณภาพของโลหิตแห่งการแปรสภาพก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น และโอกาสที่จะช่วยให้เขาหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานก็จะยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
"คุณไบรอน นายเป็นคนที่เห็นแก่ส่วนรวมขนาดนี้ คงจะไม่โกรธฉันหรอกนะ"
น่าเสียดายที่กัปตันโจรสลัดผู้เก่งแต่เลียนแบบท่าทางของชนชั้นสูง แต่กลับไม่เคยซึมซับแก่นแท้ของเล่ห์เหลี่ยมทางการเมืองของพวกขุนนางเลยสักนิด จะไม่รู้ตัวเลยว่า...
ในโลกที่ถูกปกครองด้วยชนชั้นขุนนาง และมีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่อยู่รอด พวกที่เอาแต่พร่ำบอกให้เห็นแก่ส่วนรวมน่ะ มีแต่พวกที่กอบโกยผลประโยชน์ไปจนอิ่มหนำสำราญแล้วเท่านั้นแหละ
ถ้าหากคนๆ นั้นดูภายนอกแล้วไม่เหมือนพวกที่ได้รับผลประโยชน์เลยล่ะก็
นั่นแสดงว่าเขาเองนั่นแหละคือผู้กุมชะตาของส่วนรวม
เวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงค่ำคืนอย่างรวดเร็ว
ที่อีกมุมหนึ่งของท่าเรือโจรสลัด กลุ่มคนในชุดคลุมเดินออกจากโรงเตี๊ยมที่พัก แล้วปะปนเข้าไปในฝูงชนที่กำลังเมามายอยู่บนท้องถนน
ดูเหมือนพวกโจรสลัดทั่วไปที่กำลังเตร็ดเตร่ตามสถานเริงรมย์ ไม่ได้เป็นที่สะดุดตาเลยแม้แต่น้อย
พวกเขาหยุดยืนอยู่ที่ริมทะเลซึ่งอยู่ห่างจากโรงเตี๊ยมโรสแมรี่เพียงหนึ่งช่วงถนน ก่อนจะรีบเดินเข้าไปในกังหันลมเก่าซอมซ่อหลังหนึ่ง
ใบพัดขนาดยักษ์หมุนส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดไม่หยุด เสียงดังกลบเสียงพูดคุยของกลุ่มคนเหล่านั้นจนมิด
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาทำงานกันอย่างระมัดระวังมาก
เมื่อขึ้นมาถึงชั้นสองที่สร้างขึ้นอย่างลวกๆ ด้วยแผ่นไม้ กัปตันเรือผลึกขาวอย่างกระจกวิเศษเวสต์ ก็รีบสั่งให้ลูกเรือทำความสะอาดที่นี่ให้สะอาดหมดจดในทันที
ส่วนตัวเองก็เดินไปที่ริมหน้าต่าง มองลงไปยังอาคารอีกหลังที่อยู่ไม่ไกลนัก
"นิ้วลิง ที่นั่นใช่ไหม"
ชายหนุ่มร่างเตี้ยที่ใบหน้าอัปลักษณ์มีรอยแผลเป็นจากคมดาบเพิ่มขึ้นมา ทำให้ดูน่าเกลียดน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม รีบพยักหน้ารับทันที
"ไม่ผิดแน่ครับ สายของเราตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า พวกมันอยู่ที่โรงเตี๊ยมโรสแมรี่ถัดไปแค่บล็อกเดียวเองครับ"
"ระยะทางเส้นตรงไม่เกินร้อยเมตรแน่ๆ อยู่ตรงนี้เวทมนตร์ของท่านจะแสดงพลังออกมาได้เต็มที่เลยครับ"
ระหว่างที่พูดคุยกัน ลูกเรือโจรสลัดที่ตามมาด้วยก็จัดการทำความสะอาดชั้นสองจนสะอาดเอี่ยมอ่อง
พวกเขาถึงขั้นใช้น้ำยาทำความสะอาดสูตรพิเศษ ขัดถูแผ่นไม้ผุพังจนเงาวับ ทำให้เวสต์ที่เป็นโรคเจ้าระเบียบขั้นรุนแรงไม่สามารถหาข้อติได้เลยแม้แต่นิดเดียว
"เอาล่ะ พวกเจ้าไม่ต้องอยู่ที่นี่แล้ว ออกไปเฝ้าเวรยามข้างนอกให้หมด อย่าให้ใครเข้ามารบกวนตอนที่ข้ากำลังทำพิธีเด็ดขาด"
กระจกวิเศษเวสต์โบกมือไล่นิ้วลิงและลูกเรือคนอื่นๆ ให้ลงไปข้างล่าง
จากนั้นเขาก็ถือถุงผ้าใบเดินไปจัดเตรียมพิธีกรรมบนพื้น
แก่นแท้ของความรู้ต้องห้ามส่วนใหญ่ ล้วนเป็นเวทมนตร์เชิงพิธีกรรมทั้งสิ้น
อาศัยรูปแบบพิธีกรรมเฉพาะ เพื่อเชื่อมต่อพลังวิญญาณของตนเข้ากับกฎเกณฑ์บางอย่างของโลก ดวงวิญญาณ หรือตัวตนระดับสูงที่ไม่มีใครรู้จัก
โดยการละทิ้งตัวตนไปชั่วขณะ เพื่อให้จิตวิญญาณหลอมรวมกับตัวตนระดับสูง แล้วดึงเอาพลังอันแข็งแกร่งที่เหนือขีดจำกัด หรือแม้แต่พลังที่ตัวเองไม่มีออกมาใช้
เวสต์เริ่มต้นด้วยการนำเกลือทะเลผสมผงผลึกขาว มาวาดเป็นรูปดาวห้าแฉกบนพื้น
แล้วนำเทียนพิธีกรรมสีแดง น้ำเงิน เหลือง เขียว และดำ ไปวางไว้ตามมุมทั้งห้า ซึ่งเป็นตัวแทนของธาตุไฟ น้ำ ลม ดิน และธาตุที่ห้าคือจิตวิญญาณ
จากนั้นจึงหยิบขวดน้ำมันหอมระเหยสกัดจากพืชที่มีความหมายแฝงแตกต่างกันห้าขวดมาวางไว้ตรงหน้า
หญ้าตีนกวาง เป็นตัวแทนของ การปกป้อง การรักษา และการทำลายเวทมนตร์
วอร์มวูด เป็นตัวแทนของ พลังแห่งจิตใจ การปกป้อง และการอัญเชิญดวงวิญญาณ
กะหล่ำปลีเหม็น เป็นตัวแทนของ ข้อพิพาททางกฎหมาย
โกฐจุฬาลัมพา เป็นตัวแทนของ พลังแห่งจิตใจ ลางบอกเหตุ และการฉายภาพดวงดาว
หญ้าขน เป็นตัวแทนของ ความรัก และการล่าสัตว์
ขั้นตอนสุดท้ายคือนำกระจกเงินขนาดเท่าครึ่งตัวคนไปวางไว้ตรงกลางดาวห้าแฉก ส่วนตัวเองก็คุกเข่าลงตรงหน้ากระจก แล้วค่อยๆ ดำดิ่งเข้าสู่ภวังค์สมาธิ
เมื่อเสียงอึกทึกครึกโครมจากเมืองโจรสลัดด้านนอกค่อยๆ เงียบลง เวลาล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่ในเวลาตีหนึ่ง
กระจกวิเศษเวสต์ก็ลืมตาขึ้นมาทันที ประกายแสงแห่งจิตวิญญาณสีเงินจากดวงตาของเขาสาดส่องไปทั่วบริเวณชั้นสองของกังหันลม
"ได้เวลาแล้ว"
เขาหยิบกล่องจุดไฟสีเงินออกมาจุดเทียนพิธีกรรมตามมุมทั้งห้า
แล้วหยดน้ำมันหอมระเหยจากสมุนไพรทั้งห้าชนิดลงบนเปลวเทียนแต่ละเล่ม
ฟู่!
สายลมแห่งจิตวิญญาณพัดผ่านกังหันลม ก่อตัวเป็นม่านพลังที่มองไม่เห็น คอยปิดกั้นการสอดแนมจากพลังลึกลับ
กะหล่ำปลีเหม็นซึ่งเป็นตัวแทนของข้อพิพาททางกฎหมายเริ่มออกฤทธิ์ ทำให้กฎหมายของอ่าวสมอเหล็กสูญเสียอำนาจการควบคุมขั้นพื้นฐานในบริเวณนี้ไป
จากนั้นเขาก็หยิบผ้าขาวที่เปื้อนเลือดออกมาจากถุงผ้าใบ ซึ่งก็คือของเชลยที่นิ้วลิงนำมา
แอลกอฮอล์ระเหยได้เร็วกว่าน้ำมาก
กว่าที่นักฆ่าอย่างนิ้วลิงจะวิ่งหน้าตั้งกลับมาหากัปตันของตัวเอง อุณหภูมิร่างกายก็ทำให้แอลกอฮอล์ระเหยไปจนเกือบหมดแล้ว
เหลือเพียงโลหิตแห่งการแปรสภาพและเลือดของซัลมานที่ละลายอยู่ในเหล้า พร้อมกับกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ เท่านั้น
แม้แต่เวสต์ที่เป็นโรคเจ้าระเบียบขั้นรุนแรงก็ยังไม่สังเกตเห็นความผิดปกติ
ก็การที่โจรสลัดจะมีกลิ่นเหล้ารัมติดตัว มันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือไง
เขาใช้ผ้าขาวชุบน้ำสกัดดอกกุหลาบ นำไปวาดเป็นรูปวงกลมที่ส่งกลิ่นหอมอบอวลปนกลิ่นคาวเลือดบนผิวกระจกสีเงิน
บรรยากาศบนชั้นสองเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที
แม้จะมีแสงเทียนส่องสว่าง แต่ผิวกระจกสีเงินกลับหม่นหมองลงอย่างรวดเร็วจนมืดสนิท ราวกับว่ามีเงาดำทะมึนกำลังดิ้นพล่านอยู่ในโลกอีกใบหลังกระจกบานนั้น
ภาพกังหันลมโดยรอบบิดเบี้ยวและยุบตัวลงไปตามแสงเทียนที่สาดส่องไปยังกระจก ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างกำลังถูกดูดกลืนเข้าไปในนั้น
เวสต์ยังคงตีหน้าขรึม พลางร่ายคาถาด้วยภาษาอักษรรูนว่า
"กระจกวิเศษจงบอกข้าเถิด ศัตรูของข้าอยู่ที่ใด"
เขาท่องประโยคนี้ซ้ำกันสามรอบ
ทันใดนั้น ดวงตาสีเงินสว่างจ้าคู่หนึ่งก็เบิกโพลงขึ้นท่ามกลางความมืดมิดอันเหนียวหนืดไร้ก้นบึ้งภายในกระจก
นั่นคือวิญญาณปีศาจในกระจก!
เช่นเดียวกับโลหิตแห่งการแปรสภาพที่เป็นแก่นแท้ของสูตรโลหิตสกัดสารพัดชนิด
พลังของวิชาทำนายด้วยกระจกวิเศษทั้งหมด ล้วนมีวิญญาณปีศาจในกระจกตนนี้เป็นรากฐาน
ในเสี้ยววินาทีที่สบตากับวิญญาณปีศาจในกระจก เวสต์ก็หลับตาลง แล้วร่างของเขาก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น
ผลลัพธ์ของน้ำมันหอมระเหยจากสมุนไพรอีกสี่ชนิด เริ่มสำแดงฤทธิ์ตามลำดับ ได้แก่ การอัญเชิญดวงวิญญาณ การฉายภาพดวงดาว การล่าสัตว์ และการทำลายเวทมนตร์
ท่ามกลางกลิ่นหอมอบอวล วิญญาณปีศาจในกระจกตนนั้นก็เริ่มมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ขึ้นมา
มันสั่นไหวราวกับภาพกระตุก ก่อนจะพุ่งพรวดเข้าไปในส่วนลึกของโลกในกระจก
แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันใช้โลกในกระจกเป็นทางผ่าน เพื่อไปโผล่ที่กระจกอีกบานซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงหนึ่งช่วงถนนต่างหาก!
[จบแล้ว]